“บังอาจ” เยี่ยนหรงซีตวาดเสียงเกรี้ยว ชี้หน้านางอย่างเดือดดาล “เจ้ารู้หรือไม่ว่าสมบัตินั่นเป็นดุจเส้นเลือดหล่อเลี้ยงแคว้นอวี้เยี่ยนของเรา เจ้าจะมีจิตละโมบโลภมากเช่นนี้ รู้หรือไม่ว่าควรได้รับโทษสถานใด?”หลิวชิงซวี่ไม่เพียงไม่ตกใจ ตรงกันข้ามกลับรู้สึกขำกับท่าทางของเขา“องค์รัชทายาทกล่าวเช่นนี้ก็ไม่ถูกนะเพคะ โปรดอภัยที่หม่อมฉันมิอาจเห็นด้วย ในเมื่อเป็นดุจเส้นเลือดหล่อเลี้ยงแคว้นอวี้เยี่ยน เช่นนั้นนอกจากฝ่าบาท หากผู้ใดหมายปองก็ล้วนนับว่ามีจิตละโมบทั้งสิ้น แม้ว่าพระองค์จะเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ แต่ถึงอย่างไรพระองค์ก็ยังไม่ได้เป็นฮ่องเต้ มิใช่หรือเพคะ?”“เจ้า!” เยี่ยนหรงซีโต้แย้งคำพูดของนางไม่ได้แม้แต่น้อย“เอาเถิด พวกเราล้วนมีอุดมการณ์เดียวกัน ไม่จำเป็นต้องป้ายชาดที่รูทวารหนักเพื่อให้ดูเหมือนปากก็ได้นะเพคะ” หลิวชิงซวี่หยอกเย้า พลางจิบน้ำหนึ่งคำ“เจ้า…” เยี่ยนหรงซีหน้าดำทะมึนจนแทบดูไม่ได้ “ใครสั่งใครสอนให้เจ้าหยาบคายเช่นนี้?”ฟังวาจาที่นางเอ่ยออกมาแต่ละคำ นี่น่ะหรือคือวาจาของสตรี?!แม้แต่บุรุษที่ต่ำทรามเพียงใดก็ยังกล่าววาจาเช่นนี้ออกมาไม่ได้!“พระองค์เพิ่งจะทรงทราบตอนนี้หรือเพคะ ว่าหม่อ
Read more