เมื่อรับประทานมื้อค่ำเสร็จสิ้น ท้องฟ้าก็มืดสนิทลงแล้วเนื่องจากไม่ได้พบหน้ากันเสียนาน พวกเขาจึงไม่ได้รีบร้อนจากไป แต่อยู่เป็นเพื่อนไทเฮาฉวีในตำหนักบรรทมอีกพักใหญ่แม้เรื่องราวในจวนอ๋องเจิน ไทเฮาฉวีจะทรงทราบดีอยู่แล้ว แต่พระองค์ก็ยังอยากฟังจากปากของพวกเขาเอง หลิวชิงซวี่ไม่กล้าพูดจาส่งเดช เรื่องที่นางหยิบยกมากล่าวมากที่สุดก็คือเรื่องขององค์ชายสิบเมื่อได้ยินนางเอ่ยชมองค์ชายสิบไม่ขาดปาก ไทเฮาฉวีก็แย้มสรวลและตรัสเสริมว่า “จางเอ๋อร์เด็กคนนั้นรู้ความจริงๆ ทุกครั้งที่มาถวายพระพรข้า เขามักจะมีขนมติดไม้ติดมือมาฝากข้าเสมอ บางครั้งก็เป็นขนมที่เสด็จแม่ของเขาทำเอง บางครั้งก็เป็นพุทราไม่กี่ลูก ถึงแม้จะไม่ได้พบข้า เขาก็จะฝากนางกำนัลนำมามอบให้ข้า”เมื่อเห็นสายตาชื่นชมและเอ็นดูของพระนาง หลิวชิงซวี่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมออกมาประโยคหนึ่ง “หลวี่กุ้ยเฟยทรงอบรมสั่งสอนบุตรได้ดีอย่างยิ่งเพคะ”นางไม่ได้ตั้งใจจะพูดจาชมเชยหลวี่จื่อเฉวียน หากแต่ชื่นชอบคำพูดเหล่านั้นที่หลวี่กุ้ยเฟยใช้สั่งสอนบุตรจากใจจริงไทเฮาฉวีตรัสถามนางขึ้นมาทันที “ซวี่เอ๋อร์ชอบจื่อเฉวียนหรือ?”หลิวชิงซวี่พยักหน้า “ชอบเพคะ”ไทเฮาฉวีทรงพร
Read more