جميع فصول : الفصل -الفصل 140

181 فصول

บทที่ 130

สิ้นเสียงหวานของ ‘ตี๋ลี่เสวี่ย’ ความเงียบก็ปกคลุมทั่วเรือนหอสีแดงอยู่ครู่ใหญ่ เปลวเทียนวูบไหวไปมา ทำให้ได้ยินเพียงเสียงหายใจของพวกเขาสองคน“ที่แท้ เจ้าก็คิดเช่นนี้เองสินะ...” เสียงทุ้มดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ดึงใบหน้าสวยคมเข้มที่ก้มลงต่ำให้เงยขึ้นมาสบตามองเขา เพราะตั้งแต่ที่นางพูดจนจบ ‘ตี๋ลี่เสวี่ย’ ก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตา ไม่สบตาเขาอีกเลยภาพที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งมองเห็นคือใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มที่ส่งยิ้มปลอบประโลมให้นางอย่างเข้าใจ เขาตบมือปลอบนางเบา ๆ ก่อนที่จะเริ่มพูดบ้าง“ข้าเข้าใจความคิดของเจ้าแล้ว... ก่อนอื่นที่ข้าต้องพูดก่อนเลยก็คือเรื่องคำมั่นสัญญาของท่านพ่อ ยามนั้น ข้ายังเป็นเพียงหนุ่มวัยฉกรรจ์คึกคะนองที่ยกทัพไปตีเผ่าคาร์ลุก เพื่อให้ท่านพ่อได้เห็นว่าข้านั้นเติบโตพอที่ท่านจะฝากฝังทุกอย่างไว้กับข้าได้แล้ว”“มาห์มุด หัวหน้าเผ่าคาร์ลุกยินยอมยกมู่หนี่ลา เพื่อขอเจรจาสงบศึก ซึ่งยามนั้น ข้าก็ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องปฏิเสธคำเจรจานั้น และเมื่อข้ากลับมาถึงเมืองหนิงเปียน ท่านพ่อจึงได้บอกข่าวคราวการหมั้นหมายระหว่างข
اقرأ المزيد

บทที่ 131

“เดี๋ยวนะ! นี่มันตรรกะอันใดกัน เสวี่ยเอ๋อร์” กลายเป็นอาซือหลันที่ย้อนถามเสียงสูงบ้าง “เจ้าเห็นข้าเป็นบุรุษเช่นใดกัน เจ้าคิดได้อย่างไรว่าข้าเป็นบุรุษเช่นนั้น?”“คิก! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งหลุดหัวเราะออกมา เมื่อเห็นท่าทางร้อนรนของบุรุษตรงหน้าที่เพียรอธิบายให้นางเข้าใจ “ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านเป็นบุรุษอย่างแท้จริง มิเช่นนั้น ท่านจะมีอนุตั้งสามนางเชียวรึ?”อาซือหลันกลอกตามองบน เมื่อถูกฮูหยินประชดอีกครั้ง “คนเราก็ต้องมีอดีตที่ผิดพลาดกันบ้างมิใช่รึ? ฮูหยิน”“ท่านมิต้องมาเรียกข้าว่าฮูหยินกลบเกลื่อนเลย” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งมองหน้าอย่างรู้ทัน“สามีย่อมต้องฟังคำฮูหยินอยู่แล้ว” อาซือหลันพูดพลางตบอกตนเอง “หากเจ้าไม่ชอบ ข้าจะไล่นางออกจากจวนประเดี๋ยวนี้เลย! จาฮาน!”“ไม่ต้อง! ไม่ต้อง!” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งรีบร้องปฏิเสธ เมื่อเห็นสามีกำลังจะเรียกคนสนิทเข้ามาสั่งงาน “ท่านก็จะใจดำเกินไปแล้ว อนุซินทำสิ่งใดผิดกัน จึงต้องไล่นางออกจากจวนเช่นนั้น”อา
اقرأ المزيد

บทที่ 132

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งทวนคำอวยพรที่อาซือหลันพูดไว้ในครั้งแรก ก่อนที่นางจะเอื้อมือไปหยิบฉีกขนมปังแผ่นบาง ๆ ที่หมายถึงการเริ่มต้นของชีวิตใหม่ออกเป็นสองส่วน แล้วนำไปจิ้มกับน้ำผึ้ง ก่อนจะป้อนเข้าปากของอาซือหลัน“นับจากนี้... ความหวานขมในชีวิต เราจะแบ่งปันซึ่งกันและกัน”อาซือหลันรับขนมปังคำนั้นไว้ ความหวานละมุนละลายในปาก แต่ยังหวานสู้ดวงตากลมโตของฮูหยินของเขาไม่ได้ ก่อนที่อาซือหลันและเจิ่งเสวี่ยอิ๋งจะสลับกันป้อนโพลอว์ ข้าวผัดแกะเข้าปากอีกฝ่าย“ขอให้ชีวิตคู่ของเราอุดมสมบูรณ์ พรั่งพร้อมด้วยบุตรธิดา”เป็นอาซือหลันที่พูดเสริมขึ้นว่า “และจากนี้ไป... ทุกความสมบูรณ์ที่ข้ามี... ข้าจะมอบให้เจ้าทั้งหมด”และสิ่งสุดท้ายคือการร่วมดื่มเครื่องดื่มมงคลจากถ้วยที่ประสานกัน โดยยอลดาชได้จัดเตรียมน้ำผลไม้ทับทิมคั้นสดสีแดงเข้มไว้ให้อาซือหลันก็รินน้ำทับทิมสีแดงเข้มใส่ในถ้วยทองเหลืองขนาดเล็กสองถ้วย เขาส่งถ้วยหนึ่งให้อีกฝ่าย และยกขึ้นประสานกับถ้วยของเจิ่งเสวี่ยอิ๋ง เพื่อดื่มพร้อมกัน“แด่ชีวิตคู่ที่เข้าใจและร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล
اقرأ المزيد

บทที่ 133

อาซือหลันตื่นขึ้นตามความเคยชิน แม้ว่าร่างกายจะยังคงเมื่อยล้าจากการเดินทางเมื่อวาน เขาผงกศีรษะขึ้นมามองใบหน้าสวยคมที่นอนซบอยู่บนท่อนแขนของเขาอย่างรักใคร่ ยิ่งได้เห็นริมฝีปากบางที่บวมช้ำด้วยฝีปากของตนเองแล้วก็อดยิ้มด้วยความภาคภูมิใจไม่ได้ไม่รู้เลยว่าริมฝีปากของเสวี่ยเอ๋อร์จะหวานอร่อยถึงเพียงนี้...ครั้งแรกเขาประทับตราอย่างฉาบฉวย แต่เมื่อได้ยินคำอนุญาตจากนาง คลื่นปรารถนาที่กดข่มไว้ก็ถูกปลดปล่อย ครั้งที่สอง เขาจึงประทับตราอย่างดุดันดูดกลืนความหวานจากนางจนเจิ่งเสวี่ยอิ๋งต้องยกมือขึ้นมาทุบเขาด้วยความที่หายใจไม่ออกหลังจากนั้นก็มีครั้งที่สาม... ครั้งที่สี่ และครั้งแล้วครั้งเล่า... จนเจิ่งเสวี่ยอิ๋งต้องขู่ให้เขาหยุด มิเช่นนั้น นางจะขอแยกเรือน สุดท้าย อาซือหลันก็ขออีกครั้งเป็นการส่งท้าย ทำให้จุมพิตครั้งนั้นลากนานไปหลายลมหายใจ... ก่อนที่เขาจะปล่อยให้นางได้นอนจริง ๆอาซือหลันใช้มือเกลี่ยเส้นผมที่ปรกใบหน้าเนียนออก ก่อนจะจุมพิตที่หน้าผากนวลอย่างรักใคร่แผ่วเบา ด้วยเกรงว่านางจะตื่น แล้วจึงค่อย ๆ ดึงแขนตัวเองกลับมาเขาลุกขึ้นจากเตียงแผ่วเบาสวมเสื้อคลุมแล้วเดินออก
اقرأ المزيد

บทที่ 134

หลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จสิ้น อาซือหลันก็กลับไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกายจากชุดคลุมเป็นชุดเกราะและเครื่องแบบแม่ทัพเต็มยศที่ได้เตรียมไว้ โดยมีเจิ่งเสวี่ยอิ๋งคอยช่วยสวมใส่“นับจากวันนี้ ข้าจะย้ายกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจวิ้นเหอ” อาซือหลันบอกเสียงเรียบเรื่อย ในขณะที่ดวงตากลับพราวระยับ มือเล็กที่ช่วยสวมเสื้อเกราะหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะขยับอีกครั้ง“เรือนจวิ้นเหอเป็นเรือนของท่านพี่อยู่แล้ว หรือแม้แต่ทั้งจวนแม่ทัพ ท่านพี่ประสงค์พักที่เรือนใดก็ย่อมได้อยู่แล้ว” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยไม่ต่างกัน หากแต่ใบหน้ากลับขึ้นสีระเรื่ออย่างรวดเร็วอาซือหลันพยักหน้าอย่างรู้ความ มุมปากยกสูงขึ้นอย่างชอบใจ “ใช่ จวนนี้เป็นของข้า รวมถึงคนที่อยู่ในเรือนนี้ก็เป็นของข้าด้วยเช่นกัน”ริมฝีปากไม่พูดเปล่า แขนกำยำสองข้างตวัดร่างเล็กที่อยู่ตรงหน้าเข้ามาในอ้อมกอดอย่างรวดเร็ว ทำเอาเจิ่งเสวี่ยอิ๋งอุทานด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบหันไปมองสาวใช้ที่ยังอยู่ในเรือนหากแต่มองอีกที สามสาวใช้นั้นก็ไร้เงาเสียแล้ว!ช่างรู้ความกันเสียจ
اقرأ المزيد

บทที่ 135

ท่ามกลางบรรยากาศหวานชื่นของเรือนจวิ้นเหอ มุมหนึ่งของจวนแม่ทัพที่เคยครึกครื้นกลับเงียบสนิท แม้แต่สาวใช้คนสนิทของเจ้าของเรือนจุ้ยหลิ่วยังไม่กล้าพูดสิ่งใดให้มากความซินเซียงยืนอยู่กลางเรือนด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นอย่างถึงที่สุด นางกวาดข้าวของเครื่องประดับราคาแพงบนโต๊ะเครื่องประทินโฉมลงพื้นจนเกิดเสียงดังเพล้ง!ตลับหยกที่ใส่เครื่องประทินโฉมคุณภาพดีแตกกระจาย แต่หากยังไม่สามารถทำให้ซินเซียงได้สติกลับมา เพราะตั้งแต่ที่อาซือหลันกลับมาเมื่อวาน เขาก็คลุกอยู่กับตี๋ลี่เสวี่ยที่เรือนจวิ้นเหอจนถึงเช้าวันนี้ในยามปกติ อาซือหลันจะฝึกซ้อมยามเช้าเป็นเวลาครึ่งชั่วยาม ก่อนที่จะมาร่วมรับประทานอาหารเช้ากับนางทุกวัน นั่นหมายความว่านางต้องรออีกฝ่ายมาก่อน จึงจะได้รับประทานอาหารเช้าร่วมกันหากแต่วันนี้ จูเอ๋อร์มารายงานนางว่าอาซือหลันฝึกซ้อมได้เพียงสองเค่อ แต่เมื่อเห็นความวุ่นวายในเรือนจวิ้นเหอ เขาก็โยนดาบ กลับไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย เพื่อกลับมารับประทานอาหารเช้าร่วมกับนางเสียแล้ว!!เพียงเท่านี้ก็ชัดเจนแล้วว่าเขาให้ความสำคัญกับใครมากกว่ากัน!!วันนี้ นางอุตส่าห์ตื่น
اقرأ المزيد

บทที่ 136

ณ ห้องปีกขวา ชั้นสอง หลังจากที่ซินเซียงได้เปิดห้องแล้วร้องสั่งสุรามาหลายกา เมื่อเสี่ยวเอ้อร์นำมาให้ นางก็จัดการเทรินใส่จอกยกดื่มอย่างไม่สนใจสิ่งใด ครั้นไม่ทันใจก็ยกกานั้นเทใส่ปากโดยตรงเลยทีเดียว“ข้าก็ยังสงสัยว่าคุณชายจากจวนใดกันที่เรียกข้าและโม่ลี่ให้มาปรนนิบัติพร้อมกันทีเดียว” ชิงเถียนเปิดประตูห้องเยื้องกรายเข้ามา “ที่แท้ก็คุณชายซินเซียงนี่เอง...”“เจ้ามิต้องมาหยอกข้าเลยนะ เถียนเถียน” ซินเซียงเหลือบตามองค้อน แม้ว่าจะยกซดสุราไปหลายจอกแล้วก็ตามโม่ลี่ปิดประตูตามเข้ามาทีหลัง เมื่อนั่งลงแล้วก็แย่งจอกสุราออกจากสหายสนิท “แล้วนี่มันเกิดสิ่งใดขึ้น เหตุใดเจ้าจึงได้มาร่ำสุราที่หอชิงอู๋ตั้งแต่หัววันเช่นนี้?”“นั่นสิ ข้าได้ยินว่าท่านแม่ทัพกลับจวนมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วมิใช่รึ?” ชิงเถียนพลางนึกทบทวน “เจ้ามิต้องอยู่ที่เรือน เตรียมตัวปรนนิบัติท่านแม่ทัพคืนนี้รึ?”“เฮอะ!!” ซินเซียงแค่นเสียงอย่างคับแค้นใจ ก่อนจะระบายมันออกมา “ปรนนิบัติสิ่งใดกันเล่า!? ตั้งแต่เมื่อวานที่ท่านพี่ก
اقرأ المزيد

บทที่ 137

“มิทราบว่าคุณชายเฉียนมีธุระอันใดกับข้ารึเจ้าคะ?” ซินเซียงเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นบุรุษหนุ่มรูปงามที่คลี่พัดสีขาวขึ้นโบกเล็กน้อย ขณะที่หย่อนตัวลงนั่งที่ฝั่งตรงข้ามจี้หยกพกสลักคำว่า เฉียน ห้อยอยู่โดดเด่นสะดุดตา เป็นการอวดอ้างฐานะจากทางบ้านได้อย่างชัดเจน“ข้ามีนามว่าเฉียนจินฮ่าว เป็นบุตรชายของเถ้าแก่เฉียน เจ้าของโรงแลกเงินต้าถง” เฉียนจินฮ่าวแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มสุภาพ “มิทราบว่าอนุซินพอจะรู้จักข้าบ้างหรือไม่?”“ในเมืองหนิงเปียนแห่งนี้ ผู้ใดจะไม่รู้จักโรงแลกเงินต้าถงของเถ้าแก่เฉียนบ้างเล่าเจ้าคะ อีกทั้งยังเล่าลือถึงคุณชายและคุณหนูตระกูลเฉียนที่มีรูปโฉมงดงามอีกด้วย”เฉียนจินฮ่าวอมยิ้มกับคำยอนั้น “อนุซินก็กล่าวเกินไปแล้ว”“ไม่ทราบว่าวันนี้ที่คุณชายเฉียนต้องการสนทนากับข้า มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ?” ซินเซียงไม่คิดที่จะสนทนาต่อให้ยืดยาว เพราะบัดนี้ จิตใจของนางครุ่นคิดเพียงว่าจะทำอย่างไรให้อาซือหลันกลับมาสนใจตนตามที่สหายทั้งสองแนะนำมาเฉียนจินฮ่าวก้มศีรษะลงเล็กน้อยเป็นเชิงขออภัย “
اقرأ المزيد

บทที่ 138

“อันตรายหรือ?” ซินเซียงละล่ำละลักถามอย่างตื่นตระหนก “อันตรายอย่างไร?”เฉียนจินฮ่าวกัดฟันอย่างลังเล “นี่เป็นเพียงลางสังหรณ์ของบุรุษอย่างข้าเท่านั้นนะ อนุซิน”ซินเซียงพยักหน้าเร็วรี่ ต้องการให้เขาอธิบายโดยด่วน“แต่เดิม ท่านแม่ทัพโปรดปรานท่านมากใช่หรือไม่?” เมื่อเห็นนางพยักหน้า เขาจึงได้พูดต่อ “โปรดปรานมากก็รักมาก ตามใจมาก อยากชิดใกล้ตลอดเวลา แต่ถ้าหากเกิดเป็นตรงกันข้าม...”ใบหน้าของซินเซียงซีดเผือด เมื่อสิ่งที่เฉียนจินฮ่าวพูดเป็นสิ่งที่นางหวาดกลัวมากที่สุด“ดูเอาเถิด อย่างตอนที่ท่านแม่ทัพรังเกียจฮูหยิน แล้วเอาอกเอาใจท่าน แต่มาครานี้ กลับตาลปัตร กลับกลายเป็นโปรดปรานฮูหยิน แล้วท่านคิดว่าสิ่งที่ท่านแม่ทัพเคยทำกับฮูหยิน เขาจะไม่ทำกับท่านหรือ?” เฉียนจินฮ่าวพูดด้วยน้ำเสียงที่เห็นอกเห็นใจระคนสงสารใบหน้าของซินเซียงสลับสีไปมา ทั้งซีดเผือดและเขียวคล้ำด้วยความโมโหอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี“ละ... แล้วข้าควรจะทำอย่างไรดี? คุณชายเฉียน” ซินเซียงรีบถามราวกับว่าเขาเป็นเท
اقرأ المزيد

บทที่ 139

โคมไฟตามทางเดินของจวนแม่ทัพสั่นไหวไปตามแรงลมที่พัดผ่าน ในขณะที่โคมไฟในเรือนจวิ้นเหอดับลง ร่างบอบบางในชุดร่ายรำสวยงามกลับเดินตามทางไปเรื่อย ๆ โดยมีจูเอ๋อร์และชิวเหมยเดินตามหลังไม่ห่างก่อนที่ซินเซียงจะมาหยุดอยู่แถวลานกว้างหน้าห้องหนังสือของอาซือหลัน“อนุซิน” ทหารยามต่างทำความเคารพ เมื่อซินเซียงเดินผ่านมาซินเซียงปรายตามอง ก่อนจะออกคำสั่ง “พวกเจ้าถอยออกไปก่อนเถิด ข้าจะระบำแสงจันทราที่ลานกว้างตรงนี้”ทหารยามต่างอึกอัก เพราะถ้าหากพวกเขาผละออกไปแล้วเกิดเหตุร้ายอันใดขึ้น พวกเขาล้วนหนีความรับผิดชอบไม่พ้น “แต่ว่า...”“ข้าระบำเพียงเค่อเดียวเท่านั้น พวกเจ้าก็เพียงเดินไปมาอยู่แถวนี้ เพียงแต่อย่าหันมามองบริเวณลานกว้างที่ข้าระบำอยู่ก็พอ” ซินเซียงอธิบายอย่างใจเย็น แต่บรรดาทหารยามยังลังเล จนซินเซียงต้องใช้วิธีการข่มขู่“ระบำแสงจันทราเป็นระบำลับที่ช่วยให้ข้ามีรูปโฉมงดงามมากยิ่งขึ้น เจ้าก็รู้ดีว่าท่านแม่ทัพโปรดปรานข้ามากเพียงใด การที่เจ้าขัดใจข้าเช่นนี้ คงจะไม่ใช่เรื่องดีหรอกกระมัง?”ท่านน่ะ
اقرأ المزيد
السابق
1
...
1213141516
...
19
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status