สิ้นเสียงหวานของ ‘ตี๋ลี่เสวี่ย’ ความเงียบก็ปกคลุมทั่วเรือนหอสีแดงอยู่ครู่ใหญ่ เปลวเทียนวูบไหวไปมา ทำให้ได้ยินเพียงเสียงหายใจของพวกเขาสองคน“ที่แท้ เจ้าก็คิดเช่นนี้เองสินะ...” เสียงทุ้มดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ดึงใบหน้าสวยคมเข้มที่ก้มลงต่ำให้เงยขึ้นมาสบตามองเขา เพราะตั้งแต่ที่นางพูดจนจบ ‘ตี๋ลี่เสวี่ย’ ก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตา ไม่สบตาเขาอีกเลยภาพที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งมองเห็นคือใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มที่ส่งยิ้มปลอบประโลมให้นางอย่างเข้าใจ เขาตบมือปลอบนางเบา ๆ ก่อนที่จะเริ่มพูดบ้าง“ข้าเข้าใจความคิดของเจ้าแล้ว... ก่อนอื่นที่ข้าต้องพูดก่อนเลยก็คือเรื่องคำมั่นสัญญาของท่านพ่อ ยามนั้น ข้ายังเป็นเพียงหนุ่มวัยฉกรรจ์คึกคะนองที่ยกทัพไปตีเผ่าคาร์ลุก เพื่อให้ท่านพ่อได้เห็นว่าข้านั้นเติบโตพอที่ท่านจะฝากฝังทุกอย่างไว้กับข้าได้แล้ว”“มาห์มุด หัวหน้าเผ่าคาร์ลุกยินยอมยกมู่หนี่ลา เพื่อขอเจรจาสงบศึก ซึ่งยามนั้น ข้าก็ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องปฏิเสธคำเจรจานั้น และเมื่อข้ากลับมาถึงเมืองหนิงเปียน ท่านพ่อจึงได้บอกข่าวคราวการหมั้นหมายระหว่างข
اقرأ المزيد