All Chapters of ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน: Chapter 561 - Chapter 570

652 Chapters

บทที่ 561

“หัวหน้าเจี่ยน!พวกเรามาแล้วค่ะ!”บรรดาสาว ๆ กอดเจี่ยนจือแน่นพลางกระโดดโลดเต้น จนเจี่ยนจือแทบจะหงายหลังล้มเจี่ยนจือกอดตอบพวกเธอ จนอดหัวเราะออกมาไม่ได้เธอเคยเสียท่าให้แผนแบบนี้มารอบหนึ่งแล้ว คิดเหรอว่าเธอจะยอมเสียท่าอีกเป็นครั้งที่สอง?วิธีที่หลินจื่อเวยใช้ตอนนี้มันก็วิธีเดียวกับที่เจี่ยงซื่อฝานเคยใช้ไม่ใช่หรือไง?ตอนแรกเจี่ยงซื่อฝานก็เลี้ยงข้าวฟางฝู จากนั้นก็ให้ของขวัญเธอ แล้วสุดท้ายก็หลอกล่อเธอให้ก่อเรื่องวุ่นวายด้วยกันหลินจื่อเวยนี่สมกับที่เติบโตมาพร้อมกับเขาจริง ๆ ขนาดวิธีที่ใช้ยังเหมือนกันเลยอีกอย่างตอนแรกเธอเข้ากับสมาชิกคนอื่นในคณะไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่จู่ ๆ เธอก็มาทำดีด้วย แบบนี้มันไม่น่าสงสัยเกินไปหน่อยเหรอ?เพราะแบบนั้น เจี่ยนจือเตรียมแผนรับมือไว้ตั้งแต่แรกแล้วสาว ๆ พวกนี้ก็เข้ามาคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวตั้งแต่แรกแล้วว่า: หัวหน้าเจี่ยนคะ พวกเราจะรอดูว่าเธอคิดจะทำอะไรและด้วยเหตุนี้ จึงเกิดเหตุการณ์ในตอนนี้ขึ้นส่วนหลินจื่อเวยที่คิดว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเธอ หลังจากเธอยืนนิ่งงันไปพักหนึ่ง ก็เริ่มรู้สึกเสียหน้าจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเธอมั่นอกมั่นใจขนาดนั้น ถึงข
Read more

บทที่ 562

“ฉันทำอะไร?ฉันโดนเธอรังแกแต่นายกลับถามคำถามนี้กับฉันเนี่ยนะ? ทำไมไม่ถามบ้างล่ะว่าเธอทำอะไรไว้?” หลินจื่อเวยยิ่งพูดยิ่งโมโหเจี่ยงซื่อฝานแค่นหัวเราะ “หลินจื่อเวย!แฟนฉันทำไมฉันจะไม่รู้?คนอย่างเจี่ยนจือจะไปแกล้งอะไรเธอได้?ถ้าเธอไม่ไปหาเรื่องก่อน เจี่ยนจือจะเริ่มก่อนได้ยังไง?ทำไมเธอไม่พูดไปล่ะว่าตัวเองเป็นควีนเอลิซาเบธกลับชาติมาเกิด?”“นาย......เออ ดี!เจี่ยงซื่อฝาน!นายยังกล้าพูดเต็มปากเต็มคำว่าเธอเป็นแฟนนายนะ!ไอ้ผู้ชายชั่ว นายคิดจะเหยียบเรือสองแคมเหรอ?” หลินจื่อเวยโมโหจนแทบระเบิด“ขอโทษนะ แต่ฉันเหยียบเรือสองแคมตอนไหนไม่ทราบ?”“นาย......” หลินจื่อเวยกัดฟันพูดด้วยความขุ่นเคือง “ครอบครัวพวกเรากำลังคุยเรื่องแต่งงานกันอยู่ไม่ใช่หรือไง?”“ฉันรับปากเหรอว่าจะยอมคุย?ถามฉันหรือยัง?”“เจี่ยงซื่อฝาน!” หลินจื่อเวยตวาดใส่เขา “ฉันสู้ยัยผู้หญิงที่เคยแต่งงานมาแล้วไม่ได้ตรงไหน!?”“เงียบซะ!” เจี่ยงซื่อฝานเริ่มจะคุกรุ่นขึ้นมา “ฉันขอเตือนนะว่าเธอควรจะรู้จักขอบเขตบ้าง!ถ้าเธอกล้าทำอะไรเจี่ยนจือ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!”“เจี่ยงซื่อฝาน!ฉันกำลังแก้แค้นแทนนายนะ!กำลังกอบกู้ศักดิ์ศรีให้นาย นายยังจะมาว่าฉันอีกเหร
Read more

บทที่ 563

เจี่ยนจือพาคณะนาฏศิลป์มาแลกเปลี่ยนกับนักศึกษาเอกศิลปะของมหาวิทยาลัยแห่งนี้อยู่หลายวัน หลังจากแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเสร็จ เจี่ยนจือก็เดินทางไปที่หมู่บ้านบนเกาะกับอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อศึกษาการเต้นรำพื้นเมืองของไอร์แลนด์ช่วงหลายวันมานี้ก็มีรอบแสดงเหมือนกัน แต่เวินถิงเยี่ยนก็ไม่ได้แวะเวียนเข้ามาเลยเขาคงจะเดินทางต่อแล้วสินะ?ไม่รู้ว่าจุดหมายต่อไปของเมิ่งเฉิงซ่งคือที่ไหน และเขาตามรอยไปถึงไหนแล้วหลังจากการแลกเปลี่ยนจบลง เนื่องจากสมาชิกที่เรียนปริญญาตรียังต้องกลับไปเรียนต่อ ดังนั้นคนที่ตามเจี่ยนจือไปที่หมู่บ้านจึงมีเพียงตี๋โยว รวมถึงนักศึกษาและเพื่อน ๆ ที่อาจารย์พามาด้วยสถานที่ที่พวกเธอกำลังจะไปนั้นตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและรายล้อมด้วยทะเล ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่คนทั่วไป อย่างน้อยที่ผ่านมาเจี่ยนจือก็ยังไม่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับที่นี่มาก่อน จึงอดรู้สึกหวั่น ๆ ในใจไม่ได้ตอนที่เธอขึ้นเกาะเป็นช่วงพระอาทิตย์กำลังตกพอดี ทั้งหมู่บ้านอาบไล้ไปด้วยแสงสีส้มอุ่น ๆ บ้านเรือนที่มีผนังเป็นหินแกรนิตสีชมพูทำให้เธอรู้สึกราวกับกำลังเดินเข้าสู่โลกแห่งเทพนิยายหมู่บ้านแห่งนี้มีทางเข้าออกเพียงทางเดี
Read more

บทที่ 564

ในที่สุดผู้คนก็เริ่มทยอยเข้ามาในร้าน ความมืดของราตรีค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาเรื่อย ๆ บาร์แห่งนี้จึงเข้าสู่ช่วงเวลาที่มีเสน่ห์ที่สุดของวันวงดนตรีเริ่มขึ้นมาบรรเลงบนพื้นที่โล่งเล็ก ๆ ตรงกลางบาร์ ทันทีที่หีบเพลงบรรเลงโน้ตแสนสนุกสนาน กีตาร์และเชลโลก็เข้ามารับต่ออย่างรวดเร็ว และเพลงที่บรรเลงเป็นเพลงแรกคือเพลงเต้นรำแบบชาวไอริชเจี่ยนจือไม่เคยเต้นแบบนั้นมาก่อน ตอนแรกเธอจึงทำได้แค่นั่งดูอยู่ข้าง ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปบรรยากาศภายในบาร์ก็เริ่มร้อนแรงจนแทบลุกเป็นไฟเมื่อดนตรีสำหรับเต้นสเต็ปแดนซ์ดังขึ้น เจี่ยนจือก็อดใจไม่ไหวลากตี๋โยวออกมาเต้นด้วยกันทันทีจะเต้นเป็นหรือไม่เป็นก็ช่างเถอะ แค่เต้นตามคนอื่นเขาไปก็พอแล้วนี่เมื่อกราฟความสนุกค่อย ๆ พุ่งสูงขึ้น บรรยากาศภายในร้านก็ยิ่งคึกคักจนร้านแทบจะระเบิดไม่ว่าจะรู้จักกันมาก่อนหรือไม่ ทุกคนต่างหัวเราะและส่งเสียงอย่างสนุกสนาน พากันเบียดเข้าไปจับมือคล้องแขนกันตรงพื้นที่เล็ก ๆ กลางบาร์ ก่อนออกสเต็ปเต้นไปด้วยกันอย่างไม่ค่อยเป็นจังหวะ แต่เต็มไปด้วยความสนุกสุดเหวี่ยงชั่วพริบตาเดียว บรรยากาศทั้งร้านก็เต็มไปด้วยความสุขที่แสนเรียบง่ายและไร้ซึ่งการแบ่งแยกเจ
Read more

บทที่ 565

อาจารย์ของเจี่ยนจืออดถามขึ้นไม่ได้ “เพื่อนเธอเหรอ?”เวินถิงเยี่ยนมองเธอพลางอมยิ้มน้อย ๆ “แค่คนรู้จักกันเฉย ๆ ค่ะ” ถึงตอนนี้เจี่ยนจือจะเมาแต่เธอก็ยังไม่ถึงขั้นขาดสติ ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางหลุดคำว่า “สามีเก่า” ออกมาอยู่แล้วแอนนาคลี่ยิ้มหวาน “ฉันกับเธอเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันค่ะ”เธอที่ว่า แอนนาหมายถึงเจี่ยนจือเจี่ยนจือถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ความกระอักกระอ่วนเมื่อครู่พลันคลี่คลายลง แต่แอนนาจะใจดีและน่ารักเกินไปหน่อยหรือเปล่า?เจี่ยนจืออดคิดในใจไม่ได้ว่า โชคดีที่ตอนหย่ากับเวินถิงเยี่ยนพวกเธอได้ตัดขาดกันเหมือนศัตรูที่ตายขาดกันไปแล้ว ไม่ใช่ภรรยาเก่าที่วนเวียนอยู่ในชีวิตเขา ไม่อย่างนั้นคงรู้สึกผิดต่อความน่ารักและความแสนดีของแอนนาแน่ ๆคำพูดของแอนนาช่วยคลี่คลายคำถาม “เวินถิงเยี่ยนเป็นอะไรกับเจี่ยนจือ” ไปได้ ทุกคนจึงหันมาทำความรู้จักกัน ก่อนจะเริ่มดื่มกันต่ออีกยกตลอดมื้ออาหาร เจี่ยนจือไม่ได้พูดอะไรเท่าไหร่เลย แค่นั่งฟังคนอื่นคุยกันเท่านั้นนั่งฟังอาจารย์กับนักศึกษาชายอีกคนคุยกับเวินถิงเยี่ยนเรื่องดนตรีและการเต้นพื้นเมืองของที่นี่ ระหว่างที่พวกเขาพูดคุยกันอย่างออกรส เธอก็นั่งกินนั่นดื
Read more

บทที่ 566

เธอหยิบขนมปังดำขึ้นมาหนึ่งแผ่น จุ่มลงในน้ำซุปจากเนื้อตุ๋น แล้วกัดไปคำหนึ่งมันยังแข็งเหมือนเดิม เคี้ยวหนึบมาก ส่วนที่ไม่ได้จุ่มน้ำซุปนั้นแข็งจนแทบจะทิ่มเนื้อในช่องปากของเธอให้เจ็บเธอลองจินตนาการถึงตอนที่เมิ่งเฉิงซ่งกินขนมปังดำแบบนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์เหล้าหรือเปล่า ทั้งที่สมองมึนงง แต่ภาพของคนคนนี้กลับค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในหัวเธอเริ่มนึกถึงเขาขึ้นมา รู้สึกว่าไม่ว่าเขาจะกินอะไรก็ดูเหมือนจะกินอย่างเอร็ดอร่อยมีความสุขไปหมดเหมือนจะมีอยู่ครั้งหนึ่งใช่ไหมนะ?วันนั้นเธอซ้อมจนดึกเกินไป ตอนที่ไปกินข้าวที่โรงอาหาร อาหารก็แทบจะหมดเกลี้ยงทุกถาดแล้ว ตรงช่องตักอาหารเหลือเพียงเขาคนเดียวที่กำลังตักข้าวอยู่ปกติเธอแทบไม่ได้สังเกตเขา พอมองดูดี ๆ ในตอนนั้นถึงเพิ่งพบว่าเขากินเยอะจริง ๆ กะละมังข้าวของเขาใหญ่กว่ากล่องข้าวของเธอถึงสองเท่า ข้างในอัดแน่นไปด้วยข้าวสวยส่วนตรงช่องอาหารมีเพียงเศษกับข้าวเหลืออยู่สองถาด พอตักกะหล่ำปลีได้หนึ่งทัพพี กับหมูผัดอีกหนึ่งทัพพี เขาจึงตั้งใจจะตักให้หมดแต่พอเธอมา เขากลับตักกะหล่ำปลีเพียงครึ่งทัพพี แล้วก็เตรียมจะเดินออกไปเธอเดาว่าเขาคงตั้งใจเหลือหมูกับกะหล่ำปล
Read more

บทที่ 567

อ้อ ใช่แล้ว เมิ่งเฉิงซ่งชอบใส่เสื้อผ้าหลวม ๆโดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิกับฤดูใบไม้ร่วง เขามักจะมีเสื้อไหมพรมถักหยาบตัวหลวมอยู่หลายตัว...เธอหรี่ตาลง ในความพร่าเลือนจากฤทธิ์เหล้า คนที่กำลังพูดอยู่ตรงข้ามดูคล้ายเมิ่งเฉิงซ่งเสียเหลือเกิน“เมิ่งเฉิงซ่ง” เธอเมามายจนมึนงง จู่ ๆ ก็เอ่ยขัดคำพูดของอีกฝ่าย “หลังจากนั้นนายได้จับตั๊กแตนมากินไหม?”เสียงพูดหยุดลงคนตรงข้ามชะงักไปครู่หนึ่ง “เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ?”“เมิ่งเฉิง...” เจี่ยนจือขยี้ตา อ้าว ที่แท้ก็เวินถิงเยี่ยนนี่เอง...เธอโบกมือ “ขอโทษ มองผิดคน”“เธอเมาแล้ว” เวินถิงเยี่ยนเอ่ยยิ้ม ๆเจี่ยนจือพยักหน้า ใช่สิ ไม่งั้นจะจำคนผิดได้ยังไงจู่ ๆ ก็รู้สึกหมดอารมณ์ขึ้นมาเล็กน้อยเธอใช้มือยันหน้าผาก “ดื่มเยอะไปแล้ว วันนี้พักผ่อนเร็วหน่อยเถอะ”เธอลุกขึ้น ก่อนจะพาดแขนกับตี๋โยว “ไป เรากลับห้องกันเถอะ”“ได้เลยหัวหน้าทีม” ตี๋โยวคอแข็งกว่าเธอ เบียร์เพียงแค่จุดอารมณ์ของตี๋โยวให้คึกคักขึ้น แต่ตัวเธอยังมีสติอยู่มากตี๋โยวยังหันกลับไปเอ่ยกับแอนนาว่า “บ๊ายบาย” จากนั้นก็ประคองเจี่ยนจือกลับห้องไปเวินถิงเยี่ยนกับแอนนาแทบจะเอ่ยขึ้นพร้อมกันว่า “บ๊ายบาย”เ
Read more

บทที่ 568

พอหลับไปคราวนี้ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นพอตื่นขึ้นมาในเช้าวันถัดไป เธอก็สร่างเมาแล้ว พอนึกถึงความฝันเมื่อคืนอีกครั้ง ก็รู้สึกว่าน่าจะเป็นเพราะตอนดื่มเหล้าเธอนึกถึงเรื่องสมัยมัธยมปลาย ถึงได้เก็บเอาไปฝันวันนี้เธอต้องไปเยี่ยมบ้านของนักเต้นพื้นเมืองสูงวัยบนเกาะพร้อมกับอาจารย์ที่ปรึกษาเดิมทีตกลงกันไว้ว่าจะให้เจ้าของบ้านพักที่พวกเธอพักอยู่พาไป แต่เจ้าของบ้านมีธุระด่วนต้องออกจากเกาะ เลยฝากบ้านข้าง ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็คือพี่ชายของเขา ให้เป็นคนพาพวกเธอไปแทนดังนั้น เจี่ยนจือกับคนอื่น ๆ จึงมาที่บ้านข้าง ๆ เพื่อหาพี่ชายของเจ้าของบ้านจู่ ๆ เจี่ยนจือก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานมีพูดถึงว่า ตอนนั้นเมิ่งเฉิงซ่งเคยพักที่บ้านหลังนี้ จึงมองโฮมสเตย์แห่งนี้ให้มากขึ้นอีกหน่อยเธอพบว่าโฮมสเตย์แห่งนี้เปิดมานานกว่า น่าจะเป็นโฮมสเตย์แห่งแรก ๆ ของหมู่บ้านนี้วิธีที่โฮมสเตย์แห่งนี้ใช้แสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่และเป็นที่ยอมรับ ก็คือมีตู้ใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยสมุดข้อความจากแขกนี่ก็ถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของที่นี่เช่นกัน…สะอาดมาก แต่ทุกมุมล้วนอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกาลเวลาเจี่ยนจือยืนอยู่หน้าตู้ พลางคิดในใจว่าจะมีสักห
Read more

บทที่ 569

ในตอนนั้นเอง เวินถิงเยี่ยนก็มองเข้าไปในดวงตาของเธออยู่เนิ่นนานโดยไม่ได้ตอบอะไรเจี่ยนจือพยักหน้า “ดูท่านายก็คงไม่รู้เหมือนกัน”“ไม่ ฉันรู้” เวินถิงเยี่ยนรีบพูดเจี่ยนจือจึงรอฟังเขาพูดต่อ“ฉันรู้ว่าเขาไม่มีแฟน” เวินถิงเยี่ยนก้มหน้าหัวเราะเบา ๆ พอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง รอยยิ้มบนใบหน้ากลับดูมีนัยยะแปลก ๆ “แต่เด็กสาวที่เต้นรำคนนั้นเป็นใคร ฉันไม่รู้”เจี่ยนจือขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่นาน นึกถึงคนที่ขับรถพุ่งทะยานมาตามแนวชายฝั่งในความฝันเมื่อคืน ถึงตอนนี้จะตื่นจากฝันแล้ว แต่ราวกับยังสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตอันเปี่ยมล้นและเป็นอิสระของเขา“เป็นอะไรไป?” เวินถิงเยี่ยนรู้สึกว่าสีหน้าของเธอดูแปลก ๆเจี่ยนจือถอนหายใจ “ไม่รู้จะพูดยังไง บางครั้งคนเราก็ขัดแย้งในตัวเองจริง ๆ เขาเป็นคนดีขนาดนั้น พอคิดว่าเขาต้องใช้ชีวิตอย่างเดียวดายจนถึงวาระสุดท้ายโดยไม่เคยมีใครรัก ก็รู้สึกน่าเสียดาย แต่พอคิดอีกมุม เขาดีขนาดนั้น ถ้าเคยมีผู้หญิงคนหนึ่งรักเขาจริง ๆ ตอนที่ผู้หญิงคนนั้นสูญเสียเขาไป เธอจะเสียใจแค่ไหน ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะเยียวยาตัวเองได้ เพราะงั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเคยมีแฟนหรือไม่เคยมีจะดีกว่ากัน”“เธอ
Read more

บทที่ 570

“แอนนา ช่วงนี้ฉันมักจะแยกไม่ออกว่าตัวเองอยู่ในความฝันหรืออยู่ในความเป็นจริงกันแน่” เขาถอนหายใจ “ก่อนหน้านี้เจี่ยนจือถามฉันว่าทำไมจู่ ๆ ถึงอยากเดินตามรอยของอาซ่งสักครั้ง”“นายก็ยังไม่ได้บอกฉันเลยว่าทำไม?” แอนนาคิดว่าเขาจะพูดแต่เขากลับไม่พูดเขาเพียงยิ้ม แล้วทอดสายตามองไปยังที่ไกลแสนไกล ราวกับว่าบนถนนที่ทอดเลียบแนวชายฝั่งเส้นนั้นจะมีรถออฟโรดคันหนึ่งพุ่งทะยานมาอยู่จริง ๆเจี่ยนจืออยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้เป็นเวลา 6 วันงานของเธอในแต่ละวันก็คือไปเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุในหมู่บ้าน ฟังพวกเขาเล่าเรื่องราว เล่าถึงการสืบทอดและรายละเอียดของการเต้นรำ เรียนรู้ตามจังหวะฝีเท้าของพวกเขา และเต้นในแบบของตัวเองให้พวกเขาดูด้วยเหมือนกับข้อความที่เมิ่งเฉิงซ่งเคยเขียนไว้ไม่มีผิด ที่นี่สามารถทำให้คนลืมโลกภายนอกได้แต่เธอกับอาจารย์ที่ปรึกษาคงอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ตลอดไปไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องเดินทางไปยังจุดหมายต่อไปหลังจากเข้าร่วมเซสชันซึ่งจัดขึ้นสัปดาห์ละครั้ง และได้ผูกมิตรกับนักเต้นระดับแนวหน้าหลายคนแล้ว ก็ถึงเวลาออกเดินทางอีกครั้งคืนสุดท้ายในหมู่บ้านแห่งนี้ เจี่ยนจือเต้นรำกับเพื่อน ๆ จนดึกมาก จากนั้นจึงก
Read more
PREV
1
...
5556575859
...
66
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status