บททั้งหมดของ ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน: บทที่ 571 - บทที่ 580

652

บทที่ 571

ระยะเวลาที่เจี่ยนจือติดตามอาจารย์ที่ปรึกษาทำวิจัยภาคสนามคือหนึ่งเดือนในสัปดาห์สุดท้าย พวกเขาเผื่อเวลาไว้สองวันที่ดับลินอาจารย์ที่ปรึกษาบอกว่ามีเทศกาลดั้งเดิมอยู่เทศกาลหนึ่ง จะได้สัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างออกไปครั้งนี้ก็ยังพักโฮมสเตย์เหมือนเดิม เจ้าของโฮมสเตย์เป็นเพื่อนเก่าของอาจารย์ที่ปรึกษา ทุกครั้งที่อาจารย์มาทางนี้ก็มักจะพักที่นี่ วันที่พวกเขาเพิ่งมาถึงไอร์แลนด์วันแรกก็พักที่นี่เช่นกันเจ้าของบ้านบอกว่าในวันเทศกาล เด็ก ๆ จะแต่งหน้าแล้วเดินไปตามบ้านทีละหลังเพื่อเต้นรำพอเจี่ยนจือได้ฟังก็รู้สึกว่าน่าสนุกมากอาจารย์ที่ปรึกษายิ้มแล้วบอกว่า งั้นให้เจี่ยนจือกับตี๋โยวเข้าร่วมด้วยกันเลย“พวกเราไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ” เจี่ยนจือพูดอย่างเขิน ๆเจ้าของบ้านกับอาจารย์ที่ปรึกษาต่างหัวเราะแล้วเอ่ยว่า “ในสายตาพวกเรา พวกเธอก็ยังเป็นเด็กอยู่ดี”เจี่ยนจือกับตี๋โยวต่างหัวเราะออกมาดังลั่น“เงินที่ได้จากการเต้นระดมทุนทั้งหมดจะเอาไปทำการกุศล” อาจารย์ที่ปรึกษาพูดเสริมอีกถ้าอย่างนั้นก็...ไปกันเลย!ดังนั้น ในวันเทศกาล เจี่ยนจือกับตี๋โยวจึงแต่งตัวกันเต็มที่ ตามเด็ก ๆ ในท้องถิ่นไปเรียนท่าเต้น เรียนไปเ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 572

หลังจากเจี่ยนจือเต้นที่บ้านหลังนี้เสร็จ ก็ออกเดินทางไปบ้านถัดไปพร้อมกับตี๋โยวและเด็ก ๆ ส่วนเวินถิงเยี่ยนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโออีกครั้งตี๋โยวถามด้วยความสงสัย “หัวหน้าทีมเจี่ยน ทำไมฉันรู้สึกว่าคุณชายขนมปังคนนั้นดูสนิทกับเธอมากกว่าอีกนะ?”คุณชายขนมปัง...“เขาเป็นอดีตสามีฉัน” เจี่ยนจือตอบอย่างตรงไปตรงมา“หา?” หลังจากตกใจ ตี๋โยวก็เข้าสู่ความสับสนทันที “งั้นก่อนหน้านี้ฉันยังไปคุยกับเขาอีก? ฉันควรอยู่ฝ่ายไหนดีเนี่ย หัวหน้าmu,เจี่ยน? ฉันควรเกลียดเขาหรือเกลียดเขาดี?”เจี่ยนจือถูกตี๋โยวทำเอาหัวเราะ “ไม่เป็นไรหรอก เป็นอดีตไปแล้ว จะยังไงก็ไม่เกี่ยวกับฉันแล้ว”“ไม่ได้ ต่อไปฉันจะไม่สนใจเขาแล้ว” ตี๋โยวยังมีความรู้สึกเป็นพวกเดียวกันอยู่เต็มเปี่ยม “หัวหน้าทีมเจี่ยนของพวกเราดีขนาดนี้ยังหย่ากันได้ งั้นเขาต้องไม่ใช่คนดีแน่”เจี่ยนจือส่ายหน้ายิ้ม “พอแล้ว ถึงตาพวกเราเต้นแล้ว!”เสียงดนตรีและเสียงร้องของเด็ก ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงเพลงอันสนุกสนาน แค่สองเท้าก็ขยับแทบไม่ทันแล้ว ใครจะยังจำเรื่องบุญคุณความแค้นพวกนั้นได้อีก?มันปลิวหายไปกับสายลมนานแล้วช่วงบ่าย เจี่ยนจือจึงไปเดินตลาดคริส
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 573

“งั้นฉันไปก่อนนะ ขอให้พวกเธอเที่ยวกันให้สนุก” เวินถิงเยี่ยนยังคงมีรอยยิ้มเต็มใบหน้าอยู่ตลอดตี๋โยวรู้สึกไม่ค่อยพอใจ “หัวหน้าทีมเจี่ยน เขาดูเหมือนจะยิ้มมีความสุขมากเลยนะ”เจี่ยนจือหันกลับไปมอง ท่ามกลางแสงไฟของตลาดเทศกาล เขาก็หันกลับมาพอดี แล้วส่งยิ้มบาง ๆ ให้เธอเธอเพิ่งจะสังเกตจริง ๆ ว่าช่วงนี้เขายิ้มบ่อยมากอันที่จริง เวลาที่เขายิ้มก็ดูดีมากเลยทีเดียวสมัยมัธยมปลายที่เธอชอบเขา บุคลิกเย็นชาและห่างเหินรอบตัวเขาก็ดึงดูดคนอยู่แล้ว แต่เวลาเขาเผลอยิ้มขึ้นมาบ้าง ก็เหมือนแสงแดดในฤดูหนาว ถึงแม้จะยังคงเย็นใส แต่กลับเจิดจ้าจนละสายตาไม่ได้เพียงแต่ว่าตลอดห้าปีที่เธอแต่งงานกับเขา เขาแทบไม่เคยยิ้มเลยบางที เธอคงไม่ใช่คนที่ทำให้เขายิ้มได้ละมั้งจริง ๆ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ในเมื่อพวกเขากลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันไปแล้ว เขาจะได้พบคนที่ทำให้เขายิ้มได้สดใสขนาดนี้ ก็ถือว่า...โคตรจะดวงดีเลยนะ!ผู้ชายเฮงซวยนี่มักจะโชคดีเป็นบ้า!สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมจริง ๆ!เวินถิงเยี่ยนเจอเป็ดปักกิ่งม้วน ก็เอ่ยกับแอนนาอย่างตื่นเต้น “ลองไหม? เธอบอกว่าไม่เคยไปกินเป็ดปักกิ่งที่เมืองจีนไม่ใช่เหรอ? ฉันจะลองดูว่ารสชาติเหม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 574

หลายวันที่อยู่ไอร์แลนด์ทำให้เธอพลาดคริสต์มาสที่ลอนดอนไป แต่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงวันหยุด เธอจึงสามารถกลับไปฉลองปีใหม่กับคนในครอบครัวได้เพราะงั้น ที่เธอมาที่นี่ก็เพื่อตั้งใจจะเก็บของนิดหน่อยแล้วกลับบ้านหลังจากเตรียมของขวัญสำหรับคนในครอบครัวเรียบร้อย เธอก็เรียกอัลเลนให้กลับบ้านไปด้วยกันบนรถ เธอยื่นของขวัญสามชิ้นให้อัลเลน “สวัสดีปีใหม่นะ ของพวกนายคนละชิ้น ฝากนายเอาไปให้พวกเขาด้วย”“เอ่อ...” อัลเลนรู้สึกเกรงใจเล็กน้อย“ไม่เป็นไร ช่วงนี้พวกนายก็เหนื่อยมามากแล้ว” เจี่ยนจือวางของขวัญไว้บนเบาะข้างคนขับ“ขอบคุณครับคุณหนู” อัลเลนเอ่ยเจี่ยนจือยิ้ม “ไม่เป็นไร”หลังจากอัลเลนไปส่งเจี่ยนจือถึงบ้านคุณอาแล้วก็กลับไป พอเจี่ยนจือเข้าบ้าน คุณย่าก็เดินเข้ามามองสำรวจเธอทันที จากนั้นก็พูดซ้ำ ๆ ว่า “ผอมมาก ผอมสุด ๆ”ในสายตาของผู้สูงอายุ สรุปแล้วต้องอ้วนขนาดไหนกัน พวกเขาถึงจะไม่พูดว่าคำว่าผอม?เจี่ยนจือได้แต่จนใจ เธอกอดแขนคุณย่าพลางออดอ้อน “ทริปนี้หนูเอาแต่กินเนื้อ น้ำหนักขึ้นตั้งห้ากิโล ถ้าอ้วนกว่านี้อีก หนูจะเต้นไม่ไหวแล้วนะ”คุณย่าบีบแก้มเธอเบา ๆ พลางมองค้อน “ไม่เห็นจะดูอ้วนขึ้นตรงไหน”คุณป้าก็
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 575

เจี่ยนจือรู้ดีว่า ในใจของพี่ชายเธอกากบาทสีแดงชื่อเวินถิงเยี่ยนเอาไว้แล้วแต่เจี่ยนหลานก็ยังไม่ถึงขั้นพูดออกมาตรง ๆ ต่อหน้าน้องสาว เขาเพียงทำเหมือนไม่ได้ยิน แล้วเอ่ยว่า “กินข้าวได้แล้ว คุณยายกับแม่ฉันพูดถึงมื้อนี้มาหลายวัน เมนูก็แก้แล้วแก้อีก ทุกอย่างเลือกตามที่เธอชอบหมด”ยิ่งทำให้เขาที่เป็นลูกชายแท้ ๆ ดูเหมือนเก็บมาเลี้ยงเข้าไปใหญ่เจี่ยนจือยิ้มจนหุบไม่ลงตอนที่เพิ่งรู้จักพี่ชาย แม้พี่ชายจะดีกับเธอมาก ๆ แต่จริง ๆ แล้วเธอก็ยังแอบกลัวเขาอยู่บ้าง เพราะรัศมีรอบตัวเขาแข็งแกร่งเกินไป แต่เวลาอยู่บ้าน โดยเฉพาะตอนอยู่ต่อหน้าคุณป้า พี่ชายกลับขี้เล่นขึ้นมากจริง ๆทุกคนในครอบครัวกินอาหารมื้อใหญ่อันแสนอุดมสมบูรณ์ด้วยกันเมื่อวานยังเป็นเนื้อตุ๋นกับไส้กรอกอยู่เลย พอจู่ ๆ กลับมาเป็นอาหารจีนที่ประณีต ก็ให้อรรถรสไปอีกแบบหลังจากกินข้าวเสร็จ เจี่ยนจือนั่งคุยกับคนในครอบครัว เล่าเรื่องที่พบเจอในไอร์แลนด์อยู่พักใหญ่ แล้วยังเต้นรำพื้นเมืองที่เพิ่งเรียนมาให้พวกเขาดูด้วย ไม่ต้องพูดเลยว่าทุกคนในบ้านมีความสุขกันแค่ไหนหลังจากเจี่ยนจือกลับเข้าห้องของตัวเอง การเดินทางตลอดหนึ่งเดือนนี้ถึงถือว่าสิ้นสุดลงอย่า
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 576

ถ้าเปลี่ยนเป็นผู้หญิงคนอื่นที่ชี้ไปยังอาหารในจานพร้อมบอกเธอว่า นี่คืออาหารที่เวินถิงเยี่ยนทำ เธอคงรู้สึกว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังอวด แต่พอเป็นแอนนาทำแบบนี้ เธอกลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลยจริง ๆ“ฝีมือทำอาหารของเวินก็ใช้ได้นะ” แอนนาเอ่ย “เขาทำเค้กอร่อยมาก”เจี่ยนจือยิ้มบาง “ฉันรู้ว่าเขาทำเค้กอร่อย ร้านบ้านคุกกี้ของเขาก็เปิดเพื่อเธอไม่ใช่เหรอ?”เจี่ยนจือสาบานได้ว่าตอนพูดประโยคนี้ เธอไม่ได้รู้สึกหึงหวงเลยสักนิด เพียงแค่รู้สึกทอดถอนใจและสะท้อนใจเท่านั้นคิดไม่ถึงว่าแอนนากลับเอ่ยว่า “เพื่อฉันเนี่ยนะ? ไม่หรอก ฉันไม่ชอบอะไรแบบนั้น”“งั้นเหรอ?” เจี่ยนจือชะงักไปเล็กน้อยแอนนายิ้มแล้วเอ่ยว่า “ฉันยังเคยหัวเราะเขาเลยว่าไร้เดียงสา”จู่ ๆ เจี่ยนจือก็นึกขึ้นได้ว่าวันนั้นตอนเวินถิงเยี่ยนเล่าให้เธอฟังว่าทำไมร้านเค้กถึงออกแบบเป็นรูปทรงบ้านคุกกี้โดยพูดเป็นภาษาจีนตอนนั้นแอนนาฟังไม่เข้าใจเหรอ?แอนนาที่อยู่อีกฝั่งยิ้มแล้วเอ่ยว่า “เขามาแล้ว”เวินถิงเยี่ยนเหรอ?เพียงชั่วพริบตา เวินถิงเยี่ยนก็ปรากฏตัวในกล้อง เขายิ้มอยู่ทางนั้น “เจี่ยนจือกลับมาแล้วเหรอ? เดินทางราบรื่นดีไหม?”“ก็โอเคนะ” เจี่ยนจือมองเวินถิงเย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 577

เจี่ยนจือเจอเวินถิงเยี่ยนกับแอนนาที่โรงพยาบาลตอนนั้นเป็นตอนเช้าแล้ว ครั้งนี้อาการของคุณย่าไม่ได้รุนแรงมาก ตอนกลางคืนหลังจากให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลและสังเกตอาการอยู่หลายชั่วโมง อาการก็ค่อนข้างคงที่ เช้าวันรุ่งขึ้นจึงเตรียมกลับบ้านไปพักผ่อนดังนั้น พวกเธอจึงเจอเวินถิงเยี่ยนกับแอนนาที่เพิ่งลงจากรถที่ลานจอดรถ รถสองคันจอดอยู่ติดกัน จะไม่เห็นกันก็ยากเวินถิงเยี่ยนกับแอนนาต่างสวมหมวกหนา ๆ กับหน้ากากอนามัย และห่อตัวด้วยเสื้อขนเป็ดยาวเจี่ยนจือลองนึกดู เหมือนนี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเวินถิงเยี่ยนใส่เสื้อขนเป็ดปกติเขาแต่งตัวเรียบร้อยเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว ปกติเขารังเกียจเสื้อขนเป็ดว่าดูเทอะทะและไม่เป็นทางการไม่ใช่เหรอ?เพราะหลีกเลี่ยงกันไม่ได้ เวินถิงเยี่ยนจึงทักทายพวกเขา เรียกคุณย่า คุณป้า และพี่ชายแน่นอนว่าสุดท้ายก็เรียกเจี่ยนจือด้วยจากนั้นจึงถามว่าใครไม่สบาย“ไม่มีอะไรหรอก” เจี่ยนหลานรีบให้คุณย่าขึ้นรถเพราะข้างนอกอากาศหนาว จากนั้นจึงเอ่ยกับเวินถิงเยี่ยนว่า “ขอบคุณคุณเวินที่เป็นห่วง พวกเรามีผู้สูงอายุอยู่ด้วย ขอตัวกลับก่อนนะครับ”น้ำเสียงเขาดูสุภาพมาก แต่เพราะความสุภาพมากนี่เอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 578

ช่วงปีใหม่ คณะร้องรำและวงดนตรีหลายแห่งต่างก็มีการแสดงต้อนรับปีใหม่แต่คณะเต้นของเจี่ยนจือไม่ได้จัดการแสดงคุณป้าบอกว่าให้คนในครอบครัวไปดูคอนเสิร์ตหรือละครเต้นรำด้วยกันสักเรื่อง ให้เจี่ยนจือได้เป็นผู้ชมบ้าง อย่าเอาแต่เป็นคนขึ้นแสดงตลอดเจี่ยนจือจึงค้นหาบัตรการแสดงทางอินเทอร์เน็ต ปรากฏว่ากลับเจอการแสดงเรื่องหนึ่งเข้า: หงส์เหินคู่เป็นการแสดงของคณะนาฏศิลป์จีนพอเห็นภาพประชาสัมพันธ์ เธอก็รู้สึกคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก พอเลื่อนลงไปดูต่อ ดี ผู้ออกแบบท่าเต้น: หลินจื่อเวยในเวลาเดียวกัน โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น ตี๋โยวโทรมา“หัวหน้าทีม เธอเห็นโฆษณาการแสดงปีใหม่หรือยัง? มีเรื่องหนึ่งชื่อว่า《หงส์เหินคู่》 โฆษณากันเต็มไปหมดเลย ทำไมฉันรู้สึกว่าการเต้นชุดนี้...” ความหมายที่ตี๋โยวต้องการสื่อนั้นชัดเจนเสียยิ่งกว่าชัด“ซื้อตั๋วไปดูกัน” เจี่ยนจือเอ่ยไม่ใช่ว่าเธอกังขาในนิสัยใจคอของหลินจื่อเวย แต่คนคนนี้ไม่มีคุณธรรมอะไรเลยจริง ๆเธอไปไอร์แลนด์หนึ่งเดือน ส่วนหลินจื่อเวยออกจากคณะเต้นไปก่อนที่เธอจะเดินทางไปไอร์แลนด์เพียงครึ่งเดือนกว่า ๆ การจะสร้างละครเต้นรำขึ้นมาหนึ่งเรื่อง ตั้งแต่ออกแบบท่า ซ้อมการแสดง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 579

นี่มันคำพูดปลิ้นปล้อนอะไรกัน?จากนั้นข่าวลือต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ตก็เริ่มถาโถมเข้ามาราวกับกระแสน้ำในบรรดาข่าวลือทั้งหมด เรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือ《เสียงกวางกังวาน》เป็นผลงานที่เจี่ยงซื่อฝานกับหลินจื่อเวยร่วมกันสร้างขึ้น เจี่ยนจือใช้ทุกวิถีทางเนรคุณคนที่เคยช่วยเหลือ โดยอ้างว่าต้องรักษาขาเพื่อขอให้เจี่ยงซื่อฝานช่วย เจี่ยงซื่อฝานเห็นแก่ที่เคยอยู่คณะเดียวกัน จึงช่วยหาแพทย์ให้เจี่ยนจือ ถึงขั้นอยู่เป็นเพื่อนเธอตอนทำกายภาพฟื้นฟู แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของเจี่ยนจือกลับเป็นการล่อลวงเจี่ยงซื่อฝาน เจี่ยงซื่อฝานไม่ได้หลงกล ทว่าการเต้น《เสียงกวางกังวาน》ที่เขากับหลินจื่อเวยร่วมกันออกแบบและยังไม่ทันได้ขึ้นแสดง กลับถูกเจี่ยนจือขโมยไปเสียก่อนจากนั้นยังมีนักเรียนหลายคนที่เคยเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับเจี่ยนจือและเจี่ยงซื่อฝานในอังกฤษออกมาโพสต์รูป ซึ่งทั้งหมดเป็นภาพเจี่ยงซื่อฝานกำลังซ้อม《เสียงกวางกังวาน》เพื่อใช้เป็นหลักฐานว่าการเต้นชุดนี้เป็นของเจี่ยงซื่อฝานและในการแสดง《เสียงกวางกังวาน》อย่างเป็นทางการอีกหลายครั้งในเวลาต่อมา นักแสดงนำก็ไม่ใช่เจี่ยงซื่อฝานจริง ๆเรื่องนี้ยิ่งกลายเป็นหลักฐานสนับสนุน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 580

เรื่องที่หลินจื่อเวยก่อขึ้นมานั้นเกี่ยวข้องกับเจี่ยงซื่อฝานโดยตรงหรือไม่ เธอไม่รู้ แต่ท่าเต้นในช่วงที่เกี่ยวกับฟีนิกซ์ มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวว่าจะรั่วไหลออกไปจากฝั่งเจี่ยงซื่อฝานเธออยากฟังว่าเจี่ยงซื่อฝานต้องการจะพูดอะไรกันแน่“รุ่นพี่ ผมเห็นหมดแล้ว” เขาเอ่ย“อืม” เจี่ยนจือไม่ได้แสดงท่าทีอะไรเจี่ยงซื่อฝานเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “เรื่องนี้เป็นความผิดของผม ผมดูแลเวยเวยไม่ดีเอง”เจี่ยนจือรอฟังเขาพูดต่อเธอพบว่าบรรดาแฟนเก่าของเธอต่างก็ชอบมาขอโทษเธอแทนผู้หญิงอีกคน นี่เธอตกเข้าไปอยู่ในรังประหลาดอะไรกัน?“รุ่นพี่เจี่ยน” เสียงของเขาในสายต่ำและเชื่องช้าราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง “ถ้าจะพลิกกระแสสังคมมันก็ง่ายอยู่นะ”“อืม นายว่ามาสิว่ามันง่ายยังไง” เจี่ยนจือได้ยินน้ำเสียงของเขาแล้วก็รู้สึกว่าเรื่องนี้คงไม่ได้ง่ายอย่างที่พูดแน่“ตอนนี้ผมอยู่ลอนดอน ออกมาเจอกันหน่อยได้ไหม? เรามาคุยกันต่อหน้าเถอะ”“ไม่ล่ะ มีอะไรก็พูดในโทรศัพท์เถอะ” ในเมื่อเลิกกันแล้ว เจี่ยนจือก็จะไม่ไปเจอเขาอีก“แค่เจอกันสักครั้งก็ไม่ได้เหรอ?”เจี่ยนจือรู้สึกคุ้นหูกับประโยคนี้มาก เหมือนใครบางคนก็เคยพู
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
5657585960
...
66
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status