ณ จวนหย่งอ๋องแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า ทว่าบรรยากาศภายในจวนอ๋องหย่งกลับอึมครึมหนาวเหน็บ ทอดกายพิงเก้าอี้หน้าคันฉ่องทองเหลืองอย่างเงียบงัน ขอบตาที่หม่นคล้ำฟ้องว่านางผ่านราตรีวิวาห์เพียงลำพังด้วยหัวใจที่แหลกสลาย มือเรียวสั่นเทาขณะกำหวีไม้กฤษณาแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว นางคือชายารองที่ถูกทอดทิ้งในคืนมงคล ขณะที่สวามีผู้ที่ที่นางเฝ้าถวิลหา กลับไปเริงร่านอนดมกลิ่นแป้งราคาถูกจากสนมหลิน นางโลมที่เขาไถ่ตัวมาไว้ในเรือนหลัง เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้น พร้อมกลิ่นสุราคละคลุ้งและกลิ่นหอมฉุนกึกของเครื่องประทินผิวราคาต่ำลอยมาปะทะจมูก เยล่วี่เฉิง ก้าวเข้ามาในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ชุดมงคลสีชาดยับย่น ใบหน้าของเขาดูหงุดหงิดระคนอ่อนเพลีย“ท่านอ๋อง... ทรงกลับมาแล้วรึเพคะ” มู่หรงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ทว่าหยาดน้ำตากลับหยดลงบนหลังมือ“หยุดบีบน้ำตาให้น่ารำคาญใจเสียทีเถิด” เยล่วี่เฉิงตวาดพลางกระแทกกายลงนั่ง “หากมิใช่เพราะเจ้า...ไร้ความสามารถ ปล่อยให้นังนั่นหอบสมบัติหนีไป ข้าถึงต้องอับอายขายหน้าจนต้องไปดื่มสุราดับทุกข์เช่นนี้”มู่หรงเซียนสูดลมหายใจเข้าลึก ข่มความเจ็บช้ำไว้ในอก แล้วเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอ่อนหวานที่อ
続きを読む