เข้าสู่ระบบ“ฉันจะกลับแล้ว”
“เจ้าค่ะ” แพงทำเสียงอ่อย ซึ่งดอกแก้วก็แอบฟังอยู่ที่ประตูห้อง หล่อนอมยิ้มอย่างขบขัน ในขณะที่เกื้อเดินหน้าบึ้งกลับเรือนไป
“เป็นกระไรรึ เหตุใดถึงได้เดินหน้าบึ้งตึงกลับมาเช่นนี้”
“เปล่าขอรับคุณแม่”
“ไปกินข้าวบ้านโน้นมาเป็นอย่างไรบ้าง” อุ่นเอ่ยถามลูกชายพลางยิ้มกว้าง
“ผมขอตัวก่อนนะขอรับคุณแม่ มีงานต้องทำน่ะขอรับ” เกื้อไม่ตอบมารดา ทำให้อุ่นถึงกับอ้าปากค้าง
“ลูกเราเป็นกระไรคะคุณพี่ ดูอารมณ์ไม่ดี”
“จะกระไรเสียอีกล่ะ ก็หลานสาวของแม่อินเขาไม่ชอบลูกเรา น้องก็ยังจะบังคับให้ลูกชายของเราไปออกเรือนด้วย นี่ถ้าเป็นแม่สายบัวก็ได้ออกเรือนกันไปแล้ว” ศักดิ์สนับสนุนหลานสาวของตัวเองเพราะของกำนัลมากมายที่ฝ่ายโน้นส่งมาให้ซื้อใจคนได้ไม่มากก็น้อย
“แต่น้องเคยสัญญากับแม่อินเอาไว้แล้ว พี่ศักดิ์เองก็ชอบแม่ดอกแก้วมิใช่หรือคะ”
“เมื่อก่อนน่ะใช่ แต่เล่นตัวเหลือเกิน ลูกเราอายุสามสิบกว่าแล้วหนาแม่อุ่น จะให้รอไปถึงไหนกัน” ศักดิ์พูดแล้วเดินหนีภรรยาไปอีกคน นั่นทำให้อุ่นหนักใจยิ่งนัก
กลับมาในเย็นนั้นเพียรกับอินก็ได้รู้เรื่องราวทั้งหมด ฟังดูแล้วก็หนักใจค่อนข้างมากเมื่อเห็นว่าเกื้อทำเช่นนั้น
“หลานเสียใจมากเจ้าค่ะคุณอา ดูสิเจ้าคะ หลานสู้อุตส่าห์ทำอาหารเลิศรส แต่พี่เกื้อกลับพูดจาทำร้ายจิตใจหลานถึงเพียงนี้ ต่อไปหลานทำกระไรไม่ถูกใจคงตำหนิให้อับอายบ่าวไพร่ในเรือน หลานจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะเจ้าคะ” ดอกแก้วแกล้งร้องไห้สะอึกสะอื้น พลางเอ่ยฟ้องคุณอาทั้งสอง
“จริงด้วยเจ้าค่ะ บ่าวเป็นพยานได้” แพงรีบเอ่ยสนับสนุน
“ความจริงพ่อเกื้อมิใช่คนเช่นนั้นเสียหน่อย เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นไปได้” อินไม่ค่อยอยากเชื่อแต่เมื่อเห็นหลานสาวกับบ่าวไพร่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเกื้อทำเช่นนั้น เลยทำให้อินเริ่มคล้อยตาม
“จะกระไรอีกล่ะเจ้าคะ ก็เดี๋ยวนี้พี่เกื้อผู้แสนดีของอาอินน่ะมีสาว ๆ มาชอบพอมากมาย ยิ่งแม่สายบัวนั้นยิ่งถึงเรือนเช้าเย็น พี่เกื้อคงเอนเอียงไปทางโน้น มีใจให้แม่สายบัวนั่นอย่างแน่นอน ดีไม่ดีจะรับแม่สายบัวมาเป็นเมียอีกคน หลานไม่ชอบไปเป็นเมียน้อยใครดอกเจ้าค่ะ”
“แต่อาเพิ่งพูดกับลุงศักดิ์กับป้าอุ่นเรื่องออกเรือนไปเมื่อวันมะรืน คิดว่าจักให้หลานออกเรือนเร็ว ๆ นี้ ทางโน้นเขาเร่งรัดมา แบบนี้จักทำอย่างไรกันเล่า” อินพูดอย่างเป็นกังวล
“หลานยังไม่พร้อมนี่เจ้าคะ ถ้าไม่มั่นใจหลานไม่ออกเรือนดอกเจ้าค่ะ” หล่อนไม่พร้อมจริงๆ ก็เห็นว่าสายบัวไปมาหาสู่เกื้อไม่ขาด แถมชายหนุ่มก็ยังมีไมตรีจิต ไม่ปฏิเสธอีกด้วย หล่อนจะมั่นใจได้อย่างไรว่าแต่งกันหม้อข้าวไม่ทันดำ เขาจะไม่มีเมียน้อยหรือรับผู้หญิงคนอื่นมาเป็นเมียอีกคน
พูดกันตามตรงเกื้อก็ไม่ได้เป็นผู้ชายขี้ริ้วขี้เหร่ แถมยังมีฐานะร่ำรวย ออกเรือนกันในคราแรกอาจจะไม่มีเมียเล็กเมียน้อยจริงก็ได้ แต่พออยู่กันไปนาน ๆ หล่อนจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาจะไม่มีกันเล่า เพราะศักดิ์ผู้เป็นบิดาของเกื้อก็ยังมีบ้านเล็กบ้านน้อยเลย ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้นอยู่แล้ว ไม่เหมือนกับอาเพียรกับบิดาของหล่อน ที่รักเดียวใจเดียวมีแค่เมียเดียว
มีเมียน้อยว่าร้ายแล้ว ยิ่งถ้าหลงเมียน้อยเข้าไปอีก หล่อนมิน้ำตาเช็ดหัวเข่ารึ ไม่รู้ละ หล่อนจักต้องมั่นใจเสียก่อนว่าเขาจักรักเดียวใจเดียวกับหล่อนไปตลอดชีวิต หล่อนถึงจักยอมออกเรือนด้วย
“ผู้หญิงล้อมหน้าล้อมหลังเหลือเกินเจ้าค่ะ หลานไม่อยากน้ำตาเช็ดหัวเข่าดอกนะเจ้าคะ” ประโยคนั้นกระแทกใจอินอย่างจัง เพราะในอดีตถึงแม้ว่าหล่อนจะมีลูกให้สามีไม่ได้ แต่ก็ไม่อยากให้สามีต้องมีเมียน้อย แต่ตอนนี้หายห่วงเพราะหล่อนมีทายาทเอาไว้สืบสกุลแล้ว ถึงดอกแก้วจักไม่ใช่ลูก แต่เมื่อรับมาเป็นลูกแล้ว ก็จักแบ่งทรัพย์สมบัติให้เท่ากับเทพซึ่งเป็นลูกแท้ ๆ เพราะหล่อนถือว่าดอกแก้วคือลูกอีกคน และการที่จะให้ดอกแก้วออกเรือนไป ก็ต้องให้มีความสุข ได้อยู่กินกับผู้ชายดี ๆ ถึงจะเบาใจได้ หล่อนกับสามีตระหนักในเรื่องนี้เป็นสำคัญ และคิดว่าเกื้อก็เป็นคนดีใช้ได้
“ถึงจะมีสาว ๆ มาชอบแต่พ่อเกื้อก็มิได้สนใจหญิงใด อาเห็นพ่อเกื้อมาแต่เล็กแต่น้อย พ่อเกื้อมิมีกระไรเสื่อมเสียเลยนะแม่ดอกแก้ว”
“ถ้าหลานทำให้คุณอาเห็นได้ว่าพี่เกื้อไม่ดีจริง คุณอาจะยกเลิกงานแต่งให้หลานหรือไม่เจ้าคะ”
“ได้ ถ้าหลานหาข้อเสียมากๆ ของพ่อเกื้อเจอ อาจะเป็นคนบากหน้าไปบอกเขาเองว่าเขาไม่คู่ควรกับหลาน ดีหรือไม่” อินเองก็พูดคำไหนคำนั้นเหมือนกัน นั่นทำให้ดอกแก้วพึงพอใจไม่น้อย
“แต่ถ้าพ่อเกื้อไม่มีข้อเสียอันใด หลานจักต้องออกเรือนกับพ่อเกื้อโดยไม่มีข้อแม้อีก”
“หลานรับปากเจ้าค่ะ”
“คุณพี่เพียรว่าอย่างไรเจ้าคะ เรื่องข้อเสียของพ่อเกื้อ” เมื่ออยู่กันสองคน อินก็เอ่ยถามสามี
“พี่ไม่อยากบังคับหลาน แต่ก็ไม่เห็นข้อเสียของพ่อเกื้อเลยสักน้อย แต่เอาเถิดพี่เข้าใจหลาน แม่ดอกแก้วมิอยากออกเรือน ไปบังคับก็มีแต่จะทำให้ยิ่งแย่ เราเลี้ยงหลานมาด้วยความรักไม่เคยบังคับเลยสักครั้ง ถ้าเขาสองคนเป็นคู่กันจริง อย่างไรเสียก็จักได้ร่วมหอกันอย่างแน่นอน”
การแต่งงานของเกื้อกับดอกแก้วที่จะเกิดขึ้น ทำให้หลายคนที่รอคอยมานานหลายปีตื่นเต้นเป็นอันมาก ทุกคนช่วยกันจัดเตรียมงาน เพื่อให้เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวได้ร่วมหอกันเสียทีพิธีหมั้นหมายถูกจัดขึ้นก่อนหน้านั้น และหลังจากนั้นก็เป็นพิธีแต่งงาน ขบวนขันหมากแห่มาถึงหน้าเรือน สร้างความยินดีและครึกครื้นให้กับแขกเหรื่อและญาติผู้ใหญ่เป็นอันมากหลังจากเจ้าบ่าวผ่านประตูเงินประตูทองเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องเข้าไปรับเจ้าสาวในห้อง เพื่อออกมาทำพิธีญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวนั้นนิมนต์พระสงฆ์มาจำนวนเก้ารูปมาทำพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลในงานแต่ง เจ้าบ่าวกำลังจะสวมแหวนให้เจ้าสาว เสียงเอะอะโวยวายของแขกคนหนึ่งก็ดังขึ้นในห้องทำพิธี“ท่านจะออกเรือนกับหล่อนจริงๆ น่ะรึ”“ใช่ ท่านมีกระไรรึ” เกื้อจำได้ว่านี่คือพี่เขยของดอกแก้ว เหตุใดอีกฝ่ายถึงได้มาอาละวาดเช่นนี้“ก็ผู้หญิงที่ท่านจักออกเรือนด้วยคือเมียของข้าอย่างไรเล่า” ประโยคนั้นทำให้เสียงฮือฮาดังขึ้นทั้งงาน ผู้ใหญ่หลายคนถึงกับยกมือขึ้นทาบอก“หยุดพูดประเดี๋ยวนี้” เกื้อตวาดเสียงเข้มด้วยความโกรธ“เหตุใดจึงพูดไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้ไปเป็นเมียของฉันอยู่ตั้งนานนม หล่อนปลอมตัวเป็นพี่สาวฝาแฝดข
หากจะตัดขาดก็พูดบอกกันดี ๆ เพราะโต ๆ กันแล้วนะลูก” วาจาของมารดาเตือนสติดอกรัก หล่อนไม่อยากออกไปเจอกับหลวงอัฐ แต่ถ้าหากหลบหน้าเขาเช่นนี้ก็จะคาราคาซัง หากจะเลิกก็ตัดขาดกันไปให้จริงจัง หากจะกลับไป ครานี้ก็ต้องทนให้ได้หากเขาจะมีเมียน้อยอีก และไม่ทำตามสัญญา ก็ต้องกล้ำกลืนเอาไว้ มิเก็บเสื้อผ้าหนีมาให้ผู้คนนินทาว่าร้ายเอาอีก“แม่ดอกรัก ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าไม่มีผู้หญิงคนใดดีเท่าน้องอีกแล้ว” หลวงอัฐที่ได้มีโอกาสนั่งสนทนากับดอกรักจับมือของหล่อนมากุมเอาไว้ แต่ดอกรักดึงมือหนีหลวงอัฐสังเกตเมียรักแล้วให้รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก ดอกรักที่เขาได้พบเจอก่อนหน้านี้คือหญิงสาวหน้าตาสดใสมีชีวิตชีวา หาได้ซูบซีดแลเหมือนคนป่วยไข้เจ็บหนักเช่นนี้“คุณหลวงมาก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ดิฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณหลวงเสียให้เข้าใจ” ประโยคห่างเหินทำให้หลวงอัฐหน้าซีดเผือด รู้สึกหวั่นใจพิกล“น้องมีอันใดก็บอกพี่มาเถิด พี่ยินดีทำให้น้องทุกอย่าง หลายวันที่เราได้อยู่ด้วยกัน น้องทำให้พี่สำนึกแล้วว่าพี่มันเลวเพียงใด เมียน้อยต่ำตมพวกนั้นไม่มีใครดีเท่าน้องซึ่งเป็นนางแก้วของพี่เลย” หลวงอัฐพร่ำเพ้อ หากเป็นสมัยก่อนดอกรักคงจะหลงเชื่อคำหวานของอีกฝ่าย
ดอกปีบเองก็นึกสงสัยไม่น้อย แต่คาดเดาไปว่าอีกฝ่ายคงไม่มีหลักฐานอันใดจึงเงียบไว้เสีย การถูกผู้ชายฉุดคร่าเป็นเรื่องน่าอาย รู้ไปถึงไหนก็อายไปถึงนั่น เพราะจะมัวหมองและหาคนเชื่อได้ยากว่าจะไม่โดนย่ำยีจริง“นังดอกรักคงไม่มีหลักฐานอันใด ว่าใครเป็นคนทำจึงเงียบเสียกระมัง” สองสาวแยกย้ายกันไปพักในห้องของตัวเอง เพราะต่างไม่เป็นที่โปรดปราดของสามีกันทั้งสองคนแล้ว ด้วยว่าสามีนั้นให้ความสนใจเมียแต่งมากกว่าใครเพื่อนในเวลานี้ลำเจียกเห็นจดหมายที่วางเอาไว้บนหัวโต๊ะ หล่อนรีบเปิดอ่าน เป็นจดหมายจากพ่อหมอพ่วงนัดหล่อนไปเจอ ซึ่งหล่อนก็อยากเจอพ่อหมอพ่วงอยู่พอดี จะถามว่าเหตุใดหลวงอัฐถึงไม่ไยดีหล่อนเหมือนเคยในเวลาเดียวกันดอกปีบก็ได้จดหมายจากพ่อหมอพ่วงเช่นเดียวกัน หล่อนนั้นเจ็บแค้นพ่อหมอพ่วงอยู่ที่ทำให้หล่อนโดนเขี่ยทิ้งเช่นนี้ ไอ้พ่อหมอไม่ดีจริงดังปากพูด เงินทองก็เอาไปนักต่อนักแล้ว จะไปจัดการให้ตายกันไปข้างหนึ่งในวันนี้ดอกแก้วชวนหลวงอัฐไปที่กระท่อมท้ายสวนที่ปิดตัวมานาน ดอกปีบพาพ่อหมอพ่วงมาอยู่ที่นั่นเพราะเวลาเรียกใช้ทำเสน่ห์จะได้สะดวก ลำเจียกก็อาศัยโอกาสนั้นมาตลบหลังให้เงินทองมากกว่าดอกปีบเพื่อหลอกใช้พ่อหมอพ่วง พ
“พวกเอ็งทำงานพลาดอย่างนั้นรึ หน้าโง่เอ๊ย แล้วแบบนี้จักทำเยี่ยงไรกันเล่า” ดอกปีบโวยวาย แต่ดอกปีบไม่รู้เลยว่าพวกที่หล่อนจ้างไปโดนจับตัวเอาไว้ได้หนึ่งคน พวกมันไม่ยอมบอกเพราะคิดว่าจะมาขอเงินแล้วหนีไป คิดว่าหากบอกให้รู้ดอกปีบจะไม่ให้เงิน และพวกมันจะหนีไปไม่ได้“ไหนบอกว่าคนของเอ็งเก่งนักเก่งหนาอย่างไรเล่า เหตุใดถึงได้ทำงานพลาดเช่นนี้กันเล่า” ลำเจียกพูดอย่างดูถูก“คนที่มาช่วยเป็นใครรึ”“เป็นผู้ชายขอรับ ดูท่าทางภูมิฐานขอรับ”“พวกเอ็งหลบไปก่อน เอาเงินนี่ไป ไปให้ไกล ๆ ด้วยล่ะ อย่าเสนอหน้ากลับมาเดินเพ่นพ่านแถวนี้อีก ถึงแม้ว่าพวกเอ็งจะมีผ้าปิดหน้า แต่รอให้เรื่องเงียบก่อนค่อยกลับมา” ดอกปีบให้เงินพวกมันไป ก่อนจะนั่งขบคิดว่าจะเล่นงานดอกรักอย่างไรดี พวกคนร้ายที่ดอกปีบจ้าง พอได้เงินไป ก็รีบเผ่นหนีในทันที โดยที่ดอกปีบไม่รู้เลยว่าภัยกำลังจะมาถึงตัว“ไม่มีใครรู้ว่าเป็นคนของพวกเรา พวกเอ็งสองคนก็อย่าปริวิตกไปหน่อยเลย” สาลี่พูดขึ้น ตอนนี้นางก็ตกที่นั่งลำบาก เพราะโดนปลดจากตำแหน่งแม่ครัวใหญ่ อีกทั้งหลานสาวก็มาโดนเขี่ยทิ้ง เลยหมดอำนาจวาสนาไม่เหมือนก่อนอีก“จริงอย่างที่ป้าสาลี่พูด พวกเราก็แค่เงียบๆ เอาไว้เท่านั
“วันนี้น้องทำอาหารตั้งหลายอย่าง คุณพี่รับประทานข้าวก่อนมิดีกว่าหรือเจ้าคะ เรื่องคืนนี้ค่อยว่ากันดีกว่านะเจ้าคะ ประเดี๋ยวน้องจะปรนนิบัติพัดวีคุณพี่มิให้ขาดตกบกพร่องเลยเจ้าค่ะ” ดอกแก้วถอยห่าง พลางยิ้มให้หวานให้พี่เขย พอเขาขยับเข้ามาอีก หล่อนก็ถอยหนี เสไปทำกับข้าวอย่างอื่นแทน อีกทั้งเรียกบ่าวรับใช้เสียงดัง จนแพงต้องวิ่งหน้าตั้งเข้ามาดูว่าเจ้านายสาวต้องการอันใด“พี่แพง ไปจัดการหั่นผักสิ ฉันรออยู่หนา เดี๋ยวจะทำแกงเลียงให้คุณพี่รับประทาน” ดอกแก้วบุ้ยใบ้ไปทางผัก หลวงอัฐเห็นเช่นนั้นก็คิดในใจว่าฝากไว้ก่อน ยิ่งเมียหวงเนื้อหวงตัวเท่าใด เขาก็ยิ่งรู้สึกอยากได้หล่อนเป็นทบทวีคูณ อาหารมื้อเย็นรสชาติจัดจ้านเหมือนทุกมื้อ รสมือของดอกรักเปลี่ยนไปมาก หล่อนทำอาหารปักษ์ใต้ถึงเครื่อง รสชาติเผ็ดร้อน อร่อยจนเขาเหงื่อตกแทบจะทุกมื้อ เขามิใช่คนรับประทานอาหารรสจัดจ้านเช่นนี้ พอได้รับประทานก็ถึงกับแสบปากแสบท้องไปพอสมควร แต่ก็ยอมรับว่าอร่อย“เดี๋ยวนี้น้องทำอาหารรสชาติจัดจ้านถึงเครื่องเหลือเกินนะแม่ดอกรัก”“คุณพี่ไม่ชอบหรือเจ้าคะ”“ชอบสิจ๊ะ แม่ดอกรักทำอันใดให้กินก็อร่อยถูกปากพี่ทุกอย่าง ไม่เหมือนคนอื่น ทำอาหารก็ไม่อร
“คุณพี่อุ้มแม่ดอกปีบเข้าไปพักในห้องก่อนสิเจ้าคะ” หลวงอัฐไม่รอให้พูดซ้ำ รีบทำตามในทันที“แท้งลูกอย่างไรถึงไม่มีเลือดเลยสักหยด” ดอกแก้วเอ่ยขึ้น ยืนคุมเชิงเอาไว้ไม่ให้ดอกปีบหนีไปไหนได้ และให้แพงจัดการพาบ่าวไปขวางสาลี่เอาไว้ไม่ให้เข้ามายุ่มย่าม ดูซิว่าจะแก้ตัวอย่างไรอีกหมอมาถึงก็รีบตรวจอาการ ดอกปีบทำอะไรไม่ได้เพราะโดนดักเอาไว้ทุกทาง ดอกแก้วไม่ยอมไปไหนเลย จนสุดท้ายดอกปีบต้องร้องห่มร้องไห้ออกมา สารภาพว่าตัวเองไม่ได้ท้องหลวงอัฐโกรธเคืองยิ่งนัก และนั่นยิ่งทำให้เขาเสียใจที่ผลักเมียจนแท้งลูกไป เมียน้อยกลับไม่ท้อง แต่เขาทำเมียหลวงแท้งลูกลำเจียกที่โดนเอ็ดในคราแรก กลายเป็นคนที่ทำให้หลวงอัฐตาสว่าง หลวงอัฐเลยไม่โกรธเคือง“จัดการนังดอกปีบสำเร็จแล้ว ต่อไปคุณหนูจักจัดการใครหรือเจ้าคะ” แพงเอ่ยถามเจ้านายสาว“นังลำเจียกอย่างไรเล่า นกสองหัวดีนัก ตอนนี้ให้มันเป็นที่โปรดปรานของคุณพี่ไปก่อน แล้วฉันจะเตะมันตกจากสวรรค์ นังลำเจียกเป็นพวกตีหน้าซื่อแต่ลับหลังชอบยุแยงตะแคงรั่วและเอาความลับไปบอกอีกฝ่ายให้เขาตีกัน พี่สาวของฉันมาอยู่ที่นี่คงจะทุกข์ทรมานเพราะนังนี่มากโขอยู่” ดอกแก้วจัดการให้บ่าวไพร่ขัดสีฉวีวรรณกันเอ
“เป็นเด็กเป็นเล็กพูดจายอกย้อนชวนปวดหัว”“คุณเป็นใครหรือเจ้าคะ” เพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ดอกแก้วจึงเอ่ยถามออกไป แต่เดาเอาว่าชายหนุ่มหน้าตาดีผู้นี้คงจะเป็นแขกของคุณอาทั้งสองเป็นแน่“ฉันเป็น...” ยังไม่ทันที่เกื้อจะได้พูดกระไรต่อ ดอกแก้วที่เห็นว่าบ่าวรับใช้ส่วนตัวพาคนสวนเดินมาแต่ไกลก็รีบปีนป่ายลงมาจาก
“อ่านจดหมายแม่ดอกแก้วแล้วถึงกับยิ้มขนาดนั้นเชียวรึแม่ดอกรัก” เพ็ญที่กำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม“น้องดูมีความสุขมากเจ้าค่ะคุณหญิงแม่ เขียนเล่ามาเสียลูกเห็นภาพทุกอย่างที่น้องบรรยายเลยเจ้าค่ะ”“หายห่วงแล้วใช่ไหมเล่า น้องอย่ากังวลไปเลย พ่อเพียรกับแม่อินเป็นคนดี พี่เองก็คิดเหมือนกันว่าจัก
“น้องรักแม่ดอกแก้วเหมือนลูกในไส้ ทั้งรักทั้งเอ็นดูเหลือเกินเจ้าค่ะคุณพี่ เห็นมาแต่เล็กแต่น้อย อยากมีลูกสักคนก็ไม่มี ทรัพย์สมบัติก็มากมาย ถ้าไม่มีลูกก็คงไม่มีใครดูแลสืบทอด” อินเอ่ยปากบอกพี่ชายของสามีพลางถอนใจ“น้องก็รักและเอ็นดูแม่ดอกแก้วเหมือนลูก สัญญาว่าจะดูแลหลานให้ดีเหมือนลูกในไส้ พี่โมกข์กับพี่
พุทธศักราช ๒๔๒๐โมกข์ วัชรศักดิ์ หรือหลวงพิทักษ์ธำรงเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องคลอดด้วยจิตใจว้าวุ่น หมอตำแยกำลังทำคลอดให้ภรรยาของเขาอยู่ด้านในเป็นนานก็ไม่มีวี่แววว่าลูกน้อยในครรภ์จะคลอดออกมาเสียที“เมื่อใดลูกพี่จักคลอดเสียที” โมกข์เอ่ยกับน้องชายอย่างว้าวุ่นใจเพียรกับอินเป็นน้องชายและน้องสะใภ้ที่เดินท







