Lahat ng Kabanata ng ปริศนาชะตาชายารัก: Kabanata 101 - Kabanata 110

162 Kabanata

บทที่101 คนโง่ในกองทัพที่ไม่ฟังคำข้า ล้วนตายอย่างอนาจไปหมดแล้ว  

เยี่ยนจิ้นหลิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะพึงใจนั้นทำเอาบรรยากาศรอบกายหนาวเยือกขึ้นมาทันตา เขาหุบพัดหยกในมือดัง ฉับ ก่อนจะปรายตาที่พราวระยับไปด้วยเล่ห์กลมองไปยังเว่ยอ๋องที่กำลังยืนตัวแข็งทื่อด้วยความโกรธขึ้ง“ใครบอกว่าข้าต้องการครอบครองศาสตราวุธวิเศษกันเล่าเว่ยอ๋อง ข้าไม่ได้โง่เขลาถึงขั้นอยากจะสู้รบตบมือกับเจตจำนงของสิ่งที่เลือกเจ้าของเองได้หรอกนะ” กุนซือผมเงินเว้นจังหวะ พลางขยับรอยยิ้มมุมปากที่ดูสูงส่งทว่าร้ายกาจ “ข้าไม่ได้ต้องการตัวธนู แต่ข้าต้องการ ‘ผลลัพธ์’ ที่มีเพียงธนูชิ้นนั้นจะทำได้ต่างหาก”มู่หย่งฉีขมวดคิ้วมุ่น แววตาสั่นไหวด้วยความสังหรณ์ใจ “ท่านหมายความว่าอย่างไร”“อินทรีสวรรค์หมื่นลี้” เยี่ยนจิ้นหลิงเอ่ยชื่อสัตว์เทพในตำนานออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ “ในบรรดาอาวุธทั่วแผ่นดิน มีเพียงแรงกดดันจากว่านซิงกงในมือท่านเท่านั้นที่จะสยบมันได้ ข้าต้องการมันมาเป็นสัตว์เลี้ยงในศาลาของข้าสักตัว... ทว่ามีข้อแม้สำคัญอย่างหนึ่งคือ ท่านต้องพามันกลับมาหาข้าแบบที่ยังมีลมหายใจ ห้ามบุบสลาย และห้ามตายเด็ดขาด”มู่หย่งฉีแทบหยุดหายใจ การสังหารสัตว์เทพที่ว่องไวดุจสายฟ้าก็นับว
Magbasa pa

บทที่102 เปิ่นหวางขอต่อลมหายใจ

มู่เลี่ยงหรงถอนหายใจออกมาแผ่วเบา เขาเดินเข้ามาตบบ่าน้องชาย แววตาแฝงความเห็นใจอยู่หลายส่วน “หย่งฉี ถึงพี่ชายภรรยาข้าผู้นี้จะดูไร้มารยาทและเหิมเกริมสักหน่อย แต่ข้าจะบอกเจ้าอย่างหนึ่ง ความจริงที่ออกจากปากเขา แม้จะฟังดูโหดร้าย หรือบางครั้งจะดูไร้แก่นสารเพียงใด แต่มันไม่เคยเป็นเรื่องโกหก”เยี่ยนเยว่ฉีขยับยิ้มบางพลางเอ่ย “หย่งฉี พี่รองของข้าเชื่อถือได้ แม้แต่ฝ่าบาทก็ทรงไม่ดูแคลนเขา ถ้าเจ้ายอมลำบากไปนำอินทรีสวรรค์หมื่นลี้มาให้ พี่รองของข้าก็จะทำให้เหยาหลิงเจินได้เป็นชายาของเจ้า โดยที่ไทเฮาค้านไม่ได้แม้แต่คำเดียวอย่างแน่นอน”มู่เลี่ยงหรงที่ยืนกอดอกเอ่ยสมทบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงนัยลึกซึ้ง “ถ้าไม่เชื่อ เจ้าก็ดูข้ากับพี่สะใภ้เจ้าทุกวันนี้สิ”มู่หย่งฉีมองภาพพี่ชายกับพี่สะใภ้ที่ครองรักกันอย่างมั่นคง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกพลางสะบัดหน้าหนีอย่างเสียมิได้ “ดี เห็นแก่เสด็จพี่และพี่สะใภ้ ข้าจะเชื่อใจเจ้าสักครั้ง อีกหนึ่งเดือนข้าจะกลับมาพร้อมกับสิ่งที่ท่านต้องการ”เยี่ยนจิ้นหลิงยิ้มรับด้วยสีหน้าผ่อนคลาย พลางสะบัดพัดหยกออกโบกเบาๆ อย่างสุนทรีย์ “หนึ่งเดือน นับว่าไม่นานเกินรอพ่ะย่ะค่ะ”มู่หย่งฉีไม่กล่าว
Magbasa pa

บทที่103 วีรบุรุษช่วยหญิงงาม

ผ่านพ้นไปเจ็ดวันแล้วหลังจากที่เว่ยอ๋องออกเดินทางมุ่งหน้าสู่หุบเขาห่างไกล บรรยากาศในจวนเจิ้นหนิงโหวแม้จะดูสงบเรียบง่าย แต่ในใจของหลิวรุ่ยหลินกลับมิได้สงบนิ่งตามไปด้วย นางยังคงเฝ้าครุ่นคิดถึงเบาะแสของสำนักอสนีเมฆาที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวแปลกๆ ข้อมูลเหล่านั้นยังคงคลุมเครือทว่าชวนให้กังวลใจยิ่งนักทางด้านจวนชิงผิงโหวเองก็มีข่าวคราวให้ต้องจัดการ เมื่อนายท่านกัวและฮูหยินเริ่มอยู่มิสุข พยายามเสาะหาบุตรเขยคนใหม่เพื่อลบคำครหาเรื่องที่กัวรั่วชิงต้องหย่าขาดจากสามีเก่า แม้หลิวรุ่ยหลินจะแอบเป็นห่วงสหายรักอยู่บ้าง เพราะรู้ดีว่ากัวรั่วชิงมีใจให้หวงเชียนเล่อที่กำลังติดตามท่านอ๋องไป แต่เมื่อได้พบกันที่จวน กัวรั่วชิงกลับส่งยิ้มบางๆ มาให้พลางยืนยันหนักแน่น“เจินเจิน เจ้าไม่ต้องกังวลแทนข้าหรอก เรื่องหาคู่ดูตัวพวกนี้ข้ารับมือได้สบายมาก ว่าแต่เจ้าเถอะ... พักนี้ดูซูบผอมลงไปนะ ขากลับก็แวะซื้อขนมอร่อยๆ ทานเสียหน่อยเถิด”เมื่อได้ใบเบิกทางจากสหายรัก หลิวรุ่ยหลินจึงอาศัยช่วงเวลาขากลับ แสร้งบ่นงอแงกับเหยาปิงว่าอยากแวะเที่ยวชมตลาดกลางเมืองเพื่อหาซื้อเครื่องประดับและขนมกินเล่นตามนิสัยคุณหนูสี่ผู้เอาแต่ใจ เหยาปิงที่
Magbasa pa

บทที่104 ตอบแทนแฝงลวงความลับ

ภายในห้องรับรองส่วนตัวของโรงเตี๊ยม บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของชาโม่ลี่ฮวา และควันจางๆ จากเป็ดปักกิ่งหนังกรอบที่วางเด่นอยู่กลางโต๊ะ หลิวรุ่ยหลินในคราบคุณหนูปัญญาอ่อนนั่งอยู่บนเก้าอี้ นางแสร้งทำตาโตมองอาหารเลิศรสพลางเลื่อนจานขนมเปี๊ยะและเป็ดปักกิ่งไปตรงหน้าเจียงห่าวอย่างกระตือรือร้น“พี่ชายจอมยุทธ์ กินเยอะๆ เลยนะ เจินเจินสั่งมาให้ท่านทั้งนั้นเลย” นางฉีกยิ้มกว้าง แววตาใสแจ๋วราวกับน้ำในสระฤดูใบไม้ผลิ “พี่รองของข้าบอกว่าต้องกินเยอะๆ ถึงจะมีแรงสู้กับคนเลว พี่ชายเก่งมาก เจินเจินอยากตอบแทน”เจียงห่าวชะงักไปเล็กน้อย สายตาของเขามองไปที่อาหารสลับกับมองสตรีตรงหน้าด้วยความลังเล แม้คุณหนูผู้นี้จะดูไร้เดียงสา ทว่ากฎของคนท่องยุทธภพนั้นเคร่งครัดนัก การระแวดระวังเรื่องยาพิษหรือกลอุบายจากคนแปลกหน้าย่อมต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง มือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบตะเกียบจึงนิ่งค้างอยู่ครู่หนึ่งเหยาปิงที่คอยสังเกตอยู่เห็นท่าทีลังเลนั้นก็เข้าใจเจตนาได้ทันที นางจึงก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อย กุมมือประสานกันและกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพตามแบบฉบับคนของจวนขุนนางใหญ่“คุณชายโปรดวางใจเถิด สตรีที่ท่านช่วยไว้คือ เหยาหลิงเจิน
Magbasa pa

บทที่105 เรื่องซุบซิบในสำนักใหญ่

หลิวรุ่ยหลินแสร้งเอียงคอถามคั่นจังหวะด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา “เอาอกเอาใจอย่างไรหรือพี่เจียง เหมือนท่านพ่อข้าหรือเปล่าที่ท่านแม่พูดอะไรก็ทำตามหมดเลย”เจียงห่าวพ่นลมหายใจออกจมูกพลางขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ “ใช่แล้ว ตอนนี้เลยกลายเป็นศิษย์พี่ที่คอยควบคุมดูแลสำนักอย่างกับเป็นเจ้าสำนักเสียเอง ข้าล่ะงงใจสตรีจริงๆ จู่ๆ จะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ขนาดนั้นเชียว บางทีข้ายังนึกสงสัยว่านางใช่ท่านเจ้าสำนักคนเดิมจริงหรือเปล่า”นางหยิบขนมเปี๊ยะส่งให้เจียงห่าวอีกชิ้นพลางหัวเราะคิกคัก “แล้วญาติพี่น้องของท่านเจ้าสำนักไม่ว่าหรือ ที่อยู่ๆ จะยกสำนักให้ผู้อื่น”“ท่านเจ้าสำนักคนปัจจุบันมีน้องสาวอยู่ผู้หนึ่ง และนางคงไม่ขัดข้องอะไร เพราะสำนักของเราไม่ได้สืบทอดตำแหน่งกันทางสายเลือด แต่คัดเลือกมาจากศิษย์เอกที่เจ้าสำนักเคี่ยวกรำมาแต่เยาว์วัย รองเจ้าสำนักมีคุณสมบัติเป็นรองท่านเจ้าสำนักหลิวผู้เดียว หากนางเลือกเขาสืบทอด ก็ไม่ถือว่าผิดธรรมเนียมอะไรมากมาย”“ที่แท้ท่านเจ้าสำนักมีน้องสาว แล้วนางสวยหรือไม่”“แน่นอนว่าเจ้าสำนักกับคุณหนูรองหลิวซวงซวงนั้นงดงามเป็นที่เลื่องลือในยุทธภพ ทั้งคู่เป็นฝาแฝดกันด้วยนะ” เจียงห่าวก
Magbasa pa

บทที่106 ความกังวลของหลิวรุ่ยหลิน

ท่ามกลางความเงียบสงัดยามราตรีที่ปกคลุมจวนเจิ้นหนิงโหว แสงจันทร์นวลตาที่ลอดผ่านรอยแยกของบานหน้าต่างไม้แกะสลักสาดส่องลงบนร่างของสตรีที่นั่งนิ่งงันอยู่บนตั่งเตียง หลิวรุ่ยหลินในชุดแพรพรรณสีอ่อนดูบอบบางดุจบุปผาที่พร้อมจะร่วงโรยยามต้องลมแรง ทว่าในดวงตาคู่นั้นกลับไม่มีร่องรอยของความใสซื่อที่นางเพียรแสดงต่อหน้าผู้อื่นแม้แต่น้อยนางกำลังจมดิ่งลงในห้วงความคิด ทวนคำบอกเล่าของเจียงห่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้อมูลที่ได้มานั้นไม่ต่างจากใบมีดที่กรีดลงบนใจ‘เจ้าสำนักหลิวผู้เคยเย็นชา กลับกลายเป็นสตรีที่รู้จักออดอ้อนเอาใจเซี่ยมู่หยาง’ริมฝีปากบางของหลิวรุ่ยหลินเหยียดยิ้มเย็นเยียบ แฝงไปด้วยความสมเพชและโกรธแค้นในเวลาเดียวกัน‘เจ้าเป็นใครกันแน่ สตรีที่บังอาจใช้ใบหน้าของข้าไปออเซาะฉอเลาะบุรุษจนคนครหาข้าไปทั่ว’ในอดีตหลิวรุ่ยหลินผู้นี้ถือดีในเกียรติและศักดิ์ศรีดุจหิมะบนยอดเขาเทียนซาน นางวางตัวสูงส่งไม่แปดเปื้อนธุลีดิน แม้แต่เซี่ยมู่หยางที่พยายามทำดีกับนางมานับสิบปี นางยังไม่เคยแสดงความรู้สึกลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าศิษย์พี่ศิษย์น้อง ทว่าตัวปลอมผู้นั้นกลับทำลายเกียรติที่นางรักษามาทั้งชีวิตด้วยการแสดงท่าทีเยี่ยงสตรีไร้ย
Magbasa pa

บทที่107 พี่ชายพาข้าไปงานชุมนุมได้ไหมเจ้าคะ

หลิวรุ่ยหลินแสร้งทำตาโต ปรบมือชอบใจราวกับเด็กที่ได้ยินเรื่อง rรื่นเริง “โหว งานชุมนุมหรือพี่ชายเจียง มันคืออะไรหรือ มีคนมาเยอะแยะเหมือนงานเทศกาลหรือไม่”เจียงห่าวหัวเราะร่วนพลางอธิบายด้วยท่าทางภาคภูมิใจ “ย่อมยิ่งใหญ่กว่างานเทศกาลธรรมดา เพราะยอดฝีมือจากหกสำนักใหญ่ทั่วแผ่นดินจะมารวมตัวกันเพื่อประลองวรยุทธ์และแลกเปลี่ยนวิชาความรู้ เป็นงานที่เป็นหน้าเป็นตาที่สุดในยุทธภพ ยิ่งไปกว่านั้น ท่านเจ้าสำนักหลิวของพวกข้าจะเดินทางจากฉางหยางมาปรากฏตัวและประลองยุทธ์ในครานี้ด้วย แม้ว่านางอาจจะตามมาทีหลังในวันเปิดพิธี แต่ชื่อเสียงของนางก็เพียงพอจะทำให้ผู้คนหลั่งไหลกันมาจนล้นเมืองหลวงแล้ว”แววตาที่จ้องมองเจียงห่าวดูใสแจ๋ว ทว่าในใจของหลิวรุ่ยหลินกลับเย็นเยียบ‘นางตัวปลอมจะมาเมืองหลวงงั้นหรือ ดีนัก... ข้าจะได้เห็นกับตาว่าเจ้าเป็นผู้ใด’“พี่ชายเจียง...” นางเริ่มใช้ลูกไม้ของคุณหนูใสซื่อ เอื้อมมือไปดึงชายแขนเสื้อเขาส่ายไปมาเบาๆ แววตาอ้อนวอนดุจลูกกวางตัวน้อย “ข้าอยากไปดูการประลอง อยากเห็นจอมยุทธ์ตัวจริงสู้กันเหมือนที่ท่านเล่า ข้าอยากเห็นพี่ชายเจียงเอาชนะคนอื่นบนเวทีด้วย พี่ชายเจียงพานน้องสาวคนนี้ไปเปิดหูเปิดตา
Magbasa pa

บทที่108 คุณหนูของบ่าวรู้จักข่มขู่ผู้อื่นแล้ว

หลังจากคืนนั้นที่หลิวรุ่ยหลินเฝ้าใคร่ครวญถึงอุปสรรคในการเร้นกายออกจากจวนเจิ้นหนิงโหว นางก็เริ่มมองเห็นหนทางที่จะหลบเลี่ยงสายตาผู้คนได้อย่างแนบเนียนที่สุด แผนการที่ต้องอาศัยทั้งเล่ห์เหลี่ยมและความอดทนถูกวางไว้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนเวลาล่วงเลยผ่านไปได้ร่วมเจ็ดวัน จวนเจิ้นหนิงโหวกลับตกอยู่ในความตึงเครียด เมื่อคุณหนูสี่เหยาหลิงเจินล้มป่วยด้วยโรคประหลาดกะทันหัน ร่างกายที่เคยขาวผ่องบัดนี้กลับปรากฏผื่นแดงลามไปทั่วทั้งตัว พร้อมกับอาการไข้ขึ้นสูงจนเพ้อไม่ได้สติเป็นพักๆท่านหมอเจียงฟูถูกเชิญมายังจวนอย่างเร่งด่วน เขาขยับเข้าไปตรวจดูอาการเพียงครู่เดียว ท่าทีเคร่งขรึมนั้นชะงักไปเล็กน้อยยามที่คนป่วยบนเตียงอาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังกังวลใจ แอบสอดบางอย่างที่หนักอึ้งและวาววับเข้าสู่แขนเสื้อกว้างของเขาอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบที่สุด เมื่อปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงน้ำหนักที่คุ้นเคย ท่านหมอผู้เจนจัดก็เปลี่ยนท่าทีทันควัน เขารีบก้าวถอยห่างจากเตียงนอนด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“ท่านโหว โปรดระวังด้วย อาการเช่นนี้คล้ายกับไข้พิษที่ระบาดในกลุ่มคนเร่ร่อน หากสัมผัสใกล้ชิดอาจติดโรคได้”“ติดโรคอย่างนั้นหรือ เจินเจินอยู่แต่ในจวน จ
Magbasa pa

บทที่109 เทียบเชิญ

ผ่านไปหลายวันอาการของคุณหนูสี่ก็ทรงๆ ทรุดๆ มีเพียงเสียงไอโขลกและเสียงเพ้อพร่ำที่ลอดออกมาทำให้ไม่มีใครกล้าเฉียดกรายเข้าใกล้เรือนพัก แม้แต่เหยาฉิน เหยาจู หรือเหยาฮวา ต่างก็ถูกเหยาปิงกันตัวไว้อยู่นอกเรือนทั้งสิ้นเมื่อเตรียมการทุกอย่างพร้อมสรรพ หลิวรุ่ยหลินเลือกสวมชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีสีเรียบไม่ฉูดฉาดที่ช่วยให้ดูกลมกลืนไปกับฝูงชนทั่วไปได้ง่ายที่สุด นางหันไปมองเหยาปิงที่กำลังจัดเตรียมหมอนข้างวางซ้อนกันใต้ผ้าห่มเพื่อทำหุ่นหลอกตาอยู่ในห้อง“หากใครมาถาม ให้บอกว่าข้าเพิ่งกินยาและหลับไป”“รู้แล้วๆ คุณหนูระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ” เหยาปิงตอบด้วยน้ำเสียงกังวล พลางรีบเดินตามคุณหนูออกไปที่กำแพงลับหลังเรือนพักซึ่งไร้ผู้คนหลิวรุ่ยหลินแสร้งทำท่าทางเก้กังขณะพยายามจะปีนขึ้นไปบนกองไม้ที่วางสุมไว้ นางต้องทำเป็นอาศัยแรงผลักจากเหยาปิงช่วยพยุงจนแทบจะทุลักทุเล เพื่อไม่ให้สาวใช้คนสนิทระแคะระคายว่านางมีวรยุทธ์ล้ำเลิศเพียงใด“คุณหนูไหวไหมเจ้าคะ” เหยาปิงกระซิบถามพลางใช้ไหล่ดันเท้าคุณหนูขึ้นไป“ไหว... เจ้ากลับไปเฝ้าห้องเถิด” หลิวรุ่ยหลินตอบพลางออกแรงถีบตัวข้ามขอบกำแพงไปอย่างบังเอิญ ดูเหมือนคนที่ปีนป่ายทั่วไป ทว่าทันทีที
Magbasa pa

บทที่110 จับตามอง

เสียงกลองศึกดังกึกก้องสะท้านไปทั่วลานจงหัว ธงทิวหลากสีของแต่ละสำนักพริ้วสะบัดตามแรงลมดูประหนึ่งมวลคลื่นที่โหมกระหน่ำ บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของพลังวัตรและความคึกคักของเหล่ายอดฝีมือที่มารวมตัวกันนับร้อยเพื่อร่วมงานชุมนุมยุทธภพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปีหลิวรุ่ยหลินก้าวเท้าเข้ามาในงานด้วยท่วงท่าที่สุขุมเยือกเย็น นางมองดูความยิ่งใหญ่ตรงหน้าด้วยหัวใจที่กว้างขวาง แม้ในใจจะมีความแค้นต่อคนทรยศฝังรากลึก แต่นางแยกแยะได้ว่าเกียรติยศของวิถีชาวยุทธ์นั้นศักดิ์สิทธิ์และอยู่เหนือความต่ำช้าของคนเพียงไม่กี่คนนางเลือกนั่งเงียบๆ ในพื้นที่ของจอมยุทธ์ไร้สังกัดทางทิศตะวันตก ใช้เพียงผ้าคลุมหน้าสีขาวผืนบางอำพรางใบหน้าส่วนล่างเอาไว้ แม้จะพรางตัวแต่ชุดที่นางสวมใส่กลับเป็นผ้าไหมม่วงเข้มลายเมฆามงคลเนื้อละเอียดทิ้งตัวสวย ยามต้องแสงตะวันจะทอประกายม่วงเหลือบเงินจางๆ ดูเรียบหรูและสูงส่งโดดเด่นออกมาจากฝูงชนประหนึ่งหงส์ที่เร้นกายในหมู่กา ดวงตาคู่สวยภายใต้ผ้าคลุมหน้าจดจ้องไปยังแท่นประธานอย่างมีจุดหมายไม่นานนัก การประลองคู่เอกเปิดสนามก็เริ่มต้นขึ้น แสงกระบี่วาววับปะทะกับอาวุธลับจนเกิดเสียงดังเคร้งคร้าง เนี่ยหล
Magbasa pa
PREV
1
...
910111213
...
17
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status