Lahat ng Kabanata ng ปริศนาชะตาชายารัก: Kabanata 121 - Kabanata 130

162 Kabanata

บทที่121 โอ๊ะ... ข้าจะไปรู้อะไรกับท่านแม่ทัพได้ยังไงกัน

เยี่ยนจิ้นหลิงปัดชายเสื้อเบาๆ พลางเอ่ยด้วยท่าทีราวกับพูดเรื่องลมฟ้าอากาศ “ในขณะที่ท่านออกไปตกระกำลำบากบนเขาหิมะ ข้าได้รับข่าวแว่วมาจากจวนชิงผิงโหว ดูเหมือนว่าสกุลกัวกำลังวุ่นวายกับการคัดเลือกบุตรเขยใหม่ให้กับกัวรั่วชิงอยู่”เพียงประโยคสั้นๆ กลับทำให้แม่ทัพผู้ไม่เคยเกรงกลัวคมดาบถึงกับสำลักน้ำชา หวงเชียนเล่อผุดลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้เกือบคว่ำ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและขุ่นเคือง“บุตรเขยใหม่รึ! รั่วชิงน่ะหรือจะแต่งงานใหม่! ใครบังอาจหาญกล้ามาเป็นบุตรเขยจวนชิงผิงโหวในตอนที่ข้าไม่อยู่!” เขาสบถเสียงต่ำ จิตสังหารแผ่ออกมาจนข้ารับใช้ใกล้ๆ ถึงกับสะดุ้ง“ก็คงเป็นคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ออกหน้าออกตาได้ ไม่ต้องทำหลบๆ ซ่อนๆ เหมือนใครบางคน” เยี่ยนจิ้นหลิงกล่าวเสริมด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ทว่าดวงตาพรายระยับด้วยความสะใจ “แต่ท่านไม่ต้องกังวลใจไปหรอก สิ่งที่ท่านถามข้าเมื่อครู่... คำตอบจะมาหาท่านเองนั่นแหละ”“เยี่ยนจิ้นหลิง! เจ้าก็รู้ว่าข้ากับนาง...” หวงเชียนเล่อพยายามจะโต้แย้ง แต่คำพูดกลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของอีกฝ่าย“โอ๊ะ... ข้าจะไปรู้อะไรกับท่านแม่ทัพได้ยังไงกัน” เยี่ยนจิ้นหลิงแสร้งเลิก
Magbasa pa

บทที่122 ลิขิตฟ้าหรือจะสู้หัตถ์มนุษย์

สายลมยามค่ำคืนเหนือหอพยากรณ์หลวงนั้นแห้งผากและหนักอึ้ง ไร้ซึ่งกลิ่นอายของความชื้นมานานนับเดือน ความร้อนระอุจากผืนดินเบื้องล่างแผ่ซ่านขึ้นมาจนใจคนเริ่มสั่นคลอน ราษฎรในเมืองหลวงแคว้นหานต่างพากันแหงนมองฟ้าที่มืดมิดทว่าว่างเปล่า ความกังวลเรื่องปากท้องและไร่นาที่กำลังจะยืนต้นตายกลายเป็นฝันร้ายที่คืบคลานเข้าสู่ราชสำนักเยี่ยนจิ้นหลิงยืนสงบนิ่งอยู่บนดาดฟ้าชั้นสูงสุด เส้นผมสีเงินยวงของเขาไหวเอนเพียงเล็กน้อยตามแรงลมที่แผ่วเบา เบื้องหน้าคือกระดานทำนายชะตาและเครื่องมือทองเหลืองที่ใช้คำนวณทิศทางดวงดาว เขายื่นมือเรียวยาวออกไปในอากาศ ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่คนทั่วไปมองไม่เห็น อุณหภูมิที่ลดลงเพียงเศษเสี้ยว และความกดอากาศที่เริ่มเคลื่อนตัวจากทิศประจิม“อีกสามราตรี พิรุณจะโปรยปราย”ริมฝีปากหยักลึกได้รูปจุดรอยยิ้มจางๆ ที่ดูเย็นเยียบ เขาไม่ได้เก่งกาจเพียงศาสตร์พยากรณ์ แต่เขารู้จักธรรมชาติอย่างถ่องแท้ เมฆฝนเหล่านั้นกำลังจะมาตามวัฏจักรของมันเอง ทว่าในโลกที่ผู้คนต้องการที่พึ่งทางใจและฮ่องเต้ต้องการอำนาจสยบความวุ่นวาย ฝนที่ตกตามธรรมชาติย่อมไร้ค่าสู้ฝนที่ตกเพราะบารมีของราชวงศ์ไม่ได้กุนซือผมเงิ
Magbasa pa

บทที่123 วิธีขจัดภัยแล้งของเยี่ยนจิ้นหลิง

ฮ่องเต้ทรงหรี่พระเนตรลง ตวัดสายตาคมกริบมองไปยังขุนนางผู้นั้นด้วยความรำคาญใจ ทรงตบแท่นประทับเสียงดังปังจนคนทั้งท้องพระโรงสะดุ้ง “แล้วเจ้ามีความคิดอื่นที่ดีกว่านี้ไหมเล่า ในเมื่อที่ผ่านมาพวกเจ้าเอาแต่รายงานความพินาศ แต่กลับไม่มีใครหน้าไหนเสนอวิธีดับร้อนให้แผ่นดินได้สักคน ถ้าผู้ใดมีหนทางที่ดีและแน่นอนกว่านี้ก็เสนอมา เจิ้นจะพิจารณาให้ดำเนินการได้ทันที”คำตวาดนั้นทำให้ขุนนางคนดังกล่าวถึงกับคอหด รีบก้มหน้าถอยกลับเข้าแถวเงียบกริบไปพร้อมกับขุนนางคนอื่นๆ ที่ต่างก็พากันปิดปากสนิทด้วยเกรงพระอาญา เมื่อท้องพระโรงกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง มู่เหวินหลงจึงเบนสายพระเนตรกลับมาที่กุนซือที่พระองค์มั่นใจในนิมิตรและความเก่งกาจ“เงียบได้เสียที” ฮ่องเต้ตรัสเพียงสั้นๆ แล้วตรัสถามต่อ “เยี่ยนจิ้นหลิง ในเมื่อเจ้ากล่าวมาเช่นนี้ แล้วต้องทำอย่างไรต่อไป เจ้ามีวิธีเฟ้นหาสตรีผู้นั้นอย่างไรที่จะไม่ทำให้เบื้องบนทรงกริ้วยิ่งกว่าเดิม”“เรื่องนั้น ข้าพระองค์ได้คิดคำนวณวิธีที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว จึงขอประทานอนุญาตจัดพิธีเสี่ยงทายดวงเมือง โดยใช้อินทรีสวรรค์หมื่นลี้ ซึ่งเป็นวิหคเทพมงคลเป็นผู้ชี้ชะตา
Magbasa pa

บทที่124 เดิมพันด้วยศรัทธา หรือความบ้าคลั่ง

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจสำคัญในห้องทรงพระอักษร มู่หย่งฉีเดินออกมาด้วยฝีเท้าที่เบาสบายกว่าทุกวัน เขาเพิ่งเสร็จสิ้นการเจรจาช่วยให้หวงเชียนเล่อได้รับราชโองการพระราชทานสมรสกับกัวรั่วชิงได้สมใจปรารถนาแม้สถานการณ์บ้านเมืองจะตึงเครียดด้วยภัยแล้ง และฮ่องเต้เพิ่งจะเสด็จกลับจากการแปรพระราชฐานจนดูไม่เหมาะที่จะเอ่ยเรื่องมงคล ทว่ามู่หย่งฉีรู้ดีว่าหากไม่ชิงลงมือก่อนในเพลานี้ ทางจวนชิงผิงโหวคงเร่งรัดให้กัวรั่วชิงแต่งเข้าจวนรองเสนาบดีซุนจิ่งอี้แห่งกรมอาญาแน่ หากปล่อยให้เป็นเช่นนั้น ความทุ่มเทที่ช่วยนางหย่าขาดจากสามีชั่วคงกลายเป็นเพียงการส่งนางจากหลุมหนึ่งไปสู่อีกหลุมหนึ่งอย่างเปล่าประโยชน์เมื่อจัดการธุระให้สหายรักเรียบร้อยแล้ว เขาก็มุ่งหน้าตรงไปยังจวนฉินอ๋องทันที ในใจนั้นตั้งใจจะไปชื่นชมความเฉลียวฉลาดของเยี่ยนจิ้นหลิงสักหน่อย ที่สามารถผูกโยงเรื่องภัยแล้งอันแสนวิกฤตเข้ากับแผนการดึงตัวเหยาหลิงเจินเข้าวังได้อย่างไร้ที่ติบรรยากาศภายในจวนฉินอ๋องเงียบสงบผิดกับความวุ่นวายในท้องพระโรงเมื่อครู่ กลิ่นกำยานไม้กฤษณาหอมจางๆ อบอวลอยู่ในห้องรับรอง เยี่ยนจิ้นหลิงนั่งรินชาอย่างใจเย็น ท่วงท่าของเขาสงบนิ่งราวกับผิวน้ำ
Magbasa pa

 บทที่125 เว่ยอ๋องจะโกนหัวท่านกุนซือแล้วเพคะ

แต่ถึงอย่างนั้นเยี่ยนจิ้นหลิงก็แอบระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ใครมาแตะต้องเส้นผมสีเงินของเขาได้อีก หลังจากที่เคยเจ็บใจแทบคลั่งตอนที่ประมือกับฉินอ๋องเมื่อหลายปีก่อนแล้วถูกตัดปอยผมขาดไปครั้งหนึ่ง ไม่แน่ว่ามู่หย่งฉีอาจจะสามารถพอทำเช่นนั้น “ท่านอ๋อง อย่ายุ่งกับเส้นผมของข้าดีกว่านะ” เขาเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงยียวน“แค่ผมมันจะทำไม” มู่หย่งฉีสวนกลับทันควัน แววตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่กุนซือตัวแสบ “เปิ่นหวางไม่ฆ่าเจ้าทิ้งเสียตอนนี้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว กุนซือที่ส่งสตรีของข้าไปสู่ปากเหยี่ยวปากกาอย่างเจ้า ควรจะโดนถอนผมให้หมดหัวเสียมากกว่า”เยี่ยนจิ้นหลิงหัวเราะในลำคอ พลางขยับถอยรั้งจังหวะอย่างเหนือชั้น “โอ้... ถ้าท่านยังช้าเยี่ยงนี้ข้าก็คงไม่ต้องกลัวอะไรแล้วล่ะกระมังท่านอ๋อง เสด็จพี่ของท่านน่ะเด็ดขาดและว่องไวกว่าท่านเยอะนัก ขืนยังมัวแต่เงื้อง่าราคาแพงเช่นนี้ ชาตินี้ท่านคงไม่ได้เห็นแม้แต่ปลายเล็บของแม่นางเหยาเป็นแน่”“หยุดปากดีเสียที!” มู่หย่งฉีซัดฝ่ามือทรงพลังเข้าใส่อีกชุดใหญ่จนลมพายุขนาดย่อมม้วนตัวพุ่งเข้าหา เยี่ยนจิ้นหลิงจำต้องม้วนกายหลบจนชายเสื้อสะบัดไปโดนแจกันลายครามด้านหลังแตกกระจาย เสียงโครมคราม
Magbasa pa

 บทที่126 คมกระบี่และพัดหยก

ภายในห้องน้ำชาที่เคยสงบเงียบ บัดนี้กลายเป็นลานวิ่งไล่จับที่วุ่นวายและชวนให้เส้นกระตุกที่สุดในแคว้นหาน ร่างผอมบางของเยี่ยนจิ้นหลิงพลิ้วไหวไปมาดุจวิญญาณ ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอที่ทำเอาคนฟังถึงกับเลือดขึ้นหน้า กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาชั้นเลิศที่หกเลอะเทะอยู่บนพื้น ผสมปนเปกับฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายจากเก้าอี้ที่ถูกกระแทกจนล้มระเนระนาด“เจ้าต้องรับปากข้า เยี่ยนจิ้นหลิง” มู่หย่งฉีแผดเสียงก้องขณะพุ่งเข้าหาอีกฝ่าย ดวงตาแดงก่ำด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด “แผนการของเจ้าต้องรับประกันว่านางจะปลอดภัย หากเหยาหลิงเจินเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเส้นผม ข้าจะทำให้เจ้าอยู่ไม่สู้ตาย!”“โอ้... ท่านอ๋อง ระวังหน่อยสิพ่ะย่ะค่ะ ฝีเท้าท่านหนักเยี่ยงนี้พื้นห้องน้ำชาจวนฉินอ๋องจะพังเอาได้นะ” เยี่ยนจิ้นหลิงเอ่ยยั่วเย้าขณะเบี่ยงหลบหมัดของมู่หย่งฉีได้อย่างเฉียดฉิว ท่าทางการหลบหลีกของเขาดูผ่อนคลายราวกับกำลังเดินเล่นในสวน “ส่วนเรื่องเหยาหลิงเจิน ข้าก็บอกท่านไปแล้วอย่างไรเล่าว่าทุกอย่างเป็นไปตามลิขิตสวรรค์ หากสวรรค์เมตตานางก็รอด หากไม่... ก็สุดแท้แต่โชคชะตาพ่ะย่ะค่ะ”“เจ้า!” มู่หย่งฉีคำรามก้อง ยิ่งเห็นอีกฝ่ายยิ้มมุมปากอย่า
Magbasa pa

บทที่127 เจ้าไปเซ้าซี้ถามเขาใช่หรือไม่

มู่เลี่ยงหรงคำรามลั่น เสียงทรงอำนาจของฉินอ๋องทำให้มู่หย่งฉีถึงกับชะงักกระบี่ในมือ ส่วนเยี่ยนจิ้นหลิงก็หยุดมือที่กำลังจะสะบัดพัดหยกขาวออกไป ทั้งคู่ยอมลดอาวุธลงตามคำสั่งเด็ดขาดของเจ้าบ้านในทันที“พวกเจ้าเห็นที่นี่เป็นสนามเด็กเล่นหรืออย่างไร? ถึงได้มาประลองกำลังกันจนจวนข้าพังพินาศเช่นนี้!” สายตาของมู่เลี่ยงหรงที่ตวัดมองน้องชายและพี่เขยเปี่ยมด้วยแรงกดดันจนไม่มีใครกล้าสบตา“เสด็จพี่... จะให้ข้าใจเย็นได้อย่างไร!” มู่หย่งฉีแผดเสียงตอบกลับอย่างเหลืออด แม้จะยอมลดกระบี่ลงแต่ดวงตายังคงวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น “เยี่ยนจิ้นหลิงจะส่งเหยาหลิงเจินไปสังเวยอินทรีสวรรค์”มู่หย่งฉีกำด้ามกระบี่แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ทว่าเมื่อสบสายตาตำหนิที่นิ่งสงบแต่อัดแน่นด้วยอำนาจจากพี่ชาย เขาก็จำต้องข่มกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ก้มหน้าเก็บกระบี่เข้าฝักอย่างเสียไม่ได้ แต่กระนั้นก็ยังมิวายตวัดสายตาอาฆาตไปทางกุนซือจอมพาล“พอได้แล้วมู่หย่งฉี เจ้าเป็นถึงเว่ยอ๋อง เหตุใดจึงวู่วาม ไม่รักหน้าตัวเองก็แล้วไป แต่นี่มันจวนฉินอ๋อง!” น้ำเสียงเด็ดขาดของมู่เลี่ยงหรงทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งหนักอึ้ง ทว่าในพริบตานั้นเอง...“พี่รอง!”ร่างบางของ
Magbasa pa

บทที่128 ประกาศิตวิหคเทพและหยาดน้ำตาเมืองหลวง

หลังการประกาศราชโองการคัดเลือกสตรีจินอวี้ (หยกบริสุทธิ์) บรรยากาศภายในเมืองหลวงก็แปรเปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน กรมโหรหลวงร่วมกับกรมพิธีการเร่งคัดกรองดวงชะตาของบุตรสาวขุนนางอย่างเข้มงวด ทั้งวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากต้องสอดคล้องกับวิถีแห่งดวงดาวเพื่อมิให้ระคายเคืองต่อเบื้องบนจากการคำนวณอย่างถี่ถ้วน สตรีที่ผ่านเกณฑ์ขั้นสุดท้ายมีเพียง 12 นางเท่านั้น ซึ่งล้วนเป็นคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์ชั้นแนวหน้าของแคว้นหาน ทว่าเมื่อรายชื่อถูกประกาศออกมา แทนที่จะเป็นเกียรติยศที่น่าภาคภูมิใจ กลับกลายเป็นความโศกเศร้าที่แผ่ซ่านไปทั่วจวนขุนนางอย่างรวดเร็ว“ข้าไม่ไป ท่านแม่... ฮือ ข้าไม่อยากถูกนกยักษ์นั่นฉีกเนื้อ”เสียงร่ำไห้ระงมดังออกมาจากจวนขุนนางใหญ่หลายแห่ง เมื่อบุตรสาวเพียงคนเดียวต้องถูกส่งตัวเข้าพิธี ในวงสังคมน้ำชาที่เคยคึกคัก บัดนี้กลับเต็มไปด้วยบทสนทนาที่สั่นเครือ บรรดาคุณหนูที่เคยประชันความงามต่างพากันใบหน้าซีดเซียว ขอบตาแดงช้ำจากการนอนไม่หลับ เพราะกิตติศัพท์ความดุร้ายของอินทรีสวรรค์หมื่นลี้นั้นถูกเล่าขานไปไกลเกินจริง บ้างก็ว่ามันชอบจิกกินดวงตาของผู้ที่เข้าใกล้ บ้างก็ว่ามันจะพิฆาตทุกคนที่ไม่ใช่นางในคำท
Magbasa pa

บทที่129 แขกยามวิกาล

ในคืนที่ไอความร้อนจากพื้นดินยังคงระอุไม่จางหาย แม้จะเป็นช่วงที่ควรเข้าสู่ฤดูฝนตามกาลเวลา แต่ท้องฟ้ากลับแห้งผากไร้หยาดน้ำมานานนับเดือน ลมที่พัดผ่านหน้าต่างเรือนนอนของเหยาหลิงเจินจึงมีเพียงกระแสลมร้อนที่ชวนให้รู้สึกอึดอัด แสงเทียนวูบวาบสะท้อนเงาร่างของเด็กสาวที่กำลังนั่งนิ่งอยู่หน้าบานหน้าต่างที่เปิดอ้า เพื่อหวังระบายความร้อนที่สุมทวีอยู่ทั้งภายนอกและภายในใจหลิวรุ่ยหลินในร่างของเหยาหลิงเจินไม่ได้นอน แม้นางจะเพียรข่มตาเพียงใด ความกังวลเรื่องวิหคเทพที่ต้องเผชิญในวันพรุ่งนี้ก็ยังรบกวนจิตใจไม่หยุดหย่อน นางนิ่งคิดอยู่นานว่าควรจะหาทางเล็ดลอดออกไปถามความชัดเจนจากเยี่ยนจิ้นหลิงดีหรือไม่ ในเมื่อเขาเป็นคนวางหมากสุ่มเสี่ยงเช่นนี้ ย่อมต้องมีหนทางรอดเตรียมไว้ให้นางแน่แต่ก่อนที่นางจะตัดสินใจก้าวขาออกจากห้อง ทันใดนั้น เงาร่างสีขาวพิสุทธิ์ก็พลิ้วกายเข้ามาทางหน้าต่างอย่างแผ่วเบา เยี่ยนจิ้นหลิงในชุดคลุมยาวสีขาว ยืนอยู่เบื้องหน้านางด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ขัดกับอากาศที่ร้อนระอุ หลิวรุ่ยหลินไม่ได้มีท่าทีตื่นตกใจ นางเพียงปรายตามองกุนซือหนุ่มด้วยสายตาเอือมระอา ก่อนจะเอ่ยปากบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“พวก
Magbasa pa

บทที่130 กุญแจสู่กรงวิหค

กุนซือหนุ่มล้วงหยิบตลับหยกขนาดเล็กอีกใบส่งให้นาง ภายในบรรจุเม็ดถั่วสีทองสุกปลั่งห้าหกเม็ดที่ส่งกลิ่นหอมประหลาด “พอมันหยุดร้องโวยวายและยอมสงบฟังเจ้าแล้ว ให้ยื่นถั่วทองคำพวกนี้ให้มันกินเสีย แล้วมันจะก้มหัวยอมสยบให้เจ้าเองอย่างว่าง่าย”“ท่านไปรู้ชื่อและของชอบของสัตว์สวรรค์นี่มาจากไหน”“เรื่องนั้นไม่สำคัญ” เยี่ยนจิ้นหลิงยืดตัวตรง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาประดับบนใบหน้าอีกครั้ง “สำคัญที่ว่าเจ้าเป็นคนสุดท้ายที่ต้องเข้าพิธี เมื่อถึงเวลานั้น ท้องฟ้าจะเปลี่ยนสีตามที่ข้าคำวณไว้ และนั่นจะเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่สุดที่เจ้าจะสยบมันและคว้าตำแหน่งพระชายามาอย่างสง่างาม ท่ามกลางหยาดฝนที่ทุกคนโหยหา”เหยาหลิงเจินกำขวดกระเบื้องและตลับหยกในมือแน่น แม้จะยังขุ่นเคืองที่เขาเอาชีวิตนางมาเดิมพัน แต่นางก็รู้ดีว่าในเมื่อเยี่ยนจิ้นหลิงกล้าลงหมากตานี้ เขาย่อมไม่ปล่อยให้สตรีผู้หนึ่งเดินเข้าไปตาย“ข้าเชื่อท่าน...” เหยาหลิงเจินเอ่ยพร้อมกับสบตากับบุรุษเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจในตัวเขา “ชีวิตของข้าในครั้งนี้ ฝากไว้ในมือของท่านแล้ว หากแผนการของท่านมีความผิดพลาดแม้เพียงนิด ข้าคงไม่มีโอกาสได้กลับมาต่อว่าท่านอี
Magbasa pa
PREV
1
...
1112131415
...
17
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status