All Chapters of ปริศนาชะตาชายารัก: Chapter 81 - Chapter 90

162 Chapters

บทที่ 81 เจินเจินไม่รักท่านพ่อแล้ว

จู่ๆ ร่างเล็กในชุดสีเหลืองนวลก็วิ่งพรวดออกมาจากหลังฉากกั้น“เจินเอ๋อร์ เจ้าออกมาได้อย่างไร” เหอเหมียวลี่อุทานขึ้นด้วยความตกใจ“ท่านอ๋องพูดแล้วไม่มีทางคืนคำ แล้วเจินเจินอยากไปดูโคมไฟจริงๆ นะเจ้าคะท่านพ่อ ท่านแม่ ให้เจินเจินไปเถอะนะเจ้าคะ เจินเจินสัญญาว่าจะเชื่อฟังท่านอ๋อง ไม่ดื้อไม่ซนสักนิดเลยเจ้าค่ะ” เหยาหลิงเจินเข้าไปเกาะแขนบิดาพลางเขย่าไปมา ตาเริ่มแดงก่ำและทำท่าจะสะอื้น “หากไม่ได้ไปดูโคมไฟกระต่ายปีนี้ เจินเจินต้องเสียใจจนกินข้าวไม่ลงแน่ๆ เลยเจ้าค่ะท่านพ่อ”“ไม่ได้! พ่อยังไม่อนุญาต เจ้าเป็นกุลสตรีเหตุใดจึงทำกิริยาเช่นนี้ต่อหน้าท่านอ๋อง รีบกลับเรือนเจ้าไปเดี่ยวนี้เลย” เหยาจิ้นทงตวาดเสียงดุ ทว่าในใจกลับสั่นคลอนเมื่อเห็นน้ำตาของบุตรสาวที่รัก รวมไปถึงท่าทางและคำพูดที่กดดันเขาอยู่กลายๆ จากบุรุษตรงหน้า เขาก็ยิ่งตระหนักว่าอีกฝ่ายนั้นมั่นใจว่าตนเองอยู่เหนือกว่าเขาที่เป็นบิดาไปแล้วหลิวรุ่ยหลินไม่ยอมแพ้ นางปล่อยโฮออกมาเบาๆ พลางทรุดตัวลงพิงบิดาด้วยท่าทีน้อยอกน้อยใจถึงขีดสุด“ท่านพ่อใจร้าย ท่านพ่อไม่รักเจินเจินแล้ว เจินเจินก็จะไม่รักท่านพ่อแล้วเจ้าค่ะ! เจินเจินแค่อยากเห็นโคมไฟ ท่านอ๋องอุตส่าห์ม
Read more

บทที่ 82 อ๋องเสเพลกับคุณหนูคนเขลา

บรรยากาศภายในรถม้าที่เคลื่อนตัวออกจากจวนเจิ้นหนิงโหวอบอวลไปด้วยความเงียบที่ชวนให้ใจสั่น มู่หย่งฉีนั่งพิงผนังรถม้าอย่างสง่างาม สายตาจับจ้องไปยังร่างเล็กที่นั่งห่างออกไปเล็กน้อย แสงโคมจากภายนอกที่สาดเข้ามาเป็นระยะกระทบใบหน้าที่แต่งแต้มจนงดงามหมดจดของนาง หัวใจของเขาที่เคยด้านชาจากการชิงดีชิงเด่นในวังหลวงกลับรู้สึกพองฟูขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้เขามองท่าทางที่นางดูจะประหม่าเล็กน้อย จึงยกมือขึ้นตบเบาะข้างกายเบาๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม “เจินเอ๋อร์ มานี่มา... มานั่งข้างข้า”หลิวรุ่ยหลินในร่างเหยาหลิงเจินทำทีเป็นเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะขยับกายเข้าไปนั่งเคียงข้างเขาตามคำสั่ง มู่หย่งฉีถือโอกาสนั้นรั้งมือเล็กของนางมากุมไว้ พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ pนไปด้วยความภาคภูมิใจลึกๆ “เจินเอ๋อร์... เมื่อครู่ที่เจ้าถึงขั้นยอมร้องไห้โยเยใส่ท่านโหว เป็นเพราะเจ้าอยากออกมาเที่ยวงานโคมไฟกับข้าขนาดนั้นเลยหรือ”นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมมีประกายหยาดน้ำน้อยๆ จากการตีบทแตกเมื่อครู่ดูใสซื่อจนคนมองใจละลาย นางคลี่ยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มสดใส พลางเอียงคอเล็กน้อยอย่างน่ารัก “ก็อยู่กับท่านอ๋องสนุกที่สุดเลยนี่นา ถึงท่า
Read more

บทที่ 83 โคมกระต่ายของอ๋องเสเพล

มู่หย่งฉีกระชับมือที่กอบกุมนางไว้เล็กน้อยคล้ายอยากปกป้องหญิงสาวจากคำพูดน่ารังเกียจที่ลอยมาตามลม “เจินเอ๋อร์ เจ้าไม่ต้องไปสนใจสุนัขที่เห่าหอน”หลิวรุ่ยหลินแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจสายตาและคำเยาะเย้ยเหล่านั้น นางทำเพียงกะพริบตาปริบๆ แล้วยิ้มร่าอย่างใสซื่อ “คนขี้เหร่พวกนั้นต้องกำลังอิจฉาเราแน่เลย”มู่หย่งฉีถึงกับหลุดขำออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาชอบใจในความไม่รู้ความนี้เหลือเกิน เพราะมันช่างเป็นการตบหน้าพวกจอมปลอมเหล่านั้นได้เจ็บแสบที่สุด“ใช่แล้ว... เจ้างดงามที่สุด จนคนพวกนั้นอิจฉาจนตาแดงไปหมดแล้ว”ขณะที่ทั้งคู่เดินเคียงกันไป องครักษ์ของวังหลวงที่แฝงตัวอยู่ก็ลอบจดบันทึกภาพความขัดหูขัดตานี้ไว้เพื่อเตรียมรายงานความพิลึกพิลั่นของเว่ยอ๋องให้ถึงหูเบื้องบนทันที มู่หย่งฉีประคองหลิวรุ่ยหลินเดินลัดเลาะผ่านฝูงชน จนมาหยุดอยู่หน้าแผงขายโคมไฟที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายทว่าเต็มไปด้วยสีสัน แสงไฟจากโคมนับร้อยดวงส่องประกายวับวาวจนทำให้ดวงตาของหญิงสาวเป็นประกายตื่นเต้นร่างบางเดินตรงเข้าไปหยุดอยู่หน้าโคมไฟผ้าไหมทรงกระต่ายตัวเขื
Read more

บทที่ 84 แสงโคมบนผิวน้ำ

เรือสำราญลำใหญ่ลอยลำอย่างมั่นคงอยู่กลางแม่น้ำกว้างใหญ่ เสียงคลื่นกระทบแคมเรือเบาๆ ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด มู่หย่งฉีประคองหลิวรุ่ยหลินขึ้นมายังชั้นสองของเรือ ซึ่งถูกจัดเตรียมไว้เป็นพื้นที่เปิดโล่ง มีโต๊ะไม้ตัวเตี้ยตั้งอยู่กลางพรมผืนหนา บนโต๊ะเต็มไปด้วยขนมหวานหน้าตาน่ากินและกาน้ำชาที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นหลิวรุ่ยหลินแสร้งทำตาโตพลางรีบวิ่งไปที่ริมระเบียงเรือ นางวางโคมกระต่ายลงข้างกายแล้วเกาะขอบระเบียงมองลงไปในน้ำ “ท่านอ๋อง ดูสิ! ในน้ำก็มีกระต่ายด้วย กระต่ายในน้ำกำลังเต้นระบำอยู่เลย”มู่หย่งฉีหัวเราะเบาๆ เดินตามมาหยุดยืนซ้อนหลังร่างบาง สายตาของเขามองตามนิ้วเล็กๆ ที่ชี้ไปยังเงาสะท้อนของแสงโคมบนผิวน้ำ “นั่นมันแสงจากเรือเราต่างหากเล่า เด็กโง่ คลื่นกระทบเงาโคมที่สะท้อนในน้ำ เงากระต่ายก็เลยสั่นตามไปด้วยอย่างไรเล่า”“กระต่ายขี้หนาวเหรอ ถึงได้สั่นแบบนั้น” นางหันกลับมาเอ่ยถามด้วยสีหน้าซื่อๆ อีกครา ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคมกริบของมู่หย่งฉีห่างเพียงคืบ แสงจากโคมไฟสีนวลขับเน้นให้ใบหน้าของนางดูงดงามละมุนตาจนเขาแทบจะ
Read more

บทที่ 85 อีกหน่อยเปิ่นหวางก็มิใช่คนนอกแล้ว

ยามนี้ บรรยากาศหน้าประตูจวนเจิ้นหนิงโหวตึงเครียดเสียยิ่งกว่าตอนมีข้าศึกมาประชิดเมือง เหยาจิ้นทงยืนกอดอกหน้าทะมึนอยู่กึ่งกลางประตูจวน ขนาบข้างด้วยเหยาจิ้นอวี๋ และเหยาหมิงที่ยืนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด ราวกับพร้อมจะพุ่งเข้าใส่ใครบางคนได้ทุกเมื่อ ทั้งสามคนเฝ้ามองไปยังปลายถนนอย่างจดจ่อ จนกระทั่งรถม้าหรูหราประดับตราประจำจวนเว่ยอ๋องเคลื่อนเข้ามาจอดก่อนกำหนดเพียงอึดใจประตูรถม้าเปิดออก มู่หย่งฉีก้าวลงมาด้วยท่วงท่าสง่างาม บนใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่ชวนให้คนมองรู้สึกคันยุบยิบในใจ เขายื่นมือไปให้หลิวรุ่ยหลินจับก่อนประคองนางลงมาอย่างทะนุถนอม ราวกับนางเป็นไข่มุกล้ำค่าที่อาจจะแตกสลายได้หากกระทบถูกลมแรงสัมผัสจากปลายนิ้วที่อบอุ่นนั้นทำให้หลิวรุ่ยหลินรู้สึกหน้าร้อนวูบขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ นางแสร้งก้มหน้าหลบตา ทำทีเป็นคุณหนูสี่ผู้ขัดเขิน ทว่าในใจกลับลอบหัวเราะเมื่อเห็นรังสีอาฆาตจากพี่ชายทั้งสองที่แผ่ออกมาจนอากาศรอบข้างแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง“เปิ่นหวางมาส่งคุณหนูสี่ตรงเวลา ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่เค่อเดียว” มู่หย่งฉีเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ฟังดูเหมือนผู้ชนะ เขาปรายตามองบุรุษทั้งสามที่ยืนทำหน้าราวกับเทพความ
Read more

บทที่ 86 เจ้ารับสินบนจากเว่ยอ๋องหรือ

หลังจากไปเรียนมารยาทกับกัวรั่วชิงหลายครั้ง หลิวรุ่ยหลินจึงมีเหตุให้ทำตัวรู้ความมากขึ้น นางสามารถใช้คำพูดแบบคนปกติได้บ่อยโดยไม่ถูกสงสัย ทำให้ไม่ต้องฝืนวางท่าเหมือนเด็กไม่รู้มารยาทตลอดเวลาเหมือนแต่ก่อน ครานี้นางย่อกายลงอย่างอ่อนช้อย ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ มองบุรุษทั้งสามอย่างใสซื่อ“เอ๋... ท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่รอง... พวกท่านไม่ไปทำงานกันหรือเจ้าคะ?”ประโยคเรียบง่ายนั้นเปรียบเสมือนหมัดที่ต่อยเข้ากลางใจคนที่ใจคอร้อนรนจนต้องลางานทั้งสาม เหยาจิ้นอวี๋ถึงกับรีบวางจอกชาลง ส่วนเหยาหมิงหน้าแดงก่ำไปถึงใบหู“วันนี้พ่อรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว งานที่ศาลต้าหลี่ก็ให้คนไปจัดการแทนแล้ว” เหยาจิ้นทงกระแอมไอแก้เก้อ พยายามทำเสียงให้ดูน่าเกรงขามที่สุด“ข้าเองก็... รู้สึกว่าวันนี้อากาศไม่ค่อยดีนัก กระดาษที่สำนักราชบัณฑิตน่าจะชื้นจนเขียนงานไม่ได้ ข้าจึงลาหยุดมาคอยดูแลท่านพ่อเสียหน่อย” พี่ใหญ่เหยาจิ้นอวี๋เอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่ากลับไม่กล้าสบตาหลิวรุ่ยหลินแม้แต่นิดเดียว“ข้าก็เหมือนกัน! วันนี้ที่ลานฝึกทหารมีแต่ฝุ่น ข้าไม่อยากหายใจเอาฝุ่นเข้าไป เลยกลับมา... เอ่อ มาช่วยพี่ใหญ่ดูอาการท่านพ่อ” พี่รองเหยาหมิงโพล่งขึ้นม
Read more

บทที่ 87 ท่านอ๋องเก็บมัดจำจากเจินเจินไปแล้วเจ้าค่ะ

“เจ้าพูดเยี่ยงนี้หมายความว่าอย่างไร” เหยาจิ้นอวี๋ถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงน้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงมาบนพื้นเบื้องหน้าเหยาปิงตามด้วยเสียงสะอื้นที่กลั้นไว้ไม่อยู่ “นอกจากคุณหนูเล็กสกุลกัว ก็แทบไม่มีผู้อื่นสนใจหรือปฏิบัติดีกับคุณหนูสี่เลย บางครั้งสตรีพวกนั้นก็มักจะฉวยโอกาสเข้ามากลั่นแกล้งรังแกคุณหนูด้วยเจ้าค่ะ”“เหลวไหล ใครจะกล้ารังแกน้องสาวของข้า!” เหยาหมิงทุบหน้าขาตนเองอย่างเดือดดาลเหยาปิงพยักหน้าทั้งน้ำตา “ที่บ่าวพูดไปเป็นความจริงเจ้าค่ะ หลายครั้งคุณหนูสี่ถูกผู้อื่นพูดจาไร้มารยาทใส่ แต่ดีที่คุณหนูใสซื่อ ไม่รู้ว่ากำลังถูกคนเหล่านั้นล่วงเกิน คุณหนูยังคงสนทนากลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม จนบ่าวได้แต่ต้องเป็นฝ่ายขอตัวพาคุณหนูเลี่ยงออกมาเองเจ้าค่ะ”เรื่องเล่าของเหยาปิงกำลังทำให้มารดาและพี่ชายทั้งสองสะเทือนใจ ทว่า...“ช้าก่อน” เหยาจิ้นทงผู้มีสายตาอันเฉียบคมเอ่ยปรามขึ้นกลางคัน น้ำเสียงยังคงความเข้มงวดไม่เปลี่ยน “เรื่องคุณหนูสี่ถูกรังแกก็เรื่องหนึ่ง แต่เรื่องที่เจ้าไม่ปฏิบัติตามคำสั
Read more

บทที่ 88 เจินเจินแต่งให้ผู้อื่นมิได้แล้ว

หลิวรุ่ยหลินหน้าแดงเล็กน้อย แล้วพูดออกไปราวกับสิ่งนี้คือสิ่งธรรมดาสามัญที่อ๋องผู้หนึ่งจะกระทำกับหญิงสาวผู้หนึ่ง“ท่านอ๋องเอาลมหายใจของเจินเจินไปเป็นมัดจำ ดังนั้นตอนนี้เจินเจินแต่งให้ผู้อื่นมิได้แล้วนะเจ้าคะ เพราะท่านอ๋องบอกว่าถ้าผิดสัญญาสวรรค์จะลงโทษเจินเจิน”“มัดจำ... ละ... ลมหายใจ บัดซบ!”เสียงอุทานประสานสายดังลั่นโถงบุปผา เหยาจิ้นทงโกรธจนหน้าเขียวหน้าแดง ส่วนเหยาจิ้นอวี๋และเหยาหมิงถึงกับกุมขมับทันที มู่หย่งฉีเจ้าคนสารเลว! นอกจากจะกล้าแตะต้องแก้วตาดวงใจของพวกเขาแล้ว ยังกล้าขู่สาวน้อยที่ไม่รู้ความด้วยเรื่องสวรรค์ลงโทษอีก ทั้งสามนึกก่นด่าเว่ยอ๋องจอมเสเพลไม่หยุดเหอเหมียวลี่ที่นั่งฟังเงียบๆ มานานวางถ้วยชาลงอย่างใจเย็น นางมองหน้าบุตรสาวครู่หนึ่งก่อนจะหันไปหาบุรุษทั้งสาม“ท่านโหว อาอวี๋ อาหมิง พวกท่านใจเย็นๆ กันก่อนเถิด ในเมื่อห้ามพวกเขาไม่ไหว เช่นนั้นก็รอดูท่าทีของเว่ยอ๋องตอนเจรจากัน ในเมื่อเขากล้าสัญญาว่าจะให้ตำแหน่งพระชายาเอกกับเจินเอ๋อร์ เขาก็ต้องทำให้วังหลวงยอมรับเจินเอ๋อร์เป็นสะใภ้หลวงให้ได้ และนอกจ
Read more

บทที่ 89 ความโกรธเกรี้ยวของฮูหยินเจิ้นหนิงโหว

ทันทีที่ล้อรถม้าซึ่งพรากตัวบุตรสาวคนเล็กไปพ้นสายตา ความอ่อนโยนและสุขุมที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าของเหอเหมียวลี่ก็มลายหายไปสิ้น นางหมุนกายกลับเข้าสู่จวนด้วยฝีเท้าที่หนักแน่นเสียจนข้ารับใช้รอบข้างไม่กล้าหายใจแรงนางเดินตรงดิ่งเข้าไปหาเหยาจิ้นทงผู้เป็นสามีที่กำลังยืนทำหน้าเคร่งขรึมอยู่ภายในห้องรับรอง ทันทีที่เขามองหน้าภรรยาก็ถึงกับชะงักเมื่อเห็นเพลิงโทสะในดวงตาของนาง‘แย่แล้ว!’ เจิ้นหนิงโหวร้องในใจ เขาเกือบลืมไปแล้วว่าเวลานางโกรธน่ากลัวเพียงใด“ฮูหยิน ใจเย็นๆ ก่อน”“การที่ข้ายังอยู่ตรงนี้ แล้วปล่อยเจินเอ๋อร์เข้าวังไปตามลำพัง ก็นับว่าใจเย็นมากแล้ว” เหอเหมียวลี่กัดฟันพูด ยามนี้ใบหน้าของนางน่ากลัวจนไม่มีผู้ใดกล้ามอง“หากมิใช่พระราชเสาวนีย์ เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจินเอ๋อร์ไปหรือไร” เหยาจิ้นทงเข้าไปจับไหล่ทั้งสองข้างของภรรยา เอ่ยปลอบให้นางคลายโทสะ “บางที พระนางอาจจะแค่อยากพบหน้าลูกสาวเราเท่านั้น และหากไม่มีเหตุอันควร พระนางก็ไม่อาจทำอะไรเจินเอ๋อร์ได้”ทว่าเหอเหมียวลี่ไม่สงบลงเล
Read more

บทที่ 90 เดินเร็วๆ หน่อยสิกูกู

ซือกูกูเริ่มออกเดินนำทันที หวังจะใช้จังหวะการเดินในวังหลวงที่ซับซ้อนและเร่งเร้าประกอบกับลมหนาวที่บาดผิวทำให้คุณหนูจวนโหวผู้บอบบางเหนื่อยหอบ ทว่าก้าวเดินไปได้เพียงไม่กี่สิบอึดใจ เหยาหลิงเจินที่ก้าวตามจี้มาติดๆ ก็เริ่มเปิดฉากกดดันคืนทันที“ไวอีกนิดสิกูกู ทำไมเดินช้าจัง วังออกจะใหญ่โต เดินช้าแบบนี้มีหวังโดนประหารเพราะมัวงุ่มง่าม!”ซือกูกูชะงักฝีเท้าเล็กน้อย นางเหลือบมองเด็กสาวข้างหลังด้วยสายตาถือดีในฐานะผู้ที่ทำงานในวังมานาน ก่อนจะแค่นยิ้มบางแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความมั่นใจ“ในเมื่อคุณหนูอยากให้เร่งฝีเท้า ก็เดินตามข้าให้ทันก็แล้วกันเจ้าค่ะ”สิ้นคำ ซือกูกูก็เริ่มสับเท้าก้าวเดินเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง หวังจะทิ้งห่างให้เด็กสาวข้างหลังหลุดกระบวน ทว่านางกลับคิดผิด เพราะไม่ว่านางจะเร่งเพียงใด เสียงฝีเท้าของเหยาหลิงเจินก็ยังคงดังสม่ำเสมอจี้อยู่ข้างหลังไม่ห่าง มิหนำซ้ำคำพูดกวนประสาทที่แฝงความใสซื่อยังคงดังไล่หลังมาไม่หยุด“เร็วอีกนิดสิ ทำไมถึงอืดอาดอย่างนี้นะ”“นั่นสิเจ้าคะ หรือว่
Read more
PREV
1
...
7891011
...
17
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status