Tous les chapitres de : Chapitre 141 - Chapitre 150

162

บทที่141 เรื่องนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ

 ตามกำแพงเมืองและป้ายประกาศของทางการ ปรากฏข้อความที่เขียนด้วยถ่านสีดำสนิท สาปแช่งให้ผู้ที่ขัดขวางโชคชะตาของแผ่นดินต้องพบกับความพินาศ ราษฎรที่สิ้นหวังเริ่มมองว่าการที่ฝนหยุดตกนั้น คืออาถรรพ์ที่เกิดจากความอคติของไทเฮาโดยแท้ บางกลุ่มถึงขั้นรวบรวมตัวกันไปคุกเข่าประท้วงที่หน้าประตูวัง ท่ามกลางแดดที่แผดเผาจนผิวหนังแทบไหม้เกรียม พวกเขาไม่ได้เรียกร้องขออาหารหรือเงินทอง แต่กลับตะโกนก้องเรียกหา “ธิดาสวรรค์” และเรียกร้องให้ไทเฮาทรงขอขมาต่อฟ้าดินที่ทำให้แผ่นดินต้องตกอยู่ในกองเพลิงอีกครั้งความโกรธแค้นนี้ลามปามไปถึงขั้นมีการเผาหุ่นฟางที่สวมชุดประทับตราหงส์เพื่อระบายโทสะ ชาวนาที่สิ้นเนื้อประดาตัวชี้หน้าไปทางทิศของวังหลังพลางร่ำไห้สาปแช่งอย่างน่าเวทนาบัดนี้ ชื่อของไทเฮามิได้ถูกจดจำในฐานะมารดาแห่งแผ่นดินผู้สูงส่งอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นหญิงกาลกิณีในสายตาของชาวบ้านผู้หิวโหยไปเสียแล้ว ราชบัลลังก์ของมู่เหวินหลงไม่ได้เพียงแค่สั่นคลอน แต่มันกำลังจะพังทลายลงเพราะโทสะของราษฎร และความขัดแย้งภายในราชวงศ์ที่ไทเฮาทรงเป็นผู้จุดชนวนขึ้นมาเองกับมื
Read More

บทที่142 ลิขิตสวรรค์จะปิดตาย

 ในขณะที่มู่เหวินหลงกำลังจะโบกพระหัตถ์ปิดการประชุม ท่ามกลางเสียงถวายพระพรที่กำลังจะดังขึ้น เยี่ยนจิ้นหลิงที่ยืนสงบนิ่งราวกับภาพวาดเทพเซียนมาตลอดกลับขยับกายเพียงเล็กน้อย ท่วงท่าของเขาช่างแช่มช้าและสง่างามจนสายตาทุกคู่ในท้องพระโรงต้องหันไปมองเป็นตาเดียวเขามิได้โพล่งตะโกน ทว่าเสียงที่เอ่ยออกมากลับทุ้มนุ่มและกังวานใส ประหนึ่งเสียงระฆังเงินที่ดังท่ามกลางความเงียบสงัด“ฝ่าบาท โปรดประทานอภัยที่กระหม่อมต้องทูลทัดทานในยามนี้ ทว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของอาณาประชาราษฎร์ กระหม่อมไม่อาจนิ่งเฉยได้พ่ะย่ะค่ะ”เยี่ยนจิ้นหลิงก้าวออกมาข้างหน้าอย่างแผ่วเบา ใบหน้าหล่อเหลาปานเทพจุตินั้นยังคงนิ่งสงบ แววตาที่มองตรงไปยังบัลลังก์มังกรดูราวกับมองผ่านทุกสรรพสิ่งไปถึงลิขิตเบื้องบน“บัดนี้ความแห้งแล้งล่วงเลยมาเกือบเดือนแล้ว หากต้องรอเตรียมการอภิเษกถึงเจ็ดวันตามที่พระองค์ตรัส กระหม่อมเกรงว่านั่นจะเป็นการล่วงเลยพิชัยฤกษ์ที่สวรรค์เปิดทางให้พ่ะย่ะค่ะ”เขายกยิ้มที่มุมปากเพียงบางเบา รอยยิ้มที่ดูสูงส่งและเยือก
Read More

บทที่143 ทางออกของโอรสสวรรค์

มู่หย่งฉีได้ฟังถึงกับเบิกตาโพลง ไม่อยากเชื่อว่ามู่เหวินหลงจะมีคำสั่งประหนึ่งเป็นการเนรเทศพระมารดาเยี่ยงนี้“เจ้าว่าอย่างไรนะ เสด็จแม่ต้องออกเดินทางไปสักการะเทพบนยอดเขาในวันพรุ่งนี้เชียวหรือ แต่กว่าจะไปครบทุกสารทิศนั่นมันต้องใช้เวลาเกือบปีเชียวนะ”“ท่านอ๋องได้ยินถูกต้องแล้ว ตอนแรกบ่าวก็ไม่เชื่อ แต่คนส่งข่าวแจ้งว่าสำนักโหรหลวงบอกว่าไทเฮาลบลู่ธิดาสวรรค์ ทำให้ภัยแล้งหนักหนากว่าเดิม มีแต่ต้องทำเช่นนี้ถึงจะผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ และขุนนางทั้งหลายต่างก็เห็นด้วยทุกคนพ่ะย่ะค่ะ” จิงจื่อทูลเสียงสั่นมู่หย่งฉีคิดถึงใบหน้าของชาวบ้านที่โกรธแค้น ก็พอเข้าใจได้ว่าเหตุใดพวกขุนนางเหล่านั้นถึงได้เห็นดีเห็นงามกับวิธีการของสำนักโหรหลวง หาไม่แล้วราษฎรคงไม่ยอมอยู่อย่างสงบง่าย ๆ“อย่างไรเสด็จแม่ก็เป็นถึงไทเฮา ฝ่าบาทย่อมต้องจัดรถม้าและขบวนในการเดินทางอย่างดีที่สุด ถือว่าให้เสด็จแม่ไปเที่ยวเล่นนอกวังบ้างก็แล้วกัน” มู่หย่งฉีพูดอย่างปลงตก“แต่ว่ายังไม่หมดพ่ะย่ะค่ะ” จิงจื่อที่ยังรายงานไม่ครบทุกเรื่องพลันกล่าวต่อ“ยังมีอะไรที่เลวร้ายกว่านี้อีกหรือ”“ไม่เลวร้ายเลยสักนิดพ่ะย่ะค่ะ เพราะฝ่าบาทมีราชโองการให้จัดงานมงคลสม
Read More

บทที่144 พิธีเข้าหอและคำล่อลวงของท่านอ๋อง

บรรยากาศภายในห้องหอถูกฉาบด้วยแสงสีทองสลัวจากเทียนมงคลเล่มหนา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกำยานดอกไม้ป่าอบอวลไปทั่วห้องที่ประดับประดาด้วยอักษร "ซวงสี่" สีแดงสด บนเตียงกว้างที่ปูด้วยผ้าไหมชั้นเลิศ ร่างบอบบางในชุดเจ้าสาวสีแดงนั่งตัวตรงนิ่งสงบภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวที่ยังไม่ได้ถูกเลิกขึ้นหลิวรุ่ยหลิน ในร่างของเหยาหลิงเจินนั่งนิ่งจนแผ่นหลังเริ่มแข็งทื่อ นางขยับนิ้วมือใต้แขนเสื้อกว้างอย่างอึดอัด พลางนึกด่าทอธรรมเนียมบ้าบอที่ห้ามเจ้าสาวกินอะไรตั้งแต่เช้าจนกว่าจะเข้าห้องหอ ในหัวของนางตอนนี้ไม่ได้มีภาพความหวานล้ำของการเข้าหอเลยสักนิด แต่มันเต็มไปด้วยภาพอาหารเลิศรสที่วางอยู่บนโต๊ะเสวยด้านนอก‘หิว... หิวจนจะกินวัวทั้งตัวได้อยู่แล้ว ทำไมพิธีการมันถึงได้ยืดยาวขนาดนี้กันนะ’ หลิวรุ่ยหลินลอบถอนใจ ความหิวทำให้สติสัมปชัญญะของนางเริ่มล่องลอย หากไม่ใช่เพราะต้องสวมบทบาทคุณหนูสี่ปัญญาอ่อน นางคงกระชากผ้าคลุมหน้าทิ้งแล้ววิ่งไปโซ้ยอาหารบนโต๊ะให้รู้แล้วรู้รอด“คุณหนูอดทนอีกนิดนะเจ้าคะ ท่านอ๋องใกล้จะเสร็จจากการร่ำสุราด้านนอกแล้ว” เหยาปิง ที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างกายกระซิบปลอบเบาๆ เมื่อเห็นท่าทางเหนื่อยอ่อนของเจ้านาย“เหยาปิง.
Read More

บทที่145 ท่านอ๋อง... ไหนล่ะ ของหวาน

 หลิวรุ่ยหลินแสร้งทำตาโตพลางส่ายหน้าขวับทันควัน “ไม่เอา เจินเจินไม่อยากหิว”“ถ้าอย่างนั้นก็หลับตาเสีย... แล้วอยู่นิ่งๆ ไม่ว่าสามีจะทำอะไร ห้ามลืมตาจนกว่าข้าจะบอก เข้าใจไหม” มู่หย่งฉีสั่งเสียงนุ่ม แต่อบอวลไปด้วยความเจ้าเล่ห์หลิวรุ่ยหลินยอมปิดเปลือกตาลงแต่โดยดี แอบยิ้มกริบในใจกับแผนการ 'ล่อลวงภรรยาเด็ก' ของเขา นางปล่อยให้มูหย่งฉีโน้มใบหน้าลงมาประทับจุมพิตที่หน้าผากมนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนลงมาที่ปลายจมูก และหยุดอยู่ที่ริมฝีปากบางที่นางเผลอเผยอรอรับรสสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้นมู่หย่งฉีอาศัยจังหวะที่ร่างบางยอมปิดเปลือกตาลงอย่างซื่อตรง ค่อย ๆ ปลดสายรัดเอวเส้นสุดท้ายออกอย่างแผ่วเบาจนสาบเสื้อตัวในแยกออกจากกัน เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดขาวผ่องราวน้ำนมภายใต้แสงเทียนสลัว มือหนาที่ร้อนระอุเริ่มลูบไล้จากต้นแขนขึ้นมายังลำคอระหง กลิ่นกายสาวหอมกรุ่นปนกลิ่นแป้งอ่อน ๆ ยิ่งกระตุ้นให้สัญชาตญาณของชายหนุ่มพลุ่งพล่านเขากดร่างของนางลงกับหมอนนุ่มช้า ๆ โดยที่มือนึงยังคงกุมมือนางไว้มั่น“ท่านอ๋อง.
Read More

บทที่146 เด็กดีของเปิ่นหวาง  

 ความยิ่งใหญ่ที่คับแน่นตึงผิวเนื้อข้างในจนแทบปริแยกทำให้หลิวรุ่ยหลินต้องครางประท้วงออกมาเสียงหลง“อ๊ะ... ท่านอ๋อง... เบา... เบาหน่อย...”“ข้าเบาไม่ได้แล้ว... เจ้าช่างหวานและรัดข้าแน่นเหลือเกิน” มู่หย่งฉีคำรามแผ่วในลำคอ แววตาคมกริบจ้องมองร่างบางที่บิดเร้าอยู่ใต้ร่างด้วยความลุ่มหลง เขาโน้มตัวลงต่ำ ใช้ปากรวบยอดถันสีหวานเข้าไว้แล้วดูดดึงอย่างแรงจนเกิดเสียงดังจ๊วบซ่านสยิว“อ๊า... ท่านอ๋อง ท่านทำอะไร...” นางครางพลางขยุ้มกลุ่มผมของเขาแน่น เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงดูดเม้มที่ทรวงอกสลับกับการกระแทกกระทั้นเบื้องล่างที่ทวีความรุนแรงขึ้น“ข้าคอแห้ง... ขอดื่มน้ำแก้กระหายจากเจ้าหน่อยเถิด” เขาตอบด้วยเสียงพร่ามัวก่อนจะซุกหน้าดูดดึงอกอิ่มอีกครั้งอย่างหิวกระหาย จังหวะเอวของเขาเริ่มรัวเร็วและรุนแรงจนเตียงไม้แกะสลักส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดไปตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เสียงเนื้อกระทบกันดังกึกก้อง ตับ! ตับ! ตับ! สม่ำเสมอและหนักหน่วงประหนึ่งกลองรบที่ตีรัวยิ่งเวลาผ่านไป มู่หย่งฉียิ่
Read More

บทที่147 เจินเจินปวดเหมือนโดนรถม้าทับเลย

แสงอรุณทอประกายสีทองรำไรลอดผ่านม่านมุกและบานหน้าต่างฉลุลายโบตั๋น กลิ่นอายความรุ่มร้อนที่แผดเผาห้องหอมาตลอดทั้งคืนยังคงอบอวลจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นกฤษณาหอมละมุน หลิวรุ่ยหลินในร่างของเหยาหลิงเจินค่อยๆ ขยับกายใต้ผ้าห่มแพรปักลายมงคล ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้าหาคือความระบมแปลบที่กึ่งกลางกายสาว และอาการเมื่อยล้าตามข้อต่อที่ย้ำเตือนถึงบทรักอันหนักหน่วงของมู่หย่งฉี ชายหนุ่มผู้เพิ่งสถาปนานางขึ้นเป็นชายาอย่างสมบูรณ์เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมานางลืมตาขึ้นช้าๆ พบว่าท่อนแขนแกร่งของมู่หย่งฉียังคงพาดเอวบางไว้มั่น ราวกับเขากลัวว่านางจะอันตรธานหายไปในยามเช้า ใบหน้าคมคายที่ยามปกติมักประดับด้วยรอยยิ้มเสเพล บัดนี้ดูสงบราบเรียบและหล่อเหลาจนน่าใจหาย หลิวรุ่ยหลินจ้องมองใบหน้าของสามีหมาดๆ ด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความอุ่นซ่านระคนประหม่า แม้การตัดสินใจแต่งกับเขาส่วนหนึ่งเพื่อเป็นใบเบิกทางที่ไวที่สุดในการกลับไปฉางหยาง แต่ก็ต้องยอมรับว่าลึกๆ แล้วนางพึงใจในรูปลักษณ์ นิสัยใจคอ และการวางตัวที่ไม่เหมือนกับเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงทั่วไปนักของเขาด้วย ยิ่งพอได้โรมรันกันเมื่อคืน นางก็พบว่าชายาอ๋องเสเพลนี้คงไม่ได้มาง่ายๆ เพราะคง
Read More

บทที่148 พันธนาการแห่งความลวง

ประตูบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกช้าๆ ขบวนนางกำนัลในชุดสีชมพูกลีบบัวเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างสำรวม นำโดยกูกูอาวุโสผู้เคร่งครัดที่ฮองเฮาทรงประทานมาเพื่อทำหน้าที่เป็นพยานในคืนเข้าหอ ตามหลังมาด้วยสี่สาวใช้สินเดิมที่หลิวรุ่ยหลินไว้วางใจที่สุดคือ เหยาปิง เหยาฉิน เหยาจู และเหยาฮวาเหยาปิงเดินนำหน้ามาด้วยสีหน้าภูมิใจ นางถือถาดทองคำที่มีผ้าสะอาดเตรียมไว้ ตามมาด้วยเหยาฉินที่ประคองอ่างล้างหน้าเงินสลักลายอย่างประณีต และเหยาจูที่ถือถาดเครื่องหอมยามเช้า ส่วนเหยาฮวานั้นยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังพร้อมถ้วยยาบำรุงที่ส่งควันกรุ่น กลิ่นสมุนไพรราคาสูงโชยมาแตะจมูกกูกูอาวุโสก้าวตรงไปยังเตียงกว้างที่ยังคงร่องรอยความยับย่นจากพายุอารมณ์เมื่อคืน นางก้มกายทำความเคารพมู่หย่งฉีอย่างนอบน้อมก่อนจะเริ่มทำหน้าที่สำคัญ หลิวรุ่ยหลินหน้าร้อนวูบจนแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนี เมื่อกูกูค่อยๆ เลิกผ้าห่มออก บรรจงหยิบผ้าพรหมจรรย์ผืนสีขาวบริสุทธิ์ที่มีรอยเลือดสีแดงเข้มเป็นดวงเด่นชัดอยู่กลางผืนผ้าขึ้นมาตรวจสอบ แววตาของหญิงชราฉายความพึงพอใจอย่างยิ่ง นางบรรจงพับผ้าผืนนั้นวางลงบนถาดเงินราวกับมันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์“รอยประทับแห่งความบริสุทธิ์ชัดเจ
Read More

บทที่149 นิมิตแห่งพิรุณ

ภายใต้หลังคาสีทองอร่ามของพระราชวังหลวงที่ตั้งตระหง่านท้าทายแสงตะวัน บรรยากาศภายในตำหนักคุนหนิงกลับเต็มไปด้วยกระแสคลื่นใต้น้ำที่ไหลวนอย่างเงียบเชียบกลิ่นกำยานชั้นเลิศหอมอบอวลทว่ากลับชวนให้รู้สึกอึดอัดเมื่อหลิวรุ่ยหลินในร่างของเหยาหลิงเจินต้องเผชิญหน้ากับเหล่าสตรีผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดิน นางสวมชุดพิธีการสีแดงมงคลปักดิ้นทองลายหงส์เหินทับซ้อนกันหลายชั้นจนดูสง่างามราวกับเทพธิดาตัวน้อย ทว่าน้ำหนักของมันกลับกดทับบอบบางของนางให้ยิ่งดูเล็กลงไปอีกเมื่อต้องคุกเข่าลงเบื้องหน้าฮองเฮาสายตาฉลามบกของเหล่าพระสนมที่นั่งเรียงรายอยู่ด้านข้างต่างจับจ้องมาที่นางราวกับจะมองให้ทะลุถึงวิญญาณข้างใน บ้างก็สงสัยในข่าวลือเรื่องสติปัญญาที่ไม่สมประกอบ บ้างก็ริษยาในวาสนาที่ได้รับประทานสมรสกับเว่ยอ๋อง ทว่าใบหน้าจิ้มลิ้มที่ประดับด้วยรอยยิ้มซื่อใสและดวงตาที่ดูกระจ่างใจไร้เล่ห์เหลี่ยมของเหยาหลิงเจิน กลับทำให้คำครหาเหล่านั้นกลายเป็นเพียงอากาศธาตุ หลิวรุ่ยหลินในคราบเด็กสาวผู้ไร้เดียงสาแสร้งทำเป็นตื่นตาตื่นใจกับความหรูหราของตำหนักจนดูคล้ายเด็กน้อยที่เพิ่งเคยเข้าวังครั้งแรกมู่หย่งฉียืนตระหง่านอยู่เคียงข้างนางราวกับขุน
Read More

บทที่150 ปริศนาจากกุนซือผมเงิน  

ณ ศาลาสิบลีนอกเมืองหลวงสถานที่ที่ใช้สำหรับร่ำลาผู้ที่จะเดินทางไกล บรรยากาศช่างสดชื่นเขียวขจีหลังฝนพรำ ยอดหญ้าตามริมทางชูไสวรับแสงแดดอ่อนๆ กลิ่นดินที่ยังคงหอมกรุ่นปนกลิ่นไอฝนทำให้ผู้คนรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ประชาชนนับพันที่มาออกันเต็มสองข้างทางต่างพากันยิ้มแย้มยินดีและก้มกราบส่งธิดาสวรรค์ ขบวนเดินทางของเว่ยอ๋องเคลื่อนตัวออกมาอย่างสง่างาม มู่หย่งฉีในชุดเกราะศึกดูองอาจตั้งมั่นอยู่บนหลังม้าสีดำทมิฬเคียงคู่รถม้าของพระชายาที่หน้าศาลา ครอบครัวตระกูลเหยาและเหล่าขุนนางที่สนิทสนมต่างมารวมตัวกันเพื่อส่งพระชายาเดินทางไกล ฮูหยินเหยามองดูเหยาหลิงเจินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย แม้ในใจจะอาวรณ์เพียงใดแต่ก็ต้องรักษาขบถธรรมเนียมอย่างเคร่งครัด นางดึงมือของบุตรสาวไปกุมไว้แน่นพลางกำชับด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นคงที่สุด“หวางเฟย เสด็จไปประทับที่แคว้นบรรณาการแล้ว ขอโปรดหมั่นระลึกถึงสิ่งที่ได้ฝึกฝนมานะเพคะ ปฏิบัติตนเป็นพระชายาที่ดีตามที่หม่อมฉันได้พร่ำสอน อย่าได้ขาดตกบกพร่องจนทำให้ท่านอ๋องต้องขายหน้าผู้ใดเด็ดขาด ที่นั่นลมแรงและอากาศหนาวเย็นนัก ต้องรักษาสุขภาพให้ดี และหากมีเรื่องติดขัดหรื
Read More
Dernier
1
...
121314151617
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status