ขบวนเสด็จเริ่มเคลื่อนตัวออกจากศาลาสิบลีอย่างเป็นทางการ เสียงเกือกม้าและเสียงล้อรถม้าดังประสานกันเป็นจังหวะที่มั่นคง มู่หย่งฉีเลือกที่จะควบม้าศึกขนาบข้างรถม้าของเจินเจินเกือบตลอดเวลา ชุดเกราะสีเงินของเขาสะท้อนแสงแดดดูองอาจราวกับเทพสงคราม ทว่าสายตาของเขากลับคอยชะเง้อมองลอดม่านหน้าต่างเข้ามาดูชายาเกือบทุกๆ ห้านาที“อ้ายเฟย เมื่อครู่เจ้าจิ้งจอกนั้นมันพูดอะไรกับเจ้า หน้าเจ้าดูซีดไปนิดหนึ่งนะ หากมันพูดจาเพ้อเจ้อให้เจ้ากังวล ข้าจะสั่งคนไปจัดการตัดลิ้นมันเสียเดี๋ยวนี้เลย” มู่หย่งฉีถามเสียงเข้ม แววตาเต็มไปด้วยความกังวล เขาไม่ค่อยเชื่อว่าเยี่ยนจิ้นหลิงหวังดี เพราะนิสัยชอบปั่นหัวผู้อื่น“พี่ชายผมเงินแค่อวยพรให้เราลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง แล้วก็พูดอะไรยากๆ ที่เกี่ยวกับดวงดาว ข้าจำไม่ได้แล้ว” หลิวรุ่ยหลินโผล่หน้าออกมาตอบพลางส่งยิ้มกว้างให้เขา เพื่อกลบเกลื่อนความพะวักพะวนในใจ นางแสร้งชี้ชวนให้เขาดูนกกระยางที่ร่อนลงกินน้ำในนาข้าวสองข้างทาง “ดูนั่นสิ นกตัวนั้นมันทำท่าเหมือนจะเต้นระบำเลย”มู่หย่งฉีส่ายหน้ายิ้มๆ อย่างระอาแกมเอ็นดูในความช่างจรรโลงใจของนาง ความกังวลเรื่องกุนซือหายไปสิ้นเมื่อเห็นรอย
Read more