ยามอาทิตย์อัสดง ลมวสันต์พัดพาเอากลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่านอกด่านข้ามกำแพงสูงชันเข้าสู่ใจกลางจวนเว่ยอ๋อง ณ เมืองฉางหยาง แสงโคมระย้าสีนวลตาถูกจุดขึ้นนับร้อยดวงจนทั่วทั้งบริเวณสว่างไสวดุจกลางวัน เงาสะท้อนของแสงไฟระยิบระยับบนผิวน้ำในสระบัวประหนึ่งมุกดาหารที่ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์ บรรดาสาวใช้ในชุดสีเขียวอ่อนเดินนวยนาดคอยรินสุราและจัดวางอาหารเลิศรสอย่างไม่ขาดสาย เสียงเครื่องสายบรรเลงเพลงมงคลแผ่วพลิ้วประโลมโสตประสาทของผู้มาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับพระชายาอย่างสมเกียรติบนแท่นประธานที่ยกสูงขึ้นจากพื้น มู่หย่งฉีนั่งเอนกายอยู่หลังโต๊ะไม้สลักลายวิจิตรอย่างไม่ยี่หระต่อจารีตนัก ฉลองพระองค์สีม่วงเข้มปักลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาถูกสวมใส่อย่างหลวมๆ เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่ดูแข็งแกร่ง แววตาคมกริบที่มักฉายความดุดันยามอยู่ต่อหน้ากองทัพ บัดนี้กลับเหลือเพียงความเสเพลและลุ่มหลงยามที่เขาก้มลงกระซิบกระซาบหยอกเย้าชายารัก“อ้ายเฟย ดูสิ... ขนมกุ้ยฮวาเกาเหล่านี้ข้ากำชับให้พ่อครัวทำแบบที่เจ้าชอบ รสชาติหวานล้ำ หอมละมุนแน่นอน ลองชิมดูสิ” มู่หย่งฉีเอ่ยพลางใช้ปลายนิ้วเชยคางมนของเหยาหลิงเจินขึ้นมาสบตา ท่าทางเห่อพระชายาใหม่ของเขาช
Read more