All Chapters of สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด: Chapter 91 - Chapter 100

123 Chapters

บทที่ 89 สิ่งที่เปิ่นหวางต้องการใครก็ไม่สามารถมาแย่งชิง

"องค์หญิงแย่แล้วเพคะ ท่านหญิงซ่วง นาง..." เยว่จื่อรุ่ยเดินเข้าประตูวังเจิ้นเวยฝู่ยังไม่ถึงสามก้าวหลี่กูกูก็วิ่งเข้ามารายงานด้วยท่าทีตื่นตระหนก"เกิดอะไรขึ้น" แม้ว่าที่ผ่านมาซ่วงหว่านเอ๋อร์จะทำเรื่องร้ายแรง รังแกคนอยู่บ่อยๆ ทว่าหลี่กูกูก็ไม่เคยเสียกิริยาเช่นนี้ หรือว่าตอนนี้จะถึงเวลารวบแห จับปลาแล้ว"นาง... นางคิดวางยาท่านอ๋องเพคะ" วางยา แน่นอนว่ายาที่ว่านี้ย่อมไม่ใช่ยาพิษ ริมฝีปากบางของเยว่จื่อรุ่ยยิ้มกว้าง ในแววตามีความเจ้าเล่ห์อยู่ในที "เล่าให้เปิ่นกงฟังอย่างละเอียด""เมื่อตอนกลางวันหลังจากที่นางรังแกเสี่ยวหลัน เสี่ยวชิง แล้ว หม่อมฉันกลับไปที่เรือนก็ได้ยินท่านหญิงซ่วงกำลังวางแผนกับสาวใช้คนสนิทว่าคืนนี้จะลอบวางยาปลุกกำหนัดในน้ำแกงที่ส่งไปให้ท่านอ๋องเพคะ" หลี่กูกูเอ่ยบอกด้วยท่าทีร้อนใจ หากแต่คนฟังกลับมีท่าทีนิ่งสงบ ไม่ร้อนรน"ท่านอ๋องรู้เรื่องนี้แล้วใช่หรือไม่" แน่นอนว่าหูตาของซ๋งกู้เว่ยนั้นมีมากมาย ต่อให้หลี่กูกูไม่ไปแจ้ง เรื่องเช่นนี้เขาย่อมไม่พลาดท่าเสียทีอยู่แล้ว"องค์หญิง ท่านอ๋องถูกวางพ่ะย่ะค่ะ" เสียงของจางซ๋งดังขึ้นก่อนที่หลี่กูกูจะได้ตอบคำถาม คิ้วเรียวขมวดมุ่น มือบางกำเข้าหาก
Read more

บทที่ 90 เปิ่นหวางไม่ได้ขาดสตรี

ลมหายใจร้อนผ่าวที่เจือไปด้วยกลิ่นอายบุรุษเพศรินรดลงบนซอกคอขาวผ่อง เยว่จื่อรุ่ยสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของซ่งกู้เว่ยที่ร้อนดั่งไฟแผดเผา นัยน์ตาสีดำขลับของเขา บัดนี้กลับแดงก่ำและชัดเจนถึงแรงอารมณ์ปรารถนาแน่นอนว่าหากเป็นสตรีทั่วไปตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ คงหวาดกลัวจนตัวสั่น หรือไม่ก็ยินดีตอบรับอย่างเร่าร้อน ทว่าเยว่จื่อรุ่ยผ่านเรื่องราวมามากมาย ไม่ใช่สตรีอ่อนแอในห้องหอที่จะตื่นตระหนกเพียงเพราะเรื่องราวเช่นนี้ย่อม ดังนั้นแม้ร่างกายเปลือยเปล่าจะถูกกดทับจนขยับไม่ได้ แต่นัยน์ตาหงส์ของนางกลับนิ่งสงบ และจริงจัง“หากการใช้กำลังบังคับเป็นสิ่งที่พระองค์ต้องการ...” เสียงราบเรียบเอ่ย อย่างนิ่งสงบ “เช่นนั้นหม่อมฉันก็ยินดีเพคะ” คำพูดของนางราวกับน้ำเย็นจัดที่สาดรดลงบนกองไฟ ซ่งกู้เว่ยชะงักไปชั่วครู่ ริมฝีปากที่กำลังจะประทับลงบนเนินอกอิ่มหยุดนิ่ง“เจ้ากำลังยั่วโมโหเปิ่นหวางหรือ” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและกดต่ำ สันกรามขบเข้าหากันแน่นจนนูนเป็นสัน“หม่อมฉันเพียงแค่เตือนสติพระองค์เพคะ” เยว่จื่อรุ่ยเชิดหน้า สบสายตาคมที่แดงก่ำโดยไม่หลบเลี่ยง “เพียงแต่หากพระองค์ทรงใช้กำลังบังคับหม่อมฉันในคืนนี้... สถานะระหว่
Read more

บทที่ 91โรคระบาด

"กรี๊ด! ทะ... ท่านหญิง! ใบหน้าของท่าน!" เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดผวา ของชุ่ยหลิวสาวใช้คนสนิทซ่วงหว่านเอ๋อร์ ดังลั่นเรือนซิ่นฮวา ก่อนที่ร่างของนางทรุดฮวบลงข้างเตียงนอนหลังผู้เป็นนายจนอ่างน้ำหกรดตนเองเปียกชุ่มไปทั้งกาย "เอะอะโวยวายอะไรอยากตายหรือไง" คนที่เพิ่งสะดุ้งตื่นเพราะเสียงกรีดร้อง ตวาดลั่นด้วยความโมโห ทว่ายังไม่ทันได้อาละวาดเหมือนทุกครั้ง ร่างกายก็รู้สึกถึงความร้อนรุ่มดั่งไฟสุมในอก ลำคอแห้งผากราวกับกลืนถ่านหินร้อนๆ ลงไป ร่างเพียวบางพยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่งเมื่อรู้สึกถึงอาการปั่นป่วนภายในช่องท้อง ทว่ากล้ามเนื้อทุกสัดส่วนกลับปวดร้าวรุนแรง กลิ่นเหม็นเปรี้ยวชวนคลื่นเหียน ตีตื้นขึ้นมาจนนางต้องพลิกตัวโก่งคออาเจียนรดลงบนพื้น"แหวะ! อ่อก..." "ท่านหญิง!" ชุ่ยหลิวรีบคลานเข้าไปลูบหลังผู้เป็นนาย ทั้งที่ในใจทั้งหวาดกลัวและขยะแขยงต่อภาพตรงหน้า ยิ่งเห็นใบหน้าและท่อนแขนที่พ้นจากแขนเสื้อของซ่วงหว่านเอ๋อร์ชัดๆ สาวใช้ก็ยิ่งตากว้างค้าง ผงะถอยหลังอย่างลืมตัว"ท่านหญิงผิวกายของท่าน..." บนผิวพรรณที่เคยขาวผุดผ่องดุจหยกสลักและเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของซ่วงหว่านเอ๋อร์ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยผื่นตุ่มน้ำผุ
Read more

บทที่ 92 การดิ้นรนของหมากที่ไร้ทางสู้

ฮวาจื่อใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนบางรองรับข้อมือของซ่วงหว่านเอ๋อร์เพื่อจับชีพจร เพียงครู่เดียว คิ้วเรียวของหมอหญิงก็ขมวดเข้าหากันแน่น นางรีบชักมือกลับและก้าวถอยหลังออกห่างจากเตียง เดินออกมารายงานผู้เป็นนายที่กลางลานหน้าเรือนในทันที"ทูลองค์หญิง..." ฮวาจื่อประสานมือรายงานเสียงดังฟังชัด สีหน้าชัดเจนถึงความเคร่งเครียด "อาการของท่านหญิงซ่วง ชีพจรเต้นเร็วและปั่นป่วน ตัวร้อนดั่งไฟ มีตุ่มน้ำผุดทั่วร่าง และมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง นี่เป็นอาการของ..." ฮวาจื่อเว้นช่วงจังหวะไปเล็กน้อย ท่าทีที่ลังเลของนางเรียกความสนใจของบรรดาบ่าวไพร่รอบๆ ในทันทีท่านหญิงเป็นโรคร้ายอันใดกัน เหตุใดหมอหญิงส่วนตัวขององค์หญิงหนิงอันจึงมีอาการเช่นนี้"รายงานตามความจริงมาได้เลย" "ทูลองค์หญิง ท่านหญิงซ๋วงทรงติดโรคระบาดกาฬม่วงเพคะ"โรคระบาดกาฬม่วง เป็นโรคที่ระบาดในเมืองจี้ หัวเมืองเขตทางใต้ของต้าเป่ยเมื่อสิบปีก่อน ในตอนนั้นเมืองจี้เป็นเขตพื้นที่ที่รุ่งเรื่องมาก เพราะเป็นเมืองหน้าด่านติดทะเล มีการติดต่อค้าขายกับต่างแคว้น ชาวเมืองรุ่งเรืองร่ำรวย เรียกได้ว่าทั้งต้าเป่ยนี้ มีเมืองหลวงเป็นอันดับหนึ่ง มีเมืองจี้เป็นอันดับสอง ทว่าหลั
Read more

บทที่ 93 ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ

สองชั่วยามให้หลังชุ่ยหลิวก็ลักลอบพา ท่านหมอป๋อผู้มีชื่อเสียงด้านการตรวจโรค และยังเป็นตระกูลแพทย์ที่สืบทอดมาถึงห้ารุ่น ลอบเข้ามาในวังเจิ้นเวยฝู่อย่างยากลำบาก“ครั้งนี้ลำบากท่านหมอแล้ว” ชุ่ยหลิวพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด เมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าที่อีกฝ่ายสวมใส่เปรอะเปื้อนไปด้วยสิ่งปฏิกูลบางอย่างป๋อเหวิน แม้จะไม่พอใจทว่าเมื่อคิดถึงตระกูลซ่วงซึ่งเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ฝั่งตะวันตก อีกทั้งยังเป็นบิดาบุญธรรมของไทเฮา เขาก็ได้แต่กัดฟันวางท่า เอ่ยตอบด้วยท่าทีนิ่งสงบ“ไม่เป็นไร เรื่องของท่านหญิงสำคัญกว่า รีบพาข้าไปตรวจอาการนาง”กล่าวจบท่านหมอหนุ่มก็เร่งก้าวเท้าตรงไปยังเรือนซิ่นฮวาด้วยความหวาดหวั่น หากท่านผู้สำเร็จราชการรู้ว่าเขาลักลอบเข้ามาในวังเจิ้นเวยฝู่ ให้มีสิบหัวก็คงไม่พอให้อีกฝ่ายตัดแน่ๆ"ท่านหมอ! รีบตรวจข้าเร็วเข้า ข้าไม่ได้เป็นโรคระบาดใช่หรือไม่ ข้าแค่ถูกพิษใช่ไหม!" ทันทีที่รู้ว่าชุ่ยหลิวพาหมอที่เก่งกาจเข้ามา ซ่วงหว่านเอ๋อร์ก็รีบยื่นแขนที่เต็มไปด้วยตุ่มหนองผ่านช่องสำหรับส่งอาหารและยาออกมาอย่างร้อนรน ป๋อเหวินขมวดคิ้วเมื่อได้กลิ่นเหม็นคละคลุ้งลอยออกมา เขานั่งลงอยู่ที่หน้าเรือนนอนของซ่วงหว่านเอ๋อร์วา
Read more

บทที่ 94 หมากตัวใหม่ของไทเฮา

“ทุกอย่างเป็นไปตามแผนเพคะ” เมื่อได้ยินคำรายงานริมฝีปากบางก็ยกยิ้มกว้าง มือเรียวบางยื่นออกไปรับถ้วยชาอูหลงชั้นเลิศ มาดื่มด้วยสีหน้าพึงพอใจ“คนกลับไปแล้วใช่หรือไม่”“เพคะ ทันทีที่ตรวจพบว่าท่านหญิงซ่วงมีอาการคล้ายโรคระบาดกาฬม่วง หมอป๋อคนนั้นก็ตกใจจนหน้าซีด ปีนกำแพงจากไปอย่างรวดเร็วเลยเพคะ”เยว่จื่อรุ่ยยิ้มกว้างมากขึ้น ยกถ้วยชาในมือขึ้นเบาไล่ไอร้อน แล้วจิบดื่ม ไม่ว่าจะเป็นใครสุดท้ายแล้วก็ห่วงตัวเองมากที่สุด "ตอนนี้ท่านหญิงซ่วงเป็นอย่างไรบ้าง"“ร้องโวยวายลั่นเรือนอยู่ราวครึ่งชั่วยามก็สลบไปเพคะ หลังจากนั้นก็คล้ายจะสงบลงแล้ว” หลี่กูกูซึ่งทำหน้าที่สังเกตการเรือนซิ่นฮวากล่าวรายงานด้วยน้ำเสียงยินดีจนเก็บไม่มิด ด้วยหลายวันมานี้นางเห็นการกระทำทุกอย่างของซ่วงหว่านเอ๋อร์จนเกลียดชังฝังกระดูกโดยไม่รู้ตัว"เพียงแต่องค์หญิงเพคะ หากมีคนจับได้ว่าอาการของท่านหญิงเกิดจากสาเหตุใด พวกเราจะไม่..." แม้จะเกียจชังสตรีผู้นั้นเพียงใด แต่เมื่อคิดถึงตระกูลซ่วงของนางแล้ว อำนาจของอีกฝ่ายก็นับว่าไม่น้อยเลยทีเดียว“ไม่ต้องกังวล ต่อให้เป็นหมอเทวดาก็ไม่มีทางตรวจสอบเจอ” เยว่จื่อรุ่ยตอบเสียงหนักแน่นก่อนจะวางถ้วยชาในมือลง ด
Read more

บทที่ 95 สิ่งที่ไร้ค่าที่สุด

“องค์หญิงเพคะ เหตุใดพระองค์ถึงไม่ไล่คุณหนูสามเหรินไปเล่าเพคะ” เหลียนฮวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล“ไล่ตีสุนัข จะสนุกเท่านดูสุนัขกัดกันได้อย่างไร” เยว่จื่อรุ่ยตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปทางหมอหญิงฮวาจื่อ “วันนี้เจ้าไปส่งยาที่เรือนซิ่นฮวาหรือยัง”“ยังเพคะ”“เช่นนั้นเมื่อไปส่งยา ก็เล่าเรื่องที่ไทเฮาส่งสหายรักของท่านหญิงเข้ามาให้นางรู้สักหน่อย”“เพคะ” ฮวาจื่อขานรับโดยไม่เอ่ยถามเหตุผล ก่อนจะหมุนตัวจากไป“องค์หญิงเพคะ วันนี้มีคนส่งจดหมายของนายท่านมาเจ้าค่ะ”เยว่จื่อรุ่ยรับจดหมายมาจากเหลียนฮวา ก่อนหมุนตัวเดินไปนั่งที่เก้าอี้ใต้ต้นดอกเหมยหลังเรือน แล้วเปิดอ่านเนื้อความในจดหมายด้วยสีหน้าท่าทางราบเรียบ แตกต่างจากสาวใช้ตัวน้อยที่ยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริแตก จะอย่างไรเหลียนฮวาก็เติบโตมาในตระกูลเสิ่น จะผูกพันกับครอบครัวเสิ่นมากเป็นพิเศษย่อมไม่แปลกนักเพียงแต่ผู้อื่นกล่าวว่าเลือดย่อมข้นกว่าน้ำ ความผูกพันใดไม่เท่าสายใยครอบครัว ทว่าสำหรับเยว่จื่อรุ่ย สิ่งที่ไร้ค่าที่สุดก็คือ สายใยครอบครัวมือเรียวกำจดหมายแน่นหวนคิดถึงเรื่องราในชีวิตก่อน..."พี่ชายของเจ้ายังอายุน้อยและเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกุลเยว่เร
Read more

บทที่ 96 หัวใจที่สับสน

“คุณหนู นายท่านเขียนมาว่าอย่างไรบ้างหรือเพคะ” เสียงของเหลียนฮวาเรียกสติที่หลุดลอยไปยังวันวานของเยว่จื่อรุ่ยกลับคืนมาสู่สถานการณ์ปัจจุบัน มือเรียวพับจดหมายวางลงในกล่องใบเดิม รวมกับฉบับเก่านับร้อยฉบับ “ท่านพ่อแจ้งว่าทุกคนสบายดี ร้านผ้าขยายสาขาเพิ่มเป็นหกสาขา พี่ใหญ่ตอนนี้ได้เป็นอาจารย์ใหญ่ประจำสถานศึกษาเขตอำเภอ ส่วนพี่รองได้เป็นผู้ดูแลสำนักคุ้มภัยสาขาย่อยที่สี่ของเมือง” เยว่จื่อรุ่ยบอกเล่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ของความยินดี เช่นนี้ที่บุตรีคนหนึ่งควรจะเป็นยามได้รับการติดต่อจากครอบครัว“ช่างเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ องค์หญิงจะเขียนจดหมายตอบกลับนายท่านไหมเพคะ”“อืม... ต้องเขียนแน่นอน” คำตอบรับของผู้เป็นนายทำเอาเหลียนฮวาเบิกตากว้าง นั่นเพราะตั้งแต่ตระกูลเสิ่นถูกเนรเทศ แม้คุณหนูจะส่งคนไปดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี เงินทองก็แบ่งไปจุนเจือไม่ขาด แต่กลับไม่เคยมีจดหมายสักฉบับส่งไปเลย“หม่อมฉันจะไปเตรียมหมึก พู่กัน และกระดาษเดี๋ยวนี้เลยเพคะ” เพราะกลัวว่านายหญิงจะเปลี่ยนใจ เหลียนฮวาจึงสั่งให้คนยกโต๊ะ จัดเตรียมข้าวของอย่างเร่งด่วน ไม่นานเบื้องหน้าเยว่จื่อรุ่ยก็มีโต๊ะหนังสือ และอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมสรรพร
Read more

บทที่ 97 การลงมือที่โหดเหี้ยม

“องค์หญิงแย่แล้วเพคะ” เหลียนฮวาวิ่งหน้าตาตื่นตระหนกเข้ามาด้วยท่าทางร้อนรน เยว่จื่อรุ่ยขมวดคิ้วเรียวแน่น มือที่กำลังจะหยิบขนมกุ้ยฮวาพลันหยุดชะงัก หากเป็นเมื่อหกเดือนก่อนท่าทีเช่นนี้ของเหลียนฮวานับว่าปกติ แต่ตอนนี้เรื่องที่สามารถทำให้เหลียนฮวาเสียกิริยาย่อมไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างแน่นอน“มีอะไร” เยว่จื่อรุ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ บนใบหน้ายังคงนิ่งสงบ“ขอประทานอภัยเพคะ” เมื่อตระหนักได้ว่าตนเองเสียกิริยาไปเหลียนฮวาที่มาหยุดยืนหน้าผู้เป็นนายแล้วจึงประสานมือย่อตัวแสดงความเคารพ ก่อนจะเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นเครือเล็กน้อย “เมื่อวานหลังจากคุณหนูสามเหรินกลับไปเยี่ยมมารดา ในช่วงที่เดินทางกลับมายังวังเจิ้นเวยฝู่กลับถูกคนจรจัดจับตัวไป...” เสียงของเหลียนฮวาเงียบหายไปในลำคอไม่กล้าเอ่ยรายงานต่อหากแต่เยว่จื่อรุ่ยก็พอจะคาดเดาสถานการณ์ที่เหรินฉางอี้เผชิญได้“ทางตระกูลเหรินจัดการอย่างไร” แน่นอนว่าเรื่องนี้สามารถหลุดรอดมาถึงนาง ทางตระกูลเหรินก็คงรู้เรื่องแล้วเช่นกัน“ทราบแล้วเพคะ แต่เรื่องเช่นนี้คงยากจะจัดการ หม่อมฉันยังได้ยินมาว่าคุณหนูสามเหรินถึงกับลงมือผูกคอตายเลยทีเดียว โชคดีที่สาวใช้ของนาง
Read more

บทที่ 98 ลอบสังหารอีกครั้ง

ยามรัตติกาลปกคลุมผืนฟ้าเยว่จื่อรุ่ยสวมชุดของฮวาจื่อสวมรอยเป็นนางออกจากประตูวังเจิ้นเวยฝู่ โดยที่ครั้งนี้ไม่ต้องวางยา หรือ ตีคนจนสลบเหมือนทุกครั้ง“นี่เป็นผงยาสลบ หากเกิดเหตุฉุกเฉินอาจจะช่วยองค์หญิงได้บ้างเพคะ” นอกจากให้ความร่วมมือในการสลับตัวแล้ว ก่อนที่เยว่จื่อรุ่ยจะจากเรือนส่วนตัวฮวาจื่อยังมอบผงยาสลบให้กับนางอีกด้วย“องค์หญิงต้องระวังตัวให้มากนะเพคะ” เหลียนฮวากล่าวด้วยความกังวล เพราะรู้ดีว่าทุกครั้งที่นายหญิงของตนออกจากวังเจิ้นเวยฝู่ล้วนไม่ใช่เพื่อไปเที่ยวเล่นเหมือนคุณหนูจวนอื่น แต่เป็นเพื่อการออกไปเพื่อสืบหาความจริงช่วยเหลือครอบครัวเสิ่น“ไม่ต้องกังวลเซียวเหิงเป็นคนมีฝีมือ เขาไม่ให้ใครทำอันตรายข้าหรอก” หากนางมีอันตรายหรือเป็นอะไรไป ใครจะเป็นบ่อเงินบ่อทองให้เขากัน“แม้เขาจะมีฝีมือแต่ก็เป็นนักฆ่ารับจ้าง ยามมีภัยเขาย่อมปกป้องชีวิตตัวเองและเงินทองมากกว่า พระองค์ต้องระวังตัวไว้นะเพคะ”เยว่จื่อรุ่ยพยักหน้ารับความห่วงใยของสาวใช้คนสนิท ก่อนจะเร่งออกจากวังเจิ้นเวยฝู่เพื่อไม่ให้ผิดเวลานัดหมาย โดยไม่ลืมที่จะแวะโรงเตี๊ยมกุ้ยฮวาเพื่อสลัดคนติดตามของวังเจิ้นเวย และเปลี่ยนชุดเป็นอาภรณ์สีเข้มกลมกลื
Read more
PREV
1
...
8910111213
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status