All Chapters of สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด: Chapter 121 - Chapter 130

185 Chapters

บทที่ 119 ครอบครัว (1)

“เหตุใดพี่สามจึงไม่มานั่งกับพวกเราหรือเจ้าคะ” แม้จะอยู่รถม้าคนละคันแต่เสียงของเด็กหญิงตัวน้อยของตระกูลเสิ่นคุณหนูสี่เสิ่นหลี่หนิงก็ยังคงดังพอให้เยว่จื่อรุ่ย ที่นั่งอยู่บนรถม้าคันหน้าได้ยิน เหลียนฮวาลอบสบตากับหมอหญิงฮวาจื่อเงียบๆ ทั้งที่หลายเดือนมานี้นายหญิงของพวกเขาทุ่มเทมากมายเพื่อช่วยให้ตระกูลเสิ่นได้รับความยุติธรรม เหตุใดยามพบหน้าจึงได้ทำตัวห่างเหินเช่นนี้กัน“เป็นเพราะหนิงเอ๋อร์สกปรกหรือเปล่าเจ้าคะท่านแม่” หัวใจของเยว่จื่อรุ่ยกระตุกวูบหนึ่ง เมื่อได้ยินเสียงสั่นเครือดังแว่วมา เด็กหญิงไม่เพียงไม่มีคำตำหนินางที่ทำตัวห่างเหิน แต่กลับคิดว่าเป็นความผิดตนเอง หัวใจที่เคยคิดว่ามั่นคงพลันสั่นไหวเบาๆ ก่อนที่เยว่จื่อรุ่ยจะถอนหายใจยาว และเมินเฉยต่อเสียงของรถม้าคันหลังทุกคนล้วนคำนึงเพียงผลประโยชน์ส่วนตน ไม่อาจเชื่อถือผู้ใดได้ทั้งสิ้นใช้เวลาไม่นานรถม้าสองคันเคลื่อนมาหยุดที่หน้าจวนตระกูลเสิ่น เยว่จื่อรุ่ยก้าวลงจากรถม้า เงยหน้ามองประตูบานใหญ่ที่ตอนนี้เปิดออกกว้าง บ่าวไพร่บางส่วนที่ไม่ได้ไปรอต้อนรับหน้าประตูเมือง ยืนเรียงแถวด้วยท่าทีสงบ“ข้าได้ให้คนทำความสะอาด และจัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้ไว้แล้ว
last updateLast Updated : 2026-05-03
Read more

บทที่ 120 ครอบครัว (2)

เยว่จื่อรุ่ยนั่งรถม้ากลับมาที่วังเจิ้นเวยฝู่ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย สายตาและท่าทีที่ครอบครัวเสิ่นมีต่อนางนั้นอบอุ่นและห่วงใยจนทำให้จิตใจที่เคยมั่นคงของนางเกิดความหวั่นไหวขึ้นมาไม่ได้จะเดินซ้ำรอยเดิมไม่ได้เด็ดขาดมือเล็กกำเข้าหากันแน่น ความรู้สึกที่กดดัน และวิตกกังวล ส่งผลให้เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มวงหน้าเล็ก สีหน้าซีดเผือดลมหายใจติดขัด จนฮวาจื่อที่นั่งข้างกายอดไม่ได้ ถือวิสาสะยื่นมือมาจับชีพจรอีกฝ่ายจากนั้นก็หยิบถุงหอมออกมาส่งให้หญิงสาวโดยไม่ได้เอ่ยบอกอาการของนาง“นี่เป็นถุงหอมที่หม่อมฉันทำขึ้น ใช่สมุนไพรตัวเดียวกับกำยานที่จุดประจำเพคะ เพียงแต่สกัดเป็นน้ำมันระเหยแทน”“ขอบใจเจ้ามาก”เยว่จื่อรุ่ยรับถงหอมนั้นมาดม กลิ่นสมุนไพรบางเบาที่โชยออกมาช่วยให้จิตใจที่ว้าวุ่นของนางสงบลง ก่อนที่จะรู้สึกอ่อนเพลียและนอนหลับไป“เจ้ากลับไปแจ้งที่วังเจิ้นเวยฝู่ องค์หญิงไม่สบายให้เปิดประตูข้างเพื่อให้รถม้าวิ่งไปยังหน้าเรือนตะวันตก” เป็นเหลียนฮวาที่เอ่ยสั่งความองครักษ์ติดตามด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ขอรับ”ใช้เวลามานานรถม้าก็เคลื่อนตัวมาถึงหน้าประตูวังเจิ้นเวยฝู่ หากแต่ประตูข้างกลับไปไม่ได้ถูกเปิดเช่นที่เหลีย
last updateLast Updated : 2026-05-04
Read more

บทที่ 121 ครอบครัว (3)

เมื่อก้าวเท้ามาถึงหน้าประตูวังเจิ้นเวยฝู่ เยว่จื่อรุ่ยก็ถึงกับขมวดคิ้วเรียวแน่น เพราะสีหน้าที่อ่อนล้าของสามบุรุษจากตระกูลเสิ่นนั้นชัดเจนอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาอ่อนล้า ริมฝีปากแห้งแตก แต่ทันทีที่เห็นนางกลับฉีกยิ้มกว้าง“รุ่ยรุ่ย” / “น้องสาม” / “น้องสาม”เยว่จื่อรุ่ยขบกรามแน่น ในใจเกิดความรู้สึกที่นางหวาดกลัวขึ้นมา อบอุ่นและยินดี หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าจนสุด ก่อนจะหันไปทางสาวใช้คนสนิท“เหลียนฮวา ให้คนเตรียมน้ำและของว่าง”“เจ้าค่ะ”เพียงแต่นางเอ่ยสั่งการคนให้เตรียมของต้อนรับ ทว่าชายทั้งสามตรงหน้ากลับไม่ยินยอมรับไว้ อีกทั้งยังกล่าวเสียงหนักแน่น“วันนี้หากท่านอ๋องเก้าไม่ยอมปล่อยตัวเจ้ากลับบ้าน พวกเราก็จะไม่ลุกไปไหนทั้งนั้น”เยว่จื่อรุ่ยขมวดคิ้วเรียวแน่น ในตอนนี้แม้ว่าซ่งกู้เว่ยจะสามารถยึดอำนาจของไทเฮาจางอี้เต๋อมาได้แล้ว แต่การถืออำนาจไว้ในมือเพียงผู้เดียวก็คือการยืนบนยอดเขา แม้จะสูงส่งทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยอันตรายรอบด้าน แน่นอนว่าหากซ่งกู้เว่ยล้มลงอำนาจที่นางมีอยู่ในตอนนี้ก็จะสั่นคลอนไปด้วย“ท่านพ่อ พี่ชาย พวกท่านไม่ต้องกังวล เรื่องนี้ข้ารับปากจะเจรจากับท่านอ๋องเอง พวกท่านเข้ามาพักผ่อนก่อนเถิด ห
last updateLast Updated : 2026-05-05
Read more

บทที่ 122 ครอบครัว (4)

หลังจากเลือกเครื่องประดับที่ตนเองต้องการเสร็จแล้ว เยว่จื่อรุ่ยก็เดินกลับมาที่โถงรับรอง ก่อนจะหันไปเอ่ยบอกกับจางซ่ง“ฟ้าใกล้มืดแล้ว หากกลับช้าอาจทำให้ท่านแม่และน้องสี่เป็นห่วง เช่นนั้นฝากเจ้าขอบพระทัยท่านอ๋องให้เปิ่นกงด้วย”จางซ่งถึงกลับกลืนน้ำลายฝืดลงคอ องค์หญิงหนิงอันรับของขวัญไปไม่น้อย ทว่ากลับไม่คิดแม้แต่จะเข้าไปเอ่ยขอบพระทัยท่านอ๋อง อีกทั้งยังจะกลับจวนเสิ่นโดยไม่ร่ำลาอีก ทำเช่นนี้ไม่เท่ากับกำลังส่งเขาไปรับคมดาบโทสะของท่านอ๋องหรืออย่างไร“เอ่อ... ทูลองค์หญิง กระหม่อมคิดว่า พระองค์ควร...”“ควรหรือไม่ควร เปิ่นกงย่อมคิดได้เอง” คำพูดที่เด็ดขาดและเยือกเย็นราวกับแม่ทัพใหญ่ในสนามรบทำให้จางซ่งถึงกลับยืนนิ่งไปชั่วครู่ สตรีตรงหน้าเขายังคงเป็นคุณหนูเสิ่นผู้อ่อนแอคนนั้นอยู่หรือไม่“รุ่ยรุ่ย หรือว่าเจ้าจะไปแจ้งท่านอ๋องสักหน่อย” จากเหตุการณ์วันนี้ชัดเจนว่า ท่านอ๋องเก้าใส่ใจลูกสาวคนที่สามของเขามาก ดังนั้นเสิ่นหลี่คังจึงไม่อยากให้ทั้งสองต้องผิดใจกันด้วยเรื่องเล็กน้อย เพียงแต่เขาเอ่ยเสนอแต่บุตรีกลับไม่คิดสนอง“ท่านอ๋องเป็นบุรุษใจกว้าง ย่อมไม่ถือสาเรื่องเหล่านี้ ท่านพ่อไม่ต้องกังวล” ทั้งที่คนตรงหน้า
last updateLast Updated : 2026-05-06
Read more

บทที่ 123 งานเลี้ยง (1)

ลมหนาวยามราตรีในฤดูเหมันต์พัดเอาความหนาวเหน็บเข้ามาในห้อง เหลียนฮวาเดินไปปิดหน้าต่าง เปิดเพียงช่องลมเล็กๆ เพื่อระบายควันจากเตาผิง ในขณะที่ฮวาจื่อเดินถือน้ำขิงผสมสมุนไพรสร้างความอบอุ่นเข้ามา“องค์หญิง น้ำขิงเพคะ” เยว่จื่อรุ่ยพยักหน้ารับคำ ก่อนจะรับน้ำขิงสมุนไพรของฮวาจื่อมาดื่ม พลันในใจก็หวนคิดถึงสามบุรุษตระกูลเสิ่นที่นั่งตากลมหนาวหน้าวังเจิ้นเวยฝู่มาทั้งวัน“ฮวาจื่อ น้ำขิงยังมีอีกหรือไม่”“มีเพคะ แต่แม้น้ำขิงจะช่วยเสริมความอบอุ่นให้ร่างกาย แต่ดื่มมากไปก็จะเป็นโทษได้นะเพคะ”“ข้าไม่ได้จะดื่มเอง เพียงอยากแบ่งให้คนในตระกูลเสิ่นคนอื่นๆ ด้วยก็เท่านั้น” ตั้งแต่ที่กลับมายังจวนเสิ่น เยว่จื่อรุ่ยก็คล้ายจะวางสถานะขององค์หญิงลง แม้แต่คำพูดที่แทนตัวก็เปลี่ยนไปด้วย“หม่อมฉันให้คนส่งไปยังเรือนของนายท่านและฮูหยินแล้วเพคะ เรือนของคุณหนู คุณชายก็ส่งไปแล้วเช่นกัน”“อืม...” เยว่จื่อรุ่ยขานรับในคอด้วยท่าทีคล้ายไม่ใส่ใจ ทว่าคนที่ใกล้ชิดนางมาหลายเดือนอย่างเหลียนฮวาและฮวาจื่อย่อมมองความห่วงใยนี้ออก“พวกเจ้าเองก็ดื่มด้วยนะ อย่าได้ปล่อยให้ตัวเองหนาวจนเกินไป”“ขอบพระทัยเพคะ”หลังจากดื่มน้ำขิงจนหมดชาม เยว่จื่อรุ่
last updateLast Updated : 2026-05-08
Read more

บทที่ 124 งานเลี้ยง (2)

งานเลี้ยงต้อนรับตระกูลเสิ่น แม้จะจัดอย่างเรียบง่าย ทว่าขุนนางตั้งแต่ขั้นห้าขึ้นไปก็ล้วนมาเข้าร่วมทั้งหมด ทำให้ห้องโถงที่กว้างขวางของพระราชวังดูคับแคบลงในพริบตา"ตระกูลเสิ่นช่างโชคดีนัก เจอเรื่องร้ายแรงขนาดนี้ก็ยังสามารถฟื้นฟูมาได้""โชคดีอะไรกัน ก็แค่กลยุทธสาวงามไม่ใช่หรือไง"เสียงของขุนนางฝ่ายบู๊กลุ่มหนึ่งวิพากษ์วิจารณ์กันด้วยความครึกครื้น ทำให้ขุนนางฝ่ายบุ๋นที่ส่วนใหญ่เป็นลูกศิษย์ของคุณชายใหญ่เสิ่นถึงกับกำมือขบกรามแน่น จนกระทั่งชายคนหนึ่งทนไม่ไหวขยับตัวหมายลุกขึ้นเพี่อเอาความ ทว่ากลับถูกเพื่อนข้างๆ ดึงรั้งเตือนสติเอาไว้"องค์หญิงเคยเตือนพวกเราไว้ว่าอย่างไรลืมแล้วหรือ" "ได้! ข้าจะอดทน" หลายเดือนก่อนหลังจากที่ตระกูลเสิ่นถูกเนรเทศพวกเขาและเหล่าบัณฑิตก็รวมตัวกันหมายจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับครอบครัวผู้เป็นอาจารย์ ไม่คาดคิดว่าขณะที่กำลังวางแผนการ คุณหนูสี่เสิ่นกลับปรากฏตัวขึ้น"ข้าให้คำสาบานด้วยชีวิต ภายในหนึ่งปีจะทวงความยุติธรรมคืนให้พวกเขา ระหว่างนี้ขอร้องพวกท่านได้โปรดอดทนสักหน่อยได้หรือไม่" นางไม่ได้ออกคำสั่ง ไม่ได้วางอำนาจ แต่ใช้ความจริงใจและการร้องขอมาเจรจา เพียงแต่สตรีในห้องหอน
last updateLast Updated : 2026-05-10
Read more

บทที่ 125 งานเลี้ยง (3)

“รุ่ยรุ่ย เจ้าเดินให้ช้าหน่อย” เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้น ก่อนที่ร่างสูงกำยำในอาภรณ์สีนิลปักลายพยัคฆ์ด้วยดิ้นทางจะเดินเข้ามา มือหนาโอบประคองเอวเล็ก ดวงตาคมที่ดุเป็นนิจจดจ้องผ่านหน้ากากทมิฬส่งผ่านความอ่อนโยนมายังเจ้าของเอวบาง“ทอดทิ้งเปิ่นหวางไว้เบื้องหลังเช่นนี้ ต้องรับโทษรู้หรือไม่” เยว่จื่อรุ่ยขบกรามเล็กแล้วยิ้มแห้ง ท่านอ๋องบ้าอำนาจผู้นี้เล่นใหญ่เกินไปหรือไม่ ทว่านางยังไม่ทันคิดคำมาโต้ตอบกับเขา บรรดาผู้คนในห้องโถงก็ขยับตัวลุกจากที่นั่งมายืนแถวเรียงตามลำดับขั้นขุนนางของตน ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าเอ่ยแสดงความเคารพโดยพร้อมกัน“ถวายพระพร ท่านผู้สำเร็จราชการ อ๋องเก้า ขอพระองค์ทรงพระเจริญ”ซ่งกู้เว่ยไม่ได้สนใจกลุ่มคนตรงหน้าที่กำลังแสดงความเคารพต่อเขา ที่สนใจก็คือแก้มขาวเนียนของสตรีข้างกายที่ตอนนี้แดงก่ำราวผลผิงกั่วสุก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังกล้าหาญถึงขั้นยกครอบครัวไปรับเขาเพื่อมาร่วมงานเลี้ยงพร้อมกัน“เจ้าคิดจะใช้เปิ่นหวางเป็นโล่กำบังอย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อเห็นปิ่นวิหคเหนือเมฆาบนศีรษะของคุณหนูสี่ตระกูลเสิ่น“นี่ไม่ใช่เรื่องที่ท่านอ๋องทรงปรารถนามาตั้งแต่ต้นหรือเพคะ” ตั้งแต่เขาเปิ
last updateLast Updated : 2026-05-11
Read more

บทที่ 126 งานเลี้ยง (4)

“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอพระองค์ทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่น... หมื่นปี”เสียงแสดงความเคารพดังก้องไปทั่วห้องโถง บรรดาขุนนางคุกเข่านอบน้อมต่อหน้าพระพักตร์ ฮ่องเต้น้อยไท่จงมองดูทุกคนแล้วเอ่ยส่งสัญญาณอนุญาตให้พวกเขาลุกขึ้น ก่อนจะสะดุดสายตาที่ปิ่นวิหคเหนือเมฆาบนศีรษะของเด็กหญิงคนหนึ่ง“นางคือคุณหนูสี่จากจวนเสิ่น เสิ่นหลี่หนิงพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีข้างกายรายงานอย่างรู้ใจ ฮ่องเต้น้อยจดจ้องอีกฝ่ายนิ่งที่แท้ก็คือ เสิ่นหลี่หนิง สตรีที่เพิ่งได้รับการอภัยโทษจากการเนรเทศนั่นเอง ดวงตามังกรจดจ้องสตรีน้อยด้วยสายตาพิจารณา ทั้งที่เพิ่งผ่านความทุกยากจากการถูกเนรเทศ ทว่าสีหน้าท่าทางของนางกลับสดใสราวบุปผาหลังพิรุณโปรย มุมปากของผู้มีสายเลือดมังกรยกยิ้มอย่างอ่อนโยน ท่านอาเก้าของเขาช่างมีสายตาที่กว้างขวาง เลือกว่าที่ฮองเฮาให้เขาได้ถูกใจยิ่งนัก“พรุ่งนี้ส่งราชโองการไปยังจวนตระกูลเสิ่น คุณชายใหญ่เสิ่นหลี่อี้ มีความรู้ความสามารถ เราชื่นชมเขามากแต่งตั้งให้เขาเป็นราชครู เข้าวังมาสอนเรา แล้วก็... คุณหนูสี่เสิ่นหลี่หนิงอายุใกล้เคียงกับเราให้เข้าวังมาเป็นสหายร่วมเรียน”“ฝ่าบาท เรื่องนี้พระองค์จะไม่ทรงปรึกษาท่านอ๋องเก้าก่อนหรือพ่ะ
last updateLast Updated : 2026-05-12
Read more

บทที่ 127 ความจริง (1)

เยว่จื่อรุ่ยลอบออกจากจวนเสิ่นกลางดึก บนศีรษะสวมหมวกผ้าโปร่งอำพรางใบหน้า ก้าวเท้าเท้าขึ้นไปยังชั้นสองของโรงเตี๊ยมกุ้ยฮวา เมื่อเปิดประตูห้องประจำเข้าไป ด้านในก็พบร่างสูงโปร่งที่คุ้นตา“ไม่พบกันนาน นายหญิงของข้ายังคงงดงามไม่เปลี่ยน”“ข้ามีเวลาไม่มาก เจ้าพูดเรื่องสำคัญของเจ้ามา”เซียวเหิงถอนหายใจยาว มุมปากยกยิ้ม รินชาร้อนใส่ถ้วยเลื่อนส่งไปยังเบื้องหน้า พลางผายมือเชิญคนให้นั่งลงเยว่จื่อรุ่ยถอนหายใจยาว คนผู้นี้มักเป็นเช่นนี้เสมอ ทว่าสุดท้ายนางก็ยอมนั่งลงยกจอกชาขึ้นดื่ม“บาดแผลของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ครั้งล่าสุดที่พบกัน เขาเพื่อช่วยนางจากการถูกลอบโจมตีบาดเจ็บสาหัส เยว่จื่อรุ่ยยังคงจดจำไม่ลืม ดังนั้นสายตาของหญิงสาวจึงมีความอ่อนโยนและห่วงใยอย่างชัดเจน“ได้รับความห่วงใยจากนายหญิงเช่นนี้ บาดแผลของข้านับว่าคุ้มแล้ว”“เหลวไหล คราวหลังหากเจอเรื่องเช่นนี้อีก ไม่ต้องเอาชีวิตของเจ้ามาตายกับข้า”“ได้เดินไปบนเส้นทางปรโลกกับนายหญิง ข้ายินดีเสมอ”เยว่จื่อรุ่ยมองสายตาที่จริงจังแตกต่างจากคำพูดที่หยอกเย้าของชายหนุ่มแล้วถอนหายใจยาว ยอมรับว่าในใจของนางได้วางอีกฝ่ายเป็นสหายที่ไว้ใจไปแล้ว“ไร้สาระ เร่งพูดเรื่อง
last updateLast Updated : 2026-05-13
Read more

บทที่ 128 ความจริง (2)

เยว่จื่อรุ่ยปรือตาตื่นขึ้นมาด้วยอาการสับสนและงุนงง ทว่าเมื่อตั้งสติได้ร่างกายร่างเพียวบางก็ดีดตัวขึ้นจากเตียงลุกขึ้นในทันที จากความทรงจำเดิมก่อนหน้านี้เซียวเหิงส่งจดหมายนัดพบนางที่โรงเตี๊ยมกุ้ยฮวา ก่อนที่จะหักหลังวางยานาง เมื่อคิดเรื่องนี้ในใจของเยว่จื่อรุ่ยก็พลันเกิดความรู้สึกปวดหนึบและสับสน เหตุใดเซียวเหิงต้องทรยศนาง “นายหญิง ท่านรู้หรือไม่ คนแซ่ซ่งผู้นั้นมันเป็นทรราช มันเป็นปีศาจที่กลืนกินคน ขอเพียงท่านเชื่อข้า ร่วมมือกับข้า โค่นล้มมันลงซะ ข้าสัญญาจะทำให้ท่านจะกลายเป็นองค์หญิงที่สูงส่ง ทำให้ตระกูลเสิ่นเป็นศูนย์กลางอำนาจของต้าเป่ย เช่นนี้เป็นอย่างไร”จากคำพูดของเขาชัดเจนว่าเป้าหมายที่แท้จริงของเซียวเหิงก็คือซ่งกู้เว่ย และที่เขาจับตัวนางมาก็เพื่อให้เป็นหมากล่อซ่งกู้เว่ย ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ดีดตัวลงจากเดียงเพื่อไปเจรจากับเซียวเหิงให้ชัดเจน เพียงแต่ในจังหวะที่กำลังจะก้าวเท้าเดินกลับถูกแรงหนึ่งดึงรั้งที่ข้อเท้าซ้ายจนเสียหลักล้มลงกับพื้น ยามที่กวาดตามองไปยังสิ่งที่ฉุดรั้งตนก็พบว่าที่ข้อเท้าซ้ายถูกโซ่ตรวนเส้นหนึ่งผูกมัดเอาไว้นี่เซียวเหิงถึงขั้นล่ามโซ่นางเอาไว้เชียวหรือ ทว่ายังไ
last updateLast Updated : 2026-05-14
Read more
PREV
1
...
1112131415
...
19
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status