“หม่อมฉันโง่เขลา ไม่ทราบเพคะ”“สร้างรอยร้าว และความหวาดระแวงในใจของพวกเขาอย่างไรเล่า”เยว่จื่อรุ่ยยกยิ้มกว้างมองผังความสัมพันธ์ขุนนางตรงหน้าแล้วใช้พู่กันจุ่มหมึกสีแดงขีดตัดเส้นความสัมพันธ์ระหว่างไทเฮาจางอี้เต๋อและซ่วงเหยียนหูนิ่ง ริมฝีปากบางยกยิ้มอ่อนก่อนที่สายตาจะแปลเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว"เมื่อในใจเกิดความหวาดระแวง ความไว้วางใจก็จะพังทลายในพริบตา""แต่ถ้าไม่มีตระกูลซ่วงสนับสนุน อำนาจของไทเฮาจางอี้เต๋อก็จะสั่นคลอน พระนางย่อมไม่ยอมให้เกิดเรื่องเช่นนั้นแน่นอนเพคะ"เยว่จื่อรุ่ยได้ยินคำของสาวใช้คนสนิทก็เลื่อนสายตามองไปยังชื่อของเสนาบดีอวี้เกาเหยา ริมฝีปากบางยกยิ้มเจ้าเล่ห์ คิดถึงเหตุการณ์ในวันนี้ที่ไทเฮาจางอี้เต๋อยอมทอดทิ้งตระกูลอวี้ได้อย่างง่ายดาย เพียงเพราะกังวลเรื่องชื่อเสียงของตนเอง พู่กันในมือก็ตวัดตัดเส้นความสัมพันธ์ของพวกเขาสองฝ่ายลง"ไม่ยินยอมแล้วอย่างไร สุดท้ายคนเราก็มีความเห็นแก่ตัวเป็นที่ตั้งทั้งนั้นไม่ใช่หรือไร"แน่นอนว่าเรื่องนี้ต้องใช้เวลาอยู่ไม่น้อย ดังนั้นในระหว่างที่รอให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายถึงจุดแตกหัก ตัวนางย่อมต้องเดินหมากตัวอื่นเพื่อตีล้อม รอจังหวะที่เหมาะสมโค่นล
더 보기