All Chapters of สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด: Chapter 111 - Chapter 120

123 Chapters

บทที่ 109 ข้อตกลงกับแม่ทัพซ่วง (4)

ซ่วงเหยียนหูนิ่งรับตั๋วเงินใบหนึ่งมาจากจางซ่งด้วยมือที่สั่นเทา เขาก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้น ชัดเจนว่าคือตั๋วเงินของแคว้นต้าเป่ย อีกทั้งตามระบบการเงินของแคว้นต้าเป่ย ผู้ที่มีเงินจำนวนมากเพื่อความสะดวกจะนำเงินไปแลกเป็นตั๋วเงิน จากนั้นทางร้านแลกเงินจะมีการประทับตราของร้านและตราประทับลับของตระกูลที่เป็นเจ้าของบัญชี เพื่อป้องกันการปลอมแปลงซ่วงเหยียนหูนิ่งใช้ปลายนิ้วสากลูบไล้ที่ขอบมุมขวาล่างของตั๋วเงิน ดวงตาคมสั่นไหว เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำ เมื่อพบว่าตรงตำแหน่งประทับตรามีรูปพยัคฆ์คำรามบนยอดเขาอันเป็นตราประจำตระกูลซ่วงตั๋วเงินแผ่นบางที่ซ่วงเหยียนหูนิ่งรับมาจากจางซ่ง บัดนี้กลับหนักอึ้งแผ่นศิลา มือหนาสั่นเท่าจนเห็นได้อย่างชัดเจน ดวงตาดุดันจดจ้องตราประทับลับประจำตระกูลที่ปรากฏหราอยู่บนมุมกระดาษ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นหลักฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าตั๋วเงินทั้งหมดนี้ไม่ใช่ของตระกูลซ่วงเพียงแต่ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ครอบครัวตระกูลซ่วงทั้งสายตรง และสายรองล้วนย้ายไปปักหลักตั้งมั่นอยู่ที่ชายแดนตะวันตกจนหมดสิ้น มีเพียงบุตรสาวของเขาซ่วงหว่านเอ๋อร์เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่เพิ่งเดินทางกลับเข้าเมืองหลวงตามรับสั่งของไทเฮ
Read more

บทที่ 110 ข้อตกลงกับแม่ทัพซ่วง (5)

“ในเมื่อท่านอ๋องมีทั้งพยานบุคคลที่ชัดแจ้ง หลักฐานวัตถุที่แน่นหนา กระหม่อม... ซ่วงเหยียนหูนิ่ง ไร้ข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น ยอมรับข้อตกลงของพระองค์แล้ว”ร่างกำยำลุกขึ้นยืน ก่อนจะค้อมศีรษะลงต่ำและประสานมือคารวะเบื้องหน้าบุรุษสูงศักดิ์ ด้วยท่าทางยอมจำนนจากใจจริงในแบบที่เขาไม่เคยกระทำต่อผู้ใดมาก่อนนอกจากองค์โอรสสวรรค์“ท่านอ๋องโปรดแจ้งพระประสงค์มาตามตรง” แม้ท่าทีจะยอมจำนน แต่น้ำเสียงกลับยังคงแข็งกร้าว“ท่านแม่ทัพกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร” ซ่งกู้เอ่ยเว่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งท้าทาย กึ่งเย้ยหยัน โทสะในใจของซ่วงเหยียนหูนิ่งพุ่งทะยานจนแทบแตก ทว่าสุดท้ายก็กัดฟันทนเอ่ยประโยคต่อไปออกมา “การที่พระองค์ยอมสิ้นเปลืองเวลาไปมากมายเพื่อรวบรวมหลักฐานพยานเหล่านี้มา ย่อมไม่ได้ทำไปเพียงเพราะต้องการแค่ชีวิตของบุตรสาวข้าหรอกกระมัง” แม้เขาจะรู้มาว่าท่านอ๋องเก้าซ่งกู้เว่ยโปรดปรานท่านหญิงหนิงอันมาก จนไม่ยอมรับสตรีอื่นเข้าจวน แต่ก็คงไม่ถึงขั้นวางแผนมากมายเพียงเพื่อกำจัดบุตรสาวของเขาเอาใจองค์หญิงหนิงอัน “ขอเพียงทรงยอมปล่อยลูกสาวของกระหม่อม เรื่องใดกระหม่อมก็ยินดียอมรับ”เมื่อเห็นปลาตัวใหญ่ยอมกลืนเบ็ดและจำนนโดยศิโ
Read more

บทที่ 111 เสียงกลองหมิงยวนกู่ (1)

“กระหม่อม... ตกลง”เมื่อได้รับคำตอบมุมปากของซ่งกู้เว่ยก็ยกขึ้นเล็กน้อย ในที่สุดก็สามารถช่วยเสิ่นหลี่รุ่ยจัดการกิ่งไม้ใหญ่ของไทเฮาจางอี้เต๋อที่นางต้องการตัดออกไปได้แล้ว เช่นนี้หมากตัวต่อไปก็ควรเดินเสียที“ดี!” ซ่งกู้เว่ยตอบรับพลางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ในเมื่อท่านแม่ทัพให้คำมั่นแล้ว เปิ่นหวางย่อมเชื่อถือ เรื่องความผิดของคุณหนูซ่วง เปิ่นหวางก็จะถือเสียว่าไม่เคยรับรู้ ทว่า...” ซ่งกู้เว่ยจงใจเว้นจังหวะของรูปประโยค ก่อนจะเอ่ยเน้นย้ำเสียงหนัก “ท่านควรรีบพานางกลับไปที่ชายแดนตะวันตกเสีย” ซ่งกู้เว่ยกล่าวพลางคิดถึงใบหน้าของหญิงสาวในเรือนโถงหลักตะวันออก วันนี้เขาไล่หญิงสาวที่นางขัดตาออกไปแล้ว ในใจของนางย่อมรู้สึกพอใจเป็นอย่างมากแน่นอน“กระหม่อมเองก็อยากพาคนกลับ ทว่าหว่านเอ๋อร์ถูกไทเฮาเรียกตัวมา หากจะกลับก็ต้องรับอนุญาตจากพระนางเสียก่อน” ซ่งกู้เว่ยขมวดคิ้วหนาในทันที“ท่านหญิงติดโรคระบาด ท่านแม่ทัพมีน้ำใจคิดถึงส่วนรวม รีบมารับตัวนางกลับไปรักษาที่จวนนอกเมือง เพื่อไม่ให้โรคกระจายในเมืองหลวง เรื่องที่ควรสรรเสริญเช่นนี้ผู้ใดกล่าวโทษเปิ่นหวางจะจัดการให้เอง”น้ำเสียงของอ๋องเก้าเอ่ยบอกด้วยอารมณ์หงุดหงิ
Read more

บทที่ 111 เสียงกลองหมิงยวนกู่ (2)

“เหลวไหล! เงินห้าแสนตำลึงทองหาใช่เศษไม้ ใบหญ้า! คิดจะเบิกก็เบิกเลยอย่างนั้นหรือ อีกอย่างตอนนี้เขื่อนทางใต้ก็มีปัญหาหากไม่ซ่อมแซม ยามฤดูฝนมาเยือนอาจเกิดอุทกภัยใหญ่ได้ ปิงเยี่ยน เจ้ากรมประจำกรมกลาโหม ก้าวออกมาโต้แย้งทันควัน “ส่วนเรื่องที่เสบียงถูกปล้น เป็นเพราะกองทัพคุ้มกันหละหลวม สมควรลงโทษแม่ทัพรักษาการ ไม่ใช่มาผลาญเงินหลวงเพิ่มเช่นนี้”เสียงถกเถียงเรื่องงบประมาณและภัยแล้งชายแดนเหนือดังกึกก้องไปทั่วท้องพระโรง ขุนนางแบ่งฝักแบ่งฝ่าย สาดโคลนใส่กันอย่างไม่ลดละ ภายใต้คำกล่าวอ้างว่าทำเพื่อราษฎร ทว่าแท้จริงแล้วทุกคนต่างรู้ดีว่า เงินห้าแสนตำลึงทองนั้น หากหลุดออกจากคลังหลวงเมื่อใด ทุกจุดที่เงินนี้ไหลผ่านก็จะเติมเต็มกระเป๋าของจุดนั้นๆ กว่าจะถึงมือราษฎรทางเหนือคงเหลือเพียงเศษเงินซื้อข้าวสารก้นกระสอบเช่นทุกครั้งฮ่องเต้น้อยมีสีหน้าอึดอัด พระหัตถ์เล็กกำแน่น พระองค์หันไปมองม่านมุกด้านหลัง รอคอยคำชี้แนะจากไทเฮาผู้เป็นมารดา ทว่าอีกฝ่ายกลับเงียบงัน ริมฝีปากบางยกยิ้ม ตราบใดที่ขุนนางขาดความสามัคคี อำนาจในมือของนางก็จะยังมั่นคงเช่นเดิม สีพระพักตร์ของฮ่องเต้น้อยหม่นแสงลง ด้วยรู้ดีว่าสิ่งที่มารดาของเขาสนใจ
Read more

บทที่ 112 เสียงกลองหมิงยวนกู่ (2)

“นี่มันเสียง... กลองหมิงยวนกู่!”ตึง!! ตึง!! ตึง!! เสียงกลองยังคงดังก้องกังวาน หนักแน่น แม้ว่าจังหวะของมันจะเชื่องช้าทว่ากลับสะท้านสะเทือนจนบรรดาเหล่าขุนนางหน้าตื่นฮ่องเต้น้อยลุกขึ้นจากบัลลังก์ เงาร่างหลังม่านมุกของไทเฮาที่เคยนั่งด้วยท่าทางผ่อนคลายมองดูซ่งกู้เว่ยจัดการปัญหาต่างๆ แทนโอรสของตนก็พลันขยับตัวลุกขึ้นนั่งกลองหมิงยวนกู่ เป็นกลองขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าประตูอู่เหมิน ซึ่งเป็นประตูใหญ่หน้าพระราชวัง โดยกลองนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปฐมกษัตริย์ก่อตั้งแคว้น เพื่อเปิดโอกาสให้ราษฎรที่ถูกรังแกจนไม่อาจพึ่งพาศาลยุติธรรมใดๆ ในแผ่นดินได้อีก มาเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อหน้าพระพักตร์เพียงแต่กลองหมิงยวนกู่นี้แม้เป็นที่รู้จักกันดีว่ามีอำนาจถึงขั้นเรียกโอรสสวรรค์ให้เสด็จออกมาว่าความด้วยพระองค์เอง แต่ก็ไม่เคยมีผู้ใดกล้ายกไม้ตีมันมานานกว่าสามสิบปีแล้ว ส่วนเหตุใดที่ไม่มีใครกล้าตีน่ะหรือ ก็เพราะ...“กฎมณเฑียรบาลระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้ใดที่ตีกลองหมิงยวนกู่ เพื่อขอให้ฝ่าบาทเป็นผู้พิพากษาคดีด้วยพระองค์เองนั้น ก่อนที่จะได้เอ่ยปากร้องทุกข์ ผู้ตีกลองจะต้องรับโทษทัณฑ์กลิ้งบนกระดานตะปูและถูกโบยห้าสิบไม
Read more

บทที่ 114 เสียงกลองหมิงยวนกู่ (4)

“ไทเฮาพระปรีชายิ่ง ทรงตรัสได้ถูกแล้วพ่ะย่ะค่ะ ผู้ที่ตีกลองหมิงยวนกู่ในตอนนี้ก็คือ องค์หญิงหนิงอันพ่ะย่ะค่ะ!”เปรี้ยง!! ราวกับอสนีบาตฟาดลงกลางท้องพระโรงในทันทีที่องครักษ์รักษาประตูอู่เหมินรายงานชื่อผู้ตีกลองหมิงยวนกู่องค์หญิงหนิงอัน เป็นนางจริงๆ ไทเฮาจางอี้เต๋อทรุดลงนั่งบนตั่ง ลมหายใจพลันติดขัด ตวัดสายตามองไปทางซ่งกู้เว่ย ที่ยังคงนั่งอย่างสงบนิ่ง ดูแล้วเรื่องนี้อีกฝ่ายคงมีส่วนรู้เห็นอย่างชัดเจน ทว่าเรื่องนี้นางจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ย่อมไม่มีทางให้สตรีแพทยานั่นเล่นงานนางได้อย่างแน่นอนฮ่องเต้น้อยยืนตัวสั่นเกร็ง มือเล็กกำเข้าหากันแน่น แม้ตัวเขาจะอายุเพียงสิบขวบปีแต่เรื่องราวที่มารดาและตระกูลจางทำนั้นเขารู้เห็นทั้งหมดความโกลาหลปะทุขึ้นในท้องพระโรงอีกหน ขุนนางเริ่มกระซิบกระซาบปรึกษากันด้วยความตื่นตระหนก บางคนถึงขั้นวางแผนลอบสังหารทว่าเมื่อเห็นสายตาดุดันของท่านอ๋องเก้าตวัดมองมา ความกล้าที่มีเพียงน้อยนิดก็พลันงานหายไปจนหมดสิ้น“ฝ่าบาท ดูเหมือนว่าพวกเราต้องออกไปกันแล้ว”น้ำเสียงแหบทุ้มต่ำเอ่ยบอก ก่อนที่ร่างสูงโปร่งของซ่งกู้เว่ยจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ผายมือออกเป็นสัญลักษณ์เชิญใ
Read more

บทที่ 115 ปิดหมากบนกระดาน(1)

เบื้องล่างฝั่งซ้ายของที่ประทับ ไทเฮาจางอี้เต๋อนั่งลงบนเก้าอี้หงส์ ทว่าเนื่องจากทรงเป็นเชื้อพระวงศ์สตรีชั้นสูง กฎมณเฑียรบาลจึงระบุให้ต้องมีม่านมุกระย้ากางกั้นเป็นฉากบังหน้าเอาไว้ ร่างหงส์หลังม่านมุกนั้นแผ่กลิ่นอายเย็นเยียบและกดดัน นางนั่งนิ่งเงียบ ทว่าสายตากลับจ้องเขม็งผ่านช่องว่างของเม็ดมุกไปยังสตรีชุดขาวกลางลานด้วยความหวาดระแวงและเคียดแค้นขณะเดียวกัน ที่โต๊ะรับรองฝั่งขวาซ่งกู้เว่ยอ๋องเก้าผู้กุมอำนาจในฐานะผู้สำเร็จราชการ นั่งประจำตำแหน่งด้วยท่วงท่านิ่งสงบดุจขุนเขา อาภรณ์ดำปักดิ้นทองลายพยัคฆ์เหนือเมฆาขับเน้นความน่าเกรงขาม ทว่าดวงตาคมกริบภายใต้หน้ากากทมิฬกลับฉายแววโทสะที่รุนแรง ทอดสายตามองสตรีในชุดสีขาวพิสุทธิ์ที่อาบย้อมไปด้วยโลหิตด้วยความรวดร้าวและโทสะที่แทบจะควบคุมไม่อยู่ไม่ใช่ว่าเขาสั่งการเตรียมตัวแทนมารับบทลงโทษกลิ้งบนกระดานตะปูและรับไม้โบยแทนนางแล้วหรอกหรือ! เหตุใดร่างที่บอบช้ำจนแทบแหลกเหลวตรงกลางลานนั่น ถึงเป็นนางไปได้ดวงตาคมดุตวัดขวับไปมองจางซ่งองครักษ์เงาคนสนิทที่ยืนก้มหน้าอยู่ด้านหลังทันที รังสีสังหารแผ่ซ่านจนองครักษ์หนุ่มลอบกลืนน้ำลาย จางซ่งไม่รอให้ผู้เป็นนายเอ่ยปากถาม เขาร
Read more

บทที่ 116 ปิดหมากบนกระดาน (2)

“เมื่อครู่ใต้เท้าเยว่เฉิงกล่าวถึงหลักฐาน ไม่ทราบว่าหลักฐานที่ท่านหมายถึงนั้นใช่สิ่งนี้หรือไม่”เยว่จื่อรุ่ยก้มลงหยิบจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมา แล้วชูมันขึ้นเหนือศีรษะให้ขุนนางและราษฎรได้เห็นเต็มตา“เช่นนั้นเรามาดูหลักฐานที่ศาลต้าหลี่ของพวกท่านใช้ตัดสินลงโทษเนรเทศคนทั้งตระกูลเสิ่นกันดีหรือไม่! เริ่มจากจดหมายฉบับนี้เป็นอย่างไร”เยว่จื่อรุ่ยพูดพลาง หยิบจดหมายในมือคลี่ออกกางให้ทุกคนรอบตัวได้เห็น“นี่คือจดหมายที่พวกท่านอ้างว่าเป็นลายมือของบิดาข้า กล่าวว่าเป็นการลักลอบติดต่อกับพ่อค้าเกลือทางตะวันออกเพื่อขอรับสินบน ใช่หรือไม่”“ใช่! หลักทั้งหมดชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นลายมือ ตราประทับ หรือแม้แต่กระดาษก็ล้วนเป็นสิ่งที่ตรวจสอบแล้วทั้งสิ้น” เสนาบดีซ้ายเยว่เฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ใบหน้าชราเชิดขึ้นด้วยความมั่นใจ เพราะสิ่งเหล่านี้เขาตรวจสอบด้วยตนเอง มั่นใจเต็มสิบส่วนว่าไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน“ใต้เท้าเยว่เฉิงการสร้างหลักฐานเท็จ มักทิ้งความจริงเอาไว้ พวกท่านรู้หรือไม่”“เหลวไหล! ใส่ร้ายขุนนางมีโทษหนัก ต่อให้พระองค์เป็นองค์หญิงก็ไม่อาจละเว้น ฝ่าบาทขอทรงพิจารณาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”“เรื่องของหม่อมฉัน หม่อมฉันย่อมยิน
Read more

บทที่ 117 ปิดหมากบนกระดาน(3)

“หากท่านไม่รู้จักเขา แล้วเหตุใดในสมุดบัญชีลับของไทเฮาจึงมีชื่อคนผู้นี้อยู่เล่า”“เหลวไหล!” ครั้งนี้เป็นไทเฮาจางอี้เต๋อที่นั่งไม่ติด ลุกขึ้นตวาดเสียงดังลั้นด้วยความร้อนรน “สมุดบัญชีนั่นข้าทำลายไปแล้วจะมาอยู่ในมือเจ้าได้อย่างไรกัน” คำสารภาพที่หลุดออกมาเองโดยไม่ต้องคาดคั้นของไทเฮาจางอี้เต๋อกลายเป็นคำให้การที่สำคัญในทันทีราษฎรมากมายที่ล้อมรอบลานศิลาเริ่มส่งเสียงโห่ร้องเย้ยหยันและด่าทอ เมื่อความจริงเริ่มปรากฏชัดแจ้งทีละนิดซ่งกู้เว่ยที่นั่งมองฉากเบื้องหน้าอยู่เงียบๆ มาตั้งแต่ต้นลอบยกยิ้มอย่างพึงพอใจ กลยุทธ์ล่อลวงคนให้สารภาพของนางช่างยอดเยี่ยมไม่เปลี่ยนแปลง จริงๆ“อ่อ... หม่อมฉันยังมีหลักฐานอีกหนึ่งอย่างเพคะ” พูดจบเยว่จื่อรุ่ยก็ส่งสัญญาณให้คนนำโลงศพใบหนึ่งขึ้นมา เมื่อเปิดออกดูก็พบว่าเป็นกระดูกของคนที่ตายไปแล้ว“ใต้เท้าเยว่เฉิง ในตอนนั้นท่านเป็นคนตรวจสอบคดีของท่านพ่อข้า ศพนี้เป็นของใครท่านคงจำได้ใช่หรือไม่”แน่นอนว่าใต้เท้าเยว่เฉิงย่อมจำได้ หากแต่จำได้ก็ส่วนจำได้ หากเขาไม่ยอมรับใครก็บีบบังคับไม่ได้“ข้าจำไม่...”“หากท่านจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะเมื่อเช้าตอนที่ข้าให้คนไปขุดโลงขึ้นมา มีชาวบ้า
Read more

บทที่ 118 ปิดหมากบนกระดาน (4)

หลังจากคดีของตระกูลเสิ่นตกมาอยู่ในความดูแลของซ่งกู้เว่ย เขาก็เปิดว่าความที่ ณ. ลานหินศิลาหน้าประตูอู่เหมิน ใช้สายตาของประชาชนเป็นเกาะกำบัง จัดการคนของไทเฮาจางอี้เต๋อจนแทบหมดสิ้น ไม่ถึงครึ่งเดือนราชฎีกาเพิกถอนโทษตระกูลเสิ่นก็ถูกประกาศออกมาตำหนักฉือหนิงของไทเฮาที่เคยคลาคล่ำไปด้วยผู้คน บัดนี้เงียบเหงาและเยียบเย็นราวกับตำหนักเย็น พระนางถูกตัดทอนอำนาจอย่างสมบูรณ์ ทำได้เพียงแสร้งเก็บตัวสวดมนต์อยู่ในตำหนักอันโอ่อ่า และไม่อาจก้าวก่ายราชกิจได้อีกเพียงไม่ถึงครึ่งเดือนหลังจากวันพิพากษา ราชฎีกาเพิกถอนโทษตระกูลเสิ่นก็ถูกประกาศก้องไปทั่วหล้าม้าเร็วสับเปลี่ยนกันวิ่งหามรุ่งหามค่ำ นำพระราชโองการสีทองมุ่งหน้าสู่ชายแดนเหนืออันหนาวเหน็บ เพื่อเรียกตัวครอบครัวตระกูลเสิ่นที่ถูกเนรเทศให้เป็นทาสแรงงาน กลับคืนสู่เมืองหลวงอันเป็นบ้านเกิด พร้อมกันนั้น ฮ่องเต้ยังทรงมีพระเมตตาคืนตำแหน่งผู้พิพากษาประจำศาลต้าหลี่ อันทรงเกียรติ ให้แก่เสิ่นหลี่คัง แต่งตั้งเป็นขุนนางพิเศษสามารถเข้าวังได้โดยไม่ต้องมีราชโองการ ส่วนฮูหยินของเขาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นฮูหยินเก้ามิ่ง เพื่อเป็นการชดเชยความผิดพลาดของราชสำนักข่าวการกลับมาของตร
Read more
PREV
1
...
8910111213
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status