All Chapters of สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด: Chapter 41 - Chapter 50

123 Chapters

บทที่ 39 หมากที่พลิกผัน

ข่าวลือมักเดินทางเร็วกว่าม้าเร็วเสมอ เพียงไม่กี่วันให้หลัง ภายในเรือนหลังของจวนจิ้งที่เคยสงบสุขก็ราวกับมีพายุลูกใหญ่ก่อตัวขึ้นจี้ม่านม่านนั่งหน้าซีดเผือดอยู่บนตั่งไม้ บีบผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นจนขึ้นข้อขาวจ้าวอิง สาวใช้ในเรือนของจี้ม่านม่านที่เยว่จื่อรุ่ยแอบซื้อตัวแสร้งกระซิบข่าวร้ายที่ทำให้ลมหายใจของอนุคนงามแทบสะดุด“บ่าวได้ยินคนในจวนพูดกันว่าเสิ่นหลี่รุ่ย สตรีไร้ค่าผู้นั้น บัดนี้กลายเป็นองค์หญิงหนิงอัน ซ้ำยังย้ายข้างไปร่วมมือกับอ๋องเก้าซ่งกู้เว่ยจนทำให้อ๋องสิบเอ็ดซ่งกู้หวาย โกรธเกรี้ยวพาลโทสะมาถึงพวกเราจวนจิ้งแล้วเจ้าค่ะ”“ไร้สาระสิ้นดี สตรีไร้ยางอายผู้นั้น ละโมบ โลภมาก บ้าอำนาจ แล้วมาเกี่ยวข้องอันใดกับพวกเราจวนจิ้ง”ทว่าสิ่งที่ทำให้จี้ม่านม่านหวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ หาใช่เรื่องโทสะของอ๋องสิบเอ็ดซ่งกู้หวาย แต่เป็นท่าทีของสามีอย่างจิ้งเจิ้นเหยา ด้วยรู้ดีว่าเขาเป็นพวกมักใหญ่ใฝ่สูง วันหน้าขอเพียงใครให้ผลประโยชน์กับเขาได้มากกว่ากัน คนผู้นี้ก็พร้อมเหยียบย่ำคนที่ไร้ประโยชน์ในทันที ดวงตาของหญิงสาวพลันแดงก่ำด้วยความโกรธ หากเสิ่นหลี่รุ่ยใช้ข้ออ้างเรื่องอำนาจมาต่อรองให้จิ้งเจิ้นเหยา หย่าขาดจากตน
Read more

บทที่ 40 กระตุกหนวดแมวป่า

เยว่จื่อรุ่ยขมวดคิ้วเล็ก นางรู้ดีว่าหากปล่อยให้จิ้งเจิ้นเหยาสร้างอิทธิพลในกรมคลังต่อไป การขอหย่าจากเขาจะยิ่งยากขึ้นเป็นเท่าตัว ในเมื่อหมากที่วางไว้ถูกผู้อื่นก่อกวน สิ่งที่นางทำได้จึงมีเพียงต้องผู้พลิกกระดานด้วยตัวเอง“วันนี้เจ้ากลับไปก่อน เรื่องของจี้ม่านม่านข้าจะจัดการต่อเอง”“เพคะ”เมื่อเหลียนฮวาจากไป คนของอ๋องเก้าก็เข้ามารับใช้ตามปกติ เยว่จื่อรุ่ยจึงเรียกหนึ่งในแปดคนที่ยืนอยู่ออกมา จากนั้นก็ให้หญิงสาวไปส่งข้อความถึงคนเจ้าเล่ห์“ทูลท่านอ๋อง องค์หญิงหนิงอันให้สาวใช้มาเชิญพระองค์ร่วมรับมื้อเย็นที่ศาลาบุปผาพ่ะย่ะค่ะ” จางซ่งเข้ามากระซิบบอกความ ใบหน้าที่เคร่งขรึมมาตลอดทั้งวันของซ่งกู้เว่ยพลันมีรอยยิ้มมุมปากขึ้นมาในทันที จนบรรดาขุนนางที่ร่วมนั่งประชุมมาห้าชั่วยามต่างลอบมองหน้ากัน องครักษ์จางรายงานเรื่องอะไรกันจึงทำให้อารมณ์ของผู้สำเร็จราชการหนุ่มดีขึ้นในพริบตาเช่นนี้“วันนี้ช่างมีเรื่องให้จัดการมากมายเสียจริงๆ” น้ำเสียงแหบพร่าหงุดหงิด ทำให้จางซ่งคาดเดาความคิดของผู้เป็นนายได้ในทันที“เช่นนั้นกระหม่อมจะไปแจ้งคน ปฏิเสธคำเชิญขององค์หญิงหนิงอันเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ” พูดจบจางซ่งก็รีบหมุนตัวสาวเท้า
Read more

บทที่ 41 เล่นกับไฟ

 “ถวายพระพรท่านอ๋อง” เสียงหวานเอ่ยบอก ซ่งกู้เว่ยจึงแสร้งกระแอมไอผายมือเอ่ยเชิญคนให้หยัดยืนเช่นปกติ ก่อนที่ตัวเขาจะก้าวเข้าไปนั่งในศาลา มองอาหารที่ล้วนเป็นของโปรดของตนแล้วยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย“หม่อมฉันได้ยินว่า ช่วงนี้พระองค์ทรงงานหนักมาก จึงได้เข้าครัวทำอาหารรอพระองค์ด้วยตนเอง” เข้าครัวด้วยตนเอง แต่รสชาติกลับเหมือนในโรงเตี๊ยมกุ้ยฮวาไม่มีผิดเพี้ยน แม้จะจับพิรุธได้แต่ซ่งกู้เว่ยก็ไม่ได้เปิดโปงหญิงสาว ตรงข้ามกลับยิ้มรับและกินอาหารตรงหน้าด้วยความยินดี จนกระทั่งข้าวคำสุดท้ายหมดลง มือหนาวางตะเกียบลง จากนั้นก็ขยับตัวกอดอกจ้องมองใบหน้าหวานเอ่ยถามเสียงเข้มงวด“อาหารก็กินหมดแล้ว เจ้าต้องการสิ่งใดควรเอ่ยได้แล้วกระมัง” เยว่จื่อรุ่ยยิ้มกว้างก่อนจะหยิบกาสุรามารินใส่ถ้วยด้วยท่าทีสงบ อย่างไรเสียตั้งแต่แรกตัวนางก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะปกปิดเขาได้อยู่แล้ว จะถูกจับได้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตกใจ“หม่อมฉันต้องการคนเพคะ”  เยว่จื่อรุ่ยพูดพลางยื่นจอกสุราส่งให้ท่านอ๋องหนุ่ม “คนที่ภักดีเพียงแค่หม่อมฉัน ไม่ใช่... บ่าวสองเจ้า
Read more

บทที่ 42 หย่าขาด

“ถึงข้าจะเป็นเสือกระดาษ แต่ก็เป็นกระดาษของผู้สำเร็จราชการ สายเลือดอนุเช่นเจ้ามีสิทธิใดมาพล่ามต่อหน้าข้า”เป็นที่รู้กันว่าจี้ม่านม่านเป็นบุตรีที่เกิดจากอนุ และเหตุผลที่นางยอมให้จิ้งเจิ้นเหยารังแกข่มเหงและเอาเปรียบมาโดยตลอด ก็เพราะต้องการให้เขายกตนเองขึ้นเป็นฮูหยินเอก ลบปมชาติกำเนิดที่ติดตัวของตนเองออกไป ดังนั้นเมื่อถูกเยว่จื่อรุ่ยดูแคลนที่จุดตายโทสะจึงยากจะควบคุม ยกมือขึ้นชี้หน้าด่าทอเยว่จื่อรุ่ยอย่างไม่ไว้หน้า“เสิ่นหลี่รุ่ย เจ้ามันก็แค่บุตรีของนักโทษเนรเทศ กล้าดีอย่างไรมาดูแคลนข้า”“กล้าหรือ... ข้าไม่เพียงแค่ด่าแต่จะยังสั่งสอนเจ้าด้วย” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเจือความขบขันอยู่ในที ก่อนที่ดวงตาเรียวจะเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวแล้วส่งสัญญาณให้องครักษ์ติดตามลงมือจับอีกฝ่ายกดลงบนพื้น“เสิ่นหลี่รุ่ย นี่เจ้าจะทำอะไร ปล่อยข้านะ เจ้าจะทำแบบนี้กับข้าไม่ได้” จี้ม่านม่านร้องโวยวายเสียงดังลั่น หากแต่แรงสตรีย่อมไม่อาจสู้บุรุษสุดท้ายจึงทำได้เพียงถูกเขากดลงนอนคว่ำอยู่ที่พื้น“ในฐานะภรรยาเอก ข้าสั่งสอนอนุที่ไม่รู้มารยาท มีตรงไหนไม่ได้กัน” จี้ม่านม่านีคิดจะโต้แย้ง แต่แค่อ้าปากแส้สายหนึ่งก็ฟาดลงบนกลางหลัง จิ้ง
Read more

บทที่ 43 ต่อรอง

“ทั้งหมดนี่คือหลักฐานการติดสินบนขุนนางกรมคลัง และบัญชีการค้าเถื่อนของจี้ม่านม่าน" เยว่จื่อรุ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในดวงตาหงส์กลับมีประกายความเจ้าเล่ห์ชัดเจน ซ่งกู้เว่ยมองสิ่งที่ถูกส่งมาตรงหน้าแล้วยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะวางพู่กันในมือแล้วหยิบกระดาษเหล่านั้นมาอ่านด้วยท่าทีไม่จริงจังนัก นั่นเพราะทั้งหมดนี้ล้วนมีเขาเป็นเงามืดอยู่เบื้องหลัง"เจ้าต้องการให้เปิ่นหวางจัดการตระกูลจิ้ง" น้ำเสียงที่เอ่ยถามด้วยท่าทีเหนือกว่าทำให้เยว่จื่อรุ่ยอดที่จะขบกรามแน่นไม่ได้ หากแต่สุดท้ายก็ยิ้มกว้างออกมา“นี่ไม่ใช่สิ่งที่ท่านอ๋องต้องการหรือเพคะ” เขาจงใจโต้กลับแผนที่นางวางไว้ ก็เพราะต้องการให้นางยอมถอยให้เขา ยอมพึงพาเขา เช่นนั้นนางก็จะถอย จะพึงพา “หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นองค์หญิง หากลงมือฟ้องร้องสามีที่เพิ่งหย่าขาด เกรงว่าชื่อเสียงคงยากจะรักษา แต่หากเป็นท่านอ๋อง... ผู้สำเร็จราชการที่ทรงความยุติธรรมย่อมไม่มีผู้ใดกล้ากังขา” เว้นเสียแต่ผู้นั้นจะไม่ต้องการลมหายใจแล้วเท่านั้นซ่งกู้เว่ยแค่นยิ้มที่มุมปาก วางเอกกระดาษในมือลงพลา
Read more

บทที่ 44 ตลบหลัง

“ไม่ต้องมองให้เสียเวลาหรอก ชายขี้ขลาดคนนั้นได้ทอดทิ้งเจ้า และหนีเอาตัวรอดไปแล้ว” เมื่อถูกตอกย้ำความจริงซึ่งหน้า จี้ม่านม่านก็แทบกรีดร้อง ตะวาดเสียงดังลั่น“เสิ่นหลี่รุ่ย! นังคนแพศยา!” จี้ม่านม่านพยายามถลาเข้าหาหญิงสาวที่นั่งเชิดดื่มชาท่ามกลางความวุ่นวาย หากแต่ถูกองครักษ์สองคนกดรั้งไว้ “เจ้าผิดคำพูด! เจ้าบอกว่าหากนายท่านเขียนหนังสือหย่าให้ เจ้าจะไม่ฟ้องร้องเรื่องเหล่านี้! เจ้ามันนางมารร้ายที่ไม่รักษาคำสัตย์!”เยว่จื่อรุ่ยลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินตรงไปหยุดที่หน้าจี้ม่านม่าน โน้มตัวลงมาเล็กน้อยพร้อมกับยิ้มบาง “จี้ม่านม่าน... ข้าบอกว่า ข้า จะไม่ฟ้องร้อง แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าจพห้ามไม่ให้ ผู้อื่น ฟ้องร้อง ตอนนี้จิ้งเจิ้งเหยาจบสิ้นแล้ว อนาคตของเจ้าก็เช่นกัน”จี้ม่านม่านเบิกตากว้าง ร่างกายอ่อนแรงทรุดลงในทันที ชีวิตนี้ของนางฝากอนาคตทั้งหมดไว้ที่จิ้งเจิ้งเหยา ในเมื่อเขาจบสิ้นตัวนางเองก็ไม่เหลืออะไรเช่นกัน เช่นนั้นไม่สู้ตายไปเสีย ทว่าในจังหวะที่จี้ม่านม่านกำลังจะลุกขึ้นวิ่งโขลกกำแพงตาย องครักษ์ที่อยู่ข้างกายนาง
Read more

บทที่ 45 ลอบสังหาร

เพราะรับปากกับซ่งกู้เว่ยเอาไว้ ดังนั้นหลังจากที่จัดการเรื่องตระกูลจิ้งเสร็จแล้ว เยว่จื่อรุ่ยก็นั่งรถม้าออกจากวังเจิ้นเวยฝู่ไปยังเขาเทียนซาน ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของโจวหราน บัณฑิตยอดฝีมือ“ขออภัยด้วยขอรับ นายท่านของข้าไม่ต้องการพบผู้ใด” ลูกศิษย์คนสนิทของโจวหรานออกมารายงาน ซึ่งนี่ไม่นับว่าเกินความคาดหมายของเยว่จื่อรุ่ย ดังนั้นไม่เพียงไม่โกรธเคืองหญิงสาวยังตอบรับด้วยรอยยิ้มก่อนจะเอ่ยบอกเสียงสุภาพ“หากท่านโจวไม่สะดวกพบข้าก็ไม่เป็นไร ทว่าข้าเดินทางมาเหนื่อยเหลือเกินอยากจะรบกวนขอดื่ม ชาที่ไม่มีใบชา สักถ้วยได้ไหม”ลูกศิษย์คนสนิทของโจวหรานได้ยินคำของหญิงสาวตรงหน้าก็ขมวดคิ้วแน่น แม้เขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะสื่ออะไร แต่ท่าทางสูงส่ง และกิริยานิ่งสงบของนางก็ทำให้เขาไม่กล้าขับไล่คน พาไปนั่งที่ศาลาด้านข้าง ก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านในเรือนด้วยท่าทีสับสน“เกิดอะไรขึ้น คนไปหรือยัง”“ยังขอรับ นางขอดื่มชาสักถ้วย” ได้ยินคำรายงายของลูกศิษย์คนสนิท โจวหรานก็ขมวดคิ้วหนาพู่กันในมือชะงักข้าง ปกติแล้วลูกศิษย์ของ
Read more

บทที่ 46 ลอบสังหาร(2)

ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! เยว่จื่อรุ่ยเบี่ยงตัวหลบลูกธนูที่พุ่งฝ่าความมืดเข้ามาในรถม้า คิ้วเรียวขมวดแน่นมองปลายศรที่ปักตรึงติดกับผนังรถม้าแล้วขบกรามแน่น ในชีวิตก่อนนางเป็นถึงแม่ทัพ นำทัพหน้าออกรบเผชิญหน้ากับศัตรูนับร้อยก็ไม่เคยหวั่นเกรง ย่อมไม่หวาดหวั่นกับการโจมตีของศัตรูเพียงไม่กี่สิบคน แต่เพราะว่าในยามนี้นางคือเสิ่นหลี่รุ่ย คุณหนูในห้องหอผู้อ่อนแอ อีกทั้งองครักษ์ด้านนอกก็เป็นของซ่งกู้เว่ย ในใจของนางจึงเกิดความขัดแย้งยากจะตัดสินใจ จนกระทั่งมองเห็นลูกธนูอีกดอกพุ่งเข้ามา วิถีธนูพุ่งตรงทะลวงจุดตายนี่เป็นวิชาจำเพาะของมือสังหารระดับสูงของสำนักเทียนเย่า สำนักฆ่าตายดินไม่ใช่หรือไรคนของสำนักเทียนเย่า รับงานแล้วไม่สนถูกผิด ไม่กลัวเป็นตาย ขอเพียงเป้าหมายสำเร็จไม่เลือกวิธีการ ดูแล้วครั้งนี้คงที่ลงมือกับนางคงไม่หวังให้นางมีชีวิตต่อไปได้อีก เพียงแต่อยากได้ชีวิตของนางก็ต้องดูว่านางยินยอมหรือไม่  มือเรียวหยิบลูกธนูที่ปักบนผนังรถม้าทั้งแปดดอกออกมาถือกำเอาไว้ ก่อนจะพลิกตัวลงจากรถม้าหยิบคันธนูและลูกใต้ฐานรถออกมา ไม่ยอมเป็นเป้านิ่งอยู่ต่อไป ชุดสีม่วงอ่อนพลิ้วไหวไปตามแรงลมของรัตติกาล ดวง
Read more

บทที่ 47 คนคุ้นเคย

หากข้าต้องตาย ข้าก็จะลากพวกเจ้าไปด้วยเยว่จื่อรุ่ย ใช้ชีวิตมาสองชาติภพ สิ่งที่ไม่กลัวก็คือความตาย ทว่าหากต้องตกตายนางก็จะไม่ยอมตายอย่างไร้ค่าเพียงลำพังอย่างแน่นอน มือเรียวที่สั่นเทาใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ฉีกชายชุดของตนเอง จากนั้นพันด้ามกระบี่ติดแน่นกับอุ้งมือขาวที่ไร้เรี่ยวแรง  ดวงตาเรียวจดจ้องศัตรูตรงหน้านิ่ง รอคอยจังหวะที่อีกฝ่ายอยู่ในระยะโจมตีตัวนางก็จะสวนแทงกระบี่ออกไปในทันทีเคร้ง!  ฉึก! เสียงโลหะปะทะตามด้วยเสียงจ้วงแทง เยว่จื่อรุ่ยเกร็งสะท้านไปทั้งร่าง ดวงตาเบิกกว้าง  ทว่าคมกระบี่ของนางฝังอยู่บนลำตัวของมือสังหาร แต่คมดาบของอีกฝ่ายกลับไม่ได้สัมผัสแม้แต่เศษผมของนางอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อดวงตาเรียวเลื่อนมองไปตามทิศทางกระบี่ในมือของศัตรู ก็พบว่ามันถูกสกัดกั้นเอาไว้ด้วยกระบี่ยาวสีนิลของชายปริศนาที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหันทว่ายังไม่ทันถามให้ชัดเจนว่าผู้ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือนางเป็นใคร ร่างของมือสังหารอีกคนก็พุ่งโจมตีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เยว่จื่อรุ่ยที่ตอนนี้ไม่มีแม้แต่แรงจะหยัดยืน ได้แต่กัดฟันฝืนทนยกกระบี่ขึ้นป้องกันตนเองด้วยท
Read more

บทที่ 48 แล้วหากเปิ่นหวางจะขวางเล่า

แล้วหากเปิ่นหวางจะขวางเล่า!” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเรียกสายตาของเยว่จื่อรุ่ยให้หันมาไปยังต้นเสียง ดวงตาเรียวสบสายตาเย็นเฉียบแล้วรู้สึกหนาวไปทั้งสันหลัง พยายามขยับตัวเพื่อลงจากอ้อมแขนของเซียวเหิง ทว่ายิ่งนางดิ้นรนวงแขนแกร่งก็ยิ่งโอบรัด จดจ้องมองตอบกลับไปยังชายบนหลังอาชา“กระหม่อมเป็นคนขององค์หญิง ปกป้ององค์หญิงเป็นหน้าที่ หากท่านอ๋องคิดขวางกระหม่อมคงต้องขอล่วงเกินแล้ว”จบคำของชายเจ้าของอ้อมแขนดวงตาของเยว่จื่อรุ่ยก็เบิกกว้างเป็นทบทวี เซียวเหิงผู้นี้คิดยั่วยุอยากตายก็ตายไปเพียงผู้เดียว เหตุใดต้องดึงนางให้ตายไปกับเขาด้วยกัน“บังอาจ!” จางซ่งเห็นคนลบหลู่นายของตนซึ่งหน้าก็ไม่อาจอดทน ขยับตัวหมายโจมตีอีกฝ่ายในทันที ทว่ากลับถูกคนบนหลังม้ายกมือส่งสัญญาณห้ามปราม  “เรื่องของเปิ่นหวาง เปิ่นหวางจะจัดการเอง” กล่าวจบซ่งกู้เว่ยก็พลิกตัวพลิ้วกาย พริบตาสองเท้าก็เหยียบลงบนผืนดิน ดวงตาคมดุดันจดจ้องผ่านหน้ากากทมิฬ ยิ่งเห็นว่าเอวบางของหญิงสาวถูกท่อนแขนแกร่งโอบกอดในอกก็ราวกับมีกองไฟใหญ่รุกโชน กำมือแน่น “เปิ่นหวางจะเอ่ยเตือนอีก
Read more
PREV
1
...
34567
...
13
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status