All Chapters of สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด: Chapter 51 - Chapter 60

123 Chapters

บทที่ 49 สืบให้ชัดเจน

เยว่จื่อรุ่ยขมวดคิ้วแน่น ใช้แรงทั้งหมดกำเชือกบังเหียนม้าเอาไว้มั่น ดวงตาเรียวหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อถูกแรงลมปะทะเข้ามาตามความเร็วของม้า จากทักษะการควบทะยานม้าในตอนนี้ของซ่งกู้เว่ยสะท้อนชัดเจนถึงโทสะในใจของเขา ใช้เวลาไม่นานอาชาตัวใหญ่ก็ถูกกระชากให้หยุดฝีเท้า ร่างสูงพลิ้วกายลงหยัดยืนที่เบื้องหน้าประตูพยัคฆ์ อันเป็นสัญลักษณ์ของวังเจิ้นเวยฝู่"ว๊าย!" เยว่จื่อรุ่ยร้องด้วยความตกใจ เมื่อเอวบางถูกวงแขนแกร่งตวัดโอบรัดโดยไม่แม้แต่จะเอ่ยถามก่อนจะรั้งตัวนางลงจากหลังม้า คิ้วหนาพลันขมวดเข้าหากันแน่นกว่าเดิมเมื่อสัมผัสได้ถึงความเหนียวเหนอะที่ไหล่เล็ก โดยไม่ต้องสำรวจก็รู้ได้ในทันทีว่าหญิงสาวในอ้อมแขนต้องได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน“ไปตามหมอเถียนมา ภายในหนึ่งก้านธูปเปิ่นหวางต้องได้เห็นตัวคน ไม่เช่นนั้นก็เอาหัว...”“กระหม่อมอยู่ที่นี่แล้วพ่ะย่ะค่ะ” ท่านอ๋องหนุ่มพูดยังไม่ทันจบประโยค ร่างชราของหมอเถียนก็ปรากฏที่หน้าประตูด้วยอาการเหนื่อยหอบ มือที่เหี่ยวย่นตามไว้ยกชายเสื้อขึ้นซับเหงื่อบนใบหน้า ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณองครักษ์จางซ่งที่ให้คนไปตามเขามาล่วงหน้า ไม่เช่นนั้นชายชราเช่นเขาคงไม่อาจทนรับ
Read more

บทที่ 50 ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

แต่ไม่ว่านางจะเป็นใคร วันนี้เขาจะต้องสืบให้ชัดเจนร่างสูงโปร่งขยับตัวลุก ไม่เอ่ยคำใดก็ก้าวเท้าออกไปจากเรือนส่วนตัวด้วยความรู้สึกสงสัยครางแครง สองเท้าก้าวรวดเร็ว สีหน้าเคร่งขรึม จนองครักษ์ข้างกายติดตามไม่ทัน"ท่านอ๋อง" เสียงของเหลียนฮวาที่ตอนนี้เข้ามาอยู่ในวังเจิ้นเวยฝู่เพื่อปรนนิบัตินายหญิงของตนเอ่ยนร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นชายหนุ่มหวนกลับมาอีกครั้ง"ทำไมไม่อยู่รับใช้นายหญิงของเจ้าในห้อง" คำพูดราบเรียบ แต่ทรงอำนาจทำให้เหลียนฮวาขาอ่อนทรุดลงคุกเข่า ตอบเสียงสั่น"นะ... นายหญิง... เอ่อองค์หญิงกำลังใส่ยาเพคะ" ใส่ยา เขาจากไปตั้งนานแล้วเหตุใดยังทำแผลใส่ยาไม่เสร็จอีก ทว่ายามที่ร่างสูงเดินตรงไปยังประตูหมายก้าวเข้าไปตรวจสอบอาการของคนเจ็บให้ชัดเจน สาวใช้ตัวน้อยก็ขยับมาขวางทางเอาไว้ "องค์หญิงกำลังใส่ยา ไม่เหมาะสมจะพบท่านอ๋องเพคะ" เหลียนฮวาตอบเสียงสั่นเครือ ในใจทั้งหวาดกลัวท่าทีของคนด้านหน้า ทั้งหวั่นวิตกชื่อเสียงของคนด้านหล
Read more

บทที่ 51 การตายของจิ้งเจิ้งเหยา

เยว่จื่อรุ่ยขบกรามแน่น วันนี้นางเปิดเผยความสามารถในการต่อสู้ของตนเองออกมา แน่นอนว่าคนขี้ระแวงอย่างซ่งกู้เว่ยย่อมต้องสงสัยอย่างแน่นอน เขาจึงได้พาตัวนางมาสังเกตอย่างใกล้ชิดในเรือนส่วนตัวเช่นนี้"อ่ะ!" หญิงสาวส่งเสียงเจ็บปวดอยู่ในลำคอ ทั้งที่ยามนี้ร่างกายของนางเต็มไปด้วยบาดแผล แต่คนเอาแต่ใจอย่างอ๋องเก้าเพื่อจับผิดนางกลับอุ้มคนย้ายเรือนเช่นนี้ "ต่อไปข้างกายของนางนอกจากสาวใช้แล้ว ให้หาหมอหญิงฝีมือดีมาคอยดูแลด้วย""เพคะ" หัวหน้าสาวใช้ข้างกายเยว่จื่อรุ่ยขานรับ ในขณะที่หญิงสาวกลับกำมือแน่น นี่ไม่ใช่การดูแลแต่เป็นหารควบคุมชัดๆ"ท่านอ๋องเพคะ ชยหญิงมีความแตกต่าง แม้พระองค์จะมีเมตตา แต่น้ำลายคนยากจะควบคุม หม่อมฉันคิดว่าจะกลับไป...""หากมีใครกล้ากล่าววาจาไร้สาระ เปิ่นหวางจะจัดการเอง แต่หากเจ้ากังวลเช่นนั้นก็แต่งเข้ามาเป็นชายาของเปิ่นหวางดีหรือไม่" แต่งเข้าเป็นชายาของเขา นี่ไม่เท่ากลับเพิ่งหนีพ้นปากเสือมาได้ ก็ดันหลุดเข้าไปในดงหมาป่าอีกหรอกหรือ "หม่อมฉันจะกังวลในน้ำพระทัยของท่านอ๋องได้อย่างไรกันเพคะ" พูดจบเยว่จื่อรุ่ยก็เบนหน้าหลบสายตาคม ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่นางรู้สึกว่าสายตาภายใต้หน้ากากทมิฬคู่นี้ขอ
Read more

บทที่ 52 ร่วมเล่นกับนาง

เพื่อรักษาสถานการณ์ไม่ให้ย่ำแย่ไปมากกว่าเดิม ตลอดสองวันที่ผ่านมาเยว่จื่อรุ่ย จึงพยายามอย่างยิ่งที่จะคงท่าทีอันสงบเสงี่ยมของตนเอาไว้ เพราะนางรู้ตัวดีว่านับตั้งแต่ที่ตนเองจับกระบี่ ยกคันธนู ก็ได้ปลุกความหวาดระแวงในใจของท่านอ๋องหนุ่มแล้ว เจ้าของร่างเดิมเป็นเพียงสตรีในห้องหอ ที่อ่อนแอและบอบบาง แต่นางกลับสามารถใช้ธนูและกระบี่ปลิดชีพมือสังหารนับสิบได้โดยไร้ซึ่งพลังปราณ ย่อมกลายเป็นที่ต้องสงสัยในสายตาของคนขี้ระแวงอย่างซ่งกู้เว่ยอย่างแน่นอนทว่าสงสัยแล้วอย่างไร เรื่องอย่างการกลับชาติมาเกิด ย้ายวิญญาณเปลี่ยนร่างผู้ใดจะคิดถึงกัน“องค์หญิงเพคะ ได้เวลาเปลี่ยนยาแล้วเพคะ” เสียงของหมอหญิงฮวาจื่อ ซึ่งซ่งกู้เว่ยมอบหมายให้มาดูแลนางเอ่ยขึ้น ในมือของหญิงสาวมีถาดยาและผ้าทำแผลผืนใหม่ เยว่จื่อรุ่ยที่นอนอยู่บนเตียงจึงส่งสัญญาณให้เหลียนฮวาและคนอื่นๆ ออกไป เพื่อเปลือยกายท่อนบนให้อีกฝ่ายลงมือจัดการบาดแผลของตน“หมอฮวา บาดแผลของข้าเป็นอย่างไรบ้าง”“ตอนนี้บาดแผลเริ่มสมานกันแล้วเพคะ รออีกไม่เกินเจ็ดวันก็จะหายดีแน่นอน”“เช่นนั้นจะเป็นแผลเป็นหรือไม่” เสียงหวานเอ่ยกระซิบถามด้วยท่าทีแสร้งเป็นกังวล ก่อนจะปรายตามองไปยังคน
Read more

บทที่ 53 ข้อตกลงที่ไม่อาจปฏิเสธ

“ส่งคนจับตาดูนางให้ดี” แม้ปากจะเอ่ยอนุญาต แต่ลับหลังหญิงสาวซ่งกู้เว่ยกลับสั่งการกำชับคนด้วยสีหน้าจริงจังจางซ่งที่อยู่กับอีกฝ่ายมานานแน่นอนว่าย่อมรู้สถานการณ์ ครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มกำลังองครักษ์เงาล้อมรอบเรือนตะวันตกเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว แม้แต่ระดับฝีมือก็เลือกเป็นกลุ่มองครักษ์อันดับหนึ่งทั้งหมดเยว่จื่อรุ่ยขบกรามแน่นเดินกลับไปยังเรือนตะวันตกด้วยท่าทีสง่างามสมกับเป็นจิตวิญญาณของอดีตแม่ทัพ เท้าเล็กก้าวอย่างมั่นคง แขนซ้ายมีเหลียนฮวาคอยประคอง แขนขวามีหมอหญิงฮวาจื่อคอยเคียงข้าง ด้านหลังยังมีสาวใช้อีกแปดนางคอยรับใช้ ไม่นับรอบๆ ตัวที่มีองครักษ์เงาคอยคุ้มกัน เพียงแค่มองดูก็รู้ว่าหญิงสาวเป็นที่โปรดปรานของอ๋องเก้ามากเพียงใดแน่นอนว่าทั้งหมดนี้สำหรับผู้อื่นคงเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง แต่สำหรับเยว่จื่อรุ่ยแล้วสิ่งเหล่านี้กลับเป็นเรื่องที่น่าโมโหยิ่งนักซ่งกู้เว่ย อ๋องเจ้าเล่ห์ ภายนอกกระทำเหมือนเมตตาโปรดปรานนาง มอบคนมากมายมาคอยดูแล แต่ความจริงแล้วทั้งหมดคือการจับผิดนางทั้งสิ้น“เหลียนฮวา เจ้าประคองข้าไปที่เตียงที ข้ารู้สึกเวียนหัวเหลือเกิน” เยว่จื่อรุ่ยแสร้งทำเสียงสั่น ก่อนจะล้มตัวลงนอนบ
Read more

บทที่ 54 ลอบออกจากวังพยัคฆ์

หลังจากจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเสร็จแล้ว เยว่จื่อรุ่ยก็เดินมานั่งที่หน้ากระจกทองเหลือง ปรับเปลี่ยนทรงผมของตนเองจากเกล้าสูงตามแบบฉบับหญิงชั้นสูงก็เปลี่ยนเป็นมวยต่ำเรียบง่ายแบบเดียวกับฮวาจื่อ ยังใช้เครื่องประทินโฉมปรับแต่งเปลี่ยนรูปลักษณ์  ก่อนจะใช้ผ้าโปร่งคลุมหน้าอำพรางตัวซ้อนทับอีกหนึ่งชิ้นเหลียนฮวามองดูวิธีการแปลงกายอำพลางตัวของนายหญิงก็ถึงกับอ้าปากค้าง นางรับใช้อีกฝ่ายมาหลายปีไม่เคยรู้เลยว่าคุณหนูผู้บอบบางของตนจะเก่งกาจถึงเพียงนี้ ทั้งหมดนี่คงเป็นพรสวรรค์แน่ๆ“ข้าจะใช้เวลาราวสองชั่วยาม ระหว่างนี้หากใครมาขอพบข้าก็ให้บอกไปว่าข้าเวียนหัว กินยาที่หมอหญิงฮวาจื่อจัดให้หลับไปแล้ว”“เพคะ”“เพื่อไม่ให้นางตื่นมากลางคัน ข้าจะจุดกำยานยาสลบไว้ที่หัวเตียง เจ้าก็อย่าลืมป้องกันตัวเอง” เยว่จื่อรุ่ยสั่งการจบก็เดินไปจุดกำยานสงบจินซึ่งมีฤทธิ์ทำให้นอนหลับ ก่อนจะหยิบกล่องยาที่ฮวาจื่อใช้เดินออกจากเรือน โดยไม่ลืมที่จะปรับจังหวะการหายใจของตนเองให้สั้นและเบาบางลง รวมทั้งเลียนแบบจังหวะการก้าวเดินเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย“องค์หญิงเป็นอย่างไรบ้าง”“ข้าเพิ
Read more

บทที่ 55 มิตรช่วยเหลือย่อมคุ้มค่ามากกว่าเป็นศัตรูต่อกร

เยว่จื่อรุ่ยอ่านข้อความในจดหมายแล้วขมวดคิ้วเรียวแน่น ความสงสัยพลันก่อตัวขึ้นในใจ วางจดหมายในมือลงแล้วตวัดสายตาจ้องมองเซียวเหิงที่กำลังรินสุราดื่ม ด้วยความรู้สึกไม่พอใจ“ข้าจำได้ว่าข้อตกลงระหว่างเราคือให้เจ้าคุ้มครองพวกเขาอย่างลับๆ ไปจนถึงชายแดนอย่างปลอดภัยเท่านั้น เหตุใดในจดหมายจึงระบุว่าข้าซื้อบ้านใหม่ให้ตระกูลเสิ่น หางานให้พี่ชาย ลงทุนร้านค้าให้ท่านแม่ได้กัน”เซียวเหิงยิ้มกว้าง วางจอกสุราลงแล้วถอดหมวกอำพลางตน เผยใบหน้าคมคายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของบุรุษเพศ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้หญิงสาว“นายหญิง... นับตั้งแต่ท่านตัดสินใจจ้างข้าด้วยเงินร้อยตำลึงทอง หนึ่งปีนี้ข้าย่อมภักดีต่อท่าน ดังนั้นเรื่องสำคัญอย่างครอบครัวของท่านข้าย่อมต้องจัดการเป็นอย่างดี”จัดการเป็นอย่างดี นี่ไม่ใช่การใช้ยุทธวิธีบีบเป็ดขึ้นคอน(逼鸭子上架 - บังคับฝืนใจให้ทำในสิ่งที่ไม่ยินยอม) หรอกหรือ“เจ้ากำลังจะบอกข้าว่า ที่เจ้าทำไปทั้งหมดเพราะความภักดีที่มีต่อข้า ไม่ได้หวังผลตอบแทนใดๆ เลยอย่างนั้นหรือ” เยว่จื่อรุ่ยพูดพลางแค่นยิ้มเย็น ด้วยรู้ดีว
Read more

บทที่ 56 ความแค้นที่ยากจะลืมเลือน

ในเมื่อไม่มีความจำเป็นต้องสวมหน้ากากคุณหนูสามเสิ่นผู้อ่อนแออีกต่อไปแล้ว เยว่จื่อรุ่ยก็สูดลมหายใจเข้าลึก สายตาที่มักอ่อนโยนพลันเปลี่ยนเป็นเด็ดขาด ท่าทางที่นุ่มนวลกลายเป็นแข็งกร้าว กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่านออกจนแม้แต่เซียวเหิงก็ยังรู้สึกกดดัน“นับว่าข้าดูแคลนเจ้าเกินไป ได้! เงินหนึ่งพันตำลึงทอง ข้าจะมอบให้เจ้า เพียงแต่ข้ามีข้อแลกเปลี่ยน...” แววตาคมดุจ้องมองมาทางชายหนุ่มโดยไร้ท่าทีเกรงกลัว “ข้อแลกเปลี่ยน...” เซียวเหิงเอ่ยพลางเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย “นายหญิงเชิญกล่าว” “ข้าต้องการข้อมูลคดีทุจริตของตระกูลเสิ่นทั้งหมด”เยว่จื่อรุ่ยกดน้ำเสียงต่ำลงจนแทบเป็นเสียงกระซิบ หากแต่กลับหนักแน่นและชัดเจน "หากเจ้าทำไม่สำเร็จ หนึ่งพันตำลึงทองนี้ก็ถือเสียว่าจ่ายชดเชยให้ข้า นับจากนี้สัญญาระหว่างก็ให้สิ้่นสุดแต่โดยดี"เยว่จื่อรุ่ยไม่คิดเอาเปรียบผู้อื่น แต่ก็ไม่ยินยอมให้ผู้ใดมาเอาเปรียบเช่นกัน ในเมื่อเซียวเหิงเล่นแง่ใช้วิธีการบีบบังคับ รีดไถเงินทองจากนาง ตัวนางก็จะกดดันบีบคั้นข้อมูลจากเขาเป็นการตอบกลับเช่นกัน 
Read more

บทที่ 57 กลับเข้าวังเจิ้นเวยฝู่

เยว่จื่อรุ่ยในนชุดสีฟ้าหม่นของหมอหญิงฮวาจื่อก้าวเดินออกจากโรงเตี๊ยมกุ้ยฮวาด้วยท่าทางเชื่องช้าทว่ามั่นคง ดวงตาเรียวหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อรู้สึกคล้ายกลับถูกใครบางคนจับจ้อง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกลับไปยังชั้นสามสบสายตาคมเจ้าเล่ห์ของบุรุษในชุดดำเซียวเหิงยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ยกกาสุราในมือให้หญิงสาวด้วยท่าทางยียวน เยว่จื่อรุ่ยถอนหายใจยาวก่อนจะมุ่งหน้าไปยังร้านขายสมุนไพรที่ตรอกถัดไป“ข้ามาซื้อ ตังกุย หวงฉี และ ดอกหงฮวา” เยว่จื่อรุ่ยเอ่ยบอกชื่อสมุนไพรสำหรับการบำรุงเลือดและสมานแผลให้กับหลงจู๊ร้านขายสมุนไพร ไม่นานอีกฝ่ายก็จัดทุกอย่างตามที่นางต้องการส่งให้หญิงสาว เมื่อได้สมุนไพรตามต้องการแล้วเท้าเล็กก็เร่งเดินทางกลับวังเจิ้นเวยฝู่ในทันทีเมื่อเดินมาถึงประตูวังเจิ้นเวยฝู่ทหารยามสองนายก็ขยับตัวขวาง เยว่จื่อรุ่ยจึงหยิบป้ายผ่านประตูที่หัวหน้าสาวใช้มอบให้ออกมาแสดงตัว“ข้าน้อยฮวาจื่อ หมอหญิงประจำตัวองค์หญิงหนิงอันเจ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หลุบตาลงต่ำ ห่อไหล่เล็กน้อย เลียนแบบท่าทีหวาดกลัวและเจียมเนื้อเจียมตัวของฮวาจื่อก้ม ก่อนจะส่งห่อยาในมือให้อีกฝ่ายดู ทหารหน้าประตูวังเจิ้นเวยฝู่รับห่อยามาตร
Read more

บทที่ 58 จริงหรือเท็จ ล้วนไม่สำคัญ

“แค่ก...” เสียงหญิงบนเตียงกระแอมไอ เยว่จื่อรุ่ยลุกขึ้นจากเตียง หลบให้เหลียนฮวาเป็นคนจัดการดูแลหญิงสาวที่เพิ่งได้สติฮวาจื่อค่อยๆ ปรือตาขึ้นด้วยความรู้สึกมึนงง ภาพเบื้องหน้ายังคงพร่ามัวเล็กน้อย ก่อนที่อาการปวดหนึบที่บริเวณท้ายทอยจะแผ่ซ่านจนนางนิ่วหน้า ยกมือขึ้นกุมท้ายทอยของตนเองด้วยความสับสน หากแต่ที่ทำให้คนเพิ่งได้สติตกใจจนตาเบิกกว้างกลับเป็นสถานการณ์ของตนเองในตอนนี้เหตใดนางจึงมานอนอยู่บนเตียงขององค์หญิงได้กัน หัวใจของหญิวสาวสั่นระรัว ร่างกายตึงเครียดจนเม็ดเหงื่อผุดเต็มวงหน้า ก่อนจะรีบขยับตัวหมุนกายลงจากเตียง ทิ้งตัวลงคุกเข่าโขลกศีรษะบนพื้นด้วยท่าทีตื่นกลัวในทันที“องค์หญิงโปรดเมตตาด้วย หม่อมฉัน... หม่อมฉันไม่ทราบว่าเหตุใดตนเองถึงได้... ถึงได้ไปนอนอยู่บนเตียงของพระองค์” น้ำเสียงที่สั่นเครือ และไหล่ที่สั่นไหว ชัดเจนถึงความหวาดหวั่นเกรงกลัวในใจของหมอหญิงสาว“เจ้าลุกขึ้นก่อน” เยว่จื่อรุ่ยเอ่ยบอกพลางใช้สองมือประคองไหล่ของคนตรงหน้าลุกขึ้น “เมื่อชั่วยามก่อนเจ้าเป็นลม ล้มลงแบบกะทันหันศีรษะจึงฟาดเข้ากับขอบโต๊ะจนสลบไป ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง” ฮวาจื่อขมวดคิ้วเล็กน้อยนางไม่มีโรคประจำตัวอะไร และไม
Read more
PREV
1
...
45678
...
13
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status