เยว่จื่อรุ่ยขมวดคิ้วแน่น ใช้แรงทั้งหมดกำเชือกบังเหียนม้าเอาไว้มั่น ดวงตาเรียวหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อถูกแรงลมปะทะเข้ามาตามความเร็วของม้า จากทักษะการควบทะยานม้าในตอนนี้ของซ่งกู้เว่ยสะท้อนชัดเจนถึงโทสะในใจของเขา ใช้เวลาไม่นานอาชาตัวใหญ่ก็ถูกกระชากให้หยุดฝีเท้า ร่างสูงพลิ้วกายลงหยัดยืนที่เบื้องหน้าประตูพยัคฆ์ อันเป็นสัญลักษณ์ของวังเจิ้นเวยฝู่"ว๊าย!" เยว่จื่อรุ่ยร้องด้วยความตกใจ เมื่อเอวบางถูกวงแขนแกร่งตวัดโอบรัดโดยไม่แม้แต่จะเอ่ยถามก่อนจะรั้งตัวนางลงจากหลังม้า คิ้วหนาพลันขมวดเข้าหากันแน่นกว่าเดิมเมื่อสัมผัสได้ถึงความเหนียวเหนอะที่ไหล่เล็ก โดยไม่ต้องสำรวจก็รู้ได้ในทันทีว่าหญิงสาวในอ้อมแขนต้องได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน“ไปตามหมอเถียนมา ภายในหนึ่งก้านธูปเปิ่นหวางต้องได้เห็นตัวคน ไม่เช่นนั้นก็เอาหัว...”“กระหม่อมอยู่ที่นี่แล้วพ่ะย่ะค่ะ” ท่านอ๋องหนุ่มพูดยังไม่ทันจบประโยค ร่างชราของหมอเถียนก็ปรากฏที่หน้าประตูด้วยอาการเหนื่อยหอบ มือที่เหี่ยวย่นตามไว้ยกชายเสื้อขึ้นซับเหงื่อบนใบหน้า ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณองครักษ์จางซ่งที่ให้คนไปตามเขามาล่วงหน้า ไม่เช่นนั้นชายชราเช่นเขาคงไม่อาจทนรับ
Read more