All Chapters of ลำนำจอมนาง: Chapter 11 - Chapter 20

170 Chapters

บทที่ 11

จ้าวเหยียนเจี๋ยยิ่งเห็นรอยยิ้มนั้นยิ่งหนักใจ เขาคล้ายสังหรณ์ใจว่าต่อแต่นี้ไปชีวิตเขาคงต้องยุ่งวุ่นวายแน่ ดูจากที่เมื่อครู่ตอนที่เขาหานางไม่พบ เขาทั้งโกรธทั้งร้อนใจ แต่เมื่อเจอตัวการกลับพบว่าเขาโล่งอกมากกว่าที่จะอยากลงโทษคนตรงหน้า “เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าว่า...”“แหมก็ชื่อสั้นๆ เรียกง่ายดีนี่นา ข้าเรียกเจี๋ยเฉยๆ ไม่ดีหรือไง” เพราะคิดว่าเขาโกรธหญิงสาวจึงบ่นออกมาเบาๆ“ข้าก็ยังไม่ได้บอกว่าไม่ได้” เขาเอ่ยเสียงเรียบนั่นหมายถึงอนุญาตนั่นเองหญิงสาวยิ้มแป้น “ไปเถอะเราต้องออกเดินทางแล้ว” เหยียนหว่านเอ๋อร์ยิ้มเมื่อเขายื่นถุงน้ำที่เขาเพิ่งไปเติมจนเต็มให้ และเดินตามเขาไปโดยดีครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เหยียนหว่านเอ๋อร์ได้ขี่ม้า ดังนั้นจึงรู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย ผิดกับจ้าวเหยียนเจี๋ยเขาต้องสงบจิตใจไปตลอดทางเมื่อมีร่างนุ่มนิ่มทั้งยังหอมกรุ่นนั่งเบียดอยู่ด้านหน้า บาดแผลของเขายังไม่หายสนิทจึงเพียงแต่ปล่อยให้ม้าวิ่งเยาะๆ ไม่ได้ควบวิ่งเต็มเหยียดอย่างที่เขาชอบทำตอนที่ขี่ม้า พวกเขาจึงเดินทางได้ไม่เร็วนัก กระทั่งบ่ายคล้อยทั้งสองจึงสามารถข้ามเขามาได้ เมื่อครู่ตอนที่อยู่บนเขาเหยียนหว่านเอ๋อร์สามารถมองเห็นเมือง
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more

บทที่ 12

“ใช่” จ้าวเหยียนเจี๋ยอดที่จะอมยิ้มไม่ได้ อย่างน้อยหญิงสาวก็ยังไม่ได้ขาดการระวังเสียทีเดียว นางยังฉลาดที่จะชวนเขาคุย เพื่อให้มั่นใจว่าเขาไม่ได้ข้ามไปอีกฝั่งเพื่อแอบดู“แล้วบ้านท่าน นอกจากท่านยังมีคนอื่นหรือไม่ เอ๊ะ ท่านแต่งงานหรือยังนะ ในเมื่อคนที่นี่น่าจะแต่งงานกันตั้งแต่อายุยังน้อยนี่นา” เหยียนหว่านเอ๋อร์นึกขึ้นได้“ข้าเป็นทหารที่ใช้ชีวิตอยู่ในสนามรบ ข้า...ยังไม่แต่งงาน” จ้าวเหยียนเจี๋ยใคร่ครวญก่อนตอบออกมาเสียงเรียบ“ท่านอายุเท่าไหร่กัน อย่าหาว่าข้าเสียมารยาทเลยนะ เราสองคนน่าจะรู้จักกันให้มากกว่านี้หน่อย” เหยียนหว่านเอ๋อร์ชวนเขาคุยไปเรื่อย“ยี่สิบ”“ยี่สิบ!!” เหยียนหว่านเอ๋อร์อุทาน“มีอะไรน่าตกใจกัน” จ้าวเหยียนเจี๋ยชะงักเมื่อได้ยินน้ำเสียงประหลาดใจ“ท่านเพิ่งจะอายุยี่สิบก็ไปเป็นทหารแล้วเหรอ” เหยียนหว่านเอ๋อร์เอ่ยถามอย่างสงสัยระคนตกใจ“ที่จริงข้าเริ่มออกสนามรบตั้งแต่อายุได้สิบห้าด้วยซ้ำ แล้วเจ้าเล่า” จ้าวเหยียนเจี๋ยเอ่ยถามบ้าง เขาเดาว่าหญิงสาวไม่น่าจะเกินสิบเจ็ดกระมังและเขาก็เดาถูกเสียด้วย“สิบเจ็ด”ย่างสิบแปดแต่ก็สิบเจ็ดนั่นแหละ หญิงสาวคิดในใจ“ปักปิ่น[1]แล้วสินะ” จ้าวเหยียนเจี๋ยอมยิ้
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more

บทที่ 13

“หมายถึงเมีย เอ่อฮูหยินน่ะ ข้ารู้ว่าค่านิยมของแต่ละที่ไม่เหมือนกัน แต่ข้าจะไม่มีทางยอมให้คนที่ข้ารักไปมีคนอื่นหรอก หากเขายังอยากมีคนอื่นก็ต้องหย่าขาดกับข้าเสียก่อน” เหยียนหว่านเอ๋อร์เอ่ยจริงจัง“เจ้าหมายถึงเจ้าจะยอมให้เขาหย่าเจ้าหรือ”“ใช่”“แต่การที่ผู้หญิงถูกสามีหย่านั้น ออกจะเป็นเรื่องที่เสื่อมเสีย....”“เสื่อมเสียแล้วไง อย่างมากก็ถูกผู้คนติฉินนินทา แต่หากต้องใช้ชีวิตแบบที่ต้องทุกข์ทรมาน ข้ายอมถูกคนติฉินนินทาเสียยังดีกว่า” เหยียนหว่านเอ๋อร์เบ้ปากก่อนจะนอนลงไปบนพื้นหญ้าแห้งๆ “หรือไม่ก็ไม่ต้องรักใครไปเลย ง่ายดี”เสียงแผ่วยังบ่นพึมพำเบาๆ ทว่าจ้าวเหยียนเจี๋ยก็ยังคงได้ยินชัดเจน แนวคิดแบบนี้เขาออกจะคาดไม่ถึงอยู่บ้าง ทั้งยังไม่เคยได้ยินว่ามีแคว้นไหนในแถบนี้ที่มีแนวคิด หรือประเพณีดังเช่นที่หญิงสาวกล่าวมา แต่จะว่าไปแล้วทั้งกิริยาท่าทาง การพูดจาและการปฏิบัติตัวของหญิงสาว ที่ดูแตกต่างจากหญิงสาวแคว้นจ้าวหรือแคว้นไหนๆ ก็บ่งบอกอย่างเห็นได้ชัดอยู่แล้วว่านาง...มิใช่คนของที่นี่รุ่งเช้าวันต่อมาจ้าวเหยียนเจี๋ยกับเหยียนหว่านเอ๋อร์ออกเดินทางแต่เช้าตรู่ ทั้งสองยังคงไม่ใช้เส้นทางหลัก แม้ว่าจะอันตรายไปสั
last updateLast Updated : 2026-01-05
Read more

บทที่ 14

ณ จุดนัดพบจ้าวเหยียนเว่ยได้เจอเพียงอู๋อิงสงที่ใบหน้าอิดโรยจากการรอนแรมเดินทางไกล องครักษ์หนุ่มอยู่รอเพียงเพื่อแจ้งข่าวเรื่องจ้าวเหยียนเจี๋ย ก่อนบอกจุดประสงค์เพื่อออกเดินทางตามหาจ้าวเหยียนเจี๋ยอีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันได้ออกเดินทางกลับหมดสติไป เพราะบาดแผลที่ไม่ได้รับการเยียวยามาหลายวัน จ้าวเหยียนเว่ยสั่งการให้เหล่าองครักษ์จำนวนหนึ่งออกสืบหาข่าวตามเมืองเล็กๆ ต่างๆ ที่คิดว่าจ้าวเหยียนเจี๋ยจะเดินทางผ่าน เพราะหากกระทำการใดเอิกเกริกก็จะเป็นการเผยเบาะแสให้เหล่าคนที่ตามล่าหาล่วงรู้ ซึ่งนั่นย่อมไม่เป็นผลดีต่อจ้าวเหยียนเจี๋ยอย่างแน่นอน“ผ่านมาหลายวันแล้วนับตั้งแต่แยกกัน หากว่าไม่ได้บาดเจ็บหรือเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น น้องสามก็น่าจะมาถึงที่นี่วันนี้ รอก่อนสักวันเถิด ข้าจะรอเข้าวังพร้อมน้องสาม”“แต่ว่าองค์รัชทายาทพะย่ะค่ะ”“ข้าทำให้เขาเดินทางกลับเมืองหลวงจนเกิดเรื่องครั้งนี้ ข้าจะอยู่นอพบเขาและมั่นใจว่าเขาปลอดภัย” จ้าวเหยียนเว่ยเอ่ยเสียงเบาอย่างเป็นกังวล“ทำไมเมืองนี้คนเยอะนักเล่า” เหยียนหว่านเอ๋อร์ที่นั่งมองผู้คนผ่านระเบียงชั้นสองของโรงเตี๊ยม“ที่นี่เป็นเขตเมืองค้าขาย เหล่าพ่อค้าต้องพักสินค้าเพื่อให้ทาง
last updateLast Updated : 2026-01-05
Read more

บทที่ 15

“เอาเถอะ เจ้ารีบไปรีบมาระวังตัวด้วย” หลังจากที่จ้าวเหยียนเว่ยเอ่ยจบ มือสังหารจำนวนหนึ่งก็บุกเข้ามา ทั้งหมดต่างก็ช่วยรับมือ กระทั่งผ่านไปสักพักจำนวนของมือสังหารที่เริ่มเพิ่มจำนวนจนสังเกตได้ ตอนนี้แม้แต่คนเจ็บอย่างอู๋อิงสงก็ต้องออกมาอารักขาด้วย“ไม่ได้การแล้วเราต้องออกไปจากที่นี่”“นำเสด็จองค์รัชทายาทไปเร็วเข้า”เมื่อเหล่าราชองครักษ์เริ่มเคลื่อนย้าย ทำให้เกิดช่องโหว่ระหว่างอู๋อิงสงกับจ้าวเหยียนเจี๋ยที่รั้งอยู่ท้ายขบวน เป็นโอกาสให้มือยิงธนูมีจังหวะเล็งมาที่จ้าวเหยียนเจี๋ย“เจี๋ยระวัง!!” เสียงใสตะโกนดังลั่น เสียงนั้นดังขึ้นมาจากมุมหนึ่งของกำแพง ซึ่งเป็นจุดที่จ้าวเหยียนเจี๋ยใช้ลอดเข้ามาในบ้านร้าง ร่างเล็กวิ่งออกมาจากเงามืด ก่อนกางแขนสองข้างบังลูกดอกให้ชายหนุ่มจากด้านหลังลูกดอกสองลูกเสียบเข้าไปที่หน้าอกของเหยียนหว่านเอ๋อร์จนเซไปสองก้าว นางชนเข้ากับแผ่นอกของชายหนุ่มที่เพิ่งจะหันกลับมาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เขาสับสนและไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เขาน่าจะรู้อยู่แล้วว่าหญิงสาวคนนี้ไม่ใช่คนที่จะยอมรออยู่เฉยๆ เขาไม่น่าเลยไม่น่าพูดถึงบ้านร้างแห่งนี้เลย ยิ่งไม่ควรบอกนางว่าอยู่ที่ไหนมองเห็นหญิงสาวเอนกา
last updateLast Updated : 2026-01-06
Read more

บทที่ 16

“พะย่ะค่ะเสด็จแม่ นางเป็นหญิงสาว”“องค์รัชทายาท องค์ชายสามพาสตรีกลับมาเมืองหลวงด้วยหรือ” เจิ้งฮุ่ยหลันยังคงไม่อยากจะเชื่อ “แปลก องค์ชายสามเดินทางมากับหญิงสาว”จ้าวเหยียนอี้หัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทีประหลาดใจของฮองเฮา แต่เมื่อจ้าวเหยียนเว่ยเอ่ยประโยคถัดมา เขาพลันรู้สึกสนอกสนใจในตัวหญิงสาวที่โอรสของเขาพากลับมาเมืองหลวงด้วยเป็นทวีคูณ“หากทรงคิดว่าเรื่องนั้นแปลกแล้ว ต้องทรงได้ยินบทสนทนาของทั้งสองพะย่ะค่ะ เพราะยิ่งฟังกระหม่อมก็ยิ่งรู้สึกว่าน่าสนใจยิ่ง” จ้าวเหยียนเว่ยอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในรถม้า เขาเล่าเรื่องให้ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามฟังอย่างไม่ปิดบัง“ย่าชักอยากจะเจอหน้านางแล้วสิองค์รัชทายาท นางเป็นเช่นไรบ้าง” จ้าวซูหนี่ว์เอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“นั่นสิพะย่ะค่ะเสด็จแม่ รัชทายาทนางหน้าตาเป็นอย่างไรหรือ”“จากมุมที่กระหม่อมเห็นนางจัดว่าหมดจรดงดงามพะย่ะค่ะ นางมิคล้ายหญิงสามัญทั่วไป”“จากมุมของเจ้าหรือ”“ตลอดเวลาที่อยู่บนรถม้าน้องสามกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขนตลอด เพราะเกรงว่าบาดแผลของนางจะกระทบกระเทือน กระหม่อมจึงมองเห็นหน้านางไม่ถนัดนัก”“อะไรนะ! ลูกเจี๋ยน่ะหรือ” จ้าวซูหนี่ว์เส
last updateLast Updated : 2026-01-06
Read more

บทที่ 17

“ดะ...ได้ขอรับ” หลังจากนั้นพ่อบ้านก็ลนลานออกไป ส่วนเสี่ยวจูก็นำอาหารและยาเข้ามาให้ตลอดบ่ายนั้นเหยียนหว่านเอ๋อร์หลับไปนาน เนื่องจากบาดแผลที่ปริออกทำให้หญิงสาวมีไข้สูง หากไม่ใช่เสียงทุ้มหนักของคนที่กำลังไม่พอใจดังอยู่นอกห้อง เหยียนหว่านเอ๋อร์คงไม่ตื่นขึ้นมาเช่นนี้ เพราะคลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นเสียงของคนที่รอมาทั้งวัน แม้ว่าจะสะลึมสะลือเพราะพิษไข้แต่หญิงสาวก็ยังเพ้อเรียกเขาออกมา “เจี๋ย...ท่านหรือ” เสียงแหบแห้งเอ่ยออกมาทำให้เสียงข้างนอกเงียบลง เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ๆ เตียงนอน พร้อมกับเสียงคุ้นเคยทำให้เหยียนหว่านเอ๋อร์ยิ้มออกมา“เจ้ารู้สึกเช่นไรบ้าง เจ้าตัวร้อนมาก รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่” เสียงกระซิบนั้นช่างอ่อนโยนเหลือเกิน อีกทั้งสัมผัสเบาๆที่กำลังลูบหน้าผาก ทำให้เหยียนหว่านเอ๋อร์ฝืนลืมตาขึ้นมา“ท่านหายไปไหนมา”“ข้าขอโทษ”“พาข้าไปอยู่บ้านท่านด้วยนะ ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่”“ทำไมเล่า” เขาเลิกคิ้ว“ก็นี่มันจวนแม่ทัพ ข้าไม่รู้จักแม่ทัพใหญ่อะไรนั่นเสียหน่อย แล้วทำไมข้ามาอยู่ที่นี่เล่า”จ้าวเหยียนเจี๋ยถึงกับพูดไม่ออก เขาลืมไปได้อย่างไรว่าไม่ได้บอกนางว่าเขาเป็นใคร ตอนนี้เหยียนหว่านเอ๋อร์คิดว่าเ
last updateLast Updated : 2026-01-06
Read more

บทที่ 18

“นั่นสินะ ความจริงที่หม่อมฉันมาวันนี้ เพราะตั้งใจจะมาขอประลองกับรองแม่ทัพ แต่อิงสงกลับบาดเจ็บกลับมาเช่นนี้...” มู่หรงเซียวหันมาหาอู๋อิงสงที่ยืนห่างออกมาเล็กน้อย เขายิ้มและก้มลงขออภัยที่ไม่อาจเป็นคู่ซ้อมให้ทั้งสองได้“เอาเถิดไม่ได้ประลองกับรองแม่ทัพ เช่นนั้นก็มาประลองกับแม่ทัพใหญ่อย่างข้าดูคงไม่เสียเที่ยวกระมัง”“แม่ทัพใหญ่หรือ...” ทุกคนหันไปเมื่อได้ยินเสียงของหญิงสาวดังขึ้น ซึ่งแน่นอนเหยียนหว่านเอ๋อร์ยืนอยู่ตรงนั้น ทั้งยังจ้องมองตรงไปที่จ้าวเหยียนเจี๋ยด้วยสายตาสับสน ส่วนท่านชายทั้งสองนั้นมองหญิงสาวตาค้างไปแล้ว“ท่านหญิง ตอนนี้ท่านแม่ทัพมีแขกท่านไม่ควร....” อู๋อิงสงเอ่ยขึ้นแต่มองเห็นหยกมังกรม่วงบนตัวนางจึงได้เงียบเสียงลง เขาไหนเลยจะกล้าเพราะรู้ดีถึงความหมายอันแน่ชัด หยกประจำตัวขององค์ชายแคว้นจ้าว ไหนเลยจะอยู่บนตัวของหญิงสาวได หากไม่ใช่เพราะผู้เป็นเจ้าของมอบให้“ให้นางเข้ามาอิงสง” แม้จะหวั่นไหวไม่น้อยที่เหยียนหว่านเอ๋อร์รู้เรื่อง ก่อนที่เขาจะทันได้บอกความจริงด้วยตัวเอง ทว่าเรื่องก็ล่วงเลยมาแล้วจึงไม่มีทางเลือกมากนัก “หว่านเอ๋อร์มารู้จักสหายของข้าสิ” เขาเอ่ยทั้งยังผายมือมายังนางเหยียนหว
last updateLast Updated : 2026-01-07
Read more

บทที่ 19

การเข้าวังของเหยียนหว่านเอ๋อร์ครั้งนี้ แน่นอนว่าเป็นความต้องการของจ้าวซูหนี่ว์เอง เมื่อขบวนรถม้าออกจากจวนแม่ทัพไป บ่าวไพร่หลายคนในจวนจึงมีท่าทีตื่นเต้นดีใจ ต่างคนต่างก็มั่นใจว่าเหยียนหว่านเอ๋อร์คือว่าที่พระชายาของท่านอ๋องสามไม่ผิดแน่ รถม้าเข้ามาจอดภายในวังหลวงอันกว้างใหญ่ เหยียนหว่านเอ๋อร์ค่อยๆ ก้าวลงมาจากรถม้า ก่อนจะเดินตามขันทีและนางกำนัลที่มารอรับตลอดทางหญิงสาวได้แต่นับหนึ่งถึงร้อยไปเรื่อยๆ เพราะความตื่นเต้นและคิดทบทวนไปมา บางอย่างน่าสงสัยผุดขึ้นในใจ ไทเฮาทรงอยากให้นางเข้าเฝ้า แล้วไทเฮาทรงรู้จักหญิงสาวธรรมดาได้อย่างไร แล้วทำไมถึงมีรับสั่งให้เข้าเฝ้าด้วย คิดไปก็ระวังกิริยาให้สง่างามอยู่เสมอ และพยายามเป็นอย่างมากที่จะไม่มองไปรอบๆ อย่างอยากรู้ อยากเห็น ด้วยเกรงว่าจะทำให้ดูเหมือนหญิงสาวบ้านนอกอย่างที่เสี่ยวจูสอนมาทุกย่างก้าวที่เดินหญิงสาวสามารถรับรู้ได้ว่าสายตาหลายคู่กำลังมองมายังตน จึงพยายามอย่างสุดความสามารถ ที่จะไม่หันไปมอง ทั้งที่อยากจะเห็นรอบวังหลวงเหลือเกิน เมื่อเดินไปได้สักพักขันทีและนางกำนัลก็หยุดเดินลงหน้าตำหนัก นางกำนัลหลายคนมองมาที่ผู้มาใหม่อย่างอยากรู้อยากเห็น“ท่านหญิงรอ
last updateLast Updated : 2026-01-07
Read more

บทที่ 20

“ดีเหมือนกันพะย่ะค่ะ” จ้าวเหยียนอี้ก้าวเข้าไปประคองจ้าวซูหนี่ว์ ส่วนเจิ้งฮุ่ยหลันยื่นแขนให้เหยียนหว่านเอ๋อร์ประคอง และตอนนั้นเองเจิ้งฮุ่ยหลันก็มองเห็นกำไลหยก ทว่าก็ไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาสามผู้ยิ่งใหญ่ผลัดกันตั้งคำถามต่างๆ มากมาย จนเหยียนหว่านเอ๋อร์รู้สึกมึนงง ตอนที่กำลังตอบคำถามอยู่นั้นหญิงสาวก็พลันรับรู้ถึงสายตาของเจิ้งฮุ่ยหลัน ที่เอาแต่จ้องมองไปยังหยกมังกรม่วง นางอดที่จะขมวดคิ้วน้อยๆ ออกมาไม่ได้ เมื่อไปถึงศาลาริมน้ำในอุทยาน จ้าวเหยียนอี้ให้นางกำนัลนำกระดานหมากเข้ามาที่อุทยาน และสั่งให้เหยียนหว่านเอ๋อร์เล่นหมากล้อมกับเขา เมื่อทราบว่าเหยียนหว่านเอ๋อร์เล่นได้“เล่นแบบเต็มที่ไม่ต้องออมมือนี่เป็นราชโองการ เจ้าเข้าใจไหม” จ้าวเหยียนอี้เอ่ยด้วยเสียงเคร่งขรึม“เพคะ”การเดินหมากผ่านไปหลายเกือบชั่วยาม กระทั่งจ้าวซูหนี่ว์และเจิ้งฮุ่ยหลันเองก็ให้ความสนใจขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเกมบนกระดานหมากยิ่งนานยิ่งเริ่มเข้มข้นขึ้น หมากดำของเหยียนหว่านเอ๋อร์ เริ่มต้อนหมากขาวของจ้าวเหยียนอี้จนเกือบจะเพลี่ยงพล้ำ ทว่าเหยียนหว่านเอ๋อร์ยังคงมีท่าทีสบายๆ ผิดกับจ้าวเหยียนอี้ที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะหาทางออกยังไม่เจอ“
last updateLast Updated : 2026-01-07
Read more
PREV
123456
...
17
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status