Lahat ng Kabanata ng บุปผากลางวสันต์: Kabanata 131 - Kabanata 140

149 Kabanata

บทที่ 131

“เจ้าเป็นคนฉลาด ข้าหวังให้เจ้าเชื่อใจข้าและมองออกถึงความนัยทั้งหมด ซึ่งเจ้าก็ไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลยแม้แต่น้อย”“ข้าก็ไม่ได้เชื่อท่านเสียทีเดียว ข้ายังแอบเสียใจที่ท่านไม่บอกอะไรข้าเลย”“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้ารักเจ้าซูฉิงเยี่ยน บัวดอกน้อยในใจข้ามีเพียงเจ้าแต่เพียงผู้เดียว”“และท่านคือแสงนำทางข้า ข้ารักท่านและจะไว้เนื้อเชื่อใจท่านเท่านั้น”“อย่าให้ข้าเป็นแสงเดียวที่นำทางเจ้าเลย เพราะนั่นจะหมายถึงหากวันใดไม่มีแสงจากข้า เจ้าก็คงไม่อาจก้าวเดินไปข้างหน้า ข้าเชื่อว่าเจ้าจะเข้มแข็งและเดินไปข้างหน้าต่อไปแม้ว่าวันหนึ่งจะไม่มีข้าก็ตาม”“ท่านพูดถึงเรื่องอะไร” ซูฉิงเยี่ยนสังหรณ์ใจไม่ดีเลย“ข้า...”ยังไม่ทันทีเขาจะได้เอ่ยประโยคในใจ รังสีเข่นฆ่ากลับพุ่งกระจายออกมาจากทั่วทุกทิศทาง เยวี่ยเทียนฉีรั้งร่างอรชรเข้ามากอดเอาไว้อย่างปกป้องเขารวบรวมกำลังภายในซัดออกไปยังที่มาของรังสีอำมหิตนั้น ฝ่ามืออันทรงพลังปะทะเข้ากับหนึ่งฝ่ามือที่โจมตีเข้ามาอย่างไร้ซุ้มเสียงซูฉิงเยี่ยนหวีดร้องออกมา ในยามที่มือคู่หนึ่งกระชากนางออกมาจากอ้อมอกเยวี่ยเทียนฉี ไหล่หนาของเขาถูกฝ่ามือหนึ่งซัดเข้าไปเต็มกำลัง เนื่องจากเขาหันเหสายตา
Magbasa pa

บทที่ 132

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น ทว่ากลับไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่น้อย เขาหมุนกายกลับไปเพื่อตั้งรับ ทว่าคมกระบี่ก็จ้วงแทงเข้ามายังหน้าอกของเขาอย่างถนัดถนี่ จนร่างสูงสะท้านเฮือกตงเฉินคำรามลั่นก่อนจะจู่โจมเข้ามาเต็มกำลัง เขาคว้าคอของถานเจียงก่อนจะบีบลงด้วยแรงโทสะ เสียงบางอย่างแตกหักทำให้หยางเหอซีตัวสั่นด้วยความตื่นตระหนกดวงตาของเขาเบิกกว้างมองถานเจียงโดนอีกฝ่ายใช้มือเพียงข้างเดียวหักกระดูกที่คอจนคอหมุนได้รอบ ก่อนที่ร่างสูงถูกโยนทิ้งไปอย่างไม่ไยดีตงเฉินไม่รอช้าฟาดฝ่ามือเข้าหาหยางเหอซี จนอีกฝ่ายต้องเหินกายออกไปจากเก๋งกลางบึงบัว แต่ตงเฉินไหนเลยจะปล่อยอีกฝ่ายไปโดยง่าย ไล่ล่าไปอย่างไม่ลดละความเจ็บปวดแสนสาหัส แผ่ลามออกมาจากแผ่นหลัง และหน้าอก กระทั่งทั่วทั้งร่างของเยวี่ยเทียนฉีสั่นสะท้าน ยามที่เลือดสดๆ พุ่งออกมาจากปากแผล อาบย้อมชุดแพรพรรณสีน้ำเงินจนเปียกโชกของเหลวสีแดงที่มีกลิ่นคาวคลุ้ง พุ่งออกมาจากริมฝีปาก ในยามที่เขาตั้งใจจะเอ่ยปลอบโยนหญิงสาวที่เบิกตากว้างด้วยความหวาดหวั่น กระนั้นเขาก็ยังคงฝืนร่างให้ยืนอยู่ เพราะไม่อยากให้ซูฉิงเยี่ยนตกใจ“ท่าน...พี่”ซูฉิงเยี่ยนตกตะลึงจนไม่รู้ว่านางควรจะทำ
Magbasa pa

บทที่ 133

“พาพระชายากลับไปส่งยังตำหนักองค์ชายรองก่อนเถิด”“ไม่ต้อง นั่นมันหน้าที่ของข้า” เสียงตงเฉินที่ดังขึ้นทำให้เหล่าราชองครักษ์สะดุ้งเฮือก ก่อนที่เขาจะก้มลงอุ้มร่างอรชรขึ้น“อย่านะจะพาข้าไปไหน! ท่านพี่ลืมตาขึ้นมา! ท่านมองข้า…ท่านพี่..อย่าทิ้งข้าไปท่านลืมตาขึ้นมาเดี๋ยวนี้!” ซูฉิงเยี่ยนดิ้นรนสุดกำลัง ในยามที่รับรู้ว่าตนกำลังถูกนำตัวออกมาห่างจากร่างที่ยังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้น“ท่านพี่!!!”เสียงกรีดร้องสุดท้ายดังขึ้น กระทั่งซูฉิงเยี่ยนหมดสติไปท่ามกลางความโศกเศร้าของผู้คนในวังหลวง ซึ่งเป็นพยานว่าเลี่ยงอ๋องผู้สง่างาม...สิ้นพระชนม์แล้วงานพระราชพิธีฝังพระศพเลี่ยงอ๋องเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ จักรพรรดิยกย่องเกียรติของพระอนุชา ผู้ซึ่งเป็นปราชญ์ของแผ่นดินอย่างถึงที่สุด อีกทั้งในงานพระราชพิธีนั้นจูหลิ่งถิงและโอรสของนางก็ได้เข้าร่วมในฐานะพระชายา และโอรสของเลี่ยงอ๋องที่ไม่เคยเปิดเผยว่ามีตัวตนมาก่อนใบหน้าเศร้าสลดของจูหลิ่งถิง ทำให้ขุนนาง และเหล่านางกำนัล ขันทีต่างก็สงสารเห็นอกเห็นใจ ข่าวลือในอดีตที่เคยได้ยินมา ทำให้ทุกคนไม่กังขาเลยแม้แต่น้อย ในยามที่องค์จักรพรรดิประกาศให้เยวี่ยฉีหลินดำรงตำแหน่งเลี่ยงอ๋องแทนผู้เ
Magbasa pa

บทที่ 134

เมื่อรถม้าหยุดลงที่หน้าคฤหาสน์บัณฑิต สาวใช้ก็พยุงซูฉิงเยี่ยนลงจากรถม้าด้วยความระมัดระวัง หญิงสาวดวงตาวูบไหวเล็กน้อย ในยามที่มองเห็นว่าตนอยู่ที่ไหนใบหน้าที่เหม่อลอยอยู่เป็นนิจเงยขึ้นมองสภาพของตัวคฤหาสน์ที่ยังคงได้รับการรักษาอย่างดี ทุกอย่างยังคงถูกจัดวางอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่เปลี่ยนไปมีเพียงบุรุษที่เคยนั่งอยู่บนโต๊ะหนังสือกลางโถงกว้างเพราะตอนนี้เขาจากไปแล้วตลอดกาล...ภาพของเยวี่ยเทียนฉีที่อยู่ทุกตารางพื้นที่ของคฤหาสน์ ทำให้ซูฉิงเยี่ยนยิ้มออกมา ดวงตาของนางเริ่มฉายประกายแห่งความมีชีวิตชีวามากขึ้น แม้ว่านั่นจะเป็นเพราะนางกำลังมองเห็นภาพลวงตาที่จิตใจของนางสร้างขึ้นมา ทว่านั่นกลับช่วยให้นางมีกำลังใจที่จะอยู่ต่อมากขึ้นกว่าแต่ก่อนสายฝนกำลังเทลงมาเป็นสาย อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะย่างเข้าคิมหันตฤดูแล้ว ซูฉิงเยี่ยนที่เริ่มตอบสนองกับสิ่งรอบกาย มองดูสายฝนด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยภาพลวงตาของเยวี่ยเทียนฉีที่เดินไปมาในคฤหาสน์ยังคงปรากฏขึ้นในคลองสายตา จนนางเหน็ดเหนื่อยที่จะวิ่งไล่ตาม หญิงสาวส่งยิ้มให้ร่างสูงที่ยืนอยู่ที่ประตูห้อง ก่อนที่ภาพเหล่านั้นจะเลือนหายไปเมื่อนางจ้องมองนานๆ“ฮูหยินดื่
Magbasa pa

บทที่ 135

“ท่านพี่ หากท่านจะจากไปอีกครั้ง สัญญากับข้าว่าท่านจะพาข้าไปด้วย”“ได้ ข้าสัญญา” เยวี่ยเทียนฉีให้คำมั่นเขาไม่รู้ว่าเหตุการณ์ในวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไร ทว่าสิ่งเดียวที่เขารู้คือการที่เขาได้มีโอกาสกลับมาหานางอีกครั้ง ก็นับว่าเป็นวาสนามากแล้วต่อจากนี้ไปเขาจะไม่ยอมให้สิ่งใดมาพรากนางไปจากเขา ทั้งยังไม่ยอมทิ้งนางเอาไว้เบื้องหลังอีกแล้ว เพราะในยามที่ได้ยินว่านางปล่อยตัวปล่อยใจไม่รับรู้สิ่งใด ไม่ยอมรับความจริงหลังจากที่รู้ว่าเขาจากไป เขาเองก็แทบจะรั้งรออยู่ไม่ไหวจึงหนีออกมาเพื่อพบนางด้วยความห่วงใยย้อนกลับไปในวันที่เยวี่ยเทียนฉีและซูฉิงเยี่ยนตกลงไปยังบึงบัวของอุทยานหลวง แท้จริงแล้วองครักษ์เงานามฉินและองครักษ์อีกหลายคนได้คนที่กระโดดลงไปในน้ำเพื่อช่วยคนทั้งคู่เยวี่ยเทียนฉีถูกแทงสองแผล อาการหนักเป็นตายเท่ากัน แต่ในตอนที่อยู่ในน้ำฉินก็ป้อนพิษสิบราตรีเข้าไปในปากของชายหนุ่มพิษสิบราตรีนี้สามารถควบคุมการเต้นของหัวใจและชีพจรให้ช้าลง หากมองเผินๆ เยวี่ยเทียนฉีจึงเหมือนกับสิ้นลมไปแล้ว ทว่าเมื่อเขาถูกนำตัวไปยังตำหนักหลงอี้ เยวี่ยหย่งเต๋อก็นำตัวหมอหลวงมารักษาอาการทันที ทั้งยังมอบลูกกลอนพันวิญญาณที่เขาและ
Magbasa pa

บทที่ 136

“อย่าได้ตำหนิตัวเองเลย แม้เรื่องบางอย่างที่เจ้าทำคนอื่นจะคิดว่าเลวร้าย ทว่าเจ้าก็ยังคงเป็นลูกของแม่ แม่เข้าใจและพร้อมอภัยให้เจ้า แม้จะแสดงให้คนอื่นเห็นว่าเจ้าโหดร้ายเพียงใดแต่ท้ายสุดเจ้าก็ไม่ได้เอาชีวิตอนุชาของเจ้า นี่ไม่ได้พิสูจน์แล้วหรอกหรือว่าเจ้าหาได้เป็นเช่นที่แสดงออกไม่ เจ้าเตรียมการให้ฉีเอ๋อร์หายตัวไปเงียบๆ เช่นนี้ตั้งแต่แรก ซึ่งประจวบเหมาะกับสิ่งที่ฉีเอ๋อร์โดนทำร้าย ดูเหมือนว่าฉีเอ๋อร์เองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าเตรียมการสิ่งใดเอาไว้”“แต่ทรงทราบ”“ใช่ กว่าจะคาดคั้นจากขันทีของลูกได้ แม่ก็เหนื่อยแทบแย่” เยวี่ยจิ้งหยี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน “เจ้าไปจัดการเรื่องที่ตั้งใจเอาไว้เถิด ที่นี่แม่จะดูแลเองจนกว่าฉีเอ๋อร์จะพร้อมออกเดินทาง อย่าลืมเรื่องของตระกูลซูเล่า หากจะไม่ให้เป็นที่สงสัยควรให้พวกเขาย้ายออกไปจากเมืองหลวงให้หมด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดสืบสาวไปถึงฉีเอ๋อร์กับชายาของเขาได้ ซึ่งแม่ว่าน่าจะมีคนช่วยได้ ให้คนไปเชิญนายน้อยหอสุราซุนฮวาเข้าวังสักครั้งสิ”“ลูกทราบแล้ว”ไม่รู้ว่านางหลับไปตั้งแต่เมื่อไร แต่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพลันรู้สึกว่าตนนอนหลับไปนานเหลือเกิน สัมผัสนุ่มนวลของเยว
Magbasa pa

บทที่ 137

“ฉวนจินเจ้าบ่นอะไร” เสียงทุ้มที่ดังผ่านม่านรถม้าออกมาทำให้ฉวนจินสะดุ้ง“มิได้ขอรับนายท่าน”“เราผ่านศาลาหลิวชิงแล้วหรือยัง” ซูฉิงเยี่ยนเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“เพิ่งจะผ่านขอรับนายหญิง”“จริงหรือ” ซูฉิงเยี่ยนแง้มม่านหน้าต่างรถม้าออกเล็กน้อย เมื่อมองเห็นหลังคาของศาลาหลิวชิงที่อยู่ห่างออกไป หญิงสาวก็อดที่จะรู้สึกเสียดายไม่ได้ เพราะนางเองก็หวังอยากจะเห็นที่นั้นสักครั้งก่อนจากไป“หากเจ้าปรารถนาจะไปที่นั่นให้คนย้อนกลับไปสักครู่ก็ได้” เยวี่ยเทียนฉีเอ่ยเสียงนุ่มด้วยรอยยิ้ม ทว่าซูฉิงเยี่ยนกลับกระชับมือใหญ่ที่กุมมือของนางอยู่ก่อนแล้วแน่น หญิงสาวส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะปิดม่านลงแล้วหันมายิ้มตอบเขา“ไม่เป็นไรข้าได้ในสิ่งที่ปรารถนามาไว้ในมือแล้ว” หญิงสาวเอ่ยแล้วซบใบหน้าลงไปยังไหล่กว้างอย่างออดอ้อน“หมายถึงความปรารถนาที่มากับบทกลอนน่ะหรือ”“ใช่” ซูฉิงเยี่ยนอมยิ้มโดยไม่ได้เอ่ยอะไรออกมานางรู้ดีหลังจากที่สบตากับเยวี่ยเทียนฉี เพราะปณิธานที่ซ่อนอยู่ในบทกลอนนั้นคือความปรารถนาเดียวที่นางมีหนึ่งเดียว...“นับจากนี้ไปข้าจะมีเพียงเจ้า เจ้าคือฮูหยินของฉีเทียน เป็นบัวดอกน้อยในใจของข้า เป็นหนึ่งเดียวในใจที่
Magbasa pa

บทที่ 138

“ข้าอยู่ที่เมืองเป่ยในฐานะเฉินหวงหยง หรือฉีฮูหยิน ส่วนเขาคือบัณฑิตฉีเทียน ที่นี่ไม่มีเลี่ยงอ๋องเยวี่ยเทียนฉีหรือซูฉิงเยี่ยนแล้ว”“มิน่าเล่าป้ายหน้าคฤหาสน์หลังนี้จึงเขียนว่าคฤหาสน์บัณฑิต” เสวียนจิ้งพยักหน้าด้วยเพราะเข้าอกเข้าใจจุดประสงค์ของคนทั้งสองเป็นอย่างดีการหลบหนีจากความวุ่นวายทั้งหมด ถือเป็นเรื่องดีทั้งสำหรับเยวี่ยเทียนฉีและซูฉิงเยี่ยน เนื่องจากเยวี่ยเทียนฉีคือบุคคลที่ตายไปแล้ว ดังนั้นการใช้ชีวิตต่อไปในนามของบัณฑิตธรรมดาผู้หนึ่ง จึงจะถือว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างแท้จริง“แล้วต่อไปท่านทั้งสองจะทำเช่นไรเล่า ในเมื่อกิจการทั้งหมดได้ขายให้หอสุราซุนฮวาหมดแล้ว” เสวียนจิ้งเอ่ยถามเพราะยังไม่รู้ว่าทั้งสองจะทำอะไรเพื่อยังชีพ เนื่องจากเมืองเป่ยเป็นเมืองที่ค่อนข้างใหญ่ และมีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก หากจะอยู่ที่เมืองแห่งการค้าขายเช่นที่นี่ อย่างน้อยคงต้องมองหากิจการสักอย่างเพื่อสร้างรายได้ เพราะบ่าวไพร่มากมายที่ติดตามคนทั้งคู่มาด้วยนั้นมีจำนวนมิใช่น้อยเลย“ท่านพี่กำลังมองหาสถานที่เพื่อเปิดสถานศึกษา ส่วนข้ากำลังคิดที่จะเปิดโรงแลกเงิน จริงสิท่านสนใจจะลงทุนกับข้าหรือไม่” ซูฉิงเยี่ยนเอ่ยด
Magbasa pa

บทที่ 139

“เสี่ยวหรู”“เจ้าคะนายหญิง”“เจ้ากลับเข้าไปก่อน ไม่ต้องตามข้าไป ข้ามีเรื่องต้องทำเล็กน้อย สักครู่จะตามเข้าไป”ซูฉิงเยี่ยนกล่าวเสียงเรียบก่อนจะหมุนตัวเดินจากมา โดยที่เสี่ยวหรูยังไม่มีโอกาสได้ถามว่าผู้เป็นนายกำลังจะไปไหน สาวใช้คนสนิทของนายหญิง เดินเข้าไปด้านในอย่างไม่มีทางเลือก นางรู้ดีว่านายหญิงของตนนั้นพูดคำไหนคำนั้น หากไม่ให้ตามก็คือไม่ให้ตามไป“เสี่ยวหรู” เยวี่ยเทียนฉีเลิกคิ้วเมื่อมองเห็นสาวใช้ของซูฉิงเยี่ยนเดินเข้ามาในห้องโถง ทว่ากลับไร้ซึ่งเงาของผู้เป็นนาย “นายหญิงของเจ้าเล่า” เอ่ยพร้อมกับมองไปยังประตู“ไปแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้ออกอาการโกรธแทนนายอย่างเห็นได้ชัด นางเชื่ออย่างหมดใจว่านายท่านของตนไปเยือนหอคณิกาดังเช่นข่าวลือที่เคยได้ยินมา“ไปแล้ว ไปไหน” เยวี่ยเทียนฉีร้อนรนจนผิดสังเกต ทำให้เสี่ยวหรูยิ่งรู้สึกผิดหวังในตัวผู้เป็นนายยิ่งนัก“นายท่านเหตุใดท่านทำกับนางหญิงเช่นนี้” เสี่ยวหรูเริ่มร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ เพราะไม่คิดว่าแม้จะผ่านความยากลำบากด้วยกันมาสารพัด นายท่านกลับไม่เห็นคุณค่าความดีของนายหญิงสักนิด“ท่านรู้ทั้งรู้ว่านายหญิงรักท่านถึงเพียงนี้ แต่ท่านกลับยังไปเที่ยวหอคณิ
Magbasa pa

บทที่ 140

ใบหน้านวลเต็มไปด้วยประกายของความตื่นเต้น ในยามที่จ้องมองไปยังที่มาของแสงสว่าง บนต้นไม้สูงต้นหนึ่งมีโคมไฟมากมายแขวนอยู่เต็มต้น แต่ละอันทำเป็นรูปร่างดอกไม้นานาชนิด ซึ่งมองจากที่ไกลๆ ซูฉิงเยี่ยนก็มองออกว่าส่วนมากแล้วมันเป็นรูปดอกบัว“ท่านพี่...” หญิงสาวหันมายิ้มให้เยวี่ยเทียนฉีอย่างตื้นตัน“เข้าไปดูใกล้ๆ เถิด” เขาจูงมือฮูหยินของตนเดินเข้าไปยังต้นไม้ที่ถูกประดับประดาเอาไว้ด้วยโคมไฟหลากสีฉวนจินและบ่าวไพร่หลายคนที่มาเตรียมการเดินจากไปช้าๆ อย่างรู้งาน ทว่าเสี่ยวหรูกลับยังคงรั้งรอด้วยใบหน้าขัดเขิน “นายท่านคือข้า...”“เสี่ยวหรู เจ้าก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ”“แน่ล่ะนางออกจะโกรธแค้นแทนเจ้ายิ่งนักที่ได้ยินข่าวว่าข้าไปเที่ยวหอคณิกา” เยวี่ยเทียนฉีเอ่ยกลั้วหัวเราะเขาไม่โกรธที่เสี่ยวหรูมีท่าทีลามปามเจ้านาย เพราะเขาเองก็รู้จักนางมาตั้งแต่เด็กๆ มารดาของนางหรือก็เป็นคนเก่าแก่ในตำหนักหยางจื้อนางมีความจงรักภักดีต่อเขาและซูฉิงเยี่ยนเพียงใดไหนเลยเขาจะไม่รู้“ข้าน้อยผิดไปแล้วเจ้าค่ะ”“เจ้าไปเถิด ไว้ข้าค่อยลงโทษเจ้าทีหลัง” เยวี่ยเทียนฉีแสร้งเอ่ยขึ้น จากนั้นฉวนจินก็เดินกลับมาลากเสี่ยวหรูจากไป“ในที่สุดข้ากับเจ้
Magbasa pa
PREV
1
...
101112131415
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status