All Chapters of เจ้านายสายฟ้าแลบ: Chapter 141 - Chapter 150

196 Chapters

บทที่ 141

พี่ใหญ่แทบไม่เคยยิ้มมาก่อนเมื่อเห็นสีหน้าเช่นนั้น ก็ให้รู้สึกแปลกตาชอบกลฮั่วจี้จั๋วอดสั่นสะท้านไม่ได้"พี่ใหญ่ พี่เรียกผมเหรอ"ฮั่วจี้เซินวางโทรศัพท์มือถือลง สองมือประสานกันบนเข่า ท่าทีดูผ่อนคลาย แต่ก็ยังทำให้ฮั่วจี้จั๋วสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็น"อาจั๋ว นายเคยมีความรักมาหลายครั้งแล้วใช่ไหม?"ฮั่วจี้จั๋วรู้สึกเข่าอ่อนโดยไม่รู้ตัวแทบจะคุกเข่าสารภาพผิดเสียตรงนั้น"ผมเปล่านะ""พี่ใหญ่ นั่นมันก็เหมือนเด็กเล่นขายของ แค่คบกันขำ ๆ..."ฮั่วจี้จั๋วเริ่มคิดคำนวณในใจ ว่ามีแฟนเก่าคนไหนไปก่อเรื่องวุ่นวายต่อหน้าพี่ใหญ่ใช่หรือไม่ฮั่วจี้เซินพูดขึ้นว่า "ถ้างั้นนายรู้ไหม ทำยังไงผู้หญิงถึงจะอาละวาดใส่ฉัน?"ฮั่วจี้จั๋ว : “…”หา?ชั่วขณะหนึ่ง ฮั่วจี้จั๋วคิดว่าตนเองหูฝาดไม่กล้าตอบรับคำใดพี่ใหญ่มีรสนิยมพิเศษแบบนี้ด้วยเหรอ?ฮั่วจี้เซินไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของฮั่วจี้จั๋วที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างรวดเร็ว ขณะพูดขึ้นอีกครั้งว่า "สิ่งที่เธอทำกับคนอื่น ไม่เหมือนที่ทำกับฉัน"ฮั่วจี้จั๋วถามอย่างระมัดระวัง "พี่สะใภ้...คุณสวี่น่ะเหรอครับ? แต่ก็ถือเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ เธอชอบพี่ไงถึงได
Read more

บทที่ 142

วันจันทร์ ได้ยินแต่เสียงหาวหวอดดังระงมสวี่เพียวเพียวเพิ่งจะนั่งลงที่โต๊ะทำงานก็ได้รับสายโทรศัพท์จากเหลียนอวี้เฉิงผู้เป็นคุณลุงของสวี่เพียวเพียว และเป็นพ่อของเหลียนเส้าจิ่นเธอออกมากดรับสายที่เฉลียงทางเดิน"คุณลุงคะ""อ้อ เพียวเพียว ช่วงนี้สบายดีไหม?"เมื่อเช้าหลังสวี่เพียวเพียวออกจากที่พัก ก็แวะไปโรงพยาบาลเนื่องจากที่พักใหม่อยู่ใกล้โรงพยาบาล จึงตกลงกับแม่สวี่ไว้แล้วว่า เธอจะไปเยี่ยมท่านทุกวันซึ่งตอนที่เธอแวะไปเมื่อเช้า แม้ปากแม่สวี่จะบ่นว่าโรงพยาบาลก็มีข้าวเช้าให้กินไม่เห็นต้องลำบากให้ลูกสาวเสียเวลามาเยี่ยมแต่ก็เห็นได้ชัดเจนว่าท่านรู้สึกดีใจจากนั้นท่านจึงพูดถึงเหลียนอวี้เฉิงขึ้นมาความหมายโดยนัยก็คือ ยังคงหวังให้สวี่เพียวเพียวไม่ต้องผิดใจกับครอบครัวของเหลียนเส้าจิ่นสวี่เพียวเพียวตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจนักว่า "ก็ดีค่ะ ว่าแต่โทรมามีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?""พอดีเส้าจิ่นใกล้แต่งงานแล้ว ลุงเลยอยากโทรมาถามว่า เธอจะมาร่วมงานไหม? ซิงซิงบอกว่าอยากให้เธอเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้หน่อยน่ะ"เหอซิงอยากให้เธอเป็นเพื่อนเจ้าสาวเนี่ยนะไม่รู้เหมือนกันว่าคิดจะกวนประสาทใครกันแน่สวี่เพียว
Read more

บทที่ 143

"เมื่อเช้าเธอเห็นคุณฮั่วหรือเปล่า? คนอะไรหล่อจริง!"เพื่อนร่วมงานหญิงอีกคนส่ายหน้าด้วยความเย็นชา "หล่อที่ไหนกัน? ฉันเห็นแต่พญามัจจุราชต่างหาก"ตลกดีในสายตาของมนุษย์เงินเดือน ต่อให้เป็นหนุ่มหล่อขั้นเทพ แต่เมื่ออยู่ในคราบของนายทุน ก็ต้องเป็นพญามัจจุราชอยู่ดี"อย่าพูดแบบนั้นสิ ฉันลองถามมาแล้วนะ คุณฮั่วยังโสด ได้ยินว่าเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเพิ่งไปดูตัวอยู่เลย มีคนแผนกอื่นบังเอิญเจอเขาพาผู้หญิงคนนั้นไปซื้อเสื้อผ้า แถมมีเด็กไปอีกคนด้วย""เธอว่า ทำไมคุณฮั่วถึงไปดูตัวกับผู้หญิงที่มีลูกติดล่ะ?"เพื่อนร่วมงานหญิงผู้เย็นชายังคงวิเคราะห์ต่อไป"ข้อแรก ทำไมถึงคิดว่าเด็กต้องเป็นลูกติดฝ่ายหญิงล่ะ? ไม่คิดบ้างหรือไงว่าฝ่ายหญิงอาจมาดูตัวกับคุณฮั่วที่มีลูกติดก็ได้? เธอรู้ได้ยังไงว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกคุณฮั่ว?""ข้อสอง นี่มันเรื่องส่วนตัวของคุณฮั่วเขา""ข้อสาม วันนี้มีประชุม นางมารร้ายก็อยู่ด้วย ถ้าเธอมัวแต่ชักช้าอืดอาดอยู่แบบนี้ มีหนุ่มหล่อไหมไม่รู้หรอก แต่รับรองเดี๋ยวได้เจอพญามัจจุราชตัวจริงแน่"เพื่อนร่วมงานหญิงคนนั้นร้องอุทานคำหนึ่ง ก่อนรีบแต่งหน้าให้เสร็จ แล้วทั้งสองคนก็ออกจากห้องน้ำไปภายใ
Read more

บทที่ 144

ชั่วขณะหนึ่ง ลมหายใจของทั้งสองคนปั่นป่วนขึ้นมาเล็กน้อยตอนที่สวี่เพียวเพียวยังไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากและซอกฟันก็ถูกย้อมไปด้วยกลิ่นอายของฮั่วจี้เซินหมดสิ้นเมื่อผลักไม่ออกก็ต้องถูกจูบจนมือเท้าอ่อนระทวยฮั่วจี้เซินจับเอวสวี่เพียวเพียว ก่อนยกตัวเธอให้นั่งลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนอย่างง่ายดายเดิมที สวี่เพียวเพียวตั้งใจจะรีดเสื้อตรงนี้ด้วยความที่มือของฮั่วจี้เซินกำลังกดลงบนเส้นเอ็นอันเปราะบางสองเส้นบริเวณต้นคอของเธอ ในทันใดนั้น สวี่เพียวเพียวก็นึกถึงสมัยเด็กตอนที่เธอเลี้ยงแมว เธอเองก็เคยบีบหลังคอเจ้าแมวน้อยแล้วหิ้วมันขึ้นมาแบบนี้เหมือนกันซึ่งเจ้าแมวก็จะไม่ขัดขืนท่าทีขัดขืนของสวี่เพียวเพียวในเวลานี้ ดูคล้ายเจ้าแมวอยู่หลายส่วนเธอจึงยื่นมือออกไปผลักเขาฮั่วจี้เซินหยุดชะงัก ก่อนกระชากเนกไทตัวเองออก แล้วจับมือของสวี่เพียวเพียวไพล่หลังมัดเอาไว้เวลาที่ชายหนุ่มจ้องมองมา สวี่เพียวเพียวก็รู้สึกว่า เขาแทบอยากจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวริมฝีปากที่ดุดันมากยิ่งขึ้นทาบทับลงมา ทำให้ลมหายใจของสวี่เพียวเพียวขาดห้วงแทบถูกจูบจนขาดใจตายบางทีอาจเป็นเพราะยังไม่ได้กินข้าวเช้า จึงเกิดอาการหน้ามืดเพ
Read more

บทที่ 145

"เพียวเพียว เรื่องน้องสาวผมต้องขอโทษด้วยจริง ๆ""ผมไม่รู้เลยว่าเธอจะทำตัวร้ายกาจขนาดนี้ แต่ตอนนี้พี่เซินก็ไล่เธอออกไปแล้ว""ว่าแต่ตอนนี้พี่มีที่พักหรือยัง? ผมมีบ้านว่างอยู่หลังนึง ลองย้ายไปอยู่ดูก่อนไหม?"เรื่องย้ายบ้านสวี่เพียวเพียวแทบไม่ได้บอกใคร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเจียงซ่งผู้ไม่เคยรู้ว่าเธอพักอยู่ที่ไหนแต่ในเมื่อตอนนี้เจียงซ่งรู้แล้ว แค่คิดดูสักนิดก็พอเดาที่มาที่ไปได้ไม่ยากสวี่เพียวเพียวมองไปทางโซนเด็กฝึกงานทางด้านหลังปราดหนึ่งตรงโต๊ะทำงานของเจียงหรั่น ตอนนี้มีเด็กสาวร่างอวบคนหนึ่งนั่งแทนที่ บนใบหน้ามีรอยกระ เวลายิ้มดูอ่อนหวานน่ารักเด็กใหม่คนนี้ทำงานคล่องแคล่ว เห็นได้ชัดว่าเธอซาบซึ้งใจกับโอกาสในการฝึกงานครั้งนี้มากแค่ไหนเหตุผลที่ฮั่วจี้เซินไล่เจียงหรั่นออกนั้นคงเป็นเพราะเมื่อได้ยินจ้าวซือหนานพูดชื่อบริษัท เขาก็คงรู้ได้ทันทีว่าผู้ที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้สวี่เพียวเพียวไม่มีที่ซุกหัวนอน ก็คือเจียงหรั่นนั่นเองแต่เธอไม่เข้าใจการที่เจียงหรั่นมาก่อกวนเธอแบบนี้ มันมีประโยชน์ตรงไหนกัน?ในเมื่อเจียงหรั่นชอบฮั่วจี้เซิน ทำไมถึงไม่ตามตื๊อฮั่วจี้เซินเข้าไปล่ะ?เมื่อนึกถึ
Read more

บทที่ 146

ค่ำคืนดึกสงัดหลังจับเมาส์ปากกาจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์มาทั้งคืน เธอก็ไล่เก็บออเดอร์วาดภาพประกอบได้หลายงานแล้วเมื่อส่งไฟล์งานและพูดคุยกับลูกค้า ทุกอย่างก็ผ่านไปอย่างราบรื่นสวี่เพียวเพียวมองดูเวลา พบว่าห้าทุ่มแล้วเหลียนฮว่าไม่ได้มากวนเธอเลยสวี่เพียวเพียวใจหายวาบ รีบเดินออกไปนอกห้องวาดรูป พลางนวดลำคอที่แข็งตึงและปวดเมื่อยแต่พอเดินออกไปก็เห็นฮั่วจี้เซินกำลังกอดเหลียนฮว่า นอนอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นโซฟาตัวนี้ ฟังจากนายหน้าบอกว่าเจ้าของห้องเพิ่งซื้อมาใหม่ความยาวของมัน ช่างเข้ากับส่วนสูงของฮั่วจี้เซินพอดีเป๊ะไม่เหมือนโซฟาที่บ้านเช่าหลังก่อน ซึ่งเขาแทบยืดขาไม่ได้ด้วยซ้ำเหลียนฮว่านอนคว่ำหน้าอยู่บนอกของฮั่วจี้เซิน น้ำลายไหลย้อย ทำให้เสื้อเชิ้ตราคาแพงลิ่วของเขาเปียกชุ่มแต่ชายหนุ่มกลับทำเหมือนไม่รับรู้มือข้างหนึ่งโอบเหลียนฮว่าไว้ ในขณะที่มืออีกข้างก็ถือโทรศัพท์ คล้ายกำลังจัดการเรื่องงานบางอย่างสวี่เพียวเพียวถลึงตาใส่ฮั่วจี้เซินไปหนึ่งทีคำพูดนับหมื่นพัน ล้วนแปรเปลี่ยนเป็นการมองค้อน เนื่องจากไม่กล้าส่งเสียงรบกวนลูกสาวผู้กำลังหลับปุ๋ยฮั่วจี้เซินเชิดหน้าบุ้ยใบ้เล็กน้อย
Read more

บทที่ 147

คำเชิญของเด็กน้อย สุดท้ายก็กลายเป็นเพียงข้ออ้างให้ผู้ใหญ่หาช่องทางคิดไม่ซื่อฮั่วจี้เซินรับคำในลำคอน้ำเสียงทุ้มต่ำ ช่างแหบพร่าและฟังดูเร้าใจทั้งยังแฝงไปด้วยความรื่นรมย์ภายในห้องไม่ได้เปิดไฟ ท่ามกลางความสลัวราง จึงมองไม่เห็นประกายแห่งความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของเขา"เพียวเพียว ไม่เคยมีใครบอกเธอเหรอ ผู้ชายน่ะไม่มีใครเป็นคนดีทั้งนั้น"บนโลกใบนี้ ไม่มีผู้ชายคนไหนเป็นคนดีและเขาก็ไม่ใช่คนดีเหมือนกันถ้อยคำที่พูดออกมาอย่างเรียบง่าย กลับทำให้สวี่เพียวเพียวไม่รู้จะตอบอย่างไรดีโชคดีที่เขาเพียงจ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนยกมือขึ้น คลำหาสวิตช์ไฟบนผนังแล้วกดเปิดเขาเดินตรงไปนั่งลงบนเก้าอี้ภายในห้อง"ตกลงว่าฉันจะเอาแบบนี้นี่แหละ สรุปเมื่อไหร่จะวาด?"ลำตัวท่อนล่างของเขา หัวเข็มขัดถูกปลดออกครึ่งหนึ่งแล้ว กางเกงจึงหลวมโพรกจนสามารถมองเห็นขอบกางเกงชั้นในและโลโก้แบรนด์ได้อย่างถนัดตาแถมยังเผยให้เห็นเส้นวีไลน์ขยี้ใจอีกด้วยส่วนท่อนบน ก็เหลืออยู่เพียงเนกไทเส้นเดียวเท่านั้นเป็นเนกไทเส้นที่ใช้มัดมือสวี่เพียวเพียวเมื่อตอนกลางวันเมื่อเห็นเนกไทเส้นนั้น สวี่เพียวเพียวก็รู้สึกชาที่ข้อมื
Read more

บทที่ 148

เรื่องนี้ สวี่เพียวเพียวไม่ได้นึกถึงมานานแล้วเมื่อเหลียนเส้าจิ่นเห็นสวี่เพียวเพียว ก็คิดว่าเธอตั้งใจมาร่วมงานแต่งโดยเฉพาะบนใบหน้าจึงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความยินดีปรากฏชัดในแววตา"เพียวเพียว จะมาทั้งทีทำไมบอกล่วงหน้าสักคำ ไม่งั้นพี่จะได้ให้คนไปรับ มา ๆ ขึ้นไปข้างบนกัน"สถานที่จัดงานแต่ง อยู่ที่ห้องจัดเลี้ยงชั้นบนตระกูลเหลียนเหมาโรงแรมไว้ทั้งชั้นและเนื่องจากเหอซิงไม่มีทั้งญาติพี่น้องและไม่มีบ้านอยู่ที่เมืองเอ จึงจัดเตรียมสถานที่อยู่ในโรงแรมข้างเคียง เพื่อตัดขั้นตอนการรับตัวเจ้าสาวทิ้งไปเวลานี้เพิ่งรับตัวเจ้าสาวมาถึงพอดีเหอซิงสวมชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ ดีไซน์เกาะอก กระโปรงทรงหางปลา ขับเน้นให้เห็นเรือนร่างอรชรอันงดงามสะดุดตาเหลียนเส้าจิ่นช่วยถือชายกระโปรงให้ทางด้านหลังเนื่องจากมีผ้าคลุมหน้าผืนบางกางกั้น เหอซิงจึงมองไม่เห็นสวี่เพียวเพียวหรือต่อให้เห็น ก็คงจำไม่ได้อยู่ดีในอดีต ตอนที่คุณหนูใหญ่ตระกูลสวี่ผู้ร่าเริงและกระตือรือร้นเข้าหอพักนักศึกษาเป็นวันแรก ก็บอกว่าตัวเองเพิ่งเคยอยู่หอเป็นครั้งแรก กลัวว่าจะเข้ากับรูมเมทไม่ได้จึงมอบของขวัญให้ทุกคนเป็นน้ำหอมแบรนด์เนมขวดหนึ
Read more

บทที่ 149

สายตาของฮั่วจี้เซินกวาดมองคู่บ่าวสาว เมื่อเลื่อนผ่านเหอซิง ฝ่ายหญิงก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาเล็กน้อยทว่า สายตาของเขาก็ไม่ได้หยุดลงแต่อย่างใด"ไม่ดีกว่าครับ พอดีผมกับเพียวเพียวมีธุระต่อ วันนี้แค่แวะผ่านมาเท่านั้น"สวี่เพียวเพียวลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกไม่ว่าหลังจากนี้จะมีธุระจริง ๆ หรือฮั่วจี้เซินแค่ดูออกว่าเธอไม่อยากอยู่ที่นี่ก็ตามแต่การปฏิเสธของเขา ก็ทำให้สวี่เพียวเพียวรู้สึกซึ้งใจเหอซิงกัดริมฝีปากล่าง ก่อนพูดเป็นทำนองน้อยใจว่า "เพียวเพียว พวกเธอมาแล้วทำไมไม่บอกฉันสักคำ ในเมื่อมาแล้ว ไม่คิดจะขึ้นไปนั่งพักสักหน่อยเหรอ?""เสี่ยวเหยาชนเธอ เขาผิดก็จริง แต่ยังไงเธอก็เป็นคุณอาของเด็กในท้องฉันนะ จะไม่ให้ซองแดงสักหน่อยคงไม่ค่อยดีมั้ง"ความหมายก็คือ น้องชายเธอไม่ได้ทำผิดอะไรขนาดนั้นสวี่เพียวเพียวตวัดสายตามองเหอซิงวันนี้ผู้เป็นเจ้าสาวดูหรูหราสง่างาม เครื่องสำอางบนใบหน้าแต่งแต้มอย่างไร้ที่ติส่วนเธอเพิ่งออกมาจากห้องทำงาน แล้วยังต้องวิ่งวุ่นไปที่โรงงานอีก สภาพจึงดูเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง แถมบนใบหน้าก็ปราศจากเครื่องสำอางใด ๆเมื่อเทียบกันแล้ว สวี่เพียวเพียวก็ได้แต่ยิ้มมุมปาก และแค
Read more

บทที่ 150

บรรยากาศพลันน่าอึดอัดขึ้นมาทันใดสวี่เพียวเพียวถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นว่า "พี่เส้าจิ่น คุณคนนี้เป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฉันค่ะ ฉันมีงานต้องไปทำต่อจริง ๆ คงต้องขอตัวก่อนนะคะ"พอพูดจบ เธอก็ดึงตัวฮั่วจี้เซินให้เดินออกไปขืนอยู่ที่นี่ต่อ มีหวังเธอคงได้อึดอัดจนหายใจไม่ออกแน่และยังกลัวว่าตัวเองจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ จนเผลอระเบิดความเกรี้ยวกราดที่ซ่อนอยู่ภายในใจออกมาจนหมดเมื่อมองดูแผ่นหลังของสวี่เพียวเพียวและฮั่วจี้เซินเดินห่างออกไป เหลียนเส้าจิ่นก็สูดหายใจเข้าลึกผู้บริหารระดับสูงของบริษัทสวี่เพียวเพียว แถมยังแซ่ฮั่วก็คือท่านประธานสายฟ้าแลบของฮั่วซื่อกรุ๊ปไม่ใช่หรือไง?ชั่วขณะนั้น ลมหายใจของเหลียนเส้าจิ่นพลันร้อนผ่าว เขาหันขวับไปตบหน้าเหอซิงฉาดใหญ่!เขาหมดความอดทนกับพวกญาติ ๆ ของตระกูลเหอมานานแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เหอซิงเพิ่งดูถูกน้องสาวของเขาต่อหน้าท่านประธานแห่งฮั่วซื่อกรุ๊ปเมื่อครู่นี้อีก"วันนี้ฉันไว้หน้าเธอมากพอแล้ว""ถ้าไม่ใช่เพราะเธอท้องอยู่ รับรองว่าฉันไม่คุยด้วยดี ๆ แบบนี้แน่"เหลียนเส้าจิ่นไม่แม้แต่จะปรายตามองเหอซิง ขณะหันหลังเดินขึ้นไปชั้น
Read more
PREV
1
...
1314151617
...
20
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status