เจ้านายสายฟ้าแลบ의 모든 챕터: 챕터 171 - 챕터 180

196 챕터

บทที่ 171

แต่จะให้เธอเรียกเขาอย่างไรดีล่ะ จะให้เรียกชื่อนามสกุลของประธานบริหารระดับสูงตามใจชอบอย่างนั้นเหรอ?สวี่เพียวเพียวตระหนักดีว่าเธอไม่ได้มีทิฐิสูงส่งจนยอมหักไม่ยอมงอขนาดนั้น เพราะอย่างไรเสียในตอนนี้เธอก็ยังจำเป็นต้องรักษาหน้าที่การงานนี้ไว้ส่วนเรื่องราวในอดีตนั้นพวกเขาเคยมีคำเรียกขานที่สนิทสนมลึกซึ้งต่อกันมากมาย ในยามที่อารมณ์ดี เธอมักจะสรรหาชื่อเรียกแสนน่ารักสารพัดมาออดอ้อนฮั่วจี้เซิน ต่อให้ถ้อยคำเหล่านั้นจะหวานเลี่ยนจนน่าขนลุกเพียงใด เธอก็กล้าเอ่ยออกมาได้อย่างเต็มปากเมื่อหวนนึกย้อนกลับไป ใบหูของเธอก็พลันร้อนผ่าวขึ้นมาทันควันทำไมตอนนั้นเธอถึงกล้าทำเรื่องหน้าไม่อายเช่นนั้นกันนะ รถยนต์เคลื่อนมาถึงทางแยกแห่งหนึ่งอย่างช้า ๆ ริมถนนข้างหน้า มีใครคนหนึ่งกำลังยืนโบกมือเรียก ครั้นเมื่อรถจอดสนิทและเพ่งมองผ่านความมืดออกไป ถึงได้เห็นชัดว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือ เจียงซ่ง เจียงซ่งยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากพลางส่งสายตาเว้าวอนไปทางฮั่วจี้เซิน “พี่เซิน รถผมดันมาเสียกลางทางพอดี พอจะขออาศัยติดรถไปลงข้างหน้าหน่อยได้ไหม?” ฮั่วจี้เซินขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อยด้วยความรู้สึกขัดใจเบ
더 보기

บทที่ 172

ใบหน้าของเธอในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับคนอื่น มักจะประดับไปด้วยรอยยิ้มที่แตกต่างไปจากยามที่อยู่กับเขา ความหงุดหงิดที่อธิบายไม่ได้พลันจู่โจมเข้ามาในหัวใจอย่างกะทันหัน “ชีวิตส่วนตัวของเจียงซ่งค่อนข้างจะสำมะเลเทเมา” สวี่เพียวเพียวเมื่อได้ยินดังนั้น ความงุนงงสายหนึ่งพาดผ่านเข้ามาปกติแล้วฮั่วจี้เซินไม่ใช่คนประเภทที่ชอบเอาเรื่องส่วนตัวของใครมานินทาลับหลัง ยิ่งการลุกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ชีวิตรักหรือความประพฤติของคนอื่นให้เธอฟังแบบนี้ ยิ่งห่างไกลจากตัวตนที่สุขุมของเขาไปมากนัก เธอหันหน้ามองไปทางเขาพลางย้อนถาม “แล้วยังไงคะ?” ต่อให้ชีวิตของเจียงซ่งจะเละเทะเพียงใด มันก็ดูจะไม่เห็นมีส่วนไหนที่เกี่ยวข้องกับเธอเลยสักนิด ขนาดเรื่องของเหลียนเส้าจิ่น เธอยังไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่ายเลยอีกอย่าง เธอก็ไม่ใช่บาทหลวงในโบสถ์ที่จะต้องไปคอยชี้ทางสว่างหรือเทศนาให้ใครกลับตัวกลับใจเสียหน่อย? ถ้อยคำค่อนขอดเหล่านี้ สวี่เพียวเพียวทำได้เพียงกลืนมันลงไปยามที่ต้องเผชิญหน้ากับฮั่วจี้เซินในพื้นที่จำกัดเช่นนี้ เธอกลับพบว่าการจะรักษาความสงบนิ่งให้เยือกเย็นราวน้ำในบ่อลึกนั้น ช่างเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเย็นเหลือเก
더 보기

บทที่ 173

สวี่เพียวเพียวรู้สึกใจหายวูบไปถึงตาตุ่มทันทีที่สัมผัสได้ถึงกระแสความหวาดวิตกที่สั่นพร่าในน้ำเสียงของปลายสาย “พี่เชียนฮุ่ย เกิดอะไรขึ้นคะ?”“มีคนมารับย่างย่างแล้ว ครูที่โรงเรียนบอกว่าเป็นพ่อที่มารับตัวไป แต่พี่ติดต่อเหลียนเส้าจิ่นไม่ได้เลย เพียวเพียว เธอพอจะช่วยถามเขาให้พี่หน่อยได้ไหม?”ย่างย่าง คือแก้วตาดวงใจเพียงคนเดียวของเหลียนเส้าจิ่นกับอันเชียนฮุ่ยทว่านับตั้งแต่จรดปากกาเซ็นใบหย่าขาดจากกัน อันเชียนฮุ่ยก็เลือกที่จะตัดขาดการติดต่อกับอดีตสามีอย่างสิ้นเชิง โดยไม่มีการพบปะหรือข้องแวะกันอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียวทว่าครั้งนี้ไม่รู้ว่าเกิดอาเพศอะไรขึ้น เหลียนเส้าจิ่นถึงได้ล่วงรู้ว่าลูกตัวน้อยของเขาเรียนอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลแห่งเดียวกับเหลียนฮว่า มิหนำซ้ำยังถือวิสาสะไปรับเด็กออกมาอีกเขาเข้าไปรับเด็กโดยไม่ได้บอกกล่าวคนเป็นแม่ล่วงหน้าแม้แต่คำเดียวหัวอกคนเป็นแม่อย่างอันเชียนฮุ่ยจึงร้อนรุ่มจนนั่งไม่ติดเพราะเธอกลัวว่าเหลียนเส้าจิ่นจะใช้กำลังบีบบังคับเพื่อแย่งชิงลูกไปจากอ้อมอกของเธอ ในนาทีที่อันเชียนฮุ่ยมืดแปดด้าน เธอจึงจำใจกดโทรเบอร์ที่เธอเคยบันทึกเอาไว้นานแสนนาน ทว่ากลับไม่เคยติดต่อเลย
더 보기

บทที่ 174

สวี่เพียวเพียวก้าวลงจากรถไปอย่างรวดเร็วและมั่นคงเธอประคองอุ้มเหลียนฮว่าที่ยังคงหลับสนิทไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวังที่สุด “ข้อเสนอของคุณฮั่วฉันจะรับไปพิจารณาดูนะคะ ถ้าคุณแม่นัดดูตัวให้ฉันคราวหน้า ฉันจะไปแน่นอนค่ะ” สิ้นคำพูดที่เย็นชาและไร้เยื่อใย เธอก็ปิดประตูรถใส่หน้าเขาดัง ปัง ทันที ผ่านกระจกหน้าต่างรถที่ใสสะอาด ฮั่วจี้เซินยังคงมองเห็นริมฝีปากบางของหญิงสาวขยับเอ่ยคำทิ้งท้ายอย่างแผ่วเบา ทว่ากลับชัดเจนในความรู้สึก“ขอบคุณคุณฮั่วมากนะคะที่อุตส่าห์มาส่ง ขับรถกลับดี ๆ ค่ะ” ท่าทางที่ดูเรียบเฉยและห่างเหินนั้น ราวกับเธอมองว่าเขาเป็นเพียงพนักงานขับรถชั่วคราวที่ใช้เสร็จแล้วก็พร้อมจะสะบัดทิ้งอย่างไม่ใยดีฮั่วจี้เซินนั่งนิ่งงันจ้องมองตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่อุ้มเด็กน้อยหายลับเข้าไปในลิฟต์ของลานจอดรถใต้ดินด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายเขาหยิบมวนบุหรี่ออกมาจากซอง คาบไว้ที่ริมฝีปากอย่างคุ้นชิน ทุกครั้งที่หัวข้อสนทนาวกเข้าหาเรื่องสามีเก่าหรือพ่อของเหลียนฮว่า สวี่เพียวเพียวจะเปลี่ยนไปในทันที ราวกับร่างกายของเธอมีหนามแหลมคมงอกเงยออกมาเพื่อปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวด ฮั่วจี้เซินไม่ใช่ว่าไม
더 보기

บทที่ 175

สวี่เพียวเพียวลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างนึกเห็นใจ การจะเอ่ยปากปฏิเสธเยี่ยนชิวไปตรง ๆ ในยามนี้คงเป็นเรื่องที่ทำใจลำบากเหลือเกิน ในเมื่ออีกฝ่ายเองก็คงจนปัญญาและไร้ซึ่งทางออกจริง ๆ ถึงได้บากหน้ามาขอร้องเธอเช่นนี้“เอาเป็นว่า เดี๋ยวฉันลองถามเหลียนฮว่าดูก่อนนะคะว่าจะยอมไหม” เพียงแค่เห็นสวี่เพียวเพียวเริ่มมีท่าทีอ่อนลง เยี่ยนชิวก็แทบจะกลั้นน้ำตาแห่งความซาบซึ้งไว้ไม่ไหวในฐานะผู้หญิงที่ต้องแบกภาระความเป็นแม่ไว้บนบ่าเหมือนกัน เรื่องราวบีบคั้นหัวใจเช่นนี้ย่อมเป็นที่เข้าใจและเห็นอกเห็นใจกันได้ดีกว่าใครทว่าในชั่วอึดใจต่อมา ข้อความเสียงที่ถูกส่งกลับมาในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วและไร้เดียงสาของเหลียนฮว่า ก็ทำให้บรรยากาศรอบข้างดูอบอุ่นขึ้นมาทันตา“ได้เลยค่ะคุณแม่ คุณแม่สู้ ๆ นะคะ แต่ว่าหนูขอไปค้างที่บ้านฉินอวี่โยวแทนได้ไหมคะ? น้าเจี่ยนต้องดูแลลูกตั้งสองคน ถ้ามีหนูเพิ่มไปอีกคน น้าเจี่ยนจะเหนื่อยเกินไปค่ะ” “คุณยายของฉินอวี่โยวเคยชวนหนูไปเล่นตั้งหลายครั้งแล้ว แต่หนูก็ยังไม่ได้ไปหาท่านเลยค่ะ” อันที่จริง เดิมทีสุดสัปดาห์นี้ทั้งสองครอบครัวก็มีการนัดแนะกันไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะให้เหลียนฮว่าไปเล่นท
더 보기

บทที่ 176

โถงทางเดินของโรงแรมในแต่ละชั้นนั้นทอดยาวและเรียงรายไปด้วยห้องพักนับสิบห้อง ในตอนแรก สวี่เพียวเพียวพยายามจะไม่คิดฟุ้งซ่าน บางทีมันอาจจะเป็นเพียงความบังเอิญอีกครั้งที่ฮั่วจี้เซินพักอยู่บนชั้นเดียวกันเธอรีบแตะคีย์การ์ดลงบนแถบแม่เหล็กแล้วเปิดประตูเข้าสู่ห้องพักของตนเองด้วยความรวดเร็ว ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะเหวี่ยงบานประตูให้ปิดสนิท ฝ่ามือหนาของชายหนุ่มกลับยื่นมายันบานประตูเอาไว้ได้ทันท่วงที ก่อนจะขยับกายเบียดแทรกเข้ามาในช่องว่างนั้นอย่างถือวิสาสะ มือเรียวยาวที่เห็นข้อนิ้วชัดเจนและดูทรงพลังกดบานประตูไว้มั่นโดยแทบไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อยเขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อสบตากับสวี่เพียวเพียวผ่านช่องว่างของประตูที่กั้นกลางอยู่นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่เธอระเบิดอารมณ์ใส่เขาและทำการบล็อกในคราวนั้น ประกอบกับตารางงานที่บีบรัดจนเขาต้องออกเดินทางมาดูงานต่างเมืองอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาพวกเขาทั้งคู่ไม่ได้พบหน้ากันเลย เขายอมรับว่าตัวเองยุ่งจนแทบไม่มีเวลาหายใจ ทว่าท่ามกลางความวุ่นวายนั้น เขาก็ยังแอบเงี่ยหูฟังเรื่องราวความเคลื่อนไหวของสวี่เพียวเพียวผ่านคำบอกเล่าสั้น ๆ จากปากของเซ
더 보기

บทที่ 177

ในบริษัทแห่งนี้ ไม่รู้ว่ามีเพื่อนร่วมงานชายมากน้อยแค่ไหนแล้วที่แอบเก็บเธอไปเพ้อฝันหรือสนิทปากพูดถึงลับหลัง แต่น่าเสียดายที่สวี่เพียวเพียวมักวางตัวเป็นกลาง มุ่งมั่นเพียงเรื่องงานและปลีกตัวจากวงสังคมอยู่เสมอ ทว่าเมื่อสบโอกาสได้พบกันพอดี ถูโหยวจึงอดไม่ได้ที่อยากจะขอคอนแทกต์ไลน์ของเธอเก็บไว้สักหน่อย ตัดกลับมาภายในห้อง หัวใจของสวี่เพียวเพียวเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนออกมาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฮั่วจี้เซินขบเม้มริมฝีปากของเธอแผ่วเบา ก่อนจะกระซิบถามด้วยน้ำเสียงพร่าชิดติดใบหูว่า “สนิทกันมากงั้นเหรอ?”เพียวเพียวอย่างนั้นหรือ ชื่อนี้เขามีสิทธิ์อะไรมาเรียกกัน? สวี่เพียวเพียวรีบส่ายหน้าเป็นพัลวัน ในใจได้แต่สวดอ้อนวอนขอให้ถูโหยวเข้าใจไปเองว่าภายในห้องนี้ไม่มีใคร แล้วรีบถอยห่างออกไปเสียที “เพียวเพียว? เธออยู่ข้างในหรือเปล่า?” “ตั้งแต่ตอนที่เรายังอยู่แผนกเดียวกัน ผมก็ชอบคุณมากจริง ๆ นะ เราลองมาเป็นเพื่อนกันหน่อยได้ไหม?” ยิ่งถ้อยคำเหล่านั้นหลุดออกมาจากปากชายหน้าประตูมากเท่าไหร่สวี่เพียวเพียวก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายจากร่างที่ทาบทับอยู่เหนือตัวเธอได้ชัดเจนขึ้นเท่านั้นรังสีคุกคามของ
더 보기

บทที่ 178

ปากบอกว่ากลัวจะถูกไล่ออกทว่าในใจกลับไม่ได้เฉียดใกล้ความรู้สึกนั้นเลยสักนิด เสียงหัวเราะที่เจือไปด้วยความเจ้าเล่ห์ของฮั่วจี้เซินดังลึกเข้าไปในโสตประสาทของสวี่เพียวเพียวที่ไม่อยากให้เขาเข้าห้อง เป็นเพราะตั้งใจจะเปิดประตูต้อนรับชายอื่นอย่างนั้นหรือ? พลันเขาก็นึกไปถึงถ้อยคำใจดำที่เธอทิ้งท้ายไว้หลังจากลงจากรถในคืนนั้นที่ว่าหลังจากนี้เธอจะไปดูตัว “เธอจะไปดูตัวกับใคร?” สวี่เพียวเพียวเบือนหน้าหนีอย่างรั้นดื้อ ไม่ยอมสบตาคมกริบคู่นั้นทว่าลมหายใจอุ่นร้อนกลับยังคงรินรดอยู่บนนวลแก้มจนไม่อาจเลี่ยงการขยับหนีอย่างลนลานกลับกลายเป็นว่าริมฝีปากของเขาเฉียดผ่านแก้มเนียนไปอย่างไม่ตั้งใจ สัมผัสที่ร้อนผ่าวราวกับเปลวไฟนั้นยิ่งตอกย้ำให้ใบหน้าของเธอร้อนฉ่าจนแทบระเบิด“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แล้วแต่ว่าคุณแม่จะสรรหาแขกรับเชิญชายคนไหนมาให้ทำความรู้จัก” เรื่องดูตัวพวกนี้ใช่ว่าเธอจะกำหนดกะเกณฑ์เองได้เสียที่ไหนอย่างมากที่สุดเธอก็ทำได้เพียงส่งรูปถ่ายไปประดับไว้ตามมุมนัดบอดในสวนสาธารณะเผื่อว่าโชคชะตาจะเข้าข้างให้มีใครสักคนติดต่อกลับมา ปลายนิ้วเรียวของฮั่วจี้เซินไล้ผ่านพวงแก้มของสวี่เพียวเพียวอย่างแ
더 보기

บทที่ 179

“สรุปแล้ว คุณต้องการอะไรกันแน่?” เธอก็ยอมรามือแอดเขากลับเป็นเพื่อนตามคำขู่แล้วความต้องการที่ดูจะไร้เหตุผลของเขา เธอก็ยอมผ่อนปรนให้ทุกอย่างแล้วเขายังจะเรียกร้องอะไรจากเธออีก? ทว่าในวินาทีนั้นเอง สวี่เพียวเพียวกลับฉุกนึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้สายตาของเธอเผลอเลื่อนต่ำลงไปหยุดอยู่ที่ตำแหน่งใต้เข็มขัดของฮั่วจี้เซินอย่างห้ามไม่ได้แววตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกที่ปนเปไปกับความประหม่าจนทำตัวไม่ถูก ทว่าเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง แววตาที่เคยสั่นไหวกลับแปรเปลี่ยนเป็นราบเรียบเย็นชาไร้อารมณ์ “ถ้าหากคุณฮั่วมีความต้องการด้านนั้น แนะนำว่าลองตรวจดูรอบ ๆ ห้องนะคะ เผื่อว่ามีพวกใบปลิวเบอร์โทรศัพท์สาวบริการทิ้งไว้”สิ้นประโยคนั้น สวี่เพียวเพียวก็สัมผัสได้ทันทีว่าดวงตาของฮั่วจี้เซินมืดครึ้มลงจนน่ากลัวนัยน์ตาคมปลาบคู่นั้นจดจ้องเธอเขม็งราวกับมีเปลวเพลิงสุมอยู่ภายในพร้อมจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมกันในวินาทีนี้ ก็จริงชายหนุ่มผู้เป็นดั่งลูกรักของพระเจ้าอย่างเขา ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่เคยขาดแคลนหญิงงามรุมล้อมแล้วคนระดับเขาจะยอมลดตัวไปชายตามองผู้หญิงตามใบปลิวพ
더 보기

บทที่ 180

แม้จะพยายามดิ้นรนเพียงใดแต่สวี่เพียวเพียวก็ไม่อาจหลุดพ้นจากพันธนาการของแขนแกร่งที่โอบรัดเธอไว้ได้ ปลายคางของฮั่วจี้เซินกดเกยอยู่ตรงร่องกระดูกไหปลาร้าของเธอจนรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาในอกแถมตอหนวดที่เริ่มขึ้นครึ้มเป็นเงาจาง ๆ ยังทิ่มตำผิวเนื้ออ่อนละมุนจนเธอรู้สึกคันยิบ ๆ ไปทั้งใบหน้าและลำคอ ร่างสูงใหญ่ที่อยู่ด้านหลังยังคงอยู่ในชุดสูทเต็มยศที่ดูเป็นทางการ ทว่ากลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยมาปะทะจมูกอย่างเข้มข้นนั้นกลับทำลายมาดเนี้ยบของเขาจนหมดสิ้นดูท่าว่าในงานเลี้ยงคืนนี้ เขาคงจะถูกรุมดื่มไปไม่น้อยเลยทีเดียว สวี่เพียวเพียวพยายามออกแรงผลักไสแผงอกกว้างทว่าท่อนแขนของชายหนุ่มกลับโอบรัดเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็กที่ไม่ยอมขยับเขยื้อน เธออดนึกสงสัยไม่ได้ว่าปกติเขาเข้ายิมฝึกฝนร่างกายมาอย่างไรถึงได้มีพละกำลังมหาศาลขนาดนี้พลันภาพความทรงจำสมัยมหาวิทยาลัยก็วูบเข้ามาในหัว ยามนั้นฮั่วจี้เซินมักจะหมั่นไปออกกำลังกายเป็นประจำผิดกับเธอที่เห็นบรรดาเครื่องออกกำลังกายเหล่านั้นเป็นเพียงวัตถุแปลกปลอมที่ชวนให้เบื่อหน่ายและไม่เคยคิดจะปรายตามองแม้แต่นิดเดียวฮั่วจี้เซินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำที่ดังก้องวนเวียนอยู่ชิดใบหู
더 보기
이전
1
...
151617181920
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status