All Chapters of เจ้านายสายฟ้าแลบ: Chapter 191 - Chapter 200

466 Chapters

บทที่ 191

เธอไม่คิดจะกีดกัน หากผู้เป็นพ่อปรารถนาจะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของลูกตลอดเวลาที่ผ่านมา พ่อทะนุถนอมและประคองกอดเธอไว้ในอุ้งมือด้วยสายใยรักเสมอมา นั่นจึงเป็นเหตุให้ทุกครั้งที่สวี่เพียวเพียวหวนคำนึงถึงอดีต เธอจึงไม่อาจสลัดความโหยหาที่มีต่อพ่อพ้นไปได้พ่อ คือคนที่ฟูมฟักให้เธอเติบโตมาอย่างไร้กังวล จนกลายเป็นหญิงสาวที่แสนเอาแต่ใจได้ถึงเพียงนี้และเป็นเธอเองที่เผลอมองข้ามไปว่า ลูกสาวของเธอก็เฝ้ารอคอยความรักในรูปแบบเดียวกันนี้อยู่เช่นกันซึ่งจนถึงนาทีนี้ ฮั่วจี้เซินก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขาสวมบทบาทพ่อได้อย่างไร้ที่ติทั้งอ่อนโยน ใส่ใจ และถี่ถ้วนในทุกรายละเอียดเธอประจักษ์แก่ใจดีว่า เหลียนฮว่าชื่นชอบในตัวฮั่วจี้เซินอยู่ไม่น้อยในเมื่อเป็นเช่นนั้น เธอก็ไม่คิดจะขัดขวางหรือเหนี่ยวรั้งสายสัมพันธ์ของพวกเขาให้เสียเวลาฮั่วจี้เซินขยับริมฝีปากคล้ายอยากจะเอ่ยคำใดออกมา ทว่าสุดท้ายกลับทำได้เพียงกลืนความเงียบงันลงคอไปเมื่อสิ่งที่เขามองเห็นมีเพียงความราบเรียบและเย็นชาที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่สวย มันนิ่งสนิทเสียจนไร้ร่องรอยของความหวั่นไหวใด ๆ ซึ่งมันไม่ควรเป็นเช่นนี้เลยเธอควรจะอาละวาดใส
Read more

บทที่ 192

สวี่เพียวเพียวทอดสายตามองป้ายหลุมศพอย่างอาวรณ์ ก่อนจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม“ขอโทษนะคะ ที่หนูไม่ได้มาหาตั้งนาน”ภาพของคุณพ่อสวี่ในกรอบรูปยังคงประดับด้วยรอยยิ้มเปี่ยมเมตตาที่คุ้นเคย แววตาคู่นั้นดูอบอุ่นและทอประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนฟากฟ้าราวกับว่าท่านจะคอยเฝ้ามองและโอบกอดเธอไว้ด้วยสายตาเช่นนี้ไปชั่วนิจนิรันดร์นับตั้งแต่ที่เหลียนฮว่าลืมตาดูโลก สวี่เพียวเพียวก็แทบจะไม่ได้หวนคืนกลับมายังสถานที่แห่งนี้อีกเลยในช่วงที่สูญเสียพ่อสวี่ไปใหม่ ๆ เธอจมดิ่งอยู่กับความโศกเศร้าจนขาดสติ ร้องไห้ฟูมฟายจนสลบไสลไปนับครั้งไม่ถ้วน กระทั่งร่างกายเกิดภาวะเลือดเป็นด่างขั้นวิกฤต จนหมอต้องเอ่ยปากเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า หากเธอยังปล่อยให้หัวใจแตกสลายจนส่งผลต่อร่างกายเช่นนี้ต่อไป อาจมีความจำเป็นต้องยุติการตั้งครรภ์เพื่อรักษาชีวิตของเธอเอาไว้ท่ามกลางความเงียบงันที่แสนทรมานนั้นเอง สวี่เพียวเพียวถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่า ในมือของฮั่วจี้เซินมีเหล้าขวดเล็ก ๆ ที่เขาติดมือมาด้วยขวดหนึ่ง“ฉันไม่แน่ใจว่าคุณอาชอบดื่มอะไรเป็นพิเศษไหม เลยหยิบอันนี้มา พอได้ไหม?”เขาตระหนักดีว่าพ่อของเธอ
Read more

บทที่ 193

ผู้คนในสุสานเริ่มบางตาลงเหลือเพียงประปรายทั้งคู่ก้าวเดินลงจากบันไดมุ่งหน้ากลับไปยังรถสวี่เพียวเพียวทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างมองรถที่กำลังเคลื่อนตัวช้า ๆ เห็นหมู่แมกไม้พลิ้วไหวล้อไปตามแรงลมโชยใบไม้สีซีดร่วงหล่นปลิวว่อนไปตามกระแสลมเธอเผลอยื่นมือออกไปรองรับใบไม้ใบหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาไว้ในฝ่ามือพลางนึกถึงถ้อยคำที่เหลียนอวี้คังเคยเอ่ยบอกไว้ที่เธอได้ชื่อว่าเพียวเพียวก็เพราะพ่อปรารถนาจะให้เธอใช้ชีวิตอย่างสง่างามและอิสระเสรี ดั่งนกที่โบยบินไปบนท้องฟ้ากว้าง โดยไร้ซึ่งพันธนาการใด ๆ มาฉุดรั้งทันทีที่เสียงประตูรถอีกฝั่งปิดลง ร่างของสวี่เพียวเพียวก็ถูกฉุดรั้งไปด้านหลังอย่างกะทันหันเธอถูกโอบกอดจากเบื้องหลังด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลจนใบไม้ในมือร่วงหล่นสู่พื้นดินอย่างไม่ตั้งใจริมฝีปากของฮั่วจี้เซินแนบชิดอยู่ที่ลำคอระหงของเธอ เขาหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนหากแต่ท่อนแขนกลับโอบรัดร่างของเธอไว้แน่นจนเส้นเลือดบนหลังมือปูดโปน ราวกับว่าเขากำลังใช้กำลังทั้งหมดที่มีเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์อันบ้าคลั่งที่จวนเจียนจะระเบิดออกมาอย่างสุดความสามารถ“วันนั้นที่ฉันบอกเลิกเธอ เป็นเพราะฉันได้รับโทรศ
Read more

บทที่ 194

ฮั่วจี้เซินพยายามอย่างยิ่งที่จะเค้นถ้อยคำบางอย่างออกมาจากลำคอทว่ากลับล้มเหลว เมื่อเขาอ้าปากมีเพียงความว่างเปล่าและลมหายใจที่สั่นพร่าเล็ดลอดออกมาเท่านั้นหยาดน้ำตาของสวี่เพียวเพียวร่วงหล่นกระทบลงบนท่อนแขนแกร่งที่ยังคงโอบรัดเธอไว้ หยาดน้ำตาที่หยดลงกระทบผิวเนื้อดังแปะนั่นช่างฟังดูร้าวรานใจเธอจึงยกมือขึ้นเช็ดมันออกอย่างลวก ๆ ราวกับไม่ต้องการให้ร่องรอยความอ่อนแอของเธอหลงเหลืออยู่บนตัวเขาอุปสรรคที่ขวางกั้นระหว่างคนทั้งสองนั้นช่างมากมายและสลับซับซ้อนมาโดยตลอด บางทีจุดจบที่เจ็บปวดนี้อาจถูกลิขิตไว้ตั้งแต่วันที่เริ่มเดิมพันครั้งนั้นแล้วความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการฝืนโชคชะตาและยื้อแย่งวาสนามาครอบครอง สุดท้ายจึงหลงเหลือเพียงการทรมานซึ่งกันและกันอย่างไม่จบสิ้น“ฮั่วจี้เซิน คุณยังจำได้ไหมว่าเคยบอกว่าไม่ชอบฉันมาแล้วทั้งหมดกี่ครั้ง?”ประโยคคำถามที่แสนเรียบง่ายนั้นทำให้ลมหายใจของฮั่วจี้เซินชะงักกึก ราวกับหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเขาได้ยินเพียงกระแสเสียงที่แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสวี่เพียวเพียวที่เอื้อนเอ่ยต่อมาว่า “คุณพูดคำนั้นออกมาทั้งหมดหกสิบสองครั้ง และนี่ยังไม่นับรวมอีกหลายต่อหลายครั้
Read more

บทที่ 195

ฉินอวี่โยวทำปากยื่นอย่างขัดใจทันทีที่ความฝันพังทลาย “อ้าว? แต่ผมอยากเป็นพี่ชายนี่ครับน้าเพียวเพียว”เขายังไม่เคยเป็นพี่ชายสุดเท่ที่คอยปกป้องน้องเลยนี่นาอวี๋ฮุ่ยเห็นท่าทางนั้นก็หมั่นไส้ เดินเข้าไปคว้าคอเสื้อลูกชายตัวแสบแล้วอุ้มขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนพลางแค่นหัวเราะ “สภาพอย่างลูกน่ะเหรอจะไปเป็นพี่ชายอย่างใครเขา? ไม่มีวี่แววความเป็นพี่เลยสักนิด”ก่อนที่เธอจะหันไปสบตากับสวี่เพียวเพียวด้วยแววตาที่สื่อความหมายบางอย่าง “ไหน ๆ ก็บังเอิญเจอกันแล้ว ไปหาอะไรกินมื้อเย็นด้วยกันไหมคะ? แถวนี้มีร้านอาหารไทยเปิดใหม่พอดี เห็นว่ารสชาติใช้ได้เลยค่ะ”สวี่เพียวเพียวเม้มริมฝีปากแน่นคล้ายเตรียมจะเอ่ยปฏิเสธ ทว่าอวี๋ฮุ่ยกลับชิงพูดดักคอขึ้นมาอย่างรู้ทัน “ร้านนั้นฉันร่วมลงเงินลงแรงไปด้วยนะคะ ถือว่ามาช่วยอุดหนุนกิจการกัน อาเซิน นายคงไม่รังเกียจที่จะเป็นเจ้ามือเลี้ยงมื้อนี้หรอกใช่ไหม?”ฮั่วจี้เซินพยักหน้าตอบรับอย่างไม่ลังเล“ไม่มีปัญหา”ทว่าสายตาของเขากลับสั่นไหวขณะเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ร่างเล็กจ้อยของเหลียนฮว่าในอ้อมกอดของสวี่เพียวเพียววินาทีนั้น หัวใจของชายหนุ่มแทบจะหยุดเต้น เมื่อเด็กน้อยจ้องมองเขาด้วยดวงตาใส
Read more

บทที่ 196

ท่ามกลางความเงียบสงัดยามดึกของเมืองเอ แสงไฟที่พร่ามัวจากภายนอกดูละลานตาและห่างไกลเหลือเกินภายในลานจอดรถใต้ดินที่อับชื้น แสงไฟจากรถคันอื่นที่แล่นผ่านไปวูบไหวพาดผ่านใบหน้าของฮั่วจี้เซินเป็นระยะ เผยให้เห็นร่องรอยของความเจ็บปวดที่ถูกอัดอั้นไว้จนถึงขีดสุดเขาใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างยันใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาไว้แน่น ร่างกายที่เคยสง่างามบัดนี้กลับสั่นเทิ้มเล็กน้อยอย่างไม่อาจควบคุมเมื่อช่วงบ่ายยามยืนอยู่ท่ามกลางลมหนาวที่สุสาน สวี่เพียวเพียวดูสงบนิ่งจนน่าใจหายทว่าความเย็นชาไร้อารมณ์บนใบหน้าเรียบเฉยนั้น กลับทิ่มแทงหัวใจของคนมองได้รุนแรงยิ่งกว่าการกรีดร้องตีโพยตีพายเสียอีกเสียงพรรณนาถึงความขมขื่นในอดีตยังคงดังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของเขาอย่างไม่ยอมจางหายอาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เริ่มแผ่ซ่านจนหนักอึ้ง หรืออาจเป็นเพราะความมืดมิดของรัตติกาลที่คอยขุดคุ้ยความอ่อนแอให้โผล่พ้นจากก้นบึ้งของหัวใจก่อนหน้านี้เขาเพียงแค่ได้รับรู้ความผิดพลาดผ่านคำบอกเล่าของเจียงซ่ง และถ้อยคำของสวี่เพียวเพียวมาบ้างแล้ว ทว่าในนาทีนี้ ฮั่วจี้เซินตระหนักได้ว่า เขาไม่ได้เพียงแค่ทำผิดแต่เขาผิดพลาดไปอย่างมหันต์จ
Read more

บทที่ 197

เสื้อผ้าราคาแพงหูฉี่ขนาดนี้ คงมีแต่คุณหนูที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดอย่างสวี่เพียวเพียวเท่านั้นแหละที่ไม่รู้ว่าเงินทองมันหายากเย็นแค่ไหน ถึงได้ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายซื้อมาได้โดยไม่คิดหน้าคิดหลังถ้อยคำถากถางเหล่านั้นช่างระคายหูนักบางคนถึงขั้นตั้งข้อสงสัยไปไกลถึงที่มาของเงินทางบ้านเธอว่าใสสะอาดหรือไม่ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทา มีเพียงต่งอีโอวเพื่อนเพียงคนเดียวที่รู้ตื้นลึกหนาบางถึงเบื้องหลังฐานะอันแท้จริงของฮั่วจี้เซิน เขาทนฟังต่อไปไม่ไหวถึงขั้นถอดหูฟังออกพลางขมวดคิ้วปรามอย่างนึกรำคาญ“พูดจาเป็นตุเป็นตะกันไปไกลละ เห็นท่าพวกนายก็คงอิจฉาตาร้อนอยากมีสาวมาเปย์บ้างอ่ะดิ้? เลิกพ่นข่าวไร้สาระแล้วไปอ่านหนังสือเรียนไป๊!”ต่งอีโอวตวาดลั่นจนกลุ่มคนพวกนั้นยอมหุบปากลงอย่างเสียไม่ได้ทว่าคำพูดเหล่านั้นกลับทิ้งรอยร้าวไว้ในใจของฮั่วจี้เซินอย่างลึกซึ้ง ทุกครั้งที่เขาหยิบเสื้อโค้ทราคาแพงตัวนั้นขึ้นมาสวมใส่ เขากลับสัมผัสได้ถึงสายตาแปลก ๆ ที่ทิ่มแทงมาจากรอบข้าง ทั้งแววตาเยาะเย้ยที่มองว่าเขาไร้น้ำยา แววตาหยั่งเชิงที่คอยจับผิด และความริษยาที่ปิดไม่มิดของคนรอบตัวสุดท้ายเพื่อรักษาหน้าตา เขาจึงเลือกที่จะไม
Read more

บทที่ 198

มันคือเสื้อโค้ทดีไซน์คลาสสิกที่มาพร้อมการตัดเย็บอันประณีตไร้ที่ติด้วยช่วงตัวที่สูงโปร่งของฮั่วจี้เซิน เสื้อตัวยาวที่ควรจะคลุมเลยเข่ากลับดูสั้นขึ้นมาอยู่เหนือเข่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทว่านั่นกลับช่วยขับเน้นใบหน้าที่เคยเย็นชาคมคายให้ดูมีความอ่อนโยนแบบปัญญาชนเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน ส่งให้ภาพรวมของเขาดูนุ่มนวลลงอย่างเห็นได้ชัดสิ่งที่สะดุดตาที่สุดกลับเป็นสร้อยคอเส้นหนึ่งที่สวมทับอยู่บนเสื้อไหมพรมแคชเมียร์ ปลายสายห้อยตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ชิ้นเล็กที่มีรูปทรงประหลาดตาจนยากจะจำแนกได้ว่าเป็นรูปอะไรกันแน่ทว่าด้วยออร่าอันโดดเด่นของฮั่วจี้เซิน ต่อให้ตุ๊กตาชิ้นนั้นจะมีรูปร่างพิลึกพิลั่นเพียงใด แต่มันกลับขับเน้นให้เขาดูเหมือนกำลังสวมเครื่องประดับแบรนด์ที่สั่งทำพิเศษราวกับว่าตุ๊กตาตัวนั้นถูกรังสรรค์มาเพื่อประดับคู่กับเสื้อโค้ทตัวนี้โดยเฉพาะเยี่ยนชิวลอบกระซิบเสียงเบาหวิว “คุณฮั่วก็คือบอสฮั่วจริง ๆ เสื้อโค้ททรงนี้ฉันเคยซื้อให้สามีใส่เหมือนกันเปี๊ยบเลย แต่รายนั้นใส่แล้วดูเหมือนคนแคระซะอย่างนั้น”เสื้อโค้ทตัวยาวนับเป็นไอเทมปราบเซียนที่วัดกันด้วยรูปร่างอย่างแท้จริงแม้สามีของเยี่ยนชิวจะจัดว่าเป็น
Read more

บทที่ 199

“สวี่เพียวเพียว ตามฉันมาที่ห้องทำงานหน่อย”น้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลังนั้นทำเอาเยี่ยนชิวที่เตรียมจะส่งสายตาให้กำลังใจเพื่อนร่วมชะตากรรมถึงกับชะงัก เพราะไม่ทันขาดคำ ฮั่วจี้เซินก็เอ่ยปากเรียกชื่อเธอและเจี่ยนหลินตามมาติด ๆ ด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดไม่แพ้กันสุดท้าย พนักงานสาวทั้งสามคนจึงต้องมาพาตัวเองมายืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่ใจกลางห้องทำงานอันกว้างขวางของฮั่วจี้เซิน“รายงานผลการดำเนินงานของกลุ่มพวกคุณในไตรมาสที่ผ่านมามีแนวโน้มลดลง ช่วงนี้ลองกลับไปสรุปสาเหตุมาให้ชัดเจน แล้วไปรายงานตัวกับหัวหน้างานของแต่ละคนด้วย ส่วนสวี่เพียวเพียวให้อยู่ก่อน เจี่ยนหลินกับเยี่ยนชิวออกไปได้ รบกวนช่วยปิดประตูให้ด้วย”ทันทีที่สิ้นคำสั่งเยี่ยนชิวกับเจี่ยนหลินก็รีบโกยอ้าวหนีไปเร็วยิ่งกว่ากระต่ายตื่นตูมเพราะเกรงว่าหากช้าไปเพียงวินาทีเดียว ฮั่วจี้เซินอาจจะเปลี่ยนใจเรียกกลับมาซักไซ้ไล่เลียงจนเรื่องบานปลายพวกเธอจึงไม่มีเวลาแม้แต่จะส่งสายตาให้สวี่เพียวเพียว ทำได้เพียงจ้ำอ้าวออกไปก็นะ นายทุนต่อให้หล่อเหลาสง่างามเพียงใด สุดท้ายเขาก็คือคนหน้าเลือดที่เห็นตัวเลขสำคัญที่สุดอยู่วันยันค่ำ!ฮั่วจี้เซินฟังเสียงบานประต
Read more

บทที่ 200

ทันทีที่เข็มนาฬิกาบอกเวลาเลิกงาน สวี่เพียวเพียวก็รีบจูงมือเหลียนฮว่ามุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลเธอเดินทางไปพร้อมกับปิ่นโตเก็บความร้อนใบโตที่บรรจุอาหารฝีมือตัวเองมาเต็มพิกัดเมื่อไปถึงห้องพักครู่ใหญ่ก็พบว่าสวี่เจินหลี่กำลังจะลงมือจัดการกับถาดอาหารที่ผู้ช่วยพยาบาลจัดเตรียมไว้ให้พอดี ทันทีที่เห็นสวี่เพียวเพียวเดินเข้ามา ใบหน้าที่เคยอิดโรยก็พลันแต้มไปด้วยรอยยิ้มกว้าง ทว่าปากกลับบ่นพึมพำตามประสาคนขี้เกรงใจ“แม่ไม่ได้ขัดสนเรื่องของกินสักหน่อย ไม่เห็นจะต้องลำบากหอบหิ้วให้เปลืองแรง หรือว่าช่วงนี้งานการมันว่างเกินไปจนไม่มีอะไรทำกันแล้วเหรอ?”ปากก็พร่ำบ่นไปอย่างนั้นเอง ทว่ามือกลับเก็บกล่องข้าวชุดเดิมอย่างว่องไวผิดกับท่าทีอิดโรยเมื่อครู่ ก่อนจะรีบยื่นมือไปรับปิ่นโตจากมือสวี่เพียวเพียวมาถือไว้ราวกับกลัวใครจะมาแย่งไปสวี่เพียวเพียวแอบอมยิ้มพลางเปิดกล่องข้าวของโรงพยาบาลที่ถูกเมินขึ้นมาสำรวจดูในนั้นมีเพียงผัดผักใบเขียวหน้าตาธรรมดา กุ้งลวกน้ำเปล่าสีซีด ๆ หมูสับผัดถั่ว และข้าวสวยอีกหนึ่งถ้วยในกล่องข้าวนั้นสารอาหารครบถ้วน ถือได้ว่าไม่แย่เลย ทว่ามันหน้าตากลับดูจืดชืดเสียจนไม่อาจถือได้ว่าเป็นมื้ออาหา
Read more
PREV
1
...
1819202122
...
47
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status