เจ้านายสายฟ้าแลบ의 모든 챕터: 챕터 181 - 챕터 190

196 챕터

บทที่ 181

ตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเขาไม่เคยมีปากเสียงกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว สวี่เพียวเพียวไม่เคยยอมเผยด้านที่เกรี้ยวกราดออกมาให้เขาเห็นและฮั่วจี้เซินเองก็ไม่เคยเปิดเปลือยความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงต่อหน้าเธอเช่นกันฮั่วจี้เซินยอมรับกับตัวเองอย่างจำนนว่า เขามีสภาวะหลบเลี่ยงทางอารมณ์อยู่ลึก ๆ เขาหลับตาลงพริ้มพลางรู้สึกว่าหมอนข้างในค่ำคืนนี้ช่างนุ่มนวลและให้สัมผัสที่สมจริงราวกับเป็นสวี่เพียวเพียวตัวจริงเสียเหลือเกิน“ถ้าฉันไม่ชอบเธอ ฉันจะยอมทนใช้ชีวิตอยู่กับเธอมานานขนาดนั้นได้ยังไงกัน ฉันไม่ใช่คนบ้านะ” หัวใจของสวี่เพียวเพียวกระตุกวูบก่อนจะเริ่มเต้นระรัวอย่างไม่อาจควบคุม เธอเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าคนตรงหน้ากำลังเพ้อเพราะพิษไข้หรือฤทธิ์สุรากันแน่จึงตั้งใจจะยื่นมือไปสัมผัสตัวเขาเพื่อตรวจเช็กอุณหภูมิอีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะแตะถึงผิวเนื้อ ฮั่วจี้เซินก็คว้าหมับเข้าที่มือนุ่มของเธออย่างแม่นยำ เขาบรรจงจูบลงบนปลายนิ้วของเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะขบงับมันไว้อย่างหยอกเย้าและหวงแหนสวี่เพียวเพียวรู้สึกชาวาบไปจนถึงปลายนิ้วเธอพยายามจะชักมือกลับหนีสัมผัสที่ชวนใจสั่นนั้น ทว่าเขากลับกุมมือเธอไว้แน่นร
더 보기

บทที่ 182

เศษเสี้ยวของวันวานที่แสนร้าวรานมักจะตามมาหลอกหลอนในความฝันของสวี่เพียวเพียวอยู่เสมอ เธอเฝ้าปลอบประโลมตนเองซ้ำ ๆ ว่ากาลเวลาได้เยียวยาทุกสิ่งจนวางทุกอย่างลงได้สนิทใจแล้วทว่าวินาทีที่ได้รับรู้ความนัยผ่านเสียงกระซิบพร่าเลือนที่ข้างหู คำว่าชอบที่เคยโหยหา กลับกลายเป็นคมมีดที่กรีดลึกซ้ำบนแผลเดิมจนหัวใจของเธอสั่นสะท้านด้วยความขมขื่นที่แล่นพล่านขึ้นมาจนจุกอก ขอบตาของสวี่เพียวเพียวเริ่มร้อนผ่าว ก่อนที่หยดน้ำตาเม็ดโตจะพรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจกลั้น ภาพจำในวันวานผุดขึ้นมาซ้อนทับ ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นเพียงเจ้าหญิงตัวน้อยที่ใช้ชีวิตอย่างสดใสและไร้กังวลอย่างแท้จริงอยากรักใครก็รัก อยากวิ่งเข้าใส่ใครก็ทำโดยไม่ลังเล ไม่เคยเผื่อใจให้ความเจ็บปวดแม้แต่น้อย ยามที่เธออยู่กับฮั่วจี้เซิน เธอก็ทำเช่นนั้นทุ่มเททุกอย่างเพียงเพื่อรอคอยคำว่า ชอบ สั้น ๆ คำเดียวจากปากผู้ชายคนนี้หากเป็นเมื่อไม่กี่ปีก่อน เธอคงจะดีใจจนทำตัวไม่ถูกและโผเข้ากอดเขาด้วยหัวใจที่พองโต ทว่านี่ไม่ใช่เมื่อไม่กี่ปีก่อนอีกแล้ว วันเวลาเหล่านั้นมันตายจากไปพร้อมกับความอ่อนเยาว์ของเธอเสียนานแล้ว สวี่เพียวเพียวในวันนี้ ไม่ใช่ผู้หญิงคนเ
더 보기

บทที่ 183

เป็นอย่างที่คาดไว้ไม่มีผิด จูบที่โถมทับลงมาคราวนี้ดุดันและดิบเถื่อนกว่าเดิมหลายเท่าตัวจนสวี่เพียวเพียวรู้สึกราวกับร่างทั้งร่างกำลังจมหายไปในพายุอารมณ์ของเขากลิ่นอายแอลกอฮอล์ที่คละคลุ้งจากลมหายใจของฮั่วจี้เซิน เริ่มรบกวนโสตประสาทจนสติของเธอพร่าเลือน ราวกับว่าเธอก็พลอยเมามายไปกับเขาด้วยอีกคนหรือบางที ลึก ๆ แล้วเธอก็แค่ขี้เกียจจะขัดขืน และอยากจะลองตามใจเขาดูสักครั้งเผื่อว่าหลังจากที่เขาได้เชยชมจนสมใจแล้ว เขาจะได้เลิกตามตอแยพัวพันกับเธอเสียทีเพราะผู้ชายส่วนใหญ่ก็เป็นสิ่งมีชีวิตประเภทที่พอได้ครอบครองแล้ว ก็มักจะเขี่ยทิ้งราวกับเศษหญ้าข้างทางไร้ค่า สวี่เพียวเพียวได้ยินเสียงหัวใจและเสียงครางแผ่วของตนเองสะท้อนก้อง เช่นเดียวกับฮั่วจี้เซินที่ได้รับฟังมันราวกับสัตว์ป่าที่ได้รับสัญญาณการอนุมัติ เขาจึงพรมจูบไปทั่วดวงหน้าและลำคออย่างถี่รัวจนแทบจะผนึกเธอไว้ในอ้อมกอดเขาเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักข้างเตียงเขาพิจารณาสิ่งของตรงหน้าที่มีให้เลือกสรรอย่างพรั่งพร้อม ไม่ว่าจะเป็นไซส์ไหนต่างก็วางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบประหนึ่งชั้นวางในมินิมาร์ต ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวยาวจะขยับไปหยุดชี้ตรงไปยังกล่องใ
더 보기

บทที่ 184

เมื่อสวี่เพียวเพียวพาเหลียนฮว่าลุกขึ้นบอกลาความเงียบเหงาก็เริ่มเกาะกินใจคุณนายฮั่วทันที เพราะสองวันที่ผ่านมานี้เหลียนฮว่าคอยพะเน้าพะนอเธอจนแทบแยกจากกันไม่ได้สายตาของคุณนายฮั่วที่มองตามเด็กน้อยเต็มไปด้วยความรักและอาลัยบนศีรษะของเธอนั้นมีเส้นผมสีดอกเลาพาดผ่าน ทว่าทุกเส้นกลับถูกจัดแต่งไว้อย่างประณีต สะท้อนถึงบุคลิกที่เจ้าระเบียบและสง่างามปกติแล้วเธอมักจะสวมสร้อยคอไข่มุกเม็ดงามติดตัวเป็นประจำและแต่งกายอย่างประณีตสมฐานะอยู่เสมอทว่ายามนี้บนศีรษะกลับประดับประดาไปด้วยกิ๊บติดผมรูปผีเสื้อสีสันฉูดฉาดซ้ำร้ายที่ลำแขนยังมีสติกเกอร์การ์ตูนสำหรับเด็กแปะอยู่อีกหลายดวงและไม่ใช่เพียงแค่คุณนายฮั่วเท่านั้น แม้แต่คุณพ่อฮั่วเองก็ไม่อาจหลีกหนีชะตากรรมนี้พ้นสภาพของทั้งสองในตอนนี้ดูแปลกตาจนน่าขบขันไม่น้อยทีเดียว ทั้งคู่ต่างพากันรุมล้อมและตามใจเหลียนฮว่า ยอมให้เด็กน้อยเล่นสนุกตามอำเภอใจอย่างไม่ถือตัวคุณนายฮั่วกะพริบตาปริบ ๆ มองไปยังสวี่เพียวเพียวพลางทำปากยื่นอย่างแสนงอน ก่อนจะหันไปเอ่ยถาม “ฮว่าฮว่าจ๋า เมื่อไหร่จะมาหาคุณย่าอีกจ๊ะ?”เหลียนฮว่ารีบปีนลงจากอ้อมอกของสวี่เพียวเพียวทันทีเธอโผเข้าหา
더 보기

บทที่ 185

“ต่อให้ไม่ใช่ลูกของผม ผมก็ตั้งใจจะรับผิดชอบอยู่แล้ว” น้ำเสียงที่ทุ้มต่ำทว่าหนักแน่นนั้นทำให้อวี๋ฮุ่ยถึงกับยืนอึ้ง ใช่ว่าฮั่วจี้เซินจะไม่เคยเอะใจเรื่องเด็กคนนี้เพียงแต่ข้อมูลที่เขาสั่งให้คนไปสืบเสาะมานั้นยังคงเป็นปริศนาที่ไร้คำตอบชัดเจน อวี๋ฮุ่ยชะงักงันด้วยความประหลาดใจ แววตาที่เคยขุ่นเคืองเปลี่ยนเป็นสับสน“ถ้าอย่างนั้น ที่นายทำอยู่นี่มัน...” ฮั่วจี้เซินกดเปิดไฟแช็กในมือเปลวไฟสีส้มวูบไหวลุกโชนขึ้นก่อนจะดับมืดลง แสงรำไรนั้นสะท้อนให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและยึดติดแท้จริงแล้วเขาไม่ได้ยี่หระเลยสักนิดว่าเหลียนฮว่าจะเป็นสายเลือดของชายคนไหนหัวใจของเขาโหยหาเพียงคำตอบเดียวเท่านั้นคำตอบที่ว่าในช่วงเวลาที่เลิกรากันไป สวี่เพียวเพียวเคยเปิดใจรับชายคนอื่นเข้ามาแทนที่เขาบ้างหรือเปล่า ยอมรับตามตรงว่าเหตุการณ์เมื่อคืนเขาอาจจำคำพูดตัวเองได้ไม่ครบถ้วนนัก ทว่าทุกสัมผัสและทุกสิ่งที่ทำลงไปกลับฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำอย่างแม่นยำเป็นเธอเองแท้ ๆ ที่เป็นคนจุดไฟราคะนี้ขึ้นมา แต่พอพายุอารมณ์มอดดับลง กลับเดินผละจากไปอย่างไม่ใยดีราวกับว่าคนอย่างเขามีค่าเป็นเพียงคู่นอนชั่วข้ามคืนที่เธอ
더 보기

บทที่ 186

ในสายตาของเหลียนอวี้เฉิง เหลียนเส้าจิ่นคือทายาทชายเพียงคนเดียวที่ควรค่าแก่การสืบทอดวงศ์ตระกูลส่วนสวี่เพียวเพียวนั้น นอกจากจะเป็นเพียงผู้หญิงแล้ว เธอยังใช้นามสกุลอื่นที่ไม่ใช่เหลียนอีกต่างหากเขาเฝ้าค่อนแคะในใจว่าคุณย่าคงจะเลอะเลือนไปแล้วจริง ๆ ถึงได้ยอมยกทรัพย์สมบัติล้ำค่าทั้งหมดให้หลานสาวนอกคอกคนนี้ไปจนหมดสิ้นคุณแม่สวี่จิบน้ำอุ่นช้า ๆ อย่างไม่รีบร้อนด้วยท่าทางสงบนิ่งเธอมองสบตาพี่ชายก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “บ้านหลังนั้นยังไม่ได้ขายหรอกค่ะ โฉนดก็ยังนอนนิ่งอยู่ในตู้นิรภัยของธนาคาร ถ้าพวกคุณอยากเห็นกับตาขนาดนั้น ฉันจะให้ผู้จัดการธนาคารพาพวกคุณไปดู” เหลียนอวี้เฉิงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้กระแทกกระทั้นด้วยท่าทางฮึดฮัดสีหน้าบูดบึ้งดูไม่สบอารมณ์อย่างถึงที่สุด “ดูโฉนดแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร” ก่อนหน้านี้ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดจะลอบขโมยโฉนดไปประกาศขายบ้านหลังนั้นเสียเองทว่าใครจะคาดคิดว่าในโฉนดใบนั้นกลับระบุชื่อเจ้าของเป็นสวี่เพียวเพียวอย่างชัดเจน!ไม่รู้ว่ายัยแก่นั้นแอบย่องไปโอนกรรมสิทธิ์ให้กันตั้งแต่ตอนไหน ตลอดชีวิตของคุณย่า ท่านเอาแต่ลำเอียงรักใคร่บ้านลูกชายคนที่สอง
더 보기

บทที่ 187

หลังจากการโต้เถียงอันดุเดือดจบลงไม่ว่าคุณย่าจะพยายามเอ่ยคำปลอบประโลมหรือขอโทษเพียงใด อาสะใภ้ก็ไม่ได้ใส่ใจคำพูดเหล่านั้นอีกต่อไปเธอสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ เหลียนเส้าจิ่นจำภาพในวันนั้นได้ติดตา คุณย่านั่งเหม่อลอยอยู่บนระเบียงเพียงลำพังเนิ่นนานราวกับร่างที่ไร้วิญญาณ เขาตระหนักดีว่าแม้โฉนดบ้านหลังนั้นจะระบุชื่อ สวี่เพียวเพียวไว้เพียงผู้เดียวทว่าโดยนัยแล้ว มันคือรวงรังที่สร้างขึ้นเพื่อคนสามคน คือสวี่เพียวเพียว สวี่เจินหลี่ และทารกน้อยผู้โชคร้ายที่ไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลกเพียงเพราะไฟแค้นระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้เมื่อรับรู้ถึงที่มาอันแสนรันทดเช่นนี้ เหลียนเส้าจิ่นจึงสาบานกับตัวเองอย่างหนักแน่นว่าเขาจะไม่มีวันยื่นมือไปแตะต้องเงินที่แลกมาด้วยชีวิตพี่น้องของตนเป็นอันขาดคุณแม่สวี่พยักหน้าตอบรับอย่างอ่อนโยน“เอาตามนั้นก็ได้จ้ะ ลำบากเราแย่เลยนะเส้าจิ่น ที่ต้องทนฟังพ่อกับแม่พูดกรอกหูเรื่องพวกนี้อยู่ทุกวัน” เหลียนเส้าจิ่นฝืนยิ้มอย่างซื่อ ๆ ทว่าในแววตากลับมีความเหนื่อยล้าปิดไม่มิด “ไม่เป็นไรครับคุณอา ผมชินแล้วครับ” สวี่เพียวเพียวเดินไปส่งพี่
더 보기

บทที่ 188

ไทยมุงที่เคยเกาะขอบระเบียงดูเหตุการณ์ค่อย ๆ สลายตัวไปเมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรุดมาถึงหลังจากสอบถามพยาบาลจนเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็หันมาหาสวี่เพียวเพียว ด้วยสายตาที่ไม่ได้ตำหนิอะไรก่อนจะเบนสายตาไปทางฮั่วจี้เซิน พลางขมวดคิ้วมุ่นด้วยความจริงจัง “ในฐานะที่เป็นผู้ชายของบ้านนี้ก็ช่วยดูแลหน่อยเข้าใจไหม? อย่าปล่อยให้ญาติฝ่ายไหนมาโวยวายอาละวาดอีก มันรบกวนคนไข้คนอื่นเขาจะพักผ่อน” ฮั่วจี้เซินไม่ได้เอ่ยปากโต้แย้งใด ๆ เขากลับกระชับวงแขนโอบไหล่สวี่เพียวเพียวไว้แน่นขึ้นพลางพยักหน้าตอบรับอย่างสุขุม“ครับ คราวหน้าผมจะจัดการให้ดีกว่านี้ครับ” ทันทีที่ระเบียงทางเดินกลับสู่ความเงียบสงบสวี่เพียวเพียวก็รีบคว้ามือหนาของเขาขึ้นมาสำรวจด้วยความเป็นห่วง“มือคุณถลอกหมดเลย ไปทำแผลหน่อยไหมคะ?” บริเวณข้อนิ้วของเขามีรอยถลอกจนเห็นเนื้อแดงสดรำไรคงเป็นเพราะแรงปะทะเมื่อครู่ทำให้หมัดของเขาไปครูดเข้ากับกระดุมโลหะบนเสื้อของเหลียนอวี้เฉิงเข้าอย่างจัง ฮั่วจี้เซินก้มมองสวี่เพียวเพียวที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่อนโยนนิ้วเรียวของเธอกุมมือเขาไว้แน่นพลางพลิกตรวจดู
더 보기

บทที่ 189

บริเวณปลายระเบียงทางเดินเสียงเอะอะโวยวายก็ดังระงมขึ้นอย่างกะทันหัน เมื่อคนไข้รายหนึ่งเกิดคุ้มคลั่งขัดขืนการรักษาและเตลิดหนีไป จนบรรดาญาติพี่น้องต้องวิ่งวุ่นตามหาตัวกันให้ควั่กทุกคนต่างวิ่งสวนกันไปมาเพื่อเร่งรวบตัวคนไข้รายนั้นกลับไปยังห้องพักผู้ป่วยเพื่อทำการรักษา“ฉันเป็นพ่อแกนะ จะทำร้ายแกได้ยังไง? รักษาตัวให้หายดีนะลูก แล้วเราจะได้กลับบ้านด้วยกัน”ชายวัยกลางคนกึ่งลากกึ่งจูงผู้ป่วยรายนั้นที่กำลังสะอื้นฮักจนตัวโยนกลับเข้าห้องพักสายตาของสวี่เพียวเพียวจับจ้องมองภาพพ่อลูกคู่นั้นเดินลับหายเข้าห้องพักไปอย่างล่องลอยความทรงจำในอดีตค่อย ๆ ผุดขึ้นมาอย่างช้า ๆ เมื่อนานมาแล้ว ยามที่เธอล้มป่วยลง คุณพ่อสวี่ก็เคยประคองมือเธอไว้แน่น และพร่ำบอกประโยคที่เต็มไปด้วยความรักแบบเดียวกันนี้เธอยืนนิ่งเหม่อลอยไปชั่วขณะหนึ่ง ราวกับกำลังหลงทางอยู่ท่ามกลางเงาของอดีตที่ไม่มีวันหวนคืน ก่อนจะค่อย ๆ ยกปลายนิ้วขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตาอุ่น ๆ ตรงหางตาออกอย่างแผ่วเบาสวี่เพียวเพียวหันกลับไปมองลอดช่องกระจกหน้าห้องผู้ป่วยเพื่อสำรวจอาการของสวี่เจินหลี่อีกครั้ง“แม่คะ หนูมีธุระต้องไปจัดการนิดหน่อย เดี๋ยวจะรีบกลับมานะ
더 보기

บทที่ 190

ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจสวี่เพียวเพียวละสายตาจากแผนที่พลางปลายนิ้วชี้ไปยังร้านขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่นอกเส้นทาง“รบกวนแวะจอดตรงนี้สักครู่ได้ไหมคะ?” เธอตั้งใจจะแวะซื้อของโปรดไปฝากเจ้าเหลียนฮวนเพราะในฐานะพี่สาว เธอคงทำใจยอมไปเยี่ยมน้องสาวมือเปล่าโดยไม่มีอะไรติดไม้ติดมือไปฝากไม่ได้จริง ๆ ฮั่วจี้เซินทำเพียงขานรับในลำคอด้วยสีหน้าเคร่งขรึมที่ไม่สู้ดีนักทันใดนั้น เสียงจากระบบนำทางก็ดังขึ้นแทรกความเงียบ ขณะนี้ออกนอกเส้นทางเดิม กำลังคำนวณเส้นทางใหม่ ประโยคนั้นกรีดลึกเข้าไปในใจของสวี่เพียวเพียวอย่างน่าประหลาดหรือบางทีความสัมพันธ์ของเธอกับเขามันจะบิดเบี้ยวจนไม่อยู่ในเส้นทางที่ควรจะเป็นมาตั้งแต่ต้นแล้วที่ผ่านมามีเพียงเธอที่ดื้อรั้นทึกทักไปเองว่าตัวเองอาจจะมีความพิเศษสำหรับเขาทว่าความเป็นจริง เธอไม่ได้มีความหมายอะไรเลย สวี่เพียวเพียวแค่นยิ้มเยาะให้กับความโง่เขลาของตัวเองในอดีต “บอกคุณแล้วไงต่อล่ะคะ? ให้ฉันบอกคุณเพื่อรอฟังคำว่า ยังไงเราก็ต้องเลิกกันอยู่ดี หรือ ฉันไม่ได้รักเธอ งั้นเหรอคะ? หรือคุณอยากจะแถมท้ายให้เจ็บแสบกว่านั้นด้วยประโ
더 보기
이전
1
...
151617181920
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status