บททั้งหมดของ เจ้านายสายฟ้าแลบ: บทที่ 451 - บทที่ 460

462

บทที่ 451

สถานการณ์พลันพลิกผันตาลปัตรไปในทันทีหานรุ่ยแสดงท่าทีไม่พอใจ “หมายความว่าอย่างไรกันคะ? ถ้านายดูแคลนตระกูลของเราถึงขนาดนี้ งั้นเราก็ถอนหมั้นกันไปเลยดีกว่า!”ฮั่วจี้รุ่ยแค่นเสียงหึในลำคอ “ได้สิ งั้นพวกคดีความและสัญญาจ้างสารพัดที่พ่อเธอส่งมา ฉันก็จะส่งคืนไปให้ทั้งหมดเดี๋ยวนี้เลย”ฮั่วจี้รุ่ยเป็นนักกฎหมายผู้มากฝีมือนับตั้งแต่วันที่ประกาศหมั้นหมาย ตระกูลหานก็โยนกองคดีความมากมายมาให้เขาดูแลเพื่อหวังให้เขาจัดการให้เสร็จสรรพแม้เรื่องพวกนั้นจะทำเอาฮั่วจี้รุ่ยปวดหัวไม่น้อย ทว่าสำหรับเขา มันกลับไม่ใช่เรื่องที่เกินความสามารถซ้ำร้ายในอีกมุมหนึ่ง คดีพวกนี้ยังถือเป็นแหล่งกรณีศึกษาชั้นดีและเป็นฐานงานของเขาอีกด้วยทว่าตระกูลหานกลับไม่เหมือนกันพวกเขาไม่ได้เห็นคุณค่าของหานรุ่ยในฐานะบุตรสาวสักเท่าใดนักยิ่งไปกว่านั้น การที่หานรุ่ยสามารถแต่งเข้าสู่ตระกูลฮั่วได้ ถือเป็นความสำเร็จสูงสุดที่ตระกูลหานเฝ้าหมายปองมาตลอด แล้วพวกเขาจะยอมให้ถอนหมั้นได้ลงคอได้อย่างไรกันฮั่วหมิ่นถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะเขามองฮั่วจี้รุ่ยด้วยสายตาแปลกแยกและเต็มไปด้วยความไม่คุ้นเคยฮั่วจี้รุ่ยผู้นี้คือเด็กที่เชื่อฟังและ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 452

ภายในตึกเล็กจวีหย่าเชี่ยนนั่งลงบนโซฟาเพียงแค่ครึ่งก้น ท่าทางของเธอเกร็งไปทั้งตัวจนแม้แต่พี่แม่บ้านหม่าที่วางแก้วชาลงตรงหน้า ยังสัมผัสได้ถึงความประหม่าที่แผ่ออกมาอย่างชัดเจนทันทีที่สวี่เพียวเพียวเอ่ยปากทัก จวีหย่าเชี่ยนก็รีบลุกขึ้นยืนจากโซฟาทันทีจนสวี่เพียวเพียวถึงกับทำตัวไม่ถูก“นั่งลงเถอะ เดี๋ยวถ้าคุณอาสองเขาลงมา ฉันจะบอกให้เขามารับเธอที่นี่เอง”“ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณผู้หญิงฮั่ว”เมื่อจวีหย่าเชี่ยนกลับไปนั่งลงที่เดิม เธอหยิบแก้วชาขึ้นจิบ ทว่าดูเหมือนเธอจะไม่รับรู้รสชาติอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะสายตายังคงคอยชำเลืองมองความเคลื่อนไหวทางฝั่งตึกหลักด้วยความกระวนกระวายอยู่ตลอดเวลาสวี่เพียวเพียวเห็นท่าทีเช่นนั้นก็ไม่ได้คิดจะซักไซ้ใด ๆ เธอเพียงจิบชาเงียบ ๆ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาจัดการงานของตัวเองต่อขณะนี้โปรเจกต์นฤมิตปีกกำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการผลิตแล้วฝีมือการเจียระไนของปรมาจารย์ยอดเยี่ยมไร้ที่ติรายละเอียดหลายจุดเป็นสิ่งที่ทั้งสวี่เพียวเพียวและฮั่วสวินเจินนึกไม่ถึงมาก่อน ต้องอาศัยประสบการณ์อันโชกโชนของช่างฝีมือผู้นี้มาเติมเต็มจนสมบูรณ์แบบเพียงแค่ได้เห็นแหวนต้นแบบที่ทำเสร็จ สวี่เ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 453

“ขอบคุณคุณผู้หญิงฮั่วและคุณหนูฮั่วนะคะ”พี่แม่บ้านหม่ายืนมองจนกระทั่งจวีหย่าเชี่ยนขึ้นรถของฮั่วหมิ่นไป และรถของทั้งคู่เคลื่อนตัวลับตาไปแล้ว เธอจึงเดินกลับเข้ามาในบ้าน“คุณปู่ฮั่วถูกคุณชายใหญ่พาส่งโรงพยาบาลค่ะ เห็นบอกว่าเมื่อครู่ถูกคุณชายรองทำให้อารมณ์เสียจนวูบหมดสติไป คุณชายใหญ่กำชับว่าไม่ต้องให้คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายตามไปที่โรงพยาบาล บอกว่าไม่อยากให้เอาความเจ็บไข้ไปแพร่ใส่”เจตนาของฮั่วหงชัดเจน คุณปู่ฮั่วอายุอานามขนาดนี้ การไปโรงพยาบาลก็เหมือนกับการเดินกลับบ้านเป็นเรื่องปกติ ปกติเขาก็ไม่ได้มองสวี่เพียวเพียวด้วยสายตาเอ็นดูอะไรอยู่แล้ว ดังนั้นสวี่เพียวเพียวก็ไม่จำเป็นต้องเอาตัวไปเสนอหน้าและฮั่วจี้เซินเองก็ไม่จำเป็นต้องไปด้วยเช่นกันใกล้สิ้นปี งานทางฝั่งฮั่วซื่อมีอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะงานนิทรรศการเครื่องประดับที่ใกล้เข้ามาทุกที มีภารกิจรัดตัวเต็มไปหมดทางฝั่งคุณปู่ฮั่วก็มีฮั่วหงผู้เป็นลูกชายคนโตคอยดูแลอยู่แล้ว คงไม่มีเรื่องอะไรน่าเป็นห่วงเมื่อฮั่วจี้เซินทราบเรื่อง ก็เพียงแค่พยักหน้ารับอย่างเรียบเฉยเขาคว้ามือสวี่เพียวเพียวแล้วดึงให้คนตัวเล็กมานั่งลงบนตักของเขา“ดูท่าทางเธอจะถู
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 454

กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของชาดอกกุหลาบลอยอบอวลไปทั่วบริเวณสวี่เพียวเพียวนั่งจิบชาพลางจัดการข้อความในมือถือไปพลางการที่แม่บ้านพาเธอมาหลบมุมตรงนี้ ก็น่าจะเป็นความประสงค์ของโสงเจี๋ยที่อยากให้เธอมาที่นี่ แต่ก็ไม่ได้อยากให้เธอรีบออกไปปะทะเร็วเกินไปหากมาถึงแล้วก็ให้หลบอยู่ตรงนี้ก่อนภายในห้องโถงใหญ่ จวีเยี่ยฝานกำลังร้องห่มร้องไห้ฟูมฟาย “ชีวิตฉันทำไมมันถึงได้อาภัพขนาดนี้!”“ความยุติธรรมอยู่ไหน? บอกมาสิว่าความยุติธรรมอยู่ไหน? หุ้นที่อยู่ในมือฮั่วหมิ่น ทำไมต้องยกให้อาเซินด้วย? ตอนนี้หุ้นในมืออาเซินเกินห้าสิบเปอร์เซ็นต์ไปแล้ว ในบอร์ดบริหารจะมีใครมีอำนาจต่อรองมากกว่าเขาอีก!”“ลูกชายฉัน ทั้งอาเจ๋อและอารุ่ยต่างก็ยังไม่ทันได้ยืนหยัดมั่นคง ทำไมถึงไม่มีใครคิดเผื่อแผ่ถึงลูกชายทั้งสองคนของฉันบ้าง?”พูดจบ จวีเยี่ยฝานก็เช็ดน้ำตาป้อย ๆ โสงเจี๋ยที่นั่งมองอยู่ทำได้เพียงแค่นึกสมเพชในใจหางตาแทบจะไม่มีน้ำสักหยดทั้งที่บอกว่าตัวเองเป็นนักแสดงมืออาชีพแท้ ๆ โสงเจี๋ยตีสีหน้าเรียบเฉยพลางจิบชา “เธอลองชิมนี่ดูไหม? เป็นชาผลไม้ ใช้แอปเปิ้ลกับส้มทำ แอปเปิ้ลเก็บมาจากต้นที่เพียวเพียวซื้อให้อาเซิน ส่วนส้มมาจากสวนข
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 455

“ลูกชายและลูกสะใภ้ของฉันอยู่ของเขาดี ๆ พวกเธอแต่ละคนก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันนักหนา ถึงได้ขยันกระตือรือร้นมาเหยียบย่ำซ้ำเติมคนอื่นอยู่ได้!”ประโยคนี้เป็นการตอกกลับสิ่งที่จวีเยี่ยฝานเคยทำไว้ ทั้งที่แอบไปพูดจาเพ้อเจ้อให้ข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนแม้ตระกูลฮั่วจะใช้มาตรการเด็ดขาดจัดการไปแล้ว แต่บนโลกอินเทอร์เน็ตก็ยังคงมีกระทู้ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้หลงเหลืออยู่ไม่น้อยจวีเยี่ยฝานทำท่าทีมีพิรุธ ดวงตากรอกกลิ้งไปมา “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะคะ พี่สะใภ้ใหญ่ พี่อย่าเพิ่งโกรธเลย ฉันก็แค่แค่อยากจะถามดูว่าคุณปู่ฮั่วเขามีความเห็นว่ายังไงกันแน่ จะให้ปล่อยให้อารุ่ยกับอาเจ๋อไม่เหลืออะไรเลยได้ยังไงเหรอคะ?”โสงเจี๋ยแค่นเสียงหัวเราะเยาะ“งั้นก็ให้ลูกชายเธอออกไปเผชิญโลกกว้างด้วยตัวเองสิ! อยากได้อะไรก็ต้องออกไปแย่งชิงเอาเอง! เนื้อที่แย่งมาจากมือคนอื่นน่ะถือว่าเป็นรางวัล แต่นี่คิดจะมาแย่งจากมือลูกชายฉัน หน้าไม่อาย”ความหมายของโสงเจี๋ยชัดเจนจวีเยี่ยฝานไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ถึงได้กล้าบุกมาหาเรื่องถึงในบ้านฮั่ว“คุณพี่หมายความว่ายังไง? ด่าใครว่าหน้าไม่อายกัน!”“ใครหน้าไม่อายก็รู้ตัวดีอยู่แก่ใจ ฉันไม่มีวันยอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 456

ตระกูลฮั่วไม่มีทางทอดทิ้งสายเลือดของตัวเองทว่าฮั่วหยวนและเจินอวิ๋นในตอนนี้ต่างยังคงถูกกักบริเวณอยู่ในไร่โดยไม่มีกำหนดรับกลับมาซึ่งจวีเยี่ยฝานเองก็ทราบเรื่องนี้ดีที่บอกว่าส่งไปดูแลอย่างดี ความจริงก็คือการกักขังไว้ในที่ลับตาคนนั่นแหละชีวิตความเป็นอยู่ตรงนั้น แค่ประคองตัวให้รอดไปวัน ๆ ก็บุญโขแล้ว ยังจะหวังมาแตะต้องสมบัติของตระกูลฮั่วอีกริมฝีปากของจวีเยี่ยฝานสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว“ธะ...เธอกล้าดียังไง! อารุ่ยกับอาเจ๋อก็เป็นน้องชายของอาเซินเหมือนกัน! ยัยนางมารร้าย!”น้ำเสียงที่ใช้เริ่มแผ่วลงเรื่อย ๆ เมื่อเห็นว่าท่าทีของสวี่เพียวเพียวไม่ได้ดูเหมือนกำลังล้อเล่นจวีเยี่ยฝานหันหลังกลับ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกองกับพื้นแล้วปล่อยโฮออกมาเสียงดัง“คนตระกูลฮั่วทุกคนทำร้ายฉัน! ถ้าไม่ใช่เพราะคุณปู่ปีก่อนนู้น ฉันไม่มีวันแต่งเข้าบ้านนี้แน่! ความรักดี ๆ ของฉันถูกพวกแกทำลายจนยับเยิน ฮั่วจี้เซินแกต้องชดใช้ด้วยชีวิต!”คำพูดฟังดูสับสนวุ่นวาย อารมณ์พังทลายจนเก็บอาการไม่อยู่สวี่เพียวเพียวพยักหน้าให้แม่บ้านเป็นเชิงให้ปิดประตูห้องเธอกดบีบไหล่โสงเจี๋ยเบา ๆ “คุณแม่คะ ขึ้นไปพักผ่อนที่บ้านหนูสักครู
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 457

ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงเครื่องจักรดังสนั่นหวั่นไหว สวี่เพียวเพียวยังสามารถทำงานของเธอไปได้อย่างไม่ติดขัด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเสียงร้องไห้ฟูมฟายที่ดังเป็นพัก ๆ ของจวีเยี่ยฝานเลยฟังไปนาน ๆ เข้า เสียงร้องของเธอก็ถือว่ามีคุณภาพดีไม่เบาสมกับที่เป็นอดีตนักแสดงตัวแม่มาก่อนจริง ๆ จวีเยี่ยฝานลุกขึ้นยืน ก่อนจะปัดฝุ่นบนกระโปรงแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาข้าง ๆ สวี่เพียวเพียว“เธอเองก็ฉลาดไม่เบานี่ คิดจะไล่โสงเจี๋ยไปแล้วมาหลอกถามความลับอะไรจากฉันล่ะสิ?”สวี่เพียวเพียวแสร้งทำหน้างง “ฉันจำเป็นต้องรู้ความลับอะไรด้วยเหรอคะ?”ทุกอย่างในตระกูลฮั่ว เธอไม่เคยนึกสนใจเลยสักนิดอีกอย่างเรื่องอะไรที่เธออยากรู้ เธอก็แค่ถามฮั่วจี้เซินตรง ๆ ก็จบแล้วไม่ใช่หรือไง?จวีเยี่ยฝานไม่มีทางเชื่อคำพูดของสวี่เพียวเพียวหรอกผู้หญิงที่แต่งเข้าตระกูลฮั่วที่เธอเคยเห็นมานับไม่ถ้วน หรือแม้แต่หญิงสาวที่ปรารถนาจะแต่งเข้าตระกูลฮั่วก็มีอยู่ถมไปบรรดาหญิงสาวจากตระกูลที่ฐานะทัดเทียมกับตระกูลฮั่ว เมื่อแต่งเข้ามาในรั้วบ้านก็ล้วนมีลักษณะไม่ต่างกันนักแม้กระทั้งโสงเจี๋ยเอง ก็ยังพูดไม่ได้เต็มปากว่าตัวเธอไม่ได้สนใจทุกสิ่งทุกอย่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 458

สวี่เพียวเพียวหันกลับไปปะทะเข้ากับสายตาคมกริบล้ำลึกคู่นั้นของฮั่วจี้เซินเขาดูราวกับถูกห่อหุ้มไปด้วยลมพายุและเกล็ดหิมะจากโลกภายนอก ยืนนิ่งดุจรูปปั้นอยู่ตรงนั้นในอ้อมแขนพาดเสื้อโค้ทตัวที่สวี่เพียวเพียวเลือกให้เขาเมื่อตอนกลางวันเอาไว้ฮั่วจี้รุ่ยรีบเร่งรุดมาทันทีที่รู้ข่าวว่าจวีเยี่ยฝานมาที่นี่ทว่าที่หน้าประตูเขากลับเห็นฮั่วจี้เซินยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนานแล้ว และเพิ่งจะได้ยินประโยคที่สวี่เพียวเพียวถามจวีเยี่ยฝานพอดีว่า ตอนนั้นเคยคิดถึงลูกบ้างไหมเขาปิดประตู กักขังลมหนาวและหิมะไว้เบื้องหลัง ริมฝีปากขยับยุกยิกราวกับกำลังเคี้ยวคำพูดนั้นซ้ำ ๆ ในใจทว่าสีหน้าภายนอกกลับไม่แสดงความผิดปกติใดออกมา“พี่ใหญ่ ทำไมยืนอยู่ตรงนี้ไม่เข้าไปล่ะครับ?”ฮั่วจี้เซินส่งเสียงอือในลำคอ “ฉันเพิ่งมาถึง”เขาก้าวเท้ายาว ๆ เข้าไปในห้อง ก่อนจะส่งเสื้อให้แม่บ้าน และหย่อนตัวลงนั่งข้าง ๆ สวี่เพียวเพียว เขาเอื้อมมือไปสัมผัสหลังมือของเธอ“หนาวไหม? ทำไมถึงใส่มาแค่นี้?”“ในบ้านมีระบบทำความร้อนใต้พื้น จะหนาวได้ยังไงล่ะ”สวี่เพียวเพียวรู้ดีสิ่งที่เธอพูดไปเมื่อครู่ ฮั่วจี้เซินน่าจะได้ยินทั้งหมดแล้วแต่ในเมื่อมัน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 459

โหนกแก้มและแนวสันกรามของเขาเด่นชัดเมื่อหลายปีก่อน สมัยที่สวี่เพียวเพียวเบื่อ เธอเคยแอบอ่านหนังสืออี้จิงตามคุณย่า ทำให้รู้ว่าใบหน้าอย่างฮั่วจี้เซินนั้น ในช่วงวัยเด็กมักไม่ค่อยลงรอยกับพ่อแม่ แม้ฐานะทางบ้านจะดี แต่เจ้าตัวกลับต้องลำบากตรากตรำไม่น้อยดวงชะตาพี่น้องไม่ค่อยดี ผู้ใหญ่ในบ้านก็ใช้อำนาจกดขี่ วัยเยาว์ขาดซึ่งความรักความเมตตาจะมีก็แต่เพียงเรือนคู่ครองที่บ่งบอกว่าชีวิตสมรสจะมีความสุข ภรรยาสามีรักใคร่กลมเกลียวกันและได้รับความรักความเอ็นดูอย่างล้นหลามความใจอ่อนของเขาก็ถูกฉายชัดอยู่บนใบหน้านั้นเช่นกันใจของสวี่เพียวเพียวพลันอบอุ่นขึ้นมาเธอขยับตัวเข้าไปหาเขา จนแทบจะมุดเข้าไปอยู่ในเสื้อโค้ทตัวใหญ่ของฮั่วจี้เซินทั้งตัวชายหนุ่มก้มลงมองเธอ ในแววตามีรอยยิ้มอ่อนโยนที่เหมือนถูกบดขยี้จนแตกละเอียด“หนาวหรือ?”“เปล่าหรอก แค่อยากรู้ว่าทำไมคุณอาสองถึงได้ใจกว้างขนาดนั้น?”ความอดทนอดกลั้นที่ฮั่วหมิ่นมีต่อจวีเยี่ยฝานนั้นนับว่ามากเกินพอดีไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เธอเคยนอกใจจนมีลูกกับคนอื่นในสมัยก่อน หรือกระทั่งเรื่องที่เธอมาบีบบังคับให้เขาพาจวีหย่าเชี่ยนมาด้วย ฮั่วหมิ่นก็ดูเหมือนจะไม่โกรธเค
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 460

ก่อนหน้าวันงานแสดงอัญมณีของตระกูลฮั่วสวี่เพียวเพียวได้รับโทรศัพท์สายหนึ่งตอนที่รับสายทีแรก เธอได้ยินเสียงจากอีกฝั่งแล้วก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง“สวี่เพียวเพียว ฉันอันเหวินโม่ ฉันอยากจะนัดเจอเธอสักหน่อยน่ะ งานแสดงอัญมณีครั้งนี้บริษัทของเธอก็เข้าร่วมด้วยใช่ไหม? ถ้าเธอไม่มา เธอจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน”หัวใจของสวี่เพียวเพียวกระตุกวูบขึ้นมาทันทีอันเหวินโม่วางสายไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ตอบสวี่เพียวเพียวยืนถือโทรศัพท์อยู่ในโรงงาน ตอนแรกเธอตั้งใจจะไม่สนใจโทรศัพท์ของอันเหวินโม่ เพราะคิดว่าเป็นแค่การกลั่นแกล้งกันทว่าครู่ต่อมา สวี่เพียวเพียวก็ได้รับข้อความใหม่เมื่อกดเข้าไปดู เป็นรูปที่อันเหวินโม่ส่งมา เป็นรูปของผู้ชายคนหนึ่งที่มีไฝอยู่ที่คางสวี่เพียวเพียวขมวดคิ้วมุ่นทันทีเธอเรียกหว่านฉู่กวงเข้ามา “คนที่เคยติดต่อคุณ ใช่คนนี้หรือเปล่า?”หว่านฉู่กวงชะโงกหน้าเข้ามา หมายจะรับโทรศัพท์ไปดูให้ชัด แต่พอเห็นคราบน้ำมันเครื่องที่ติดมืออยู่ ก็นึกขึ้นได้ จึงเช็ดมือกับเสื้อผ้าก่อนจะถอยหลังกลับไป“ใช่ครับคนนี้แหละ สองสามวันนี้หลังจากกลับไปผมลองนึกทบทวนดูดี ๆ แล้ว หน้าตาแบบนี้ไม่ผิดครับ!”อารมณ
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
424344454647
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status