บททั้งหมดของ เจ้านายสายฟ้าแลบ: บทที่ 441 - บทที่ 450

462

บทที่ 441

ฮั่วจี้เซินชื่นชอบต้นแอปเปิล เขาก็เช่นกันทว่าในวัยเด็ก เขาไม่เคยได้รับโอกาสให้ครอบครองมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว และมาถึงตอนนี้ ก็ไม่มีใครคิดหยิบยื่นความปรารถนานั้นมาให้เขาเลยสักคนความขมขื่นที่ไร้จุดสิ้นสุดเอ่อล้นขึ้นมาในใจของฮั่วจี้รุ่ย เปลวไฟที่ลุกโชนออกมาจากส่วนลึกของจิตใจเผาไหม้หัวใจของเขาจนมอดไหม้ มันจุดชนวนความอิจฉาริษยาที่เขาพยายามซุกซ่อนเอาไว้ให้กระพือขึ้นอีกครั้งทำไมพี่ใหญ่ถึงมีสิทธิ์ครอบครองผู้หญิงที่แสนดีถึงเพียงนี้ในขณะที่ตัวเขากลับไม่มีอะไรเลยสักอย่างสายตาของฮั่วจี้รุ่ยทอดมองไปยังถนนเบื้องนอกสวน แอปเปิลลูกกลมมนลูกหนึ่งไม่รู้ว่าร่วงหล่นลงมาจากต้นตั้งแต่เมื่อไหร่ มันกลิ้งไปหยุดนิ่งอยู่ข้างทางเขาส่งสายตาหรี่มองครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปเก็บแอปเปิลลูกนั้นขึ้นมาพลันนึกคิดในใจว่า ไม่มีอะไรเลยอย่างนั้นหรือชีวิตเขายังไม่ถึงคราวอวสานเสียหน่อย ใครจะไปรู้ได้ว่าในอนาคต เขาจะไม่ได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาปรารถนาฮั่วจี้รุ่ยเดินจากไป ทิ้งให้หานรุ่ยที่ยังคงยืนอยู่ในสวนและเฝ้ามองต้นแอปเปิลต้นนั้นด้วยสายตาดูแคลนสวี่เพียวเพียวมีทรัพย์สินเงินทองมากมาย มีของล้ำค่า
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 442

เวลาหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับกระพริบตา ทันทีที่สวี่เพียวเพียวก้าวเท้ากลับถึงบ้าน พี่หม่าก็รีบเช็ดไม้เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้วตรงเข้ามาหา“คุณผู้หญิงคะ คุณสะใภ้สี่แวะมาที่นี่ และบอกว่าอยากพบคุณผู้หญิงค่ะ”“มาพบฉันด้วยเรื่องอะไรกัน?”สวี่เจินหลี่ที่นั่งขดตัวถักเสื้อไหมพรมอยู่บนโซฟาเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินบทสนทนา “เห็นเธอบอกว่าวันนั้นเผลอพูดจาไม่เข้าหูเข้าตาไปบ้าง เลยอยากจะมาเอ่ยปากขอโทษน่ะ”“มาขอโทษเนี่ยนะ?”ช่วงนี้ชีวิตของสวี่เพียวเพียววุ่นวายอยู่กับการทำงาน ออกบ้านแต่เช้ากว่าจะกลับถึงบ้านก็มืดค่ำเสียแล้ว จะได้พบหน้าฮั่วจี้เซินก็ล่วงเลยเข้าสู่ยามค่ำคืน แถมพอกลับมาถึงบ้านเหลียนฮว่าก็หลับปุ๋ยไปแล้วเมื่อได้ฟังคำบอกเล่าจากสวี่เจินหลี่ เธอก็เพิ่งกระจ่างถึงเหตุผลที่หลายวันมานี้หานรุ่ยมักจะแวะเวียนมาทุกวันซึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อน หานรุ่ยยังคงเข้าใจผิดคิดว่าสวี่เพียวเพียวจงใจหลบหน้าหานรุ่ยรอจนเก้อไปครึ่งค่อนวันก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา กว่าที่เธอจะยอมเชื่อแบบไม่เต็มใจนักว่าสวี่เพียวเพียวไม่ได้อยู่ที่บ้านจริง ๆ ก็ทำเอาเหนื่อยหน่ายไปไม่น้อยแต่วันนี้ พอสวี่เพียวเพียวกลับถึงบ้านเ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 443

หานรุ่ยเบ้ปากพลางเอ่ยถาม “หลังจากนี้พี่กับพี่ใหญ่ไม่คิดจะมีลูกด้วยกันอีกแล้วเหรอคะ?”น้ำเสียงนั้นเจือกระแสความตื่นเต้นอย่างน่าประหลาด สวี่เพียวเพียวปรายตาไปมองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจแกมเหลือเชื่อทุกครั้งที่หานรุ่ยอ้าปากพูด ความเป็นศัตรูที่พุ่งเป้ามายังเธอนั้นรุนแรงเสียจนต่อให้เป็นเหลียนฮว่า เด็กน้อยวัยเพียงสามขวบก็ยังสัมผัสได้หากจะบอกว่าเจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจ ให้ตายสวี่เพียวเพียวก็ไม่มีวันเชื่อ สวี่เพียวเพียวหลุบตาลง ใบหน้าเนียนซับสีเลือดฝาดราวกับขัดเขิน ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยท่าทีเอียงอาย “มีสิคะ พี่ใหญ่ของเธอยังขยันขันแข็งออกขนาดนั้น” เมื่อได้ยินดังนั้น สวี่เจินหลี่จึงรีบดึงมือพี่แม่บ้านหม่าให้ลุกขึ้นทันที “ในห้องฉันยังมีไหมพรมเหลืออยู่ม้วนหนึ่งช่วยฉันขึงหน่อยสิ ฉันว่าจะจัดระเบียบมันสักหน่อย” ไม่ใช่ว่าเธอรู้สึกว่าคำพูดของสวี่เพียวเพียวนั้นฟังดูไม่งามแต่อย่างใดเพราะอย่างไรเสียสวี่เพียวเพียวก็ปากคอเราะร้ายแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร หากวันใดลูกสาวของเธอเกิดสำรวมกิริยาขึ้นมา สวี่เจินหลี่คงรู้สึกไม่ชินเสียมากกว่าเพียงแต่เธอไม่อยากให้ตัวเธอและแม่บ้านหม่าอยู่เป็นก้างขวางคอขัดจังหวะ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 444

หานรุ่ยไม่เคยพบเคยเจอใครเหมือนสวี่เพียวเพียวมาก่อนเลยในชีวิตเธอเดาใจไม่ถูกจริง ๆ ว่าผู้หญิงคนนี้แกล้งโง่หรือว่าทึ่มทื่อไร้เดียงสาตามนั้นจริง ๆทว่าพอละสายตามาพินิจดวงหน้าของสวี่เพียวเพียวอย่างเต็มตาใบหน้าช่างมีผิวพรรณขาวกระจ่างใสและผุดผ่อง ยามที่เธอแหงนหน้าขึ้นมองมาเล็กน้อย แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลก็ตกกระทบลงบนปลายคางมน ไล้เฉดเป็นลำแสงนุ่มนวล และเมื่อเห็นหานรุ่ยกำลังจ้องมองตาไม่กะพริบ สวี่เพียวเพียวก็ยังอุตส่าห์แย้มยิ้มมุมปากส่งกลับมาให้ท่าทีนั้นช่างดูอบอุ่นอ่อนโยน ราวกับกำลังเอ่ยปากเอ็นดูเด็กน้อยอย่างไรอย่างนั้น“มีธุระอะไรอีกหรือเปล่า?”หานรุ่ยรู้สึกราวกับมีก้อนโทสะขุมใหญ่แล่นมาจุกแน่นอยู่ที่อกโบราณว่าไว้ ย่อมไม่ยื่นมือทุบตีคนที่ส่งยิ้มให้ต่อให้เธอจะถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจจนเย่อหยิ่งพองขนสักเพียงใด ก็ไร้ซึ่งข้ออ้างที่จะเหวี่ยงวีนใส่สวี่เพียวเพียวได้ในเวลานี้สุดท้ายจึงทำได้เพียงข่มความดื้อรั้นแล้วปั้นแต่งรอยยิ้มจอมปลอมขึ้นมาประดับใบหน้า“พี่สะใภ้ใหญ่คะ วันก่อนฉันพูดจาไม่เข้าหูจริง ๆ อารุ่ยบอกว่าฉันทำให้พี่โกรธ ก็เลยไล่ให้ฉันกลับไปทบทวนตัวเองที่บ้านเดิม พี่ช่วยพูดกับพี่ใ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 445

เธอบอกกับตัวเองในใจว่า จะไม่มีวันยอมให้มีพริกขี้หนูเพียงเม็ดเดียวมาทำข้าวต้มพังทั้งหม้อเป็นอันขาดหลังจากทิ้งถ้อยคำขู่แล้ว หานรุ่ยก็เชิดหน้าหมุนตัวเดินจากไปทันทีที่ถงซินเดินกลับมาหาทีมพี่เลี้ยงเสี่ยวเป่ยก็เอ่ยปากซักไซ้ขึ้นมาทันควัน “พี่ซิน คุณหนูหานเรียกพี่ไปคุยเรื่องอะไรเหรอคะ?”ก่อนหน้านี้ถงซินไม่เคยจับตาดูพฤติกรรมของเสี่ยวเป่ยเป็นพิเศษมาก่อนเธอคิดเพียงแค่ว่าอีกฝ่ายยังเป็นเด็กสาว การจะนึกสงสัยใคร่รู้ในเรื่องราวของตระกูลฮั่วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกทว่ามาบัดนี้ ความอยากรู้อยากเห็นของเสี่ยวเป่ยมันเริ่มแจ่มชัดจนเกินพอดีแจ่มชัดบาดตาเสียยิ่งกว่าคนอื่น ๆ ในทีมอย่างเห็นได้ชัดถงซินจึงปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมลง“เรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับคุณหนูไม่ต้องซักไซ้ และไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องเข้าไปก้าวก่าย หน้าที่ของพวกเราคือดูแลคุณหนูให้ดีก็พอ”เสี่ยวเป่ยขานรับในลำคอแผ่วเบาหลังจากนั้นเธอทอดสายตาไปทางเหลียนฮว่าแล้วเอ่ยปากขึ้นมาอีกระลอก “พี่ซินคะ พี่ว่าในอนาคตถ้าคุณผู้ชายมีลูกคนอื่น ๆ เพิ่มขึ้นมาอีก พวกเรายังจะได้อยู่ดูแลต่อไหมคะ?”ทันทีที่ได้ยินประโยคนี้ เธอกลับรู้สึกว่าบางทีเสี่ยวเป่ยอาจไม่ได
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 446

ทว่าในทีมพี่เลี้ยงนั้น เสี่ยวเป่ยกลับไม่ได้มีผลงานใดโดดเด่นนักหน้าที่ส่วนใหญ่ที่เธอรับผิดชอบมักเป็นเพียงงานสนับสนุนทั่วไป ไม่ว่างานของใครเธอก็สามารถเข้าไปช่วยหยิบจับเป็นลูกมือได้หมด หากจะเอ่ยให้ถูกต้อง เธอก็คือผู้ช่วยของสมาชิกอีกห้าคนที่เหลือนั่นเองเมื่อตระหนักได้ว่าตำแหน่งของเสี่ยวเป่ยในทีมไม่ได้มีความสลักสำคัญมากมาย สวี่เพียวเพียวก็พอจะประเมินและอ่านสถานการณ์ในใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง“หากเธอมั่นใจแล้ว ก็เปลี่ยนตัวออกเถอะ นี่เป็นเอกสิทธิ์ในการบริหารจัดการของเธออยู่แล้ว”เพราะอย่างไรเสีย ถงซินก็ดำรงฐานะเป็นถึงหัวหน้าทีมอันที่จริง การสับเปลี่ยนหมุนเวียนคนภายในทีมนั้น ถงซินสามารถใช้อำนาจตัดสินใจได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องคอยขอความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างในทุก ๆ เรื่องยิ่งไปกว่านั้น ยามที่สัมภาษณ์งานคราแรก ก็เป็นตัวเหลียนฮว่าเองที่นึกถูกชะตากับถงซินจึงได้เจาะจงเลือกทีมของเธอให้เข้ามาดูแลตั้งแต่แรกเริ่มถงซินรู้สึกตื้นตันและซาบซึ้งในน้ำใจของสวี่เพียวเพียวคุณผู้หญิงไม่ได้เอ่ยปากตำหนิ หรือแสดงท่าทีขุ่นเคืองรังเกียจเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังมอบความไว้วางใจและให้เกียรติเธอ“คุณผู้ห
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 447

“ไม่อย่างนั้นนายคิดว่าเธอใช้อะไรมัดใจฮั่วจี้เซินล่ะ? รูปร่างเย้ายวนขนาดนี้ ต่อให้เธอลงมือตบตีฉัน ฉันก็ยังยอมเลยให้ตายเถอะ”“คนหุ่นระดับนี้ลงมือตบตีนายน่ะหรือ นั่นมันการตบรางวัลชัด ๆ”ในตอนนั้นเอง สายตาของฮั่วจี้เซินตวัดปราดไปมองในทันที เขาจ้องเขม็งไปยังเจ้าของถ้อยคำพล่อย ๆ สองคนนั้น เมื่ออีกฝ่ายสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิต ก็พากันหุบปากฉับแล้วรีบสาวเท้าก้าวหนีไปอย่างรวดเร็วฮั่วจี้เซินไม่รอช้า ดึงสวี่เพียวเพียวหลบเข้าข้างทางทันทีเขาจัดการถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตนเองออก แล้วสวมทับให้เธอ พลางเอ่ยปากบ่น “ไม่ต้องมาวิ่งเป็นเพื่อนแล้ว เธอวิ่งช้าอืดอาด มีแต่จะทำให้เสียเวลาเปล่า ๆ นั่งรออยู่ตรงนี้แหละ”ทว่าอันที่จริง สวี่เพียวเพียวก็ไม่ได้มีแก่ใจคิดอยากจะวิ่งออกกำลังกายอยู่แล้วเธอเพียงแค่หาข้ออ้างเพื่อจะได้มาคอยอยู่เคียงข้างเขาพอเป็นพิธีเท่านั้นเมื่อเขาเอ่ยปากเปิดทางให้เช่นนี้ เธอจึงเดินไปหาที่นั่งตรงมุมหนึ่งอย่างสบายอกสบายใจ ก่อนจะหยิบแท็บเล็ตขึ้นมานั่งวาดภาพเล่นไปเรื่อยเปื่อยทว่าเพิ่งจะร่างโครงภาพคร่าว ๆ เสร็จไปได้เพียงไม่เท่าใด ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังอื้ออึงมาจากทางด้านหน้าขัดจังหวะข
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 448

วันต่อมาเสี่ยวเป่ยถูกถงซินไล่ออกและขับไล่ให้พ้นจากทีมในทันทีสมาชิกคนอื่น ๆ ในทีมต่างพากันตกตะลึงพรึงเพริดด้วยความงุนงงสับสนอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทว่าพอพวกลูกทีมพากันฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า เมื่อคืนนี้ถงซินก้าวเท้าเข้าไปในห้องพักของสวี่เพียวเพียวอยู่นานสองนานกว่าจะยอมผละออกมาทุกคนต่างก็ปักใจทึกทักเอาในทันทีว่านี่คงเป็นความประสงค์ของคุณผู้หญิงปกติคุณผู้หญิงเป็นคนนุ่มนวลอ่อนหวาน ไร้ซึ่งท่าทีคุกคามหรืออวดดีบารมีใด ๆ ใครเลยจะคาดคิดว่ายามที่เธอเลือกจะลงมือจริงกลับเด็ดขาดเฉียบคมถึงเพียงนี้วินาทีนั้น พวกพี่เลี้ยงอีกหลายคนต่างพากันใจหายวาบ พลางลอบคิดในใจว่า ต่อจากนี้ไปพวกตนจะต้องตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ในส่วนของตัวเองให้ดีที่สุดเพราะนายจ้างที่ทั้งใจดีและให้ผลตอบแทนสูงลิ่วถึงดุจตระกูลฮั่ว ใช่ว่าจะสามารถพบเจอได้ง่าย ๆ อีกแล้วในชีวิตนี้พวกเธอไม่ได้นึกสนใจใคร่รู้เลยสักนิดว่าเสี่ยวเป่ยไปก่อความผิดมหันต์อะไรมา รู้เพียงแค่ว่า ขนาดคุณผู้หญิงผู้แสนอ่อนโยนยังถึงขั้นฟิวส์ขาดออกมาได้ ความผิดนั้นย่อมต้องร้ายแรงเกินกว่าจะอภัยให้ได้อย่างแน่นอนเสี่ยวเป่ยเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นตระหนก “ฉันทำอะไรไม่ดีตรงไหนกั
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 449

ในเมื่อยามนี้คุณปู่ฮั่วอุตส่าห์ยอมเดินทางมาด้วยตนเอง มีหรือที่สวี่เพียวเพียวกับฮั่วจี้เซินจะไม่ยอมเชื่อฟัง และเข้ามาร่วมโต๊ะอาหารที่ตึกหลักแต่โดยดีหานรุ่ยแค่นเสียงหึในใจด้วยความลำพองเธอผุดลุกขึ้นยืนพลางชูแก้วไวน์ในมือขึ้นเล็กน้อย “พี่สะใภ้คะ มื้ออาหารครั้งก่อนฉันอาจจะพูดจาไม่เข้าหู ต้องขออภัยด้วยจริง ๆ ค่ะ ตอนนี้ฉันรู้ซึ้งถึงความผิดแล้ว พี่สะใภ้อย่าได้ถือสาหาความฉันเลยนะคะ”สวี่เพียวเพียวแสร้งทำสีหน้าประหลาดใจพลางอุทานขึ้น “อ้าว วันก่อนที่เธอมาขอโทษ ฉันก็ยกโทษให้เธอไปตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือจ๊ะ? ฉันไม่ได้โกรธเคืองอะไรเธอเลยนะ มิหนำซ้ำเมื่อเช้านี้ฉันยังอุตส่าห์ให้คนสนิทนำพายแอปเปิ้ลไปส่งให้พวกเธอด้วยซ้ำ แต่น้องสี่กลับบอกว่าเธอไม่ชอบทานแอปเปิ้ล ก็เลยให้คนนำกลับมาส่งคืนน่ะจ้ะ”หานรุ่ยถึงกับชะงักงันไปในทันทีเธอหันขวับไปมองฮั่วจี้รุ่ยตามสัญชาตญาณตัวเธอยังไม่ได้เฉียดกรายไปเหยียบที่ตึกเล็กฝั่งนั้นเลยด้วยซ้ำ อีกอย่าง เธอกับฮั่วจี้รุ่ยก็ไม่ได้สนิทชิดเชื้อถึงขั้นรู้ใจกันขนาดนั้น แล้วเขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเธอไม่ชอบทานแอปเปิ้ล?ทว่าฮั่วจี้รุ่ยกลับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “วันก่อนตอนอย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 450

บนโต๊ะอาหารพลันตกอยู่ในความเงียบงันชั่วอึดใจสวี่เพียวเพียวยกถ้วยซุปขึ้นจิบเบา ๆ อย่างใจเย็นทุกคราที่สมาชิกตระกูลฮั่วนั่งล้อมวงรับประทานอาหารกันพร้อมหน้าพร้อมตา มักจะมีเรื่องราวให้ชมเป็นความบันเทิงใจเสมอเธอจึงเลือกวางตัวเป็นบุคคลภายนอกอย่างสงบเสงี่ยมก่อนจะคีบกับข้าวให้เหลียนฮว่าพลางกระซิบให้เด็กน้อยค่อย ๆ ทานสายตาของคุณปู่ฮั่วที่เดิมทีกำลังจับจ้องอยู่ที่เหลียนฮว่า พอได้ยินคำรายงานของแม่บ้าน ความอยากอาหารก็มลายหายไปสิ้น“เขาจะมาคนเดียวก็มาไป แต่อย่าได้ริอ่านนำพาคนนอกเข้ามาในตระกูลฮั่วเด็ดขาด”แม่บ้านทำสีหน้าลำบากใจ “คุณชายรองมาถึงหน้าประตูแล้วค่ะ”เสียงของฮั่วหมิ่นดังแทรกผ่านเข้ามา“พ่อครับ อารุ่ยหมั้นหมายทั้งที ในฐานะพ่อก็ต้องกลับมาดูว่าที่ลูกสะใภ้เสียหน่อยสิ! พ่อจะมากีดกันผมแบบนี้ หากผมหันหลังเดินกลับไปจริง ๆ พ่อจะเสียใจเอาได้นะ!”คุณปู่ฮั่วถึงกับลมหายใจสะดุด ใบหน้าแดงก่ำจนแทบจะวูบหมดสติไปต่อหน้าต่อตาดีที่ฮั่วหงรีบลุกขึ้นไปตบหลังลูบหน้าอกให้คุณปู่ฮั่วได้ผ่อนคลาย“พ่อครับใจเย็น ๆ ก่อน ร่างกายสำคัญที่สุด จะไปโกรธเคืองใครให้ตัวเองต้องมาเป็นฝ่ายเสียเปรียบทำไมกัน”คุณปู่ฮ
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
424344454647
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status