ฮั่วจี้เซินพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเรียบเฉยเขารู้ดีแก่ใจอยู่แล้วคนจำพวกนี้ไม่ควรค่าแก่การเสียเวลาแม้แต่นิดเดียวสิ่งที่สำคัญและทรงคุณค่ามากกว่าไอ้สุนัขจนตรอกตัวนี้ คือผู้อยู่เบื้องหลังเบอร์โทรศัพท์เหล่านั้น และตัวอันเหวินโม่นั่นเองเมื่อก้าวขึ้นสู่รถ ฮั่วจี้เซินก็เอ่ยสั่งการ “ไปหาอันเหวินโม่”เซ่ามู่ตอบกลับด้วยท่าทีลังเล “เมื่อครู่คุณสวี่โทรมาถามว่าคุณจะกลับไปทานมื้อเย็นตอนไหนครับ”คืนวันสิ้นปีเช่นนี้ไม่ใช่วันที่เหมาะจะไปเยือนสถานพินิจเพื่อเผชิญหน้ากับผู้ต้องขังจริง ๆ ฮั่วจี้เซินถอนหายใจยาวพลางหลับตาลงเพื่อผ่อนคลายปมคิ้วที่ขมวดมุ่นอยู่บนใบหน้าให้ค่อย ๆ จางหายไปทีละน้อยซาลวี่เอินที่นั่งรถมาด้วยกันเอ่ยขึ้น “ไว้หลังปีใหม่ค่อยไปเถอะ คนไม่หนีไปไหนหรอก ปล่อยให้ยัยนั่นจมอยู่กับความหวาดกลัวไปสักสองสามวันเถอะ”หากไปตอนนี้ ก็ใช่ว่าจะได้ความจริงอะไรกลับมาในตอนนั้น ฮั่วจี้เซินเริ่มมองเห็นคำตอบลาง ๆ ในใจแล้วการไปหาอันเหวินโม่ในตอนนี้คงเป็นเพียงการพิสูจน์ข้อสันนิษฐานเท่านั้น หากปราศจากหลักฐานมัดตัว ต่อให้พูดอะไรไปก็อาจถูกตีความเป็นเพียงการใส่ร้ายเท่านั้นเขาพ่นลมหายใจออกช้า ๆ “กลับบ
Read more