All Chapters of เจ้านายสายฟ้าแลบ: Chapter 611 - Chapter 620

654 Chapters

บทที่ 611

ซูหว่านนวดขมับ “หนูไม่มีเงินพอจะซื้อบ้านหลังใหญ่ให้หรอกค่ะ ถ้าแม่มี ก็เชิญจัดการย้ายเองได้เลยค่ะ”“ไม่มีเงินงั้นเหรอ? แกเนี่ยนะไม่มีเงิน? ตอนนี้แกเป็นถึงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของกลุ่มบริษัทเลยนะ!”“หนูบอกว่าไม่มีก็คือไม่มีค่ะ มีธุระอะไรอีกไหมคะ?”ต่งเอ๋อเหม่ยขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “งั้นให้พวกเราจะย้ายไปอยู่กับแกเป็นไง? ครอบครัวจะได้อยู่กันพร้อมหน้า มีอะไรก็จะได้ช่วยเหลือดูแลกัน”“บ้านหนูน่ะเหรอคะ? บ้านหนูเล็กกว่าที่พวกคุณอยู่อีกค่ะ ถ้าพวกคุณสี่คนย้ายมาจะให้หนูจับมานอนเรียงเป็นชั้นเหมือนปาท่องโก๋หรือยังไงคะ?”บ้านของซูหว่านเป็นเพียงห้องชุดขนาดสองห้องนอนเล็ก ๆ เท่านั้น ทุกครั้งที่ซาลวี่เอินมาหา แค่ที่ยืนแทบจะไม่มีด้วยซ้ำ แล้วนี่ต่งเอ๋อเหม่ยกับคนอื่น ๆ ในครอบครัวยังคิดจะแห่กันมาอีกงั้นเหรอ?ต่งเอ๋อเหม่ยไม่ยอมเชื่อ“แกจะไปอยู่บ้านรูหนูขนาดนั้นได้ยังไง? ต่อให้แกยอม แต่คุณชายเล็กซาจะยอมเรอะ?”“หนูกับเขา... เราเลิกกันแล้วค่ะ และหนูจะอยู่ที่ไหน มันก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับเขา”ทันใดนั้น ต่งเอ๋อเหม่ยก็แผดเสียงลั่น“เลิกกันแล้ว?! ซูหว่าน แกพูดว่าอะไรนะ? ทำไมแกถึงกล้าไปเลิกกับคุณชายเล็กซา? แกคิดว่าหลั
Read more

บทที่ 612

เวลาดึกดื่นค่อนคืนแล้วหรือว่าจะเป็นต่งเอ๋อเหม่ยกับครอบครัวที่บุกมาถึงที่นี่กลางดึก?แต่เป็นไปไม่ได้ ตอนที่เธอซื้อบ้านหลังนี้ไว้ ต่งเอ๋อเหม่ยกับคนอื่น ๆ ยังไม่เคยมาที่นี่มาก่อนซูหว่านลุกขึ้นจากเตียง เธอไม่ได้สวมรองเท้าแล้วเดินตรงไปยังหน้าประตู ก่อนจะชะโงกมองผ่านกล้องกริ่งประตูอัจฉริยะภาพบนหน้าจอปรากฏใบหน้าที่แสนคุ้นเคยซูหว่านรีบเปิดประตูออกทันที กลิ่นสุราฉุนกึกโชยมาปะทะเข้าเต็มจมูกจนอบอวลไปทั่วร่างซูหว่านชายหนุ่มร่างสูงโปร่งโถมตัวเข้าใส่เธอทันที ก่อนจะทิ้งน้ำหนักลงมาในอ้อมกอดของเธอต่งอีโอวที่ยืนอยู่ด้านหลังเกาหัวแกรก “พี่หกเมามากครับ เขาเอาแต่เพ้อว่าจะมาที่นี่ให้ได้ ผมเลยพามาส่ง ตอนแรกนึกว่าเขาจะเมาจนจำอะไรไม่ได้ พูดที่อยู่มั่ว ๆ ซะอีกครับ”เมื่อเห็นว่าเป็นซูหว่าน ต่งอีโอวก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก“ส่งคนถึงที่เรียบร้อยแล้ว งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”ยังไม่ทันที่ซูหว่านจะได้เอ่ยปากถาม เขาก็หมุนตัวเดินจากไปแล้ว แถมยังอุตส่าห์ช่วยซูหว่านปิดประตูซะด้วยในชั่วพริบตา ทั้งห้องก็เหลือเพียงร่างชายหนุ่มที่แผ่กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งกำลังทาบทับอยู่บนร่างของซูหว่าน พร้อมกับอ้อมแข
Read more

บทที่ 613

“อืม พี่เมาจริง ๆ นั่นแหละ แต่ถ้าเกิดว่าพี่มีสติอยู่ล่ะก็ พี่ไม่มีวันเดินมาหาเธอแน่”“ทำไมคะ?”ซาลวี่เอินเงยหน้าขึ้นมองเธอ ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้หางตาคมคู่นั้นขึ้นสีแดงระเรื่อ เขามองจ้องซูหว่านด้วยนัยน์ตาฉ่ำวาวที่ดูเว้าวอน“เห็นพี่หน้าด้านเหรอ?”ยังไม่ทันที่ซูหว่านจะได้เอ่ยปาก เขาก็พึมพำตอบตัวเองขึ้นมาเบา ๆ “พี่มันก็แค่คนหน้าไม่อายคนหนึ่งเท่านั้นแหละ”ทำเอาซูหว่านถึงกับหลุดขำออกมาเบา ๆ ในสภาพที่คนหนึ่งยืนอีกคนหนึ่งนั่ง แถมเธอยังถูกอ้อมแขนแข็งแกร่งพันธนาการไว้แน่น ไม่ใช่ท่าทางที่น่าสบายตัวเลยสักนิด“พี่ปล่อยฉันเถอะค่ะ”“ไม่ปล่อย ถ้าปล่อยเดี๋ยวเธอก็บินหนีไปหรอก”ซูหว่านทำหน้าหน่ายใจ “...”เธอไม่ใช่ผีเสื้อเสียหน่อย จะบินหนีไปได้อย่างไร?นี่บ้านของเธอแท้ ๆ ต่อให้คิดจะบินหนีไปจริง ๆ แล้วเธอจะไปที่ไหนกันล่ะ?เธอเองก็ช่างสรรหาเรื่องมาโต้เถียงกับคนเมาอยู่เรื่อย“ซาลวี่เอิน พี่ปล่อยฉันค่ะ”เพียงแค่ซูหว่านปรับน้ำเสียงให้ดูดุดันขึ้น ซาลวี่เอินก็เหมือนสัตว์ร้ายที่ถูกขัดใจ เขารีบปล่อยมือออกทันทีทว่าสายตาคมคู่นั้นกลับยังคงคอยจ้องมองซูหว่านไม่วางตา เธอขยับตัวเดินไปทางไหน สายตาเขาก็ติด
Read more

บทที่ 614

เขาเพิ่งจะตื่นนอนสายตายังคงดูงัวเงียและมึนเบลอไม่สร่างซาเขาอ้าปากเอ่ยถามเธอ “เมื่อกี้ถอนหายใจเรื่องอะไร?”ซูหว่านไม่ได้ตอบ แต่กลับยื่นมือไปลูบไล้ใบหน้าของซาลวี่เอินเบา ๆ “สร่างเมาหรือยังคะ?”“อืม ปวดหัวนิดหน่อย”อาการเมาค้างมักเป็นเช่นนี้ ปวดหัวตุบ ๆ คือเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อันที่จริงซาลวี่เอินถือว่าเป็นคนที่ยามเหล้าเข้าปากแล้วไม่เคยมีพฤติกรรมโวยวายใด ๆ เวลาเมาเขามักจะมีอาการพูดจาไร้สาระและเอาแต่ตามตื๊ออ้อนเธอราวกับเด็ก ๆ เท่านั้นซูหว่านพยายามจะขยับตัวลุกขึ้น แต่กลับถูกซาลวี่เอินกดไหล่ไว้“ถอนหายใจเรื่องอะไร?”เขาถามย้ำอีกรอบด้วยน้ำเสียงที่คาดคั้น ราวกับว่าถ้าไม่ได้คำตอบที่พึงพอใจ ก็จะไม่มีวันปล่อยเธอไปง่าย ๆ ด้วยความดื้อรั้นและเอาแต่ใจของเขาซูหว่านถูกวงแขนแข็งแรงกักขังเอาไว้ เธอรู้สึกว่าการต้องมาเปิดอกคุยกันในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักแต่ในเมื่อเขาไม่ยอมลดละ เธอก็จำต้องพูดออกมาตรง ๆ “ฉันแค่รู้สึกว่า ฉันกับพี่ เราไม่เหมาะกันค่ะ”“ไม่เหมาะตรงไหน?”ซูหว่านขยับตัวซุกเข้าหาตำแหน่งที่สบายที่สุดในอ้อมกอดของซาลวี่เอิน ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเปิดเผย “ฉันไม่สา
Read more

บทที่ 615

เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันเช่นนี้ ความอึดอัดขุ่นมัวที่ค้างคาอยู่ในใจของซาลวี่เอินพลันมลายหายไปเขาเอ่ยเสียงอู้อี้ “หว่านหว่าน เธอเปลี่ยนไปมากเลยนะ”จากที่เคยขี้ขลาด กลับกลายเป็นคนตรงไปตรงมาและเปิดเผยเช่นในตอนนี้ซาลวี่เอินเองก็บอกไม่ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเรื่องดีหรือไม่ แต่เขารู้เพียงว่าไม่ว่าจะเป็นซูหว่านคนไหน เขาก็ยังคงเป็นเขาที่หลงรักเธออยู่ดีซูหว่านดันร่างเขาเบา ๆ “ฉันต้องลุกไปทำงานแล้วค่ะ พี่... พี่ไปอาบน้ำเย็นอีกสักรอบไหมคะ?”การกอดกันแนบชิดเช่นนี้ ทำให้สัมผัสทุกอย่างจากร่างกายของอีกฝ่ายชัดเจนขึ้นซาลวี่เอินรับคำสั้น ๆ ในลำคอ เขาตั้งท่าจะขยับเข้าไปจูบซูหว่าน แต่ก็ถูกเธอผลักออกมาเสียก่อนเขาเบิกตากว้างขึ้นทันที ราวกับจะประท้วงเธอ“เมื่อกี้ก็ตกลงจะคืนดีกันแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมตอนนี้แค่จูบยังไม่ให้จูบอีก? พี่ก็ไม่ได้จะทำอะไรสักหน่อย นี่เธอคิดจะหลอกพี่เหรอ พอพี่กลับไปก็จะบล็อกอีกใช่ไหม?”“ไม่ใช่นะคะ” ซูหว่านลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เธอก็ยังก้าวข้ามความประหม่าในใจไม่ได้อยู่ดี “พวกเรายังไม่ได้แปรงฟันกันเลยค่ะ”ซาลวี่เอินถึงกับไปไม่เป็นและต้องพ่ายแพ้ไปโดยปริยายหลังจากล้างหน้า
Read more

บทที่ 616

คอลเลกชันใหม่สวนอีเดนของแบรนด์ àl'aube ได้เปิดตัวอย่างราบรื่นงานแถลงข่าวจัดขึ้น ณ โรงงานแห่งใหม่สวี่เพียวเพียวปรากฏตัวในชุดเดรสผ้ากำมะหยี่สีแดงสด สวมทับด้วยผ้าคลุมไหล่ผืนเล็กสีดำ รองเท้าส้นสูงสีดำคู่สวยช่วยเสริมลุคให้เธอดูสง่างามอย่างมีระดับบนผ้าคลุมไหล่นั้นกลัดด้วยเข็มกลัดทับทิมรูปต้นแอปเปิล ซึ่งเป็นดีไซน์ชิ้นเอกที่เป็นหัวใจสำคัญของคอลเลกชันสวนอีเดนนี้แบรนด์เครื่องประดับทุกแบรนด์เมื่อมีสินค้าใหม่มักจะทุ่มงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ เดิมทีสวี่เพียวเพียวเองก็ยังรู้สึกกังวลเรื่องการโปรโมตอยู่ไม่น้อยทว่าเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่กลับทำให้เธอประหยัดงบในการประชาสัมพันธ์คอลเลกชันสวนอีเดนไปเพราะในขณะที่เกิดไฟไหม้และระเบิดขึ้นที่โรงงาน บังเอิญเหลือเกินที่กองถ่ายภาพยนตร์กองหนึ่งกำลังถ่ายทำฉากระเบิดอยู่ห่างออกไปเพียงสิบกิโลเมตรพอดีในตอนนั้น ทีมงานกองถ่ายต่างพากันเข้าใจผิด คิดว่าทีมพร็อพสร้างเอฟเฟกต์ได้สมจริงถึงขั้นมีนักแสดงบางคนโพสต์ชื่นชมผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว และตั้งใจจะใช้เรื่องนี้เป็นประเด็นในการโปรโมตภาพยนตร์ด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายกลับต้องหน้าแตกเมื่อพบว่าทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องเข้าใจ
Read more

บทที่ 617

ในยามที่ความรักยังมาไม่ถึง ก็ต้องอนุญาตให้ตัวเองตั้งตารอคอยมันอยู่เสมอเปรียบเช่นเดียวกับตัวเธอเอง ก่อนที่จะได้พบกับสวี่เพียวเพียว เธอก็ไม่เคยกล้าเชื่อมาก่อนเลยว่าตนเองจะสามารถประกอบอาชีพด้านการออกแบบเครื่องประดับบางที ความรู้สึกนึกคิดในด้านลบหรือท่าทีที่เป็นปฏิปักษ์ต่อความรักที่เธอเคยยึดถือมาโดยตลอด วันหนึ่งอาจมีโอกาสได้ผลิใบอ่อน และเติบโตอย่างงดงามท่ามกลางแสงแดดในฤดูใบไม้ผลิก็เป็นได้สวี่เพียวเพียวเอ่ยขึ้น “นอกจากนี้ เรากำลังจะเปิดตัวแบรนด์ลูกในเครือของเรา โดยผู้รับหน้าที่ออกแบบยังคงเป็นผู้อำนวยฮั่วเช่นเคยค่ะ”แนวโน้มการเติบโตของ àl'aube ในขณะนี้ถือว่าแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยพลัง แม้จะต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ แต่พวกเขาก็สามารถฟื้นตัวและกลับมายืนหยัดได้อย่างมั่นคงในเวลาอันรวดเร็วการเปิดตัวแบรนด์ลูกในเวลานี้นับเป็นการตัดสินใจที่สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ แต่ก็สร้างความประหลาดใจให้แก่สื่อมวลชนที่มาร่วมงานไม่น้อยพึงรู้ไว้ว่าการบริหารแบรนด์เครื่องประดับระดับไฮเอนด์ที่มีตำแหน่งทางการตลาดสูงส่งอย่าง àl'aube แถมยังมียอดขายที่พุ่งสูงจนน่าเหลือเชื่อนั้น ต้องอาศัยพลังงานและทุ่มเทความพยายา
Read more

บทที่ 618

สวี่เพียวเพียวหัวเราะเบา ๆ “เธอลองคิดดูสิว่า ฉันกับฮั่วจี้เซินมีนิสัยเข้ากันได้หรือเปล่า?”ซูหว่านชะงักไป ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้าอย่างจริงจัง“คุณฮั่วเป็นผู้ชายที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบมาในชีวิตนี้เลยค่ะ แต่คุณกลับเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุดที่ฉันเคยรู้จัก”ภาพจำที่ฮั่วจี้เซินฝังไว้ในใจของซูหว่านนั้นสร้างบาดแผลทางจิตใจไว้รุนแรงเกินไปสมัยเรียนมัธยมปลาย เป็นเวลานานมากที่เวลาหลับตาลง ซูหว่านจะเห็นภาพหยดเลือดที่กระเซ็นลงบนนัยน์ตาของฮั่วจี้เซิน ภาพที่เขามีสีหน้าเรียบเฉย ราวกับว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลยทั้งความเย็นชา ความห่างเหิน และความตายที่เงียบงันทุกความรู้สึกเหล่านั้นเมื่อรวมกันเข้า มันได้สร้างแรงสั่นสะเทือนอันรุนแรงอย่างไม่มีที่สิ้นสุดแม้แต่ในตอนนี้ที่ซูหว่านเติบโตขึ้นและเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนแล้ว แต่ทุกครั้งที่ได้พบกับฮั่วจี้เซิน ร่างกายของเธอก็ยังคงสั่นสะท้านขึ้นมาโดยอัตโนมัติแต่กับสวี่เพียวเพียวแตกต่างออกไปเธอเฟลนลี่ มีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยความทรหดแต่ก็แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนแม้กระทั่งกับซูหว่านที่เกือบจะได้หมั้
Read more

บทที่ 619

อกของอีกฝ่ายแข็งราวกับทำมาจากเหล็กกล้า แรงปะทะทำให้ฮั่วสวินเจินถึงกับร้องเสียงหลงออกมา “โอ๊ย!”“ขอโทษครับ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?”“นี่คุณเดินไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือเลยหรือไง คุณ... เอ๊ะ คุณนี่เอง?”พอเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเหลียงเจียเหยียนกำลังยืนนิ่ง สวมเสื้อแจ็กเกตแบบเจ้าหน้าที่ดูภูมิฐาน เขามองฮั่วสวินเจินด้วยสีหน้าเรียบเฉย“ขอโทษทีครับ ผมชนคุณหรือเปล่าครับ?”“ไม่เป็นไรค่ะ แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่คะ?”เหลียงเจียเหยียนชี้ไปทางร้านค้าต่าง ๆ และกลุ่มเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ที่กำลังจดบันทึกข้อมูลของแต่ละร้านอยู่ “ทางสำนักงานอุตสาหกรรมฯ มาลงทะเบียนตรวจสอบน่ะครับ ผมเลยมาดูแลความเรียบร้อยด้วย”ถึงอย่างไรตลาดค้าส่งทองคำแห่งนี้ก็ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่ขึ้นตรงกับหมู่บ้านของเขา แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในความดูแลของทางหมู่บ้านโดยตรงเพราะเป็นหน่วยงานระดับเมืองที่เป็นผู้จัดการก็ตามฮั่วสวินเจินนวดข้อมือตัวเองเบา ๆ “คุณคุ้นเคยกับทองคำแถวนี้ดีใช่ไหมคะ?”“ก็พอสมควรครับ แต่ทำไมคุณถึงมาซื้อของที่นี่ได้ล่ะ?”ไม่แปลกใจเลยที่เหลียงเจียเหยียนจะรู้สึกประหลาดใจเพราะในฐานะคุณหนูห้าแห่งตระกูลฮ
Read more

บทที่ 620

ไม่แปลกใจเลยที่ฮั่วสวินเจินจะตกตะลึงเพราะแม้แต่เหลียงเจียเหยียนเอง ในวินาทีที่เห็นข้อความนั้น เขาก็พลันปฏิเสธเขาสรรหาข้ออ้างสารพัดเพื่อจะบ่ายเบี่ยง แต่ทุกคำพูดกลับถูกแม่เหลียงโต้กลับด้วยประโยคเรียบเฉยว่า“ก็แค่กินข้าวด้วยกันมื้อเดียว หากคุณหนูฮั่วไม่สะดวก แม่ก็จะให้ลูกสาวลุงหลี่มาทานข้าวที่บ้านเราแทน”แม่เหลียงเคยเห็นรูปถ่ายของฮั่วสวินเจินมาบ้าง แต่ท่านกลับปักใจเชื่อว่าเป็นเพียงภาพที่ลูกชายกุขึ้นมาหลอกตนเท่านั้นเพราะคนระดับคุณหนูฮั่วจะมีเหตุผลอะไรให้พึงใจในคนทื่อมะลื่อหัวโบราณอย่างลูกชายเธอกันเล่า?ผิดกับลูกสาวลุงหลี่ที่แสดงท่าทีชัดเจนเสมอว่ามีใจให้เหลียงเจียเหยียนแม่เหลียงจึงตัดสินใจเดินหน้าจัดแจงนัดหมายหวังให้พบหน้ากันก่อนหากเป็นเรื่องจริงก็ถือเป็นโอกาสสานสัมพันธ์แต่หากไม่ใช่ ก็ตั้งใจจะผลักดันให้เขาลงเอยกับลูกสาวตระกูลหลี่สรุปสั้น ๆ คือ ก่อนที่เขาจะอายุครบสามสิบปี เรื่องสำคัญในชีวิตนี้จะต้องถูกจัดการให้เรียบร้อยฮั่วสวินเจินก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว“คุณจะบอกว่าฉันติดธุระไปไม่ได้หรือไง?”“ทางบ้านไม่เชื่อครับ แต่ถ้าคราวหน้าฝั่งบ้านคุณมีงานเลี้ยง ผมจะไปปรากฏตัวให้”นั
Read more
PREV
1
...
6061626364
...
66
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status