บททั้งหมดของ ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด: บทที่ 241 - บทที่ 250

390

บทที่ 241

ด้ายทองจากเส้นไหมชั้นเลิศ แม้จะดูเก่าคร่ำคร่า แต่กลับสะอาดยิ่งนัก พอจะมองออกว่าเจ้าของได้ดูแลรักษามันเป็นอย่างดีหญิงชรายื่นถุงผ้าให้เซิ่งจือหว่าน “ยามนี้ บ่าวขอมอบมันให้คุณหนูน้อยเจ้าค่ะ!”เซิ่งจือหว่านนิ้วมือสั่นเทาเล็กน้อยถุงผ้าใบนั้นเบายิ่งนัก ทว่ากลับรู้สึกหนักอึ้งราวกับถ่วงมือของนางจนเจ็บแปลบหากนางเป็นคนของตระกูลถังจริง ๆ...เหตุใดตระกูลถังจึงถูกฆ่าล้างตระกูลแล้วคุณหนูสกุลถัง เหตุใดหลังจากตระกูลถังถูกฆ่าล้างตระกูลถึงกลายมาเป็นนางกำนัล?หรือว่า ฐานะนางกำนัลจะเป็นเพียงฉากบังหน้า แท้จริงแล้วนางมิได้เกิดจากนางกำนัลเซิ่งจือหว่านในหัวมีความคิดมากมายจนจับต้นชนปลายไม่ถูก“คุณหนูน้อย” ในเวลานี้สายตาของหญิงชรามองไปทางนอกประตู “ซืออวี้... เดิมทีเขาเป็นบุตรบุญธรรมที่บ่าวรับมาเลี้ยงดูเพื่อคุณหนู หากคุณหนูน้อยเต็มใจ โปรดชะ...ช่วยดูแลเขาแทนบ่าวด้วย...”เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของนางพลันคลายออกเซิ่งจือหว่านรู้ดีว่า นางกำลังจะสิ้นใจแล้วบางทีเป็นเพราะภายในห้องอุดอู้เกินไป หรือเป็นเพราะได้รับรู้ความลับอันยิ่งใหญ่เมื่อครู่ ทว่ายังไม่ทันได้สืบหาความจริง อีกฝ่ายก็กำลัง
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 242

“หืม?”“คุณหนูรองแห่งจวนกั๋วกงจะกลับถึงเมืองหลวงในวันนี้แล้ว”ฉีเฟยหรุ่ยงั้นหรือ?เซิ่งจือหว่านขมวดคิ้ว ดูท่าจวนกั๋วกงคงจะต้องเผชิญกับพายุคาวเลือดอีกระลอกเป็นแน่ ทว่า เรื่องเหล่านี้ยังไม่เกี่ยวข้องกับนางชั่วคราวเซิ่งจือหว่านมองไปยังซางสิงอวี้ “ตระกูลถังแห่งหลินโจว เจ้าเคยได้ยินบ้างหรือไม่?”ซางสิงอวี้นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้านั่นสิ... ถึงแม้จะเป็นเรื่องจริง แต่นั่นก็เป็นเรื่องเมื่อสิบกว่าปีก่อน ซางสิงอวี้จะรู้ได้อย่างไร?“องค์หญิงทรงสนใจตระกูลถังนี้หรือ? ข้าน้อยลองไปสืบดูให้องค์หญิงได้” ซางสิงอวี้ถามพร้อมกับยิ้มเซิ่งจือหว่านหลุบตาลง และมองไปยังเขา “เรื่องนี้อันตรายยิ่งนัก บางทีอาจพัวพันถึงความลับของราชวงศ์ คุณชายรองซางถือเสียว่าไม่ได้ยินสิ่งที่เราพูดเมื่อครู่เถิด”ขณะที่นางเอ่ย ก็เบือนสายตาไปทางอื่นแล้วยกชาขึ้นจิบซางสิงอวี้จ้องมองนางนิ่ง ๆ โดยไม่เอ่ยสิ่งใดภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ...ผ่านไปนาน ซางสิงอวี้พลันถอนหายใจออกมา “องค์หญิงทรงมั่นใจแล้วว่าข้าน้อยจะต้องรับปากใช่หรือไม่?”ทั้งที่อยากให้เขาไปสืบหาแท้ ๆ แต่กลับไม่เอ่ยออกมาตรง ๆ จะไม่ยอมติดค้า
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 243

ตั้งแต่โบราณจนถึงตอนนี้ การบรรเทาทุกข์ถือเป็นงานที่ยากลำบากราชสำนักไม่สามารถจัดหาฝ้ายและเสบียงให้ได้ ต่อให้มีการเบิกจ่ายเงินลงไป ทว่าพอผ่านการยักยอกต่อกันเป็นทอด ๆ ก็จะเหลือถึงมือราษฎรผู้ประสบภัยจริง ๆ สักเท่าใด?ยิ่งไปกว่านั้น ยามนี้แม้แต่เงินในคลังหลวงก็ยังไม่มี แล้วจะเอาสิ่งใดไปบรรเทาทุกข์? ซ้ำยังจะมีผู้ใดกล้าอาสาไปทำอีก?ผู้ประสบภัยในครั้งนี้มิใช่เพียงแค่หนึ่งอำเภอหรือหนึ่งเมือง แต่เป็นสี่หัวเมืองใหญ่ของม่อเป่ย!ภายในตำหนักจื่อเซิ่งไม่มีผู้ใดกล้าปริปากฉีซูเซี่ยนก้มหน้าลงต่ำภัยหนาวที่ม่อเป่ย ฝันบอกเหตุล่วงหน้าของเมิ่งยางกลายเป็นจริงเข้าแล้ว!เช่นนั้นฝันบอกเหตุล่วงหน้าอีกเรื่องหนึ่งของนางที่ว่า ในภายภาคหน้าองค์ชายสามจะได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้องค์ใหม่แห่งแคว้นเซิ่ง ก็ต้องเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน!ตนเองติดตามองค์ชายสามมาตั้งแต่แรก ความดีความชอบในการสนับสนุนให้เขาขึ้นสู่บัลลังก์ ยามนี้ถือว่าสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง! ขอเพียงอาศัยช่วงภัยหนาวที่ม่อเป่ยนี้รวบรวมเงินทองที่จำเป็นให้องค์ชายสามได้...ภายในใจของฉีซูเซี่ยนยากจะเก็บซ่อนความตื่นเต้นและความทะเยอทะยานเอาไว้ได้เซิ่งจือหว่านทูลข
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 244

แม่นมหวังเข้าใจความหมายแฝงนั้นได้ทันทีนั่นคือจะหักแขนหักขาก็ไม่เป็นไร ขอแค่คนยังมีชีวิตอยู่ เหลือลมหายใจไว้สักเฮือกก็เป็นอันใช้ได้แม่นมหวังรับคำแล้วถอยออกไปหลังจากตู้อี้จือเสร็จธุระที่ร้านเซิ่งซื่อและกำลังจะกลับเรือน ระหว่างทางเขามองเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังควบม้าตรงดิ่งเข้ามาแต่ไกลม้าสิบกว่าตัวควบตะบึงมาอย่างบ้าคลั่งบนถนนที่เพิ่งกวาดหิมะออกจนโล่ง ม้าตัวหน้าสุดเห็นชัดว่ากำลังพุ่งตรงมายังตู้อี้จือ จนเด็กรับใช้หน้าดำต้องรีบดึงตัวเขาหลบออกไปทันทีทว่าหลบม้าตัวแรกพ้น กลับยังมีตัวที่สองตามมากีบม้าพุ่งมาหมายจะเหยียบลงบนใบหน้าของตู้อี้จือ เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ทว่าก็จดจำคนที่อยู่บนหลังม้าได้“อาเจี่ยน ตัดหัวม้า!” สิ้นเสียงคำสั่งเด็กรับใช้ที่ดูหน้าตาธรรมดาเมื่อครู่ จู่ ๆ ก็ชักกระบี่ออกมาจากด้านหลัง—ไร้ความลังเล! รวดเร็วและเฉียบขาด!กระทั่งเสียงร้องโหยหวนก็ยังไม่มี หัวม้าขนาดใหญ่ลอยคว้างขึ้นไปท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายเต็มท้องฟ้าโลหิตสีแดงฉาน สาดกระเซ็นไปพร้อมกับเกล็ดหิมะสีขาวส่วนคนที่นั่งอยู่บนหลังม้ากำลังลอยขึ้นสูงไปกลางอากาศตามตัวม้า และได้เห็นหัวม้าตัวโปรดของตนลอยกระเด็นไป!“เฟ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 245

เจียงหมางถูกริบความดีความชอบทางทหาร เพราะแอบส่งจดหมายแทนเมิ่งยาง ยามนี้เขาจึงมาทำงานรับใช้ข้างกายฉีซูเซี่ยน และครั้งนี้เขาก็เป็นผู้รับผิดชอบในการขนส่งฝ้ายทว่าผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจแท้จริง กลับเป็นชายวัยกลางคนนามว่าหลินอี้ตั้งแต่เมื่อวานที่มาถึงจี้โจว ท่านหลินก็สั่งให้พวกเขาออกไปสืบข่าววันละสามเวลาราคาฝ้ายในจี้โจวพุ่งสูงถึงสี่ร้อยห้าสิบอีแปะแล้ว...เจียงหมางยังได้เห็นศพของผู้คนที่หนาวตายถูกหามออกมาด้วยตาตนเองท่านซื่อจื่อมิได้กล่าวไว้หรอกหรือว่า ที่เขากักตุนฝ้ายไว้ก็เพื่อไม่ให้ชาวบ้านอยู่ในสภาพแม้มีเงินก็หาซื้อฝ้ายไม่ได้? แล้วเหตุใดในยามนี้ถึงยังไม่ยอมนำฝ้ายออกมาเสียที?เจียงหมางอยากไปสอบถามท่านหลิน ทว่าท่านหลินไม่เหมือนกับท่านซื่อจื่อ เขาไม่มีความอดทนพอที่จะมานั่งอธิบายให้คนหยาบช้าไร้การศึกษาอย่างตนฟัง เจียงหมางจึงทำได้เพียงเก็บงำความสงสัยเหล่านี้ไว้ในใจณ จวนสกุลตู้ตู้เฉิงล้มป่วยลงการได้เห็นม้าตัวโปรดถูกตัดหัวต่อหน้าต่อตา ท่ามกลางหิมะที่หนาวเหน็บ บวกกับถูกตู้อี้จือข่มขวัญ พอตู้เฉิงกลับถึงจวนเขาก็ล้มป่วยเป็นไข้ทันทีตัวคนนอนเพ้อไม่ได้สติอยู่บนเตียงประเดี๋ยวก็ขบเขี้ยวเคี
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 246

ชายหนุ่มอ้าปาก กำลังคิดจะถามลูกจ้างในร้าน ทว่าฝ่ายนั้นกลับยิ้มเย้ยหยัน “จะโทษก็ต้องโทษที่ปีนี้อากาศย่ำแย่ แถบม่อเป่ยหนาวจัด มิใช่แค่จี้โจวของเรา ยังมีอี้โจว เซิ่งโจว และหล่างโจวที่อยู่ข้างเคียง ทุกเส้นทางสัญจรทางน้ำกลายเป็นน้ำแข็งไปหมดแล้ว พวกเจ้าไม่ซื้อ คนที่อยากจะซื้อยังมีอีกเยอะ!”“ชั่งละสองตำลึง! ใครจะซื้อก็ไปเข้าแถว ใครไม่ซื้อก็อย่ามาเกะกะขวางทาง!!”ชายหนุ่มยังยืนอึ้งอยู่กับที่ จากนั้นก็มีเสียงตุบดังขึ้นมาจากด้านหลังเขาหันไปมอง เห็นหญิงชราผู้หนึ่งทรุดลงนั่งบนพื้นหิมะที่แข็งตัว พร้อมกับริมฝีปากสั่น “สองตำลึง ต่อให้เลาะกระดูกทุกคนในบ้านออกมาขาย ก็ยังไม่พอเลย!”ชายหนุ่มอยากเข้าไปปลอบ และอยากช่วยพยุงนางขึ้นมาทว่าพอนึกถึงภรรยาและลูกที่ยังรออยู่ที่บ้าน เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ใบหน้า หยดน้ำตาที่เพิ่งไหลออกมาแข็งตัวจนติดอยู่ที่ขนตาสองตำลึง...เขาก็ต้องซื้อ!ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วไปรอเข้าแถวคนที่อยู่ด้านหน้ามีจำนวนมากเหลือเกิน ทว่าครู่ต่อมา ชายวัยกลางคนร่างท้วมสวมเสื้อผ้าหนาเตอะผู้หนึ่งก็วิ่งมาจากที่ไกล ๆ “ไม่ขายสองตำลึง! ไม่ขายสองตำลึงแล้ว!”แววตาของหญิงชราที่อยู่ด้านห
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 247

ไม่รอให้เจียงหมางเอ่ยปากพูดหลินอี้ก็สั่งให้คนปิดประตู และคอยเฝ้าอยู่ด้านนอก ไม่ให้ผู้ใดแอบฟัง จากนั้นจึงเอ่ยว่า “เรื่องแรก ท่านซื่อจื่อต้องการเงินสามแสนตำลึง! เรื่องที่สอง ช่วยชีวิตราษฎรในม่อเป่ยให้ได้มากที่สุด!”“งะ...เงินอะไรกัน?”เจียงหมางรู้สึกราวกับมีค้อนยักษ์ฟาดลงมาที่กลางศีรษะของเขา “เป็นไปไม่ได้! ที่ท่านซื่อจื่อให้ขนฝ้ายเหล่านี้มาก็เพื่อราษฎร จะทำเพื่อหาเงินได้อย่างไร?”“แน่นอนว่าทำเพื่อราษฎรอยู่แล้ว แต่ที่ต้องหาเงินก็เพื่อราษฎรเช่นกัน!” หลินอี้เอ่ยขัดเขาขึ้นมา“เจ้าก็รู้ดีว่าพวกเรามีฝ้ายอยู่เท่าใด ฝ้ายจำนวนเท่าเดิม ย่อมช่วยคนได้จำนวนเท่าเดิม ต่อให้เจ้าไม่ต้องกินไม่ต้องดื่ม แล้วพี่น้องคนอื่น ๆ ไม่ต้องกินไม่ต้องดื่มด้วยหรือ?”“ยิ่งไปกว่านั้น ท่านซื่อจื่อเป็นคนเช่นไรเจ้ากับข้าต่างรู้กันดี เขาต้องการเงิน ย่อมมิใช่เพื่อตัวเอง ไม่แน่ว่าในภายภาคหน้า เงินสามแสนตำลึงนี้อาจจะนำไปช่วยชีวิตคนได้มากกว่านี้!”เจียงหมางสบสายตากับหลินอี้ รู้สึกว่าตนเองไม่เข้าใจคนตรงหน้าเลยจริง ๆหลินอี้ค่อย ๆ หว่านล้อมอย่างใจเย็น “ยามเกิดภัยพิบัติมีที่ใดบ้างไม่มีคนตาย สิ่งที่พวกเราทำได้มีเพียงเท่านี้
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 248

ยิ่งไปกว่านั้นฝ้ายที่หาซื้อได้ในยามนี้ ไม่แน่ว่าปีหน้าก็อาจจะยิ่งไม่มีราคาฝ้ายมิใช่ของที่ต้องซื้อซ้ำอยู่ตลอด สถานการณ์เช่นนี้จึงเกิดขึ้นไม่บ่อยนักยามเจียงหมางและหลินอี้มาถึง สิ่งที่เห็นก็คือภาพเหตุการณ์เช่นนี้“ร้าน... อะไรนะ?” เจียงหมางมองไปที่ป้ายหน้าร้านหลินอี้หรี่ตาลง “ร้านเซิ่งซื่อ?”เจียงหมางชะงักไปครู่หนึ่ง คำนี้ดูเหมือนเคยได้ยินจากที่ใดมาก่อน?จริงด้วย!ดวงตาของเจียงหมางพลันเบิกกว้าง เป็นองค์หญิงชิ่งหนิง!นางเคยบอกว่าตนเองบริจาคเสบียงให้แก่ชายแดนในนามของโรงทานเซิ่งซื่อ...ยามนั้นเขาได้ยินแล้วก็มิได้เก็บมาใส่ใจ หากเป็นเรื่องจริง เหตุใดหวังไหวจือที่เดิมพันกับนางถึงไม่ยอมมาแจกจ่ายข้าวต้มเล่า?สตรีผู้หนึ่ง จะมีจิตใจกว้างขวางถึงเพียงนั้นได้อย่างไร? ปกติพวกนางมักจะคิดเล็กคิดน้อยอย่างบ้านเจ้าล้ำที่บ้านข้าไปเท่าใด หรือบ้านข้าใช้น้ำบ้านเจ้าไปเท่าใดเสียมากกว่า!ถึงต่อให้เป็นคนในราชวงศ์ อย่างมากก็แค่เปลี่ยนสิ่งที่คิดเล็กคิดน้อยนั้นเป็นของที่ล้ำค่ากว่าหน่อยเท่านั้นเองเรื่องบริจาคเสบียง... เขาไม่เชื่อเด็ดขาดแม่นางเมิ่งคือสตรีที่กล้าหาญและไม่ยึดติดกฎเกณฑ์ที่สุดเท่าที่เขาเคย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 249

ตู้อี้จือทำงานรับใช้ให้กับองค์หญิงแห่งราชวงศ์!บรรดาพ่อค้าฝ้ายรายใหญ่ต่างทำใจยอมรับได้ ซ้ำยังรู้สึกโล่งอกด้วยซ้ำพวกคนสูงศักดิ์ก็แบบนี้ มีทั้งเงินทองและฐานันดรศักดิ์ บางครั้งบางคราวก็นึกสนุกอยากจะได้ชื่อเสียงขึ้นมาบ้าง ก็แค่ความเมตตาเพียงน้อยนิด สุดท้ายราษฎรจะเป็นอย่างไรก็ยังคงเป็นอยู่อย่างนั้น ย่อมไม่อาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์โดยรวมได้ทว่าเมื่อเทียบกับพวกเขาแล้ว คนที่ไม่เต็มใจจะเชื่อที่สุดกลับเป็นคนสกุลตู้—ฮูหยินผู้เฒ่าตู้จ้องไปที่แม่นมหวังตาไม่กะพริบ “เจ้าบอกว่าเขาไปอาศัยพึ่งใบบุญองค์หญิงชิ่งหนิงอย่างนั้นหรือ?”“เจ้าค่ะ...” แม่นมหวังตอบอย่างระมัดระวังฮูหยินผู้เฒ่าตู้หลับตาลง ลูกประคำในมือก็หมุนอย่างรวดเร็วหากตู้อี้จือเป็นเพียงพ่อค้าธรรมดา ตระกูลตู้คงไม่แยแส แต่หากเขาทำงานรับใช้ให้องค์หญิงแห่งราชวงศ์ ตระกูลตู้ก็จำเป็นต้องยกระดับความสำคัญในตัวเขาให้สูงขึ้นกว่าเดิมมือที่หมุนลูกประคำของฮูหยินผู้เฒ่าพลันหยุดชะงัก นางลืมตาขึ้น มองไปทางแม่นมหวัง“ช่างเถิด แม้บิดาของเขาจะเคยทำเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล แต่ถึงอย่างไรเขาก็ใช้สกุลตู้ ในเมื่อกลับมาถึงจี้โจวแล้ว จะมีเหตุผลใด
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 250

แม่นมหวังยังคิดจะพูดบางอย่าง ก็ได้ยินเขาเอ่ยต่อ “ส่งแม่นมท่านนี้ออกไปด้วย ต่อไปอย่าได้ปล่อยพวกหมาพวกแมวที่ใดเข้ามาอีก”พวกหมาพวกแมวงั้นรึ?ใบหน้าแก่ชราของแม่นมหวังแดงก่ำด้วยความอับอาย ทั้งยังรู้สึกว่าคำพูดนี้ฟังดูคุ้นหูชอบกล แต่ในขณะนั้นนางก็ยังนึกไม่ออกนางอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าตู้มานานหลายปี เคยต้องทนกับความโมโหเช่นนี้ที่ใดกัน? ในตอนนั้นนางจึงแค่นเสียงหึออกมาหนึ่งที ก่อนจะขึ้นเกี้ยวกลับจวนสกุลตู้ก็แค่สุนัขรับใช้ข้างกายผู้สูงศักดิ์ คิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญมากนักหรือฮูหยินผู้เฒ่ายอมพบเขาก็เพราะเห็นแก่หน้าผู้สูงศักดิ์ที่อยู่เบื้องหลังเขา แต่เขากลับทำตัวเช่นนี้!แม่นมหวังถ่มน้ำลายหนึ่งที เมื่อกลับถึงจวนสกุลตู้ นางก็นำคำพูดของตู้อี้จือไปรายงานต่อฮูหยินผู้เฒ่าตู้ ซ้ำยังแต่งเรื่องเสริมความเข้าไปอีกฮูหยินผู้เฒ่าตู้ฟังจบก็นิ่งเงียบไปนานแม่นมหวังเอ่ยต่อ “นี่เขาคงจะแค้นฝังใจต่อสกุลตู้ และแค้นเคืองท่านอยู่ ไม่รู้จักคิดเสียบ้างว่าหากคราวนั้นท่านไม่เอ่ยปาก ทั้งครอบครัวพวกเขาจะมีชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้หรือ? ช่างเนรคุณเสียจริง!”ฮูหยินผู้เฒ่าตู้ยิ้มหยัน ตู้อี้จือคงจะคิดว่าตัวเองมีองค์หญ
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
2324252627
...
39
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status