All Chapters of ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา: Chapter 241 - Chapter 250

280 Chapters

บทที่ 241

เมื่อถึงวันที่ต้องไปจวนสกุลเสิ่น คนจากเรือนของป้าสะใภ้ใหญ่ก็มาเร่งเร้าให้จี้หานอีรีบแต่งตัวตั้งแต่เช้าตรู่ ประเดี๋ยวพอได้เวลาออกเดินทางก็จะได้ไปพร้อมกันจี้หานอีรู้ดีว่าวันนี้ตนเองไม่ใช่คนสำคัญ จึงไม่ได้ตั้งใจประทินโฉมมากนักอีกอย่าง เวลานี้นางเป็นสตรีที่ผ่านการหย่าร้างมาแล้ว การแต่งกายจึงควรดูเรียบง่ายสักหน่อย แม้ไม่ถึงขั้นต้องจืดชืดเจียมตัวเช่นสตรีม่าย แต่ก็ไม่เหมาะที่จะแต่งตัวฉูดฉาดเกินไปหลังจัดการตัวเองเสร็จ นางก็ไปเยี่ยมมารดา เมื่อเลิกม่านก้าวเข้าไปในห้อง ก็เห็นว่ายามนี้มารดาไม่ได้นอนอยู่บนเตียง หากแต่แต่งตัวเรียบร้อยและกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้จี้หานอีรีบเดินเข้าไปข้างกายมารดาทันทีนางกู้หันมองจี้หานอี แต่ก่อนนางคุ้นชินกับภาพจี้หานอีแต่งกายหรูหรายามกลับมาเยี่ยมบ้าน ทว่าบัดนี้เมื่อได้เห็นเรือนร่างที่ผ่ายผอมลงของบุตรสาว ซ้ำบนร่างยังสวมเพียงเสื้อตัวยาวคอกลมลายหรูอี้สีฟ้าอ่อน ความโศกเศร้าก็พลันตีรวนขึ้นมาในอกเสื้อผ้าบนร่างของจี้หานอีชุดนี้ เป็นชุดที่นางเคยสวมใส่สมัยยังเป็นดรุณีไม่ออกเรือน บัดนี้เวลาล่วงเลยมาสี่ห้าปี แม้จะเคยหยิบมาสวมใส่เพียงไม่กี่ครั้ง แต่ถึงอย่างไรก็ถูกเก็บทิ้
Read more

บทที่ 242

นางจางย่อมเคยพบหน้าเสิ่นซื่อมาแล้ว เหตุการณ์คราวนั้นที่เขาเดินผ่านฝูงชนเข้ามา แล้วผู้คนต่างพากันคุกเข่าลงตรงหน้า นางยังคงจดจำได้ดีถึงบัดนี้ช่างเป็นบุคคลที่สูงศักดิ์อย่างแท้จริง สูงศักดิ์เสียจนผู้อื่นไม่กล้ามองหน้าด้วยซ้ำเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ นางก็อดปรายตามองจี้หานอีไม่ได้ บุคคลที่ทั้งสูงส่งและมีอำนาจล้นฟ้าเช่นนั้น เหตุใดถึงได้ยื่นมือช่วยเหลือจี้หานอีกันนะ?แม้ดูผิวเผินคล้ายคนทั้งสองไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกัน ทว่าคืนนั้นขณะนางยืนดูอยู่ห่าง ๆ ก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า ด้วยฐานะอันสูงส่งของท่านโหวเสิ่น เหตุใดจึงบังเอิญเดินผ่านมาพอดี?แล้วเสียงอันนุ่มนวลเสนาะหูของจี้หานอีก็ดังขึ้น “รูปโฉมหล่อเหลายิ่ง นับว่าดูดีกว่าผู้คนมากมายนัก”กู้หว่านอวิ๋นหน้าแดงเรื่อขณะถาม “แล้วถ้าเทียบกับพี่สามของข้าเล่า?”จี้หานอีพลันชะงักเล็กน้อย เสิ่นซื่อนั้นนับเป็นบุรุษที่หล่อเหลาที่สุดเท่านางเคยพบเจอแล้วแต่นางก็เพียงคลี่ยิ้ม “ข้าเองก็เปรียบไม่ถูกหรอก”นางจางหันไปตำหนิกู้หว่านอวิ๋นด้วยเสียงกระซิบ “ประเดี๋ยวพอเข้าไปในจวนสกุลเสิ่น เจ้าก็อย่าได้พูดจาให้มากนักล่ะ”กู้หว่านอวิ๋นจึงรีบปิดปากเงียบ แต่ในใจกลับเต้นรัวเ
Read more

บทที่ 243

เมื่อเห็นจี้หานอีมาด้วย แม้รู้สึกประหลาดใจ แต่บ่าวอาวุโสก็ยังกล่าวทักทายจี้หานอีอย่างอ่อนน้อมคำหนึ่งนางติดตามรับใช้ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นมาหลายปี ย่อมต้องจดจำจี้หานอีได้ดี เพียงแต่อดสะท้อนใจอยู่บ้างไม่ได้ว่า เด็กหญิงตัวน้อยที่เคยงดงามราวหยกแกะสลักในวันวาน ไม่ได้พบพานกันหลายปี บัดนี้กลับเติบโตเป็นสตรีที่มีรูปโฉมสะคราญตาถึงเพียงนี้ แม้สวมใส่อาภรณ์เรียบง่าย แต่กลับไม่ได้ดูจืดชืดสักนิด ตรงกันข้ามกลับดูงดงามอย่างเป็นธรรมชาติ และยังคงดึงดูดสายตาผู้คนอยู่เช่นเคยตลอดทางจนมาถึงเรือนอี้เต๋อ หญิงรับใช้ผู้สูงวัยที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูก็จะเป็นผู้เลิกม่านขึ้นด้วยตนเอง เพื่อให้กลุ่มของนางจางก้าวเข้าไปด้านในนี่คือบ่าวอาวุโสคนสนิทของฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเชียวนะ การที่อีกฝ่ายเลิกม่านให้ด้วยตนเองเช่นนี้ ทำเอานางจางอดตกใจขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้ จึงรีบพากู้หว่านอวิ๋นเดินเข้าไปด้านในทันทีตอนที่จี้หานอีก้าวเข้าไป แม่นมซุนก็จงใจปรายตามองเสี้ยวหน้าของจี้หานอีเล็กน้อย เห็นเพียงนางหลุบตาลงอย่างเรียบเฉย ท่าทีเช่นนี้ช่างดูเปลี่ยนไปจากอดีตมากนักเพียงแต่บัดนี้นางควรมีฐานะเป็นฮูหยินน้อยสกุลเซี่ยมิใช่หรือ แล้วเหตุใดวัน
Read more

บทที่ 244

ของขวัญแทนคำขอบคุณชิ้นนี้เดิมทีก็เป็นฝีมือของจี้หานอี แต่นางไม่สะดวกใจมอบสิ่งใดให้แก่เสิ่นซื่อโดยตรง ทว่าในเมื่อมาเยือนถึงจวน ย่อมต้องมีของขวัญแทนคำขอบคุณติดมือมาด้วย ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นนั้นไม่ขาดแคลนสิ่งใด การเย็บถุงหอมด้วยตนเองจึงนับว่าถูกกาลเทศะ ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและประณีตบรรจงอีกด้วยทว่านางจางย่อมไม่มีทางยอมให้จี้หานอีเป็นคนได้หน้า จึงสั่งให้จี้หานอีนำถุงหอมออกมา แล้วให้กู้หว่านอวิ๋นเป็นคนนำไปมอบให้แทนจี้หานอีเองก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ ไม่ว่าผู้ใดเป็นคนมอบให้ ขอเพียงฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นยอมรับของขวัญแทนคำขอบคุณชิ้นนี้ก็พอแล้วเวลานี้ เมื่อกู้หว่านอวิ๋นถูกมารดาเรียกขาน ก็รีบหยัดกายลุกขึ้น นำถุงหอมสีน้ำเงินชนิดรูดเชือกปักลวดลายของมงคลไปมอบให้ตรงหน้าฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น พร้อมกล่าวด้วยความนอบน้อมว่า “ถุงหอมใบนี้ข้าน้อยเป็นคนเย็บเองกับมือเจ้าค่ะ ด้านในบรรจุเครื่องหอมกลิ่นดอกเหมยที่ข้าน้อยปรุงขึ้นเอง ขอฮูหยินผู้เฒ่าลองชมดูว่าถูกใจหรือไม่”บ่าวอาวุโสด้านข้างรีบเข้าไปรับมาประคองส่งให้ตรงหน้าฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นพลางยิ้มกล่าว “ฮูหยินผู้เฒ่ารีบดูฝีเข็มนี้สิเจ้าคะ บ่าวไม่เคยเห็นงานปักที่
Read more

บทที่ 245

เมื่อเสิ่นซื่อก้าวเข้ามา ภายในห้องก็พลันเงียบงันในทันใดกู้หว่านอวิ๋นหันไปมองเสิ่นซื่อด้วยความตกตะลึง กิริยาเหม่อลอย ยังดีที่ได้นางจางลอบหยิกเบา ๆ ก่อนรีบดึงตัวให้ลุกขึ้นทำความเคารพท่านโหวเสิ่น นางถึงได้สติราวเพิ่งตื่นจากภวังค์ จากนั้นจึงชะงักงันเล็กน้อย แล้วค่อยรวบรวมสติในที่สุดแต่ใบหน้าอันหล่อเหลาสูงส่งนั้น กลับทำให้สมองของนางขาวโพลนไปหมดนางเคยคิดไว้ว่ารูปโฉมของท่านโหวเสิ่นย่อมต้องไม่ธรรมดา แต่คาดไม่ถึงเลยว่าจะหล่อเหลาถึงเพียงนี้ หล่อเหลาเสียจนเพียงปรายตามอง ในใจก็เกิดความรู้สึกต่ำต้อยขึ้นมาเสียแล้วท่วงท่ากิริยาที่เคยฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วน ครั้นต้องมาอยู่เบื้องหน้าเสิ่นซื่อกลับมลายหายไปสิ้น กู้หว่านอวิ๋นใบหูแดงก่ำ ขณะยืนอยู่ตรงหน้าเสิ่นซื่อพลางก้มหน้าลง ก่อนย่อกายทำความเคารพและทักทายเสิ่นซื่อด้วยเสียงแผ่วเบาเสิ่นซื่อปรายตามองกู้หว่านอวิ๋นผู้อยู่ตรงหน้าปราดหนึ่ง เมื่อนัยน์ตาซึ่งหลุบต่ำนั้นเบนทิศทางไปเล็กน้อย ก็เห็นจี้หานอีลุกขึ้นหลบไปยืนอยู่ด้านข้าง นางกำลังก้มหน้าและประสานมือไว้ด้วยกันด้วยความที่นางยืนย้อนแสง จึงมองได้ไม่ถนัดนัก เห็นเพียงว่าเรือนร่างของนางดูบอบบางเป็นพิเศษ
Read more

บทที่ 246

ความจริงนางคิดว่าแต่งสตรีจากตระกูลเล็กเข้ามาก็ดีเหมือนกัน ปัจจุบันจวนสกุลเสิ่นก็มีอำนาจมากพออยู่แล้ว ไม่เหมาะที่จะเกี่ยวดองกับตระกูลสูงศักดิ์อีก เด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ก็ดูเรียบร้อยรู้ธรรมเนียม ขอเพียงบุตรชายชอบพอ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว นางจึงไม่ได้ใส่ใจใบหน้าประจบสอพลอของนางจางอีกนางปรายตามองเสิ่นซื่ออีกครั้ง เห็นเขานั่งนิ่งไม่ยอมพูดจา สุดท้ายก็ต้องพึ่งนางให้เป็นผู้ผลักดัน จึงเอ่ยว่า “นั่งคุยกันตรงนี้ออกจะจืดชืดไปสักหน่อย ไปนั่งเล่นที่สวนดอกเหมยกันเถิด ถือโอกาสเด็ดกิ่งเหมยมาสักสองสามกิ่ง จะได้ให้ข้าชมดูฝีมือจัดดอกไม้ของแม่หนูหว่านด้วย”เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเปลี่ยนสรรพนามเรียกขานอย่างสนิทสนม นางจางก็ถึงกับตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูก รีบรับคำทันที “เช่นนั้นย่อมดีเลยเจ้าค่ะ”จากนั้นก็หันไปกำชับกู้หว่านอวิ๋นว่า “ประเดี๋ยวเจ้าก็อย่าทำให้ท่านฮูหยินผู้เฒ่าต้องผิดหวังเล่า”ภายในใจกู้หว่านอวิ๋นประหม่าเป็นอย่างยิ่ง คำเรียกขานแม่หนูหว่านอย่างสนิทสนมของฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเมื่อครู่ ทำให้นางรู้สึกราวกับว่าตนเองได้ก้าวเท้าเข้าไปในจวนสกุลเสิ่นแล้วครึ่งก้าวนางลอบชำเลืองมองไปทางท่านโหวเสิ่นอีกครั้ง
Read more

บทที่ 247

เสิ่นซื่อยืนอยู่ค่อนข้างใกล้ ใกล้เสียจนคล้ายห่างจากกันเพียงก้าวสองก้าวเท่านั้นเขาไม่ได้มองนาง ใบหน้ายังคงไว้ซึ่งความห่างเหิน ราวกับเพียงบังเอิญก้าวมาหยุดอยู่ข้างกายนางโดยไม่ได้ตั้งใจก็เท่านั้นหัวใจของนางกระตุกวูบไปชั่วขณะ ภายในใจพลันบังเกิดความรู้สึกประหม่าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเมื่อหวนคิดไปว่าฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นโปรดปรานน้องหญิงสาม และในภายภาคหน้าเสิ่นซื่อก็จะต้องแต่งน้องหญิงสามของนางเป็นภรรยา ในใจก็พลันเกิดอารมณ์อันซับซ้อนยากอธิบาย นั่นหาใช่ความริษยา บางทีนางอาจแค่รู้สึกว่าน้องหญิงสามไม่สมควรแต่งงานกับเขานางเพียงรู้สึกว่าตนเองไม่เคยนึกฝันว่าจะมีวันที่เสิ่นซื่อต้องไปครองคู่กับสตรีใด เสิ่นซื่อผู้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือนางมาโดยตลอด ใต้เท้าเสิ่นผู้ซึ่งในสายตาของนางมักดูเคร่งขรึมและเย็นชาอยู่เสมอ บัดนี้กำลังจะมีสตรีอื่นมายืนเคียงข้างแล้วหรือทั้งตัวนางเองก็กำลังจะจากเมืองหลวงไปในอีกไม่ช้า ครั้งนี้จึงน่าจะเป็นการพบกันครั้งสุดท้ายแล้วกระมังนางคิดว่าตนเองสมควรต้องยินดีกับเสิ่นซื่อ ถึงอย่างไรน้องหญิงสามก็เป็นสตรีที่ดีพร้อมคนหนึ่งเสิ่นซื่อลอบปรายตามองจี้หานอี ฝีเท้าของเขาชะงักไปเล็กน้อย
Read more

บทที่ 248

เมื่อกู้หว่านอวิ๋นได้ฟังคำอธิบาย ความรู้สึกไม่สบอารมณ์ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในใจก็เบาบางไปไม่น้อยนั่นสินะ ท่านโหวเสิ่นกับพี่หญิงเคยรู้จักกันมาก่อน ถ้าจะสนทนากันสักหน่อยย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดนางพยักหน้าแผ่วเบา ก่อนขยับเข้าไปควงแขนฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นพลางถาม "เช่นนั้นพวกเราจะรออยู่ตรงนี้ดีหรือไม่เจ้าคะ?"ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นจึงตอบกลับไปว่า "ไม่ต้องหรอก พวกเราล่วงหน้าไปก่อนเถิด ประเดี๋ยวข้าจะให้คนไปตามพวกเขาทีหลัง"กู้หว่านอวิ๋นขานรับคำหนึ่ง ทว่าเพิ่งออกเดินไปได้เพียงสองก้าว ก็อดเหลียวหลังกลับไปมองทางฝั่งของจี้หานอีอีกปราดหนึ่งไม่ได้จากที่นางมองเห็น ท่านโหวเสิ่นยืนอยู่ตรงหน้าจี้หานอี เรือนร่างสูงใหญ่ของเขานั้นดูราวกำลังโอบกอดนางไว้ในอ้อมอก ภาพนั้นทำเอากู้หว่านอวิ๋นถึงกับรู้สึกริษยาขึ้นมาในใจนางไม่เคยได้เข้าใกล้ท่านโหวเสิ่นเช่นนั้นเลยทางด้านจี้หานอี เมื่อเห็นว่ากลุ่มของฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเดินห่างออกไปไกลแล้ว ซ้ำยังเห็นเสิ่นซื่อยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ คล้ายไม่มีทีท่าว่าจะตามไปนางจึงอดเงยหน้าเอ่ยขึ้นไม่ได้ "ยามนี้พวกเราควรตามไปได้แล้วกระมัง"ถึงอย่างไรวันนี้ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นก็คงจงใจ
Read more

บทที่ 249

ภาพวาดที่เสิ่นซื่อกล่าวถึงนั้น จี้หานอีรู้สึกอยากไปดูจริง ๆ ถึงอย่างไรนั่นก็เป็นภาพวาดที่ท่านพ่อเคยเฝ้าฝันและตามหามานานปีทว่ายามนี้คล้ายไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมนักทางเรือนหน้า ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นย่อมกำลังรอให้เสิ่นซื่อไปหาอย่างแน่นอนตัวนางในวันนี้หาใช่คนสำคัญอันใด แต่เสิ่นซื่อกลับเป็นบุคคลสำคัญในงานนี้ ต่อให้นางอยากดูมากเพียงใด ก็ไม่อาจไปได้อยู่ดีทั้งบัดนี้นางยังเป็นเพียงสตรีที่เพิ่งหย่าร้าง การไปห้องหนังสือของเสิ่นซื่อตามลำพังกับเขา ย่อมดูไม่เหมาะสมนักนางส่ายหน้า “ฮูหยินผู้เฒ่ากับป้าสะใภ้ยังคงรอข้าอยู่ที่เรือนหน้าเจ้าค่ะ”“ซ้ำเมื่อครู่ฮูหยินผู้เฒ่ายังบอกว่ามีเรื่องจะสนทนากับข้าด้วย”เสิ่นซื่อหลุบตาดำขลับมองจี้หานอีปราดหนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าไม่ไปด้วยหรอก”จี้หานอีชะงักงัน ก่อนถามออกไปโดยไม่รู้ตัว “ทำไมหรือเจ้าคะ?”ชายหนุ่มหันกลับมามองจี้หานอีอีกครั้ง “ที่ข้ากลับมา ก็เพื่อมาพบเจ้า”จี้หานอีตกตะลึง ได้แต่เงยหน้าขึ้นมองเสิ่นซื่อด้วยความสับสนเสิ่นซื่อมองดูสีหน้าของจี้หานอี ขณะเม้มริมฝีปากเข้าหากัน ก่อนกล่าวเสียงทุ้มต่ำ “หากเจ้าไม่อยากไปห้องหนังสือกับข้า ข้าก็จะไม่ไปเช่นก
Read more

บทที่ 250

นางเพียงนึกโชคดีที่เมื่อครู่เสิ่นซื่อช่วยยืนบังอยู่เบื้องหน้า จึงไม่มีผู้ใดเห็นภาพที่นางส่งผ้าเช็ดหน้าให้เขา มิเช่นนั้นหากมีคนมาเห็นเข้า ก็ไม่รู้ว่าจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดอันใดขึ้นบ้างและเมื่อได้ยินหญิงรับใช้สูงวัยผู้นั้นเรียกขานตนว่าฮูหยินน้อยเซี่ย นางก็ชะงักไปเล็กน้อย หรือว่าฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นยังไม่ทราบเรื่องที่นางหย่าขาดแล้วกันนะทว่าขณะนี้ก็ไม่ใช่เวลามาขบคิดเรื่องนี้ จี้หานอีจึงกล่าวกับบ่าวอาวุโสด้วยน้ำเสียงสำรวมกิริยา “ประเดี๋ยวจะตามไปเจ้าค่ะ”หญิงรับใช้สูงวัยผู้นี้เป็นคนสนิทที่คอยปรนนิบัติอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น แม้จะเป็นเพียงบ่าวไพร่ แต่ก็ถือว่ามีหน้ามีตาในจวนอยู่พอสมควรเสิ่นซื่อปรายตามองจี้หานอี ครั้นเห็นนางย่อกายทำความเคารพตนอีกครั้ง เป็นเชิงบอกกล่าวว่าจะขอตัวไปก่อน เขาก็เพียงเม้มริมฝีปากนิ่งเงียบ ดวงตาอันมืดมิดและเย็นชาคู่นั้น ทอดมองจี้หานอีผู้หลุบตาลงแล้วหมุนตัวเดินจากไปหญิงรับใช้สูงวัยผู้นั้นให้สาวใช้อีกคนคอยนำทางจี้หานอี ก่อนจะรีบหันมากล่าวกับเสิ่นซื่อด้วยเสียงแผ่วเบาและนอบน้อม “ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวว่าในสวนดอกเหมยนั้นหลงทางได้ง่าย จึงให้ท่านโหวช่วยนำทางคุณหนู
Read more
PREV
1
...
232425262728
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status