เมื่อเสียงของเซี่ยอวี้เหิงเบาลง บ่าวอาวุโสทั้งสองคนก็ตรวจข้าวของเสร็จพอดีเพียงแต่ชัดเจนว่าบ่าวอาวุโสทั้งสองได้รับคำสั่งจากนางหลินมาเป็นพิเศษ จึงไม่ได้ทะนุถนอมข้าวของของจี้หานอีแม้แต่น้อยใช่สิ เวลานี้นางไม่ใช่ฮูหยินน้อยสกุลเซี่ยอีกต่อไป บ่าวอาวุโสทั้งสองจึงไม่กลัวที่จะล่วงเกิน ม้วนภาพวาดของบิดาที่นางเก็บรักษาไว้อย่างดี ถึงขั้นถูกหนึ่งในบ่าวอาวุโสทำขาดไปมุมหนึ่งด้วยซ้ำจี้หานอีเห็นแล้วก็รู้สึกปวดใจ ทว่าต่อให้มาทุ่มเถียงเวลานี้ รอยตำหนินั้นก็ไม่มีทางกลับคืนสภาพเดิม นางจึงเดินอ้อมเซี่ยอวี้เหิงที่อยู่เบื้องหน้า ก้าวเข้าไปอย่างเงียบงัน ก่อนค่อย ๆ ม้วนเก็บภาพวาดที่ถูกคลี่ออกและวางทิ้งไว้บนโต๊ะอย่างกระจัดกระจายคืนสู่สภาพเดิมทีละม้วนเซี่ยอวี้เหิงยืนมองอยู่ด้านข้าง ยามเห็นความอดกลั้นที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของจี้หานอี ภายในใจเขาก็พลันเจ็บปวดขึ้นมาอย่างรุนแรงเขามองดูรอยขาดบนภาพวาดนั้น รู้ดีว่าภาพวาดเหล่านี้เป็นผลงานของบิดาจี้หานอี และเป็นสิ่งที่นางหวงแหน แต่เมื่อถูกบ่าวอาวุโสทำขาด นางกลับไม่ปริปากสักคำเช่นนั้นหลายปีที่ผ่านมา นางก็อดทนอดกลั้นมาโดยตลอดใช่หรือไม่กลางพายุหิมะในคืนนั้น นางก็ก
Read more