ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา의 모든 챕터: 챕터 371 - 챕터 380

474 챕터

บทที่ 371

จี้หานอีรู้ดีว่าสกุลเซี่ยให้ความสำคัญกับชื่อเสียงมากที่สุด นายท่านใหญ่และนายท่านรองแห่งสกุลเซี่ยล้วนเป็นบัณฑิตที่สอบได้ตำแหน่งจิ้นซื่อจนได้เข้ารับราชการ ลึก ๆ แล้วพวกเขาย่อมรักหน้าตารักศักดิ์ศรี กระทั่งเซี่ยอวี้เหิงเองก็ยังห่วงภาพลักษณ์ของตนเช่นกันฟังจากคำพูดของเสิ่นฉางหลิง สกุลเซี่ยคงวางแผนปล่อยให้หลี่หมิงโหรวอดตายไปเองเงียบ ๆ จากนั้นค่อยกลบเกลื่อนเรื่องราวนี้ให้ผ่านพ้น แต่เรื่องนี้กลับบานปลายไปถึงสำนักตรวจการจนผู้คนล่วงรู้กันทั่วเสียก่อนพลันนึกถึงวันที่บังเอิญพบเซี่ยจิ่นมาตามนางให้กลับไป ก็ไม่รู้เลยว่าฝ่ายนั้นกำลังวางแผนอันใดไว้อีกเมื่อกู้หว่านอวิ๋นซึ่งติดตามอยู่ข้างกายจี้หานอีได้ฟังคำบอกเล่าของเสิ่นฉางหลิง ก็อดยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกตะลึงไม่ได้พลางกล่าว "ที่พี่หญิงยอมหย่าขาดจากคุณชายใหญ่เซี่ยไม่ใช่เพราะญาติผู้น้องคนนั้นหรอกหรือเจ้าคะ แล้วเหตุใดญาติผู้น้องคนนั้นถึงวางยาคุณชายใหญ่เซี่ยเช่นนั้นเล่า"การที่หลี่หมิงโหรวกระทำเช่นนี้นับว่าไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับจี้หานอีนางจางที่อยู่ด้านข้างพลันกล่าวแทรกขึ้นมาประโยคหนึ่ง "นางจะทำไปเพื่อสิ่งใดได้อีก ก็เพื่อให้หานอีแต่งเข้ามาสา
더 보기

บทที่ 372

ก่อนจะยอมปล่อยมือออก น้ำเสียงเยียบเย็นลงเล็กน้อย "นี่ลางานจากค่ายทหารกลับมาอีกแล้วรึ?"เสิ่นฉางหลิงถูกสายตาของท่านอาห้ามองจนรู้สึกหวาดหวั่นในใจ รีบกล่าวว่า "สองวันนี้ท่านแม่เป็นหวัดเล็กน้อย ข้าจึงตั้งใจกลับมาเยี่ยม ซ้ำยังถือโอกาสนำข่าวดีนี้มาบอกกล่าวต่อแม่นางจี้ด้วยขอรับ"เสิ่นซื่อแค่นหัวเราะหยัน "แต่ก่อนข้าไม่เคยรู้ว่าเจ้ากตัญญูถึงเพียงนี้""เดือนนี้เจ้าลางานมาสิบกว่าวันแล้ว จงรีบไสหัวกลับไปเสีย มิเช่นนั้นข้าจะไปฟ้องบิดาเจ้าว่าเจ้าแอบหนีกลับมาจากค่ายทหารอีก ประเดี๋ยวให้บิดาเจ้าเป็นคนสั่งสอนก็แล้วกัน"หากถามว่าเสิ่นฉางหลิงหวาดกลัวผู้ใดที่สุดในจวนแห่งนี้ ย่อมต้องเป็นบิดาของเขาโดยไม่ต้องสงสัย สมัยเด็กเขาโดนบิดาตีด้วยไม้พลองมาไม่ใช่น้อย น่าเสียดายที่เรียนหนังสือไม่เอาไหน คุณชายจวนอื่นเรียนไม่เก่งก็แล้วไปเถิด ถึงอย่างไรก็ไม่ได้คาดหวังให้ไปสร้างชื่อเสียงเชิดชูวงศ์ตระกูลอยู่แล้ว เรื่องพรรค์นั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่ใหญ่ก็พอ ส่วนเขาเพียงอยากเป็นคุณชายเสเพลผู้เสวยสุขกับความมั่งคั่ง ทว่าบิดากลับดึงดันส่งไปตกระกำลำบากในค่ายทหาร ซ้ำยังไม่อนุญาตให้เขากลับมาอีกทว่าต่อให้ต้องอยู่ในค่ายทหาร
더 보기

บทที่ 373

รอจนเสียงของกู้หว่านอวิ๋นดังขึ้น เสิ่นซื่อถึงค่อยตวัดสายตาไปมองใบหน้าของกู้หว่านอวิ๋นผู้กำลังยืนก้มหน้าหลบตาอย่างว่านอนสอนง่ายอยู่ตรงหน้าเขาเพียงปราดเดียวชายหนุ่มเม้มริมฝีปาก ไม่ได้ตอบรับคำใดในเวลาเดียวกันนี้ ฮูหยินใหญ่เสิ่นนางไป๋ก็กำลังเดินมาจากทางเดินอีกสายหนึ่ง เมื่อเห็นคนสกุลกู้ จี้หานอี และเสิ่นซื่อยืนอยู่ด้วยกันแต่ไกล นางก็รีบสาวเท้าเข้ามาหาพร้อมแย้มยิ้มกล่าว "ข้าก็ว่าเหตุใดถึงยังไม่มาเสียที ที่แท้ก็มายืนสนทนากันอยู่ตรงนี้เอง" ตอนที่นางไป๋กล่าวขึ้น ก็อดเหลือบมองเสิ่นซื่อปราดหนึ่งไม่ได้ครั้นเห็นกู้หว่านอวิ๋นกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเสิ่นซื่อ และเมื่อครู่ก็คล้ายพวกเขากำลังพูดคุยสิ่งใดกันอยู่นางรู้ดีว่าน้องสามีผู้นี้ ปกติแล้วก็เหมือนกับสามีของตน มักให้ความสำคัญกับหน้าที่การงานเป็นหลัก ช่วงกลางวันแทบไม่ได้เห็นหน้าเห็นตาในจวน แต่วันนี้เขากลับอยู่ที่นี่เมื่อหวนนึกว่าคราวก่อนก็เป็นเช่นนี้ นางพลันรู้สึกว่าการตัดสินใจของตนเองนั้นถูกต้องยิ่งนักเรื่องการเชิญคนสกุลกู้มาในครั้งนี้ นางไม่ได้ถามความเห็นชอบจากฮูหยินผู้เฒ่าก่อน เพียงคิดอยากทำเรื่องที่ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าเบิกบานใจ ในเมื่อครา
더 보기

บทที่ 374

นางเดินตามอยู่ข้างกายนางไป๋ไปเข้าพบฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นด้วยความเบิกบานใจ พลางขบคิดว่าประเดี๋ยวควรประจบสอพลออย่างไรดีแต่เมื่อตามนางไป๋ไปถึง หญิงรับใช้สูงวัยที่เดินออกมากลับเรียกเพียงนางไป๋ให้เข้าไปด้านใน และปล่อยนางทิ้งไว้ด้านนอกผ่านไปเพียงไม่นาน นางไป๋ก็เดินหน้าเครียดกลับออกมา ครั้นเห็นนางยืนรออยู่ด้านนอกก็ไม่ได้เอ่ยคำใด เพียงแต่บอกให้นางเข้าไปด้านในเมื่อนางจางเห็นสีหน้าเช่นนั้นของนางไป๋ ในใจก็พลันรู้สึกกระสับกระส่ายหลังก้าวเท้าเข้าไปในห้องโถงด้านใน ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นก็นั่งอยู่บนตำแหน่งประธานเรียบร้อยแล้ว ทว่าบนใบหน้ากลับไร้ซึ่งความอ่อนโยนเป็นมิตรเช่นที่เคยพบกันคราวก่อน เพียงแต่บอกให้นางนั่งลงด้วยน้ำเสียงราบเรียบเท่านั้นนางจางจึงรีบกล่าวทักทายก่อนทรุดตัวลงนั่งด้วยความประหม่าฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นลูบไล้เจ้าแมวสีเปรอะบนตัก สายตาปรายมองนางจางอย่างไม่ใส่ใจนัก จากนั้นจึงเอ่ยขึ้น "คราวนี้ลูกสะใภ้ข้าเป็นคนเชิญพวกเจ้ามา ในเมื่อมาแล้วก็ทำตัวตามสบายเถิด"นางจางรีบพยักหน้ารับรัวเร็ว "ฮูหยินผู้เฒ่าช่างเมตตานัก พวกเราเพิ่งมาถึงก็รู้สึกคุ้นเคยแล้วเจ้าค่ะ"ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเพียงส่งเสียงรับคำ
더 보기

บทที่ 375

ตอนนี้ยังอยู่ข้างนอก เสิ่นซื่อกลับดันร่างนางมาติดอยู่ตรงนี้ จี้หานอียิ่งตระหนักดีว่าไม่อาจคิดฟุ้งซ่านเด็ดขาดแต่ถึงนางจะคิดเช่นนั้น ก็ไม่อาจต้านทานปฏิกิริยาของร่างกายอยู่ดี ทั้งยังหวนนึกไปถึงเรื่องราวเมื่อคืนที่ผ่านมา จึงไม่กล้าสบตาเสิ่นซื่อ กระทั่งปลายจมูกยังรู้สึกร้อนผ่าวจนมีเหงื่อผุดซึมขึ้นมาเล็กน้อยเสิ่นซื่อก้มหน้ามองจี้หานอีผู้ถูกตนดันร่างไปติดกำแพง นางก้มหน้า หลบสายตาไปทางอื่น บนร่างสวมใส่อาภรณ์สีชมพูลายกิ่งบุปผา วันนี้บนใบหูประดับด้วยต่างหูเตี่ยนชุ่ยสีฟ้าฝังมุก ต่างหูคู่นั้นแกว่งไกวแผ่วเบาอยู่บนติ่งหูที่ทั้งขาวผ่องและแดงระเรื่อ บริเวณคิ้วเรียวแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายมีเสน่ห์ดุจสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิ ดูเลือนลางทว่ากลับแฝงความนุ่มนวลบริสุทธิ์ ไม่ต่างไปจากสายฝนซึ่งซ่อนตัวอยู่ในดวงตาอันหลุบต่ำของนางกลิ่นหอมกรุ่นโชยพัด ขณะจ้องมองรอยฟันจาง ๆ บนริมฝีปากอวบอิ่ม ตลอดจนพวงแก้มที่ขับสีแดงเรื่อ เสิ่นซื่อถึงกับรู้สึกคอแห้งผาก ทว่าแววตากลับดูลึกล้ำเย็นชา สุ้มเสียงแหบพร่าแฝงความเคร่งขรึม "นี่เจ้ากับฉางหลิงแอบไปมาหาสู่กันงั้นหรือ?"จี้หานอีไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเสิ่นซื่อถึงได้ถามเช่นนี้ นางกับคนผู
더 보기

บทที่ 376

เสิ่นซื่อก้มหน้าลงรับฟังถ้อยคำของจี้หานอีอย่างเงียบงัน ยามนางเลิกคิ้วขึ้น นัยน์ตาคู่นั้นช่างกระจ่างใสเปี่ยมด้วยความจริงใจ ราวกับว่าเรื่องราวเป็นเช่นนั้นจริง ๆเพียงแต่นางเคยแย้มยิ้มให้เสิ่นฉางหลิงอยู่หลายหน ทว่ากลับไม่เคยส่งยิ้มเช่นนั้นให้เขาสักครั้งเมื่อครู่นี้ นางยังเหม่อมองเสิ่นฉางหลิงจนเสียกิริยา หรือว่าในสายตานาง ตัวเขาดูดีสู้เสิ่นฉางหลิงไม่ได้งั้นหรือเสิ่นซื่อก้มหน้าลง นัยน์ตาที่หลุบต่ำจับจ้องจี้หานอีเขม็ง จ้องเสียจนจี้หานอีรู้สึกเกร็งไปทั้งตัว ไม่รู้จะทำอย่างไรดีสายตาของเขาหลุบต่ำ ทอดมองลำคอขาวผ่องของจี้หานอี จำได้ว่าเมื่อคืนตนเองเพิ่งจะขบเม้มเบา ๆ ลงบนลำคอนั้น ในเวลานั้นเขาอยากจะออกแรงขบกัดเพื่อทิ้งรอยรักเอาไว้ให้รู้แล้วรู้รอด เพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ว่านางคือคนของเขา แต่สุดท้ายก็ต้องข่มกลั้น ด้วยนางยังไม่ได้ตอบตกลงทว่าหากนางตอบตกลงเมื่อใด เขาก็อยากขยี้จูบนางให้หนำใจนักเมื่อคิดได้ดังนี้ แววตาของเสิ่นซื่อก็พลันมืดทะมึนโดยไม่รู้ตัว ก่อนโน้มกายเข้าไปกดดันนางเล็กน้อย ขณะสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นจากเรือนกายสาว สายตาพินิจคิ้วเรียวพลางกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า "ที่เชิญน้องหญิงสามของเจ้
더 보기

บทที่ 377

เสียงของจี้หานอีนั้นแผ่วเบา น้ำเสียงอ่อนหวานคล้ายมนตร์สะกดอันเย้ายวนใจ เสิ่นซื่อปรือตาขึ้น ทอดสายตามองดวงตากระจ่างใสที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใยของนาง ภายใต้คอเสื้อสีขาวที่ซ้อนอยู่ใต้เสื้อคลุมสีชมพู เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะ รอยฟันบนริมฝีปากสีชาดยังคงปรากฏให้เห็นเลือนลาง คิ้วตางดงามดั่งสายน้ำ เรือนผมที่เกล้ามวยอย่างเรียบง่ายตกแต่งด้วยเครื่องประดับเพียงไม่กี่ชิ้น ยิ่งทำให้นางดูบอบบางน่ารังแกปลายนิ้วของเขาขยับเล็กน้อย หมายเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าจี้หานอี แต่สุดท้ายกลับชะงักค้างอยู่กลางอากาศชายหนุ่มรู้ดีว่ายามอยู่ต่อหน้าจี้หานอี ตนเองมักไม่อาจสะกดกลั้นอารมณ์ หากได้สัมผัสใบหน้าที่เขาเฝ้าคะนึงหาตลอดเวลา เขาจะกระทำสิ่งใดลงไปบ้าง กระทั่งตัวเขาเองก็ยังไม่อาจควบคุมเสิ่นซื่อหลุบตาลง ลดฝ่ามือที่ยันอยู่ข้างกายจี้หานอีลงมาทิ้งไว้ข้างตัว ก่อนพูดด้วยเสียงแหบพร่า “ข้าไม่เป็นไร เจ้าเดินตรงไปตามทางสายเล็กเถิด วางใจได้ ที่นี่ไม่มีผู้ใดเข้ามาหรอก”จี้หานอีได้ยินเสียงของเสิ่นซื่อ ทว่ากลับไม่ได้เดินออกไปในทันที นางมองเขาด้วยความกังวลเล็กน้อย “แต่ท่าน...”สีหน้าของเสิ่นซื่อดูไม่สู้ดีนัก...เสิ่นซื่อป
더 보기

บทที่ 378

นางชุยเดินตรงเข้าไปคล้องแขนกู้หว่านอวิ๋น ด้วยรู้ดีว่าเหตุใดแม่สามีจึงเชิญกู้หว่านอวิ๋นมา ว่ากันว่าเป็นคุณหนูที่ฮูหยินผู้เฒ่าให้ความสำคัญ แม้ตัวนางเองจะมองไม่ออกว่าอีกฝ่ายมีความพิเศษต่างจากผู้อื่นตรงที่ใด แต่การผูกมิตรไว้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายนางพากู้หว่านอวิ๋นไปนั่งลงด้านข้าง พลางช่วยแนะนำตัวให้บรรดาคุณหนูที่อยู่ภายในห้องได้รู้จัก ซึ่งมีทั้งหลานสาวของท่านราชครู บุตรสาวคนเดียวของบัณฑิตฮั่นหลิน บุตรสาวจากจวนโหว และยังมีน้องสาวจากบ้านเดิมของนางเองด้วยสตรีเหล่านี้ล้วนมีชาติกำเนิดสูงศักดิ์ กู้หว่านอวิ๋นได้แต่รับฟังอย่างทำตัวไม่ถูก เมื่อก่อนนางจะไปมีโอกาสรู้จักกับผู้ที่มีชาติกำเนิดเช่นนี้ได้อย่างไร? จึงอดเผยท่าทีประหม่าและขลาดกลัวขึ้นมาไม่ได้จี้หานอีมองดูนางชุยที่คล้องแขนกู้หว่านอวิ๋นเดินนำไปก่อนโดยไม่สนใจตนเองสักนิด ภายในใจไม่ได้คิดมากอันใด เพียงเดินตามไปหาที่นั่งลงเงียบ ๆ เท่านั้นบรรดาคุณหนูกำลังหยิบยกเกร็ดประวัติศาสตร์เรื่องจำนวนจอกสุราแห่งสวนจินกู่มาสนทนากันอย่างออกรสคุณหนูในอาภรณ์สีเขียวผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม "ในตำรารวมวาทะประวัติศาสตร์ เซี่ยอันได้ยกเอาตำนานของสวนจินกู่มา
더 보기

บทที่ 379

จี้หานอีช้อนตาขึ้นมอง ริมฝีปากประดับรอยยิ้มบางเบาก่อนกล่าว “พี่น้องทุกท่านล้วนมีความรู้กว้างขวาง อ้างอิงหลักฐานจากตำราและเกร็ดพงศาวดารได้อย่างละเอียด ทั้งยังกล่าวได้ครอบคลุมนัก ข้าฟังแล้วก็นับว่าได้รับประโยชน์อย่างยิ่ง ไม่มีข้อคิดเห็นอื่นใดเพิ่มเติมแล้ว”หลังจากนั้น สุ้มเสียงอันนุ่มนวลของจี้หานอีก็ดังขึ้นอีกครั้ง “แต่ข้ากลับนึกถึงเรื่องราวในอดีตขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง เมื่อก่อนตอนที่ข้าช่วยท่านพ่อจัดห้องหนังสือ เคยเห็นฉบับคัดลอกของบันทึกโบราณแห่งแดนทักษิณม้วนหนึ่ง ในนั้นมีบทกวีที่กล่าวถึงงานเลี้ยงสุราสวนจินกู่พอดี เพียงแต่ถ้อยคำที่ใช้นั้นเรียบง่าย แตกต่างจากบทความอื่น ๆ ที่เคยกล่าวถึงอยู่บ้าง”“ข้าคิดว่ารสนิยมในแต่ละยุคสมัยย่อมต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของผู้คัดสรรเป็นหลัก ที่น้องหญิงทุกท่านกล่าวมาล้วนดีเยี่ยมทั้งสิ้น”ทันทีที่จี้หานอีกล่าวจบ ภายในห้องก็พลันเงียบงันไปชั่วขณะประโยคที่ว่ารสนิยมในแต่ละยุคสมัยย่อมต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของผู้คัดสรรเป็นหลักนั้น นับเป็นประโยคที่เฉียบแหลมและกระแทกใจยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงบันทึกโบราณแห่งแดนทักษิณซึ่งเป็นตำราที่หาคนศึกษาน้อยนัก อย
더 보기

บทที่ 380

เสิ่นซื่อหยุดดูอยู่พักใหญ่ ครั้นเห็นคนในห้องเข้าไปดึงตัวจี้หานอีให้ไปยืนสนทนากันตรงกลาง และจี้หานอีก็ยังคงรับมือได้อย่างเยือกเย็น เขาจึงคลี่ยิ้มออกมาอีกครั้ง ก่อนหมุนตัวเดินจากไปกู้หว่านอวิ๋นซึ่งอยู่ภายในห้องได้แต่เหม่อมองจี้หานอีถูกบรรดาคุณหนูจากตระกูลบัณฑิตรายล้อม ส่วนตัวนางที่ยืนอยู่นอกวงกลับไม่อาจสอดแทรกบทสนทนาแม้แต่ครึ่งคำ ซ้ำยังฟังไม่เข้าใจด้วยว่าพวกนางกำลังพูดคุยเรื่องอันใดนางพลันนึกเสียใจ เสียใจที่ไม่น่าชวนจี้หานอีมาด้วยเลยเสิ่นซู่อี๋ผู้ยืนอยู่ตรงหน้าจี้หานอีพลันถาม “ขอถามพี่หญิง ภาพคัดลอกที่ท่านเคยเห็น ตัวอักษรในนั้นมีความแตกต่างจากฉบับปัจจุบันหรือไม่?”จี้หานอีพยักหน้า “นับว่ามีความแตกต่างอยู่หลายจุดจริง ๆ นอกจากการใช้คำเสริมที่ต่างกันเล็กน้อยแล้ว อารมณ์ความรู้สึกที่สื่อออกมาก็ไม่เหมือนกันด้วย”“เพียงแต่ข้าไม่ได้ศึกษาลงลึกนัก เพียงเคยดูผ่านตากับท่านพ่อสมัยเด็ก หลายจุดก็จำไม่ได้แล้ว จึงพอจะบอกเล่าได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น”เมื่อกู้หว่านอวิ๋นเห็นว่าการพูดคุยระหว่างจี้หานอีกับสตรีเหล่านั้นค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นการถกเถียงเรื่องการเจาะลึกตำราและอรรถาธิบายตัวอักษรซึ่งนางยิ่ง
더 보기
이전
1
...
3637383940
...
48
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status