เมื่อปลายนิ้วของเสิ่นซื่อสัมผัสลงบนริมฝีปากของจี้หานอี ร่างของจี้หานอีก็สั่นสะท้านแผ่วเบา ในใจแทบอยากจะหาซอกหลืบแทรกกายหนีไปเสียเดี๋ยวนี้ นางหลุบตาลง ทำได้เพียงพยักหน้ารับคำไปตามเรื่องตามราว ดวงตาจ้องมองลายนกจาบฝนที่ดูมีชีวิตชีวาตรงชายแขนเสื้อ ก่อนอ้อมแอ้มกล่าว “ก็ไม่ได้กลัวผู้ใดแย่งหรอกเจ้าค่ะ...”เวลานี้เสิ่นซื่อนั่งอยู่ข้างกายนาง ชายเสื้อคลุมของเขาถึงขั้นแนบชิดติดกับอาภรณ์ของนาง ทำเอาจี้หานอีแทบอยากจะหนีลงจากรถม้าไปเสียให้รู้แล้วรู้รอดเสิ่นซื่อปรายตามองอากัปกิริยาของจี้หานอี ครั้นเห็นริ้วรอยแดงซ่านบนใบหูขาวผ่อง หว่างคิ้วและดวงตาที่มักเย็นชาอยู่เป็นนิจของเขาก็พลันปรากฏรอยยิ้มบางเบาริ้วรอยแดงเรื่อจากความขวยเขินบนร่างนาง ช่างไม่ต่างไปจากกลิ่นหอมกรุ่นอันนุ่มนวลจากเรือนกาย ล้วนชวนให้ผู้คนลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้นขณะนี้ทั้งสองนั่งแนบชิดกันยิ่ง หางตาของเสิ่นซื่อล้วนจับจ้องอยู่แต่เพียงจี้หานอีเท่านั้นปลายนิ้วของเขาขยับเล็กน้อย ไออุ่นยามสัมผัสริมฝีปากจี้หานอีเมื่อครู่คล้ายยังคงหลงเหลืออยู่บนปลายนิ้วจี้หานอีพลันนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ จึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากกับเสิ่นซื่อก่อน “ใต้เท้าเสิ่น ส
اقرأ المزيد