جميع فصول : الفصل -الفصل 400

470 فصول

บทที่ 391

เมื่อปลายนิ้วของเสิ่นซื่อสัมผัสลงบนริมฝีปากของจี้หานอี ร่างของจี้หานอีก็สั่นสะท้านแผ่วเบา ในใจแทบอยากจะหาซอกหลืบแทรกกายหนีไปเสียเดี๋ยวนี้ นางหลุบตาลง ทำได้เพียงพยักหน้ารับคำไปตามเรื่องตามราว ดวงตาจ้องมองลายนกจาบฝนที่ดูมีชีวิตชีวาตรงชายแขนเสื้อ ก่อนอ้อมแอ้มกล่าว “ก็ไม่ได้กลัวผู้ใดแย่งหรอกเจ้าค่ะ...”เวลานี้เสิ่นซื่อนั่งอยู่ข้างกายนาง ชายเสื้อคลุมของเขาถึงขั้นแนบชิดติดกับอาภรณ์ของนาง ทำเอาจี้หานอีแทบอยากจะหนีลงจากรถม้าไปเสียให้รู้แล้วรู้รอดเสิ่นซื่อปรายตามองอากัปกิริยาของจี้หานอี ครั้นเห็นริ้วรอยแดงซ่านบนใบหูขาวผ่อง หว่างคิ้วและดวงตาที่มักเย็นชาอยู่เป็นนิจของเขาก็พลันปรากฏรอยยิ้มบางเบาริ้วรอยแดงเรื่อจากความขวยเขินบนร่างนาง ช่างไม่ต่างไปจากกลิ่นหอมกรุ่นอันนุ่มนวลจากเรือนกาย ล้วนชวนให้ผู้คนลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้นขณะนี้ทั้งสองนั่งแนบชิดกันยิ่ง หางตาของเสิ่นซื่อล้วนจับจ้องอยู่แต่เพียงจี้หานอีเท่านั้นปลายนิ้วของเขาขยับเล็กน้อย ไออุ่นยามสัมผัสริมฝีปากจี้หานอีเมื่อครู่คล้ายยังคงหลงเหลืออยู่บนปลายนิ้วจี้หานอีพลันนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ จึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากกับเสิ่นซื่อก่อน “ใต้เท้าเสิ่น ส
اقرأ المزيد

บทที่ 392

"เจ้าไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์กับข้าถึงเพียงนี้หรอก"เมื่อจี้หานอีได้ยินคำพูดของเสิ่นซื่อก็ชะงักงัน คิดว่าชายหนุ่มคงเข้าใจความหมายของนางผิดไป จึงรีบส่ายหน้าอธิบาย "ข้าน้อยไม่ได้หมายความเช่นนั้นเจ้าค่ะ ข้าน้อยขายร้านค้ากับภาพวาดไปแล้ว ทั้งคราวก่อนใต้เท้าเสิ่นยังช่วยเรียกเงินจากหลี่หมิงโหรวมาให้อีก ตอนนี้ข้าน้อยจึงมีเงินในมือพอสมควร สามารถซื้อยาให้ท่านแม่กินเองได้แล้วเจ้าค่ะ"กล่าวพลางจี้หานอีก็ขบริมฝีปาก นัยน์ตาดุจม่านหมอกเจือความรู้สึกละอายใจระคนเศร้าหมอง "ข้าน้อยเพียงรู้สึกละอายใจ ไม่อาจรับความช่วยเหลือจากใต้เท้าเสิ่นอยู่ร่ำไปเจ้าค่ะ"เสิ่นซื่อมองดูกิริยาขบริมฝีปากของจี้หานอี ร่างกายพลันแข็งเกร็งขึ้นมา จำต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ๆคำพูดอื่นล้วนไม่สำคัญอีกต่อไป ยามนี้เขาเพียงอยากถามนางอีกประโยคเท่านั้น "เจ้ายินดีจะแต่งงานกับข้าหรือไม่?"ร่างของจี้หานอีสั่นสะท้านแผ่วเบา ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเสิ่นซื่อเสิ่นซื่อมองดูความสับสนอย่างทำตัวไม่ถูกในแววตาของจี้หานอี มองดูแสงโคมที่สาดส่องลงบนใบหน้าอันงดงามดั่งภาพวาดของนาง หัวใจเขาเต้นรัวเร็วจนแทบหายใจไม่ออก แต่ก็ยังเอ่ยปากหว่าน
اقرأ المزيد

บทที่ 393

จี้หานอีรับฟังคำพูดของเสิ่นซื่อด้วยความเหม่อลอย ลมหายใจร้อนผ่าวของเขารดรินลงบนใบหน้านาง น้ำเสียงที่หนักแน่นมั่นคงนั้นปัดเป่าความว้าวุ่น ความสับสน และความอ้างว้างของนางไปหมดสิ้น ทำให้นางเผลอจ้องมองดวงตาของเขาแล้วพยักหน้าตอบรับโดยไม่รู้ตัวสายลมยามค่ำคืนพัดม่านรถม้าสะบัดไหว แสงสลัวสาดส่องลงบนร่างของคนทั้งสอง ครั้นจี้หานอีถูกสายลมเย็นพัดผ่านกาย ก็ถึงเพิ่งตระหนักว่ายามนี้ท่วงท่าระหว่างนางกับเสิ่นซื่อนั้นช่างล่อแหลมยิ่ง นางถูกเขากักตัวไว้ในมุมแคบ ตรงหน้ามีเพียงแผงอกกว้างของเสิ่นซื่ออยู่เท่านั้นจี้หานอียังไม่คุ้นชินกับความคลุมเครือ เช่นเดียวกับความใกล้ชิดถึงเพียงนี้แม้นางจะตอบตกลงแต่งงานกับเขา แต่นางก็หาได้มีความคิดมักใหญ่ใฝ่สูงเกินตัวไม่ นางเพียงปรารถนาจะช่วยเหลือเขาตามหน้าที่อย่างเจียมตน พยายามทำตัวให้คู่ควรกับฐานะภรรยา ไม่ก่อความวุ่นวายให้เขาต้องลำบากใจจี้หานอีขยับกายยุกยิก แต่กลับไม่รู้ว่าจะบอกให้เสิ่นซื่อลุกขึ้นอย่างไรหลังอยู่ในท่วงท่านั้นเนิ่นนาน เสียงแหบพร่าของเสิ่นซื่อก็ดังขึ้นเหนือศีรษะอีกครั้ง “กลับไปแล้วก็อย่าได้คิดมาก ข้าจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ขอเพียงมีข้าอยู่ เจ้า
اقرأ المزيد

บทที่ 394

จี้หานอีหันกายไปทางผู้เป็นมารดาเล็กน้อย บนโต๊ะเตี้ยข้างกายมีเตาถ่านดินเผาสีแดงกำลังต้มชาดอกเหมย นางทอดสายตามองมารดารินชาให้ตนเมื่อจี้หานอีเห็นว่าใบหน้าของมารดาประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา จึงเอ่ยถึงการตัดสินใจให้มารดาฟังนางกู้วางถ้วยชาลงตรงหน้าจี้หานอี พลางช้อนตาขึ้นมองบุตรสาวแล้วเอ่ยเสียงแผ่ว “สกุลเสิ่นมีบุญคุณต่อพวกเรามาโดยตลอด หานอี เจ้าตัดสินใจเช่นนี้ไม่ผิดหรอก”“ชื่อเสียงและวิถีปฏิบัติของสกุลเสิ่นนั้นดีงามมาแต่ไหนแต่ไร ท่านโหวเสิ่นก็เป็นคนดียิ่ง เป็นบุรุษที่เซี่ยอวี้เหิงในอดีตไม่อาจเทียบเคียงแม้แต่น้อย”“ในเมื่อเขาเอ่ยปากให้เจ้าช่วยเหลือ ย่อมต้องจัดเตรียมทุกสิ่งให้เจ้าอย่างรอบคอบเป็นแน่ แท้จริงแล้วแม่เองก็เบาใจ”เมื่อจี้หานอีได้ฟังถ้อยคำของมารดา ภายในใจก็พลันคลายความกังวลลงไปอีกเปลาะหนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยถึงเรื่องจดหมายตอบกลับของท่านอารองจี้หานอียังคงรู้สึกผิดอยู่ลึก ๆ ด้วยเรือนพักด้านข้างนั้นถูกปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาด ทั้งยังปลูกต้นไห่ถังเอาไว้ ท่านอารองอุตส่าห์เหน็ดเหนื่อยจัดการถึงเพียงนี้ แต่จู่ ๆ นางกลับบอกว่าไม่ไปแล้ว ย่อมต้องรู้สึกละอายใจเป็นธรรมดานางกู้กล่าวว่า “เรื่องนี้เ
اقرأ المزيد

บทที่ 395

จี้หานอีจ้องมองดวงตาของป้าสะใภ้ใหญ่ นัยน์ตาที่มักอ่อนโยนอยู่เสมอทว่าบัดนี้กลับสงบนิ่งดุจผิวน้ำ นางเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา "ข้าจำได้ว่ารถม้าของสกุลกู้ก็เป็นเพียงรถม้าธรรมดาทั่วไป ซ้ำยังไม่ได้แขวนป้ายบอกชื่อตระกูลไว้ แล้วเหตุใดคนของสกุลเซี่ยถึงได้เจาะจงตามรถม้าของป้าสะใภ้ใหญ่มาได้เล่าเจ้าคะ?""พอมาถึงหน้าประตูเรือน คนสกุลเซี่ยลงจากรถม้า ป้าสะใภ้ใหญ่ก็ไม่ทันสังเกตเห็น กลับมาบังเอิญรู้ตัวเอาตอนที่ประตูเปิดรับพวกนางเข้ามาแล้วงั้นหรือ?""ในเมื่อป้าสะใภ้ใหญ่ทำไปแล้ว จะมาอธิบายไปเพื่อสิ่งใดกัน"เมื่อนางจางได้ฟังถ้อยคำของจี้หานอี สีหน้าก็พลันแข็งค้างไปในทันทีดวงตาของจี้หานอีนั้น แม้จะดูอ่อนเยาว์ ทว่ากลับคล้ายมองทะลุไปเสียทุกสิ่ง ถ้อยคำที่นางกล่าวออกมา ต่อให้น้ำเสียงจะแผ่วเบาราวกระซิบ แต่ก็ไม่ได้ไว้หน้าผู้คนแม้แต่น้อยเป็นการฉีกกระชากหน้ากากจอมปลอมให้ขาดสะบั้นเพราะนางจางเป็นคนพาคนสกุลเซี่ยเหล่านั้นมาเองจริง ๆเนื่องจากนางไม่อยากให้บุตรชายต้องมาลุ่มหลงจี้หานอีอีกต่อไป ถึงขั้นยอมทิ้งอนาคตเพื่อจี้หานอี และดึงดันจะไปที่อำเภอเว่ยเซี่ยนให้จงได้นางอยากให้คนสกุลเซี่ยพาตัวกาลกิณีผู้นี้กลับไป บุตร
اقرأ المزيد

บทที่ 396

“ข้าดูแล้วพวกนางก็มีความจริงใจอยู่นะ”จี้หานอีปรายตามองนางจางปราดหนึ่ง ความผิดหวังที่จุกแน่นในอกทำให้นางปวดใจขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อก่อนยามอยู่ในจวน ป้าสะใภ้ใหญ่มักกล่าววาจาถากถางอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งนางก็พยายามทำความเข้าใจและเห็นใจให้มากที่สุด ถึงอย่างไรนั่นก็เป็นเรื่องภายในครอบครัว ทั้งตัวนางกับมารดาก็อาศัยอยู่ในจวนสกุลกู้ นับว่าเป็นภาระให้แก่อีกฝ่ายจริง ๆ ดังนั้น นางจึงไม่เคยนึกโกรธเคืองคำพูดของป้าสะใภ้ใหญ่แม้แต่น้อยทว่าบัดนี้ ภายใต้สายตาอันยโสโอหังของเซี่ยจิ่น ป้าสะใภ้ใหญ่ของนางกลับยังคงออกหน้าพูดแทนคนสกุลเซี่ยถ้อยคำแต่ละประโยคล้วนผลักไสให้นางกลายเป็นคนไร้เหตุผลเมื่อเซี่ยจิ่นที่ยืนอยู่ด้านข้างได้ยินคำพูดของนางจาง ก็รู้สึกได้ใจขึ้นมาทันที เนื่องจากคิดว่าตนเป็นฝ่ายถูก จึงแค่นเสียงเย็นชากล่าวว่า “เจ้าฟังเอาเถิด กระทั่งป้าสะใภ้ของเจ้ายังพูดถึงเจ้าเช่นนี้ อุตส่าห์ได้รับการอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่เล็ก ข้าว่าตอนนี้เจ้าคงไม่เหลือความเป็นผู้ดีอยู่อีกแล้วกระมัง”จี้หานอีไม่ได้สนใจเซี่ยจิ่น สายตาเพียงจ้องมองนางจาง น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความเย็นชาและห่างเหินชัดเจน “ป้าสะใภ้ใหญ่พูดจบหรือยังเจ้าคะ? ห
اقرأ المزيد

บทที่ 397

จี้หานอีคร้านจะต่อล้อต่อเถียงกับเซี่ยจิ่นเซี่ยจิ่นผู้นี้เป็นคนโอหัง ย่อมทนรับความขุ่นเคืองไม่ได้แม้แต่นิด ซ้ำหลายปีนี้ยังอาศัยอำนาจบารมีในมือของลู่หยวนจนเคยตัวกับการถูกผู้คนประจบสอพลอ นิสัยใจคอจึงยิ่งจองหองมากขึ้นทุกทีหากตนเองต้องมาทุ่มเถียงกับนางจริง ๆ เกรงว่าคงต้องเสียเวลาไปกับเรื่องนี้ทั้งช่วงบ่ายแน่จี้หานอีแทบไม่อยากปรายตามองเซี่ยจิ่นอีกแล้วในเมื่อวันนี้คนของสกุลเซี่ยดั้นด้นมาหาถึงที่นี่ ย่อมต้องมีเรื่องขอร้องนางอย่างแน่นอน นางจึงไม่ได้รู้สึกร้อนใจอันใดพลันหวนนึกไปถึงเรื่องราวของสกุลเซี่ยที่ได้ยินมาจากเสิ่นฉางหลิงเมื่อวานนี้ ก็ได้แต่คิดในใจว่าล้วนเป็นเวรกรรมตามสนองทั้งสิ้นจี้หานอีเองก็เป็นเพียงปุถุชนคนธรรมดา ภายในใจจึงยังคงรู้สึกสะใจอยู่บ้างเมื่อเซี่ยจิ่นเห็นท่าทีของจี้หานอีก็ยิ่งโกรธจนหน้าดำหน้าแดง นางนั่งตัวตรงอยู่ฝั่งตรงข้ามพลางแค่นหัวเราะเย็นชา ก่อนพูดว่า "ยามนี้เจ้าช่างวางมาดใหญ่โตดียิ่ง หากวันใดถูกจับโยนเข้าคุกหลวงขึ้นมา ข้าก็อยากรู้นักว่าเจ้าจะยังใจเย็นเช่นนี้ได้อีกหรือไม่"เมื่อจี้หานอีได้ยินเช่นนั้น ก็ถึงชะงักมือไปเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นมองความยโสบนใบหน้าเซี
اقرأ المزيد

บทที่ 398

แต่พอลองคิดดูอีกที แม้บัดนี้บุตรชายตนจะถูกปลดออกจากตำแหน่ง ทว่าเขาก็ยังหนุ่มแน่น ภายหน้าย่อมมีอนาคตยาวไกล แล้วจี้หานอีมีสิทธิ์อันใดมาทำเป็นรังเกียจเช่นนี้?การที่สกุลเซี่ยยินยอมรับนางกลับไป ก็นับว่าเป็นวาสนาของนางแล้วหากไม่ใช่เพราะร่างกายของบุตรชายมีปัญหา ไม่สามารถกระทำเรื่องพรรค์นั้นได้อีก ซ้ำยังเอาแต่พร่ำเพ้อถึงความดีงามของจี้หานอีอยู่แต่ในห้องทุกวี่วันจนร่างกายผ่ายผอม นางก็คงไม่มีทางมาตามหาจี้หานอีหรอกต่อให้เหิงเกอเอ๋อร์จะเกิดเรื่อง แต่หากอาศัยเส้นสายและฐานะที่สกุลเซี่ยสั่งสมมา แม้ไม่อาจหาสตรีจากตระกูลสูงศักดิ์ที่คู่ควรกัน แต่อย่างน้อยก็ยังหาสตรีชาวบ้านทั่วไปได้อยู่ดีเมื่อคิดได้เช่นนี้ นางหลินก็จัดระเบียบปลายแขนเสื้อเล็กน้อย ก่อนหันไปกล่าวกับเซี่ยจิ่นว่า “ช่างเถิด ไม่ต้องพูดแล้ว”กล่าวจบ นางหลินก็หันไปมองจี้หานอีอีกครั้ง “ที่พวกเรามาหาเจ้าในครั้งนี้ ก็เพราะอยากมาพูดคุยกับเจ้าดี ๆ เจ้าไม่จำเป็นต้องแสดงท่าทีเช่นนี้หรอก”จี้หานอีมีสีหน้าเรียบเฉย เพียงหลุบตามองถ้วยชาในมือเท่านั้นนางหลินมองดูท่าทีของจี้หานอี แม้ภายในใจจะรู้สึกขุ่นเคืองอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงพยายามรักษาภาพลักษณ์ของ
اقرأ المزيد

บทที่ 399

เมื่อเสียงของจี้หานอีจางหายไป ภายในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันเนิ่นนานเซี่ยจิ่นนึกไม่ถึง และนางหลินเองก็คาดไม่ถึงเช่นกันเซี่ยจิ่นรู้สึกว่าด้วยสถานการณ์ของจี้หานอีเวลานี้ การได้กลับไปอยู่ในจวนสกุลเซี่ยอีกครั้งก็นับเป็นบุญหัวของนางแล้วมีสตรีที่ผ่านการหย่าร้างสักกี่คนกันจะได้แต่งงานใหม่?นางหลินรู้สึกว่าเหตุผลที่จี้หานอีเคยเจียมตัวและปรนนิบัตินางอย่างนอบน้อมมาตลอดนั้น ย่อมเป็นเพราะอีกฝ่ายอยากอยู่ในสกุลเซี่ย ในเมื่อนางอยากรั้งอยู่ในสกุลเซี่ย บัดนี้ตนเองอุตส่าห์หยิบยื่นโอกาสให้แล้ว จี้หานอีก็เพียงต้องไหลตามน้ำไปเท่านั้นเวลานี้สถานการณ์ของนางหลินในสกุลเซี่ยช่างยากลำบาก อำนาจจัดการจวนในมือถูกฮูหยินผู้เฒ่าริบคืน ซ้ำสามีก็ยังส่งจดหมายมาตำหนิ กระทั่งขู่ว่าจะหย่าขาด ทำเอานางต้องอยู่อย่างอกสั่นขวัญแขวนมาตลอดหลายวันตอนนี้มีเพียงรับตัวจี้หานอีกลับไปเท่านั้น นอกจากจะช่วยสยบข่าวลือแล้ว ก็ยังทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างหวนคืนสู่สภาวะปกติได้อีกด้วยขณะนี้ ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนปล่อยข่าวลือ หาว่านางใจจืดใจดำปฏิบัติต่อลูกสะใภ้อย่างเลวร้าย ทั้งที่มีสัญญาในอดีตแต่กลับยังบังคับให้บุตรชายรับอนุภรรยา ซ้ำยังลื
اقرأ المزيد

บทที่ 400

จี้หานอีกล่าวพลางทอดสายตามองนางหลินด้วยความเยือกเย็น "สกุลเซี่ยให้ได้ไหมเจ้าคะ? หากให้ไม่ได้ก็ช่างเถิด"เซี่ยจิ่นตกตะลึงกับข้อเสนอของอดีตน้องสะใภ้ นางได้แต่หันไปมองหน้าจี้หานอี "นี่เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ"จี้หานอีปรายตามอง ก่อนหันกลับมาจ้องหน้าเซี่ยจิ่นอีกครั้ง "หากท่านคิดว่าข้าเสียสติ เช่นนั้นก็ย่อมเข้าใจดีว่าถ้อยคำที่ท่านพูดมาเมื่อครู่ถือเป็นคำพูดของคนเสียสติหรือไม่"นางหลินจ้องมองจี้หานอีด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ "นี่เจ้าหลงเหลือมารยาทเพียงเท่านี้เองหรือ?"จี้หานอีช้อนตาขึ้นสบตานางหลิน "แล้วฮูหยินใหญ่เซี่ยคิดว่าข้าควรทำตัวเช่นไรเจ้าคะ?""ควรเชื่อฟังและกลับไปสกุลเซี่ย พอกลับไปก็ต้องก้มหน้าก้มตาจัดการกับเรื่องราวเละเทะเหล่านั้นด้วยความเหน็ดเหนื่อย จากนั้นก็ห้ามใช้เงินทองของสกุลเซี่ยแม้แต่ตำลึงเดียว เพราะพวกมันล้วนเป็นของสกุลเซี่ย ภายหน้าจะต้องนำไปคืนสินะเจ้าคะ""ทั้งยังต้องเตรียมตัวถูกตรวจสอบบัญชีอยู่ตลอดเวลา หากจะส่งข้าวของกลับไปให้ตระกูลเดิมก็ต้องรายงานก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเข้าใจผิดคิดว่าลอบขโมยสิ่งของของสกุลเซี่ยไป""ซ้ำยังต้องรู้จักเห็นแก่ภาพรวม ต่อให้โดนคนทำร้ายก็ยังต้องไป
اقرأ المزيد
السابق
1
...
3839404142
...
47
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status