All Chapters of ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา: Chapter 381 - Chapter 390

474 Chapters

บทที่ 381

เสิ่นซู่อี๋รีบยิ้มพลางสั่งให้สาวใช้ยกน้ำชาเข้ามาตอนที่กู้หว่านอวิ๋นดื่มชา นางก็เบี่ยงกายเล็กน้อยพลางยกแขนเสื้อขึ้นบัง ทว่าสายตากลับชำเลืองมองไปทางจี้หานอีจี้หานอีมองดูแววตาเว้าวอนของกู้หว่านอวิ๋นผู้กะพริบตาปริบ ๆ เป็นเชิงบอกว่าตนต่อบทกวีไม่ได้ ภายในใจพลันบังเกิดความผิดหวังในตัวกู้หว่านอวิ๋นขึ้นมาเล็กน้อยภายใต้สายตาของผู้คนมากมาย กู้หว่านอวิ๋นกลับยังคิดจะตบตาให้ผ่านพ้นไปอีกครั้นเห็นสีหน้าของกู้หว่านอวิ๋นที่เริ่มร้อนรนมากขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้าย จี้หานอีก็ตัดสินใจเอื้อมมือไป ใช้น้ำชาเขียนตัวอักษรลงบนโต๊ะตัวเล็กข้างกายหนึ่งบรรทัดเมื่อกู้หว่านอวิ๋นเห็นดังนั้น ใบหน้าก็พลันปรากฏความยินดีขณะลดแขนเสื้อลงหันไปมองเสิ่นซู่อี๋ที่ยืนอยู่ไม่ไกลนางแสร้งตีสีหน้าผ่อนคลายสบายใจ พลางยิ้มกล่าว "เมื่อครู่ข้าพอนึกขึ้นมาได้วรรคหนึ่งแล้ว"กล่าวพลางนางก็เอ่ยว่า "เงาไม้ขจีวูบไหวผ่านม่านหน้าต่าง"ทว่าเมื่อเสิ่นซู่อี๋ได้ฟัง แววตากลับจืดจางลง นี่เป็นเพียงประโยคที่อยู่ในกรอบระเบียบธรรมดา ไม่ได้โดดเด่นอันใด นางจึงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนรับคำอย่างเสียไม่ได้ "ช่างเลือกใช้คำได้งดงาม นับเป็นประโยคที่ดียิ่ง"ใบห
Read more

บทที่ 382

ใบหน้าของเสิ่นซู่อี๋ประดับด้วยรอยยิ้มแฝงความนัย ในใจนั้นกระจ่างแจ้งต่อทุกสิ่งอากัปกิริยาและท่าทีของกู้หว่านอวิ๋นเมื่อครู่ ดูอย่างไรก็ไม่คล้ายคนที่มีความสามารถในการแต่งกวีแม้แต่น้อยในขณะที่จี้หานอีทำให้นางเลื่อมใส ทว่าตอนนี้นางกลับนึกสงสัยว่าบทกวีที่กู้หว่านอวิ๋นแต่งขึ้นนั้นเป็นฝีมือของเจ้าตัวจริงหรือไม่ เพราะท่าทางของกู้หว่านอวิ๋นเมื่อครู่ดูแปลกประหลาดเกินไป ไร้ซึ่งความสง่า ซ้ำยังดูลุกลี้ลุกลนตลอดเวลาแต่นางก็เพียงยิ้มบางเบา ไม่คิดฉีกหน้าผู้ใดให้เสียกิริยา ขณะกล่าวเสียงแผ่ว "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พี่หญิงจี้ก็รีบไปเถิด"หลังจี้หานอีเดินจากไป หลี่ซู่อวี้ก็ก้าวเข้ามายืนอยู่ข้างกายเสิ่นซู่อี๋ พร้อมกล่าวถึงข้อสันนิษฐานที่ว่าจี้หานอีแอบช่วยกู้หว่านอวิ๋นแต่งกวีก่อนถามต่อ "คุณหนูกู้ผู้นั้นมีภูมิหลังเช่นไรกันแน่ เหตุใดถึงได้ดูไร้ราศีไม่เหมาะกับงานชุมนุมเช่นนี้สักนิด?"เสิ่นซู่อี๋คลี่ยิ้มโดยไม่กล่าวสิ่งใด นางเคยได้ยินมารดาบอกว่าท่านย่าถูกตาต้องใจกู้หว่านอวิ๋น เกรงว่าคงอยากให้กู้หว่านอวิ๋นมาเป็นภรรยาของท่านอาห้ากระมังเมื่อหลายวันก่อน มารดายังกังวลอยู่เลยว่า หากในวันหน้าท่านอาห้าแต่งภรรยาแ
Read more

บทที่ 383

ยามนี้บรรยากาศภายในห้องเริ่มตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อยสุดท้ายเป็นนางชุยก้าวเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ "เรือนเจี้ยงเสวี่ยด้านหน้ากำลังต้มชาอยู่พอดี พวกเจ้าไปจิบชากันก่อนเถิด""ชุดเครื่องชาเป็นเครื่องเคลือบศิลาเตาหลงเฉวียนสีเขียวเพิ่งได้มาเมื่อวันก่อน ใช้เตาอั้งโล่ดินแดงต้มด้วยไฟอ่อน ๆ กำลังได้ที่ หากพวกเจ้ามัวชักช้า ประเดี๋ยวจะพลาดชาตอนรสชาติดีที่สุดไปเสีย"นางชุยเป็นหลานสะใภ้คนโตของบ้านใหญ่สกุลเสิ่น งานเลี้ยงครั้งนี้แม้บอกว่าเสิ่นซู่อี๋เป็นแม่งาน แต่แท้จริงแล้วนางชุยเป็นผู้จัดเตรียมทั้งหมด ด้วยฐานะของสกุลเสิ่น ต่อให้บรรดาคุณหนูเหล่านี้จะมีเรื่องขัดแย้งเล็ก ๆ น้อย ๆ กันบ้าง แต่เมื่อนางชุยออกหน้าไกล่เกลี่ย ทุกคนก็ต้องยอมเลิกลาและพากันมุ่งหน้าไปที่เรือนเจี้ยงเสวี่ยทันทีเสิ่นซู่อี๋กับนางชุยเดินรั้งท้าย เสิ่นซู่อี๋อดถามไม่ได้ว่า "พี่สะใภ้ใหญ่ คุณหนูผู้นั้นเป็นคนที่ท่านย่าให้ความสำคัญจริง ๆ หรือ?"นางชุยกระซิบตอบ "ท่านแม่สามีบอกว่าฮูหยินผู้เฒ่าถูกใจคุณหนูสกุลกู้ผู้นั้น ส่วนจะถูกใจจริงหรือไม่ข้าเองก็ไม่อาจรู้ แต่เมื่อเช้าท่านแม่สามีกำชับให้ข้าคอยต้อนรับคุณหนูสามสกุลกู้ให้ดี ผู้ใดจะไปรู้ว่านางกล
Read more

บทที่ 384

เสียงสนทนาค่อย ๆ ห่างออกไป กู้หว่านอวิ๋นยืนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ แววตาตื่นตระหนกตกใจ หยดน้ำตาร่วงเผาะลงมาอีกระลอกในเวลาเพียงไม่นานมิน่าเล่า เหตุใดนางถึงได้รับเทียบเชิญจากจวนสกุลเสิ่นช่างน่าขันนักที่นางอวดเก่งเพียงเพราะอยากได้รับความโปรดปรานจากจวนสกุลเสิ่น สุดท้ายกลับกลายเป็นตัวตลกให้ผู้คนเย้ยหยันเช่นนี้นางหมุนตัวกลับด้วยความรู้สึกสับสน ตัวคนซวนเซไปหลายก้าว แทบล้มพับลงไปกองกับพื้นตอนที่จี้หานอีเห็นกู้หว่านอวิ๋น ก็พบว่าใบหน้าของญาติผู้น้องมีแต่คราบน้ำตา ขอบตาแดงก่ำเมื่อจี้หานอีเห็นกู้หว่านอวิ๋นตกอยู่ในสภาพนี้ ก็ไม่อยากซ้ำเติมอีก เพียงก้าวไปขวางหน้ากู้หว่านอวิ๋นไว้พร้อมกระซิบเตือน “ที่นี่คือจวนสกุลเสิ่น บ่าวไพร่โดยรอบล้วนกำลังมองมาที่พวกเรา การที่เจ้าร้องไห้วิ่งหนีออกมาจากเรือนเซียวเซียงเช่นนั้น ย่อมไม่พ้นสายตาผู้คน สุดท้ายพวกเขาก็จะคาดเดาไปต่าง ๆ นานา ไม่ว่าเมื่อครู่จะพบเจอเรื่องใดมา พวกเราก็จงทำตัวให้เยือกเย็นเข้าไว้ เดินออกไปให้เหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเถิด”“ข้าจะให้บ่าวอาวุโสนำทางพวกเราไปหามารดาเจ้า หลังคารวะอำลาฮูหยินใหญ่เสิ่นเรียบร้อยก็รีบกลับกันดีกว่า”แต่ขณะนี้ กู้หว่านอ
Read more

บทที่ 385

เวลานี้นางไป๋เพียงมีความคิด อยากรีบส่งคนสกุลกู้กลับไปให้พ้น ๆ เท่านั้นนางคลี่ยิ้มบางเบาขณะหยัดกายลุกขึ้น แม้รู้ดีถึงเรื่องน่าอับอายของกู้หว่านอวิ๋นในงานชุมนุมบทกวีเมื่อครู่ ทว่านางไป๋ก็ไม่ได้คิดจะพูดถึงแต่อย่างใดอย่างไรสตรีที่มีชาติกำเนิดสูงส่งเช่นนาง หากต้องลดตัวไปพูดจาเหน็บแนมเรื่องน่าขายหน้าของตระกูลที่ต่ำต้อยอย่างสกุลกู้ ก็ดูจะไร้เกียรติเกินไปหน่อยกระมังฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นกำชับนางแล้วว่าให้ส่งแขกกลับไปอย่างสมเกียรติ เพราะถึงอย่างไร คนเหล่านี้ก็นับเป็นแขกที่นางส่งเทียบเชิญมาเองใบหน้าของนางไป๋ประดับไว้ด้วยรอยยิ้มตามมารยาท ก่อนหันไปกล่าวกับนางจางว่า “ในเมื่อคุณหนูสามสกุลกู้กับแม่นางจี้กลับจากงานชุมนุมบทกวีแล้ว ยามนี้ฮูหยินผู้เฒ่ากำลังพักผ่อน ส่วนตัวข้าเองก็มีเรื่องราวให้ต้องไปจัดการ เกรงว่าคงไม่อาจอยู่ต้อนรับได้อีก”มีหรือที่นางจางจะฟังไม่ออกว่านี่คือคำพูดส่งแขกทางอ้อม นางจึงรีบขานรับอย่างตะกุกตะกักเล็กน้อยนางย่อมดูออกถึงสีหน้าและแววตาที่เสแสร้งของนางไป๋ แม้ในใจจะลอบด่าทอไปแล้วรอบหนึ่ง แต่นางก็ไม่กล้าล่วงเกินนางไป๋จริง ๆ จึงทำได้เพียงฝืนยิ้มพลางกล่าว “ฮูหยินใหญ่เสิ่นเกรงใจเก
Read more

บทที่ 386

จี้หานอีจึงบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในงานชุมนุมบทกวีเมื่อครู่คร่าว ๆ ก่อนเอ่ยต่อด้วยเสียงแผ่วเบา “เรื่องในงานชุมนุมบทกวีวันนี้เกิดขึ้นกะทันหันไปบ้างจริง ๆ น้องหญิงสามร่างกายไม่สู้ดีทำให้คุณหนูทุกท่านต้องหมดสนุก ซ้ำยังกลับออกมาด้วยความเร่งรีบ จึงไม่ทันได้กล่าวขออภัยและอำลาพี่น้องทุกคน รบกวนคุณชายสามช่วยนำความไปบอกกล่าวแก่คุณหนูสามเสิ่นด้วยเถิดว่า เรื่องในวันนี้ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น หากจำเป็น คราวหน้าพวกเราจะมาขออภัยถึงที่จวนอีกครั้งเจ้าค่ะ”นางเงยหน้าขึ้นมองเสิ่นฉางหลิง “เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชื่อเสียง รบกวนคุณชายสามช่วยออกหน้าแทนข้ากับน้องหญิงสามที อย่าได้ให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปนะเจ้าคะ แล้วข้ากับน้องหญิงสามจะซาบซึ้งในบุญคุณครั้งนี้ยิ่งนัก”แม้เสิ่นฉางหลิงคล้ายเป็นคนพึ่งพาไม่ค่อยได้ แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นพี่ชายร่วมสายเลือดของเสิ่นซู่อี๋ คำพูดของเขาย่อมมีน้ำหนักแน่นอนหลังเสิ่นฉางหลิงได้ฟังถ้อยคำของจี้หานอี ก็คิดว่านี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ประกอบกับเมื่อเห็นจี้หานอีย่อกายทำความเคารพอยู่เบื้องหน้าตน ดวงตาคู่นั้นหลุบต่ำลง วงหน้าขาวผ่องโดดเด่นท่ามกลางเงาไม้ที่สาดส่องลงมา
Read more

บทที่ 387

จี้หานอีได้ยินเสียงของเสิ่นซื่อ เสียงนั้นฟังดูทุ้มต่ำ คล้ายไม่ค่อยพอใจนักนางฝืนทนต่อแรงกดดันเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับนัยน์ตาดำขลับที่หลุบมองลงมาอย่างคุกคามของเสิ่นซื่อ แววตานั้นแฝงความเข้มงวดเล็กน้อย ทำให้เสียงของนางแผ่วเบาลงโดยไม่รู้ตัว "พอดีคุยเสร็จแล้วเจ้าค่ะ..."เสิ่นซื่อมองดูท่าทีของจี้หานอีก่อนเลิกคิ้วขึ้น จากนั้นจึงปรายตามองเสิ่นฉางหลิงที่อยู่ด้านข้างเมื่อเสิ่นฉางหลิงมองดูสีหน้าของท่านอาห้าแล้วก็ให้หวาดหวั่นจนขนลุก รีบยืนยันทันที "พูดคุยเสร็จแล้วจริง ๆ ขอรับ"เสิ่นซื่อพยักหน้า แล้วถามต่อ "เมื่อครู่พูดคุยเรื่องใดกันอยู่หรือ?"จี้หานอีจึงตอบกลับไปตามความจริงเสิ่นซื่อเอียงศีรษะ สายตาจับจ้องจี้หานอี คราวก่อนก็เป็นเช่นนี้ ร้านค้าเกิดเรื่องนางกลับไม่ยอมมาหาเขา ดึงดันจะไปหาเสิ่นฉางหลิงให้ได้ ทั้ง ๆ ที่เขากับนางเคยนอนร่วมเตียงกันมาแล้วด้วยซ้ำ ต่อให้นางจะหวาดกลัวเขาเพียงใด แต่เขาก็ยังทำให้นางรู้สึกสนิทใจสู้เสิ่นฉางหลิงไม่ได้อีกหรือ?ภายหน้านางก็ต้องมาเป็นภรรยาเขาอยู่ดี ถ้าเวลาเกิดเรื่องไม่ยอมมาหาเขา แล้วการไปหาเสิ่นฉางหลิงมันจะมีประโยชน์อันใดในใจเสิ่นซื่ออัดอั้นด้วยความขุ่นเคือง
Read more

บทที่ 388

เสิ่นฉางหลิงรับฟังด้วยความอึดอัดใจ ใบหน้าแข็งค้าง ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ยังไม่รู้จะพูดคำใดอยู่ดีเสิ่นซื่อมองดูสีหน้าของเสิ่นฉางหลิง พลางขยับเข้าไปหาอีกหนึ่งก้าว เขาเม้มริมฝีปากเล็กน้อยพร้อมจ้องมองอีกฝ่าย ก่อนเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ "อีกอย่าง นางกำลังจะหมั้นหมายแล้ว หากเจ้าชอบนางจริง ก็อย่าไปหาเรื่องให้นางต้องเดือดร้อนเลย""มิเช่นนั้น ข้าจะให้เจ้าออกจากเมืองหลวงไปจริง ๆ แน่"เสิ่นฉางหลิงมองเสิ่นซื่อด้วยความตกตะลึง "แม่นางจี้จะหมั้นหมายกับผู้ใดหรือขอรับ?"เสิ่นซื่อปรายตามองเสิ่นฉางหลิงปราดหนึ่ง “เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง แต่ข้าจะไปบอกผู้บังคับบัญชาเจ้าไว้ ภายหน้าห้ามอนุญาตให้เจ้าลางานโดยง่ายอีก หากเวลานี้เจ้ายังไม่ยอมกลับค่าย ข้าจะเรียกบิดาเจ้ามาแน่"เมื่อเสิ่นซื่อกล่าวจบ ก็ไม่ได้ปรายตามองเสิ่นฉางหลิงอีก เขาเดินผ่านหน้าหลานชายไปในทันใด ทิ้งให้เสิ่นฉางหลิงยังคงยืนจมอยู่ในความตื่นตระหนกเพียงผู้เดียวทางฝั่งของจี้หานอีเมื่อก้าวขึ้นรถม้า นางจางก็รีบถามทันที "พูดคุยกันเรียบร้อยแล้วหรือไม่?"จี้หานอีพยักหน้า "ไม่น่ามีปัญหาแล้วเจ้าค่ะ"เมื่อนางจางได้ยินคำตอบของจี้หานอี ในใจถึงค่อยโล่งอกขึ้นมาบ้าง สุดท
Read more

บทที่ 389

หลังกลับจวน จี้หานอีก็ไปนั่งพูดคุยที่เรือนของมารดาก่อน กระทั่งร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันเสร็จสิ้น จึงค่อยกลับเรือนตนเองบนโต๊ะยาวเบื้องหน้ามีกระดาษวาดภาพปูแผ่ จี้หานอีหมายวาดภาพเพื่อสงบจิตใจ ทว่าเมื่อจับพู่กันขึ้นมากลับไม่อาจจรดปลายพู่กันลงไปได้เสียที สุดท้ายจึงล้มเลิกความตั้งใจ แล้วนั่งอ่านหนังสือบนเก้าอี้แทนแสงแดดยามบ่ายในฤดูใบไม้ผลิหลังฝนพรำเริ่มสว่างไสว สาดส่องผ่านหน้าต่างลงมาอาบไล้เรือนร่างนาง ชวนให้รู้สึกง่วงงุนขึ้นมาเล็กน้อยจี้หานอีถือหนังสือไว้ในมือ แต่พลิกอ่านเพียงไม่กี่หน้า ก็เผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ รู้ตัวอีกทีตื่นขึ้นมา ตรงหน้าก็มีเพียงความมืดสลัว ภายในห้องไร้ซึ่งผู้คน บนร่างมีผ้าห่มคลุมไว้ ซ้ำด้านข้างยังมีเตาถ่านไฟวางอยู่หนึ่งใบเนื่องจากเวลานี้มีเงินทองติดตัวมากพอแล้ว ประกอบกับทั้งตัวนางและมารดาเป็นคนขี้หนาว ช่วงนี้จึงยังคงใช้เตาถ่านอยู่เสียงถ่านไม้ปะทุดังเปรี๊ยะปร๊ะเป็นระยะ จี้หานอีมึนงงเล็กน้อย ทั้งยังรู้สึกลำคอแห้งผาก จึงเรียกหรงชุนให้เข้ามาเติมน้ำชาหรงชุนซึ่งกำลังยืนคุยกับชุนจวี๋อยู่ด้านนอก เมื่อได้ยินเสียงเรียกของจี้หานอีก็รีบก้าวเข้ามา ทันทีที
Read more

บทที่ 390

นางกัดไปหนึ่งคำ ขนมนุ่มลิ้น ไม่หวานจัด ทว่าอร่อยเลิศล้ำจนอดถามเสิ่นซื่อไม่ได้ "นี่คือขนมอันใดหรือเจ้าคะ?"เสิ่นซื่อคลี่ยิ้มบางเบา เพียงตอบว่า "หากเจ้าชอบ คราวหน้าข้าจะนำมาให้อีก"จี้หานอีมองเขาด้วยความเกรงใจ "จะให้รบกวนใต้เท้าเสิ่นบ่อยครั้งคงไม่ดีนักเจ้าค่ะ"สายตาของเสิ่นซื่อทอดมองผงแป้งสีขาวที่เลอะอยู่ตรงริมฝีปากของจี้หานอี ขณะรับฟังน้ำเสียงแผ่วเบา และจับจ้องดวงตางดงามของนางพลางกล่าว "ข้างนอกไม่มีขายหรอก"เพียงประโยคเดียวก็ทำเอาจี้หานอีถึงกับหมดคำจะกล่าว นางหาถ้อยคำใดมาสนทนาต่อไม่ได้ จึงได้แต่ก้มหน้ากัดขนมกินไปอีกคำจี้หานอีทานติดต่อกันถึงสองชิ้น เพียงไม่นานขนมในกล่องก็เหลืออยู่เพียงชิ้นเดียวเท่านั้นจี้หานอีรู้สึกเกรงใจจนไม่กล้าหยิบกินต่อขณะที่นางกำลังจะพูดบางอย่างเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศอันน่ากระอักกระอ่วนใจระหว่างตนเองกับเสิ่นซื่อ กลิ่นหอมจาง ๆ ของไม้กฤษณาก็โชยมาอีกระลอก ครั้นได้สติกลับคืน สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็คือปลายนิ้วของเสิ่นซื่อซึ่งยื่นมาจ่ออยู่ตรงริมฝีปากนางปลายนิ้วของเขาคีบขนมชิ้นนั้น คล้ายตั้งใจจะป้อนนางจี้หานอีชะงักงัน เอนกายไปด้านหลังโดยไม่รู้ตัว แต่มือของเสิ่นซ
Read more
PREV
1
...
3738394041
...
48
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status