เสิ่นซู่อี๋รีบยิ้มพลางสั่งให้สาวใช้ยกน้ำชาเข้ามาตอนที่กู้หว่านอวิ๋นดื่มชา นางก็เบี่ยงกายเล็กน้อยพลางยกแขนเสื้อขึ้นบัง ทว่าสายตากลับชำเลืองมองไปทางจี้หานอีจี้หานอีมองดูแววตาเว้าวอนของกู้หว่านอวิ๋นผู้กะพริบตาปริบ ๆ เป็นเชิงบอกว่าตนต่อบทกวีไม่ได้ ภายในใจพลันบังเกิดความผิดหวังในตัวกู้หว่านอวิ๋นขึ้นมาเล็กน้อยภายใต้สายตาของผู้คนมากมาย กู้หว่านอวิ๋นกลับยังคิดจะตบตาให้ผ่านพ้นไปอีกครั้นเห็นสีหน้าของกู้หว่านอวิ๋นที่เริ่มร้อนรนมากขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้าย จี้หานอีก็ตัดสินใจเอื้อมมือไป ใช้น้ำชาเขียนตัวอักษรลงบนโต๊ะตัวเล็กข้างกายหนึ่งบรรทัดเมื่อกู้หว่านอวิ๋นเห็นดังนั้น ใบหน้าก็พลันปรากฏความยินดีขณะลดแขนเสื้อลงหันไปมองเสิ่นซู่อี๋ที่ยืนอยู่ไม่ไกลนางแสร้งตีสีหน้าผ่อนคลายสบายใจ พลางยิ้มกล่าว "เมื่อครู่ข้าพอนึกขึ้นมาได้วรรคหนึ่งแล้ว"กล่าวพลางนางก็เอ่ยว่า "เงาไม้ขจีวูบไหวผ่านม่านหน้าต่าง"ทว่าเมื่อเสิ่นซู่อี๋ได้ฟัง แววตากลับจืดจางลง นี่เป็นเพียงประโยคที่อยู่ในกรอบระเบียบธรรมดา ไม่ได้โดดเด่นอันใด นางจึงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนรับคำอย่างเสียไม่ได้ "ช่างเลือกใช้คำได้งดงาม นับเป็นประโยคที่ดียิ่ง"ใบห
Read more