ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา のすべてのチャプター: チャプター 421 - チャプター 430

470 チャプター

บทที่ 421

ขณะจี้หานอีก้าวขึ้นรถม้า เสิ่นซื่อก็กำลังเอนกายพิงพนักที่นั่งหลับตาพักผ่อนอยู่ด้านในร่างสูงใหญ่ดูสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาและสูงศักดิ์เงยขึ้นมาเล็กน้อย ภายใต้แสงไฟจากตะเกียงทองแดงรูปดอกบัวที่สว่างวูบวาบ สีหน้าของเขาแฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้าบางเบา แม้มองเห็นไม่ชัดนัก แต่ก็คล้ายขับเน้นให้ดูสูงส่งยิ่งขึ้นแสงสว่างภายในรถม้านั้นมืดสลัว มืดเสียจนแทบมองลวดลายบนเสื้อผ้าไม่ชัดสายตาของจี้หานอีทอดมองไปยังตะเกียงบนโต๊ะ ช่องเปิดของตะเกียงทองแดงนั้นเล็กนิดเดียว คาดว่าเสิ่นซื่อคงตั้งใจหรี่ไฟลงเพื่อหลับตาพักผ่อนหลังจี้หานอีเดินขึ้นมา เสิ่นซื่อก็ยังไม่กระดุกกระดิก นางจึงเรียกเขาด้วยเสียงแผ่วเบา "ใต้เท้าเสิ่น?"เสิ่นซื่อส่งเสียงรับคำในลำคอ ก่อนกล่าวต่อด้วยเสียงทุ้มต่ำ "หานอี มานั่งข้างข้าสิ"ความจริงภายในรถม้านอกจากที่ว่างข้างกายเสิ่นซื่อแล้ว ก็ไม่มีที่อื่นให้นั่งได้อีกจี้หานอีพลันนึกถึงรถม้าคันก่อน ๆ ของเสิ่นซื่อซึ่งมักจะกว้างใหญ่ มีเก้าอี้ยาวให้นั่งทั้งสองฝั่ง แล้วเหตุใดบัดนี้ถึงไม่ใช้รถม้าคันใหญ่เช่นนั้นแล้วเล่าผนวกกับเสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่าเล็กน้อยของเขา ก็ทำเอาจี้หานอีอดชำเลืองมองลูกกระเดื
続きを読む

บทที่ 422

เรือนร่างถูกโอบกอดแน่นขึ้นในอ้อมอกของเสิ่นซื่อ สุ้มเสียงแหบพร่าของเขาดังแว่วอยู่ข้างหู "พรุ่งนี้จะมีเทียบเชิญเจ้าไปร่วมงานเลี้ยงชมบุปผา เจ้าไม่ต้องกลัว รอข้าจัดการงานเสร็จเมื่อใดก็จะรีบตามไปทันที"จี้หานอีชะงักงันไปชั่วครู่ก่อนรีบตั้งสติ แล้วรับคำชายหนุ่ม "เจ้าค่ะ"นางลองพยายามผลักเอวเสิ่นซื่อเบา ๆ แต่ด้วยความที่ถูกกอดไว้แน่นเกินไป จี้หานอีจึงไม่อาจยกมือขึ้นแตะถึงแผงอกของชายหนุ่ม ทำได้เพียงผลักที่เอวเขาเท่านั้นแต่เพียงนางออกแรงผลักเบา ๆ ยังไม่ได้ลงน้ำหนักอันใด ก็พลันได้ยินเสียงครางต่ำในลำคอของเสิ่นซื่อ จี้หานอีจึงไม่กล้าขยับตัวอีกจากนั้น นางก็ได้ยินเสียงเสิ่นซื่อดังขึ้นอีกครั้ง "หานอี อย่าขยับ"จี้หานอีร่างแข็งทื่อ กระทั่งนิ้วมือที่วางอยู่บนเอวเสิ่นซื่อก็ยังค้างเติ่งอยู่อย่างนั้นอย่างทำตัวไม่ถูกน้ำหนักตัวของเสิ่นซื่อนั้นไม่ใช่น้อย หนักเสียจนจี้หานอีแทบหายใจไม่ออกแล้วแต่นอกจากกอดจี้หานอี เสิ่นซื่อก็ไม่ได้ทำสิ่งใดอีกฝ่ามือเขาข้างหนึ่งยังคงกอบกุมมือของจี้หานอี ส่วนอีกข้างทาบทับอยู่บนแผ่นหลังของนางบนร่างเขามีกลิ่นกระดาษและไม้กฤษณาผสมกลิ่นสุราบางเบา ทว่าจี้หานอีกลับไม่ได้รู้ส
続きを読む

บทที่ 423

เสิ่นซื่อกอดจี้หานอีอยู่เนิ่นนานกว่าจะหยัดกายลุกขึ้นเมื่อเขายืดกายยืนตรง ริมฝีปากก็พลันเฉียดผ่านข้างใบหูของจี้หานอี ซึ่งพอดีตรงนั้นเป็นจุดที่นางอ่อนไหว จึงอดสั่นสะท้านขึ้นมาไม่ได้เมื่อครู่ขณะถูกเสิ่นซื่อโอบกอด ด้วยคิดว่าเขากำลังเมามาย ในใจจึงไม่ได้ฟุ้งซ่าน ทว่ายามนี้เมื่อข้างใบหูถูกริมฝีปากของเสิ่นซื่อเฉียดผ่าน ไอร้อนจากลมหายใจของเขารินรดลงมา พวงแก้มของนางจึงร้อนผ่าวในฉับพลัน บังเกิดความสับสนงุนงงจนทำตัวไม่ถูกเสิ่นซื่อสัมผัสได้ถึงปฏิกิริยาอันแสนอ่อนไหวของจี้หานอี จึงลอบคลี่ยิ้มไร้สุ้มเสียง พลางจินตนาการว่าหากเขาลองขบเม้มลงไปตรงนั้น นางจะแสดงท่าทีเช่นไรเขาตั้งตารอคอยยิ่งนักแต่น่าเสียดาย เวลานี้เขายังไม่อาจกระทำเช่นนั้น หาไม่แล้วคงได้ทำให้คนงามตกใจจนหนีเตลิดไปเป็นแน่แขนข้างหนึ่งของเขายันผนังรถม้า แสร้งว่ายังคงเมามาย ขณะกักตัวจี้หานอีไว้ในอ้อมอก พลางก้มหน้าลงปล่อยให้ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดอยู่ข้างใบหูนาง เขาหรี่ตาลง พลางมองดูใบหูขาวผ่องที่ค่อย ๆ กลายเป็นสีชมพูระเรื่อ จากนั้นจึงหลุบตามองแพขนตาที่ทอดต่ำลงของนาง ซึ่งกำลังสั่นระริกด้วยความกระสับกระส่ายสุดท้าย สายตาจึงไปหยุดลงบนปลาย
続きを読む

บทที่ 424

เหวินอันเดินติดตามจี้หานอีมาระยะหนึ่ง ก่อนกระซิบ "แม่นางจี้วางใจเถิด ข้าน้อยจะคอยเฝ้าอยู่ไม่ไกล หากเกิดเรื่องใดขึ้น ท่านโหวจะรีบมาทันทีขอรับ"จี้หานอีพยักหน้ารับทราบวันนี้ภายในสวนประจำตำหนักมีคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์เดินกันให้ขวักไขว่ แต่ละคนล้วนสวมใส่อาภรณ์หรูหราตระการตา ประหนึ่งมวลหมู่บุปผาที่บานสะพรั่งแข่งกันอวดโฉมในวสันตฤดูจี้หานอีถูกพาตัวมาที่ศาลาหลังหนึ่ง เมื่อเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก็เห็นฮองเฮาประทับอยู่ด้านใน โดยมีคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์อีกหลายคนนั่งอยู่เคียงข้างทว่าฮองเฮาผู้สูงศักดิ์กลับกำลังหลุบตามองมาที่นาง สีหน้าแฝงไว้ด้วยความสูงศักดิ์ซึ่งติดตัวมาแต่กำเนิดเช่นเดียวกับเสิ่นซื่อ แววตาไม่ได้ดูเย็นชาทว่าก็ไม่อบอุ่น ถือเป็นความห่างเหินและสูงส่งเกินเอื้อมอย่างแท้จริงจี้หานอีสังเกตเห็นสายตาของฮองเฮา ซึ่งดูเรียบเฉยปราศจากความรู้สึก ก่อนพระองค์ท่านจะหันหน้ากลับไปตามเดิมจี้หานอีตั้งสติรักษากิริยาให้ดูสุขุม ขณะรวบชายกระโปรงก้าวเดินตามข้ารับใช้จากในวังเข้าไปในตัวศาลาจำนวนผู้คนด้านในนั้นมีไม่มาก เวลานี้ผู้ที่นั่งอยู่ข้างกายฮองเฮา ล้วนเป็นบรรดาคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์วัยเยาว์ รวมถึงมีฮ
続きを読む

บทที่ 425

น้ำเสียงนั้นไพเราะยิ่ง เมื่อจี้หานอีได้ยินจึงเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ก็เห็นเพียงสตรีผู้หนึ่งสวมชุดกระโปรงคอตั้งสีขาวอมชมพูปักลายดอกเป่าเซียง สตรีผู้นั้นมีผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะ คิ้วตาแลดูงดงามสูงส่ง บนเรือนร่างแผ่กลิ่นอายเย็นชาบางเบา ทว่ากลับดูสะดุดตาเป็นพิเศษมีคนด้านข้างแนะนำว่า นี่คือท่านหญิงหมิงชางผู้มีศักดิ์เป็นหลานยายของไทเฮา จี้หานอีจึงรีบย่อกายทำความเคารพ ก่อนขยับเข้าไปใกล้นางเพิ่งจะก้าวเข้าไป ซุนเป่าฉยงก็คล้องแขนจี้หานอีพร้อมยิ้มให้ ก่อนรับหน้าที่แนะนำบรรดาคุณหนูผู้นั่งอยู่ตรงนี้ให้นางรู้จักทีละคนจี้หานอีรับฟังพลางกวาดสายตามองโดยรอบ จึงพอจะเข้าใจขึ้นมาแล้วว่า ผู้ที่นั่งอยู่ในศาลาหลังนี้ หากไม่ใช่บุตรีของพระญาติพระวงศ์ ก็ต้องเป็นสตรีผู้สูงศักดิ์ที่ฮองเฮาทรงโปรดปรานเป็นพิเศษ หรือไม่ก็เป็นคุณหนูจากตระกูลที่รู้จักมักคุ้นกับสกุลเสิ่น โดยด้านข้างนั้นก็ยังมีเสิ่นซู่อี๋และหลี่ซู่อวี้ที่เคยพบกันในงานชุมนุมบทกวีที่จวนสกุลเสิ่นเมื่อคราวก่อนนั่งอยู่ด้วยจี้หานอีจึงลุกขึ้นยืนทักทายพวกนางทีละคนฮองเฮาพลันกล่าวกับจี้หานอีว่า "เป่าฉยงร่ำเรียนตำรามาตั้งแต่เล็ก รู้ธรรมเนียมมารยาทเป็นที่สุด
続きを読む

บทที่ 426

จี้หานอีรู้สึกได้ถึงสายตาของท่านหญิงเฟิงหนิงที่จับจ้องมาทางตนเอง นางยังคงนั่งตัวตรงอย่างสำรวมกิริยา เพียงปรายตามองไปเล็กน้อย จนสบเข้ากับสายตาของท่านหญิงเฟิงหนิง ความเย่อหยิ่งดูแคลนในแววตาของอีกฝ่ายนั้นแทบไม่ได้ปิดบังนางแม้แต่นิดจี้หานอีหลุบตาลงก่อนหันไปมองซุนเป่าฉยงผู้อยู่ข้างกาย จากนั้นก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้แล้วอีกฝ่ายล้วนเป็นคนจากฝั่งไทเฮาขณะกำลังครุ่นคิด ใครบางคนก็กล่าวพลางหัวเราะขึ้นว่า "ดูท่าท่านหญิงคงเคยพบเจอคนประเภทนี้มาแล้วกระมัง เช่นนั้นก็ช่วยเล่าให้พวกเราฟังเป็นเรื่องขบขันบ้างเถิด"ท่านหญิงเฟิงหนิงจึงแย้มยิ้ม "จะให้ข้าเล่าก็ได้ แต่พวกเจ้าจงฟังเอาสนุก อย่าได้เที่ยวจับผิดโยงใส่ผู้ใดเข้าเชียว"ซุนเป่าฉยงหันไปมองท่านหญิงเฟิงหนิง "ไม่ต้องเล่าหรอกกระมัง"ท่านหญิงเฟิงหนิงหัวเราะร่วนพลางกล่าว "ก็แค่เรื่องขบขัน พูดไปไม่เห็นไม่เสียหายอันใดนี่นา"กล่าวจบนางก็เริ่มเล่า "คราวก่อนข้าไปร่วมงานชุมนุมบทกวี ในงานมีสตรีผู้หนึ่งมาร่วมด้วย นางเป็นถึงคุณหนูจากตระกูลบัณฑิต ผู้คนต่างพากันคิดว่านางย่อมต้องต่อบทกวีได้ยอดเยี่ยมแน่ แต่สุดท้ายพวกเจ้ารู้หรือไม่ว่านางทำเรื่องอันใดลงไป? ช่
続きを読む

บทที่ 427

เวลานี้บรรยากาศภายในงานเงียบงันยิ่งจี้หานอีสัมผัสได้ถึงสายตาของหลี่ซู่อวี้ จึงเงยหน้าขึ้นสบตาด้วยเล็กน้อย ก่อนแค่นยิ้มบางเบา "สายตาของผู้อื่นหาได้สำคัญต่อข้าไม่ อีกอย่าง เรื่องที่ได้ยินจากการบอกเล่าปากต่อปาก จริงเท็จเช่นไรย่อมยากแยกแยะ ในฐานะที่ข้าเองก็เป็นสตรีด้วยกัน จึงไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นส่งเดชดีกว่า"หลี่ซู่อวี้ถึงกับตะลึงงัน ด้วยไม่คิดว่าจี้หานอีจะไร้ยางอายถึงเพียงนี้ บนใบหน้าปราศจากความรู้สึกผิดหรืออาการร้อนตัว ซ้ำยังเหน็บแนมว่านางเป็นพวกหูเบานำเอาคำบอกเล่าลอยลมมาตัดสินผู้อื่นเวลานั้นคุณหนูท่านหนึ่งพลันกล่าวว่า "ที่แม่นางจี้พูดมาก็ไม่ผิดนัก ในเมื่อเป็นเรื่องที่ฟังผู้อื่นเขาเล่ามา หากไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง แล้วจะเอามาทำลายชื่อเสียงของสตรีผู้หนึ่งได้อย่างไร"หลี่ซู่อวี้จึงได้แต่กัดฟันกรอดและยอมเลิกราไปในที่สุดซุนเป่าฉยงปรายตามองหลี่ซู่อวี้ปราดหนึ่ง จากนั้นจึงหันไปแย้มยิ้มเสนอต่อฮองเฮาว่า "งานเลี้ยงชมบุปผาวันนี้ หากมัวแต่ชมดอกไม้เพียงอย่างเดียวก็ออกจะจืดชืดไปสักหน่อย ไม่สู้พวกเรามาประชันกวีร้อยบุปผาโดยใช้ชื่อดอกไม้เป็นหัวข้อดีหรือไม่ ผู้ใดต่อบทกวีไม่ได้ก็ให้ลงโทษด้วยการดื
続きを読む

บทที่ 428

เวลานี้ผู้ที่ยังไม่ได้ต่อบทกวี เหลือเพียงจี้หานอีและซุนเป่าฉยงเท่านั้นซุนเป่าฉยงแย้มยิ้มมองไปทางจี้หานอีพลางถาม "พี่หญิงจะเริ่มก่อนหรือไม่เจ้าคะ?"จี้หานอีคลี่ยิ้มตอบว่า "ไม่เป็นไร ท่านหญิงต่อก่อนเถิด"ซุนเป่าฉยงจ้องมองจี้หานอีอย่างครุ่นคิด แม้ด้วยฐานะของนางนั้น ย่อมไม่เคยรังเกียจหรือดูแคลนผู้ใด แต่เมื่อมองจี้หานอีเวลานี้ นางกลับรู้สึกดูแคลนอยู่บ้างจริง ๆ สตรีที่ไร้ซึ่งความรู้ความสามารถ ต่อให้ยื้อเวลาไปถึงท้ายที่สุด ก็มีแต่จะทำให้ตนเองต้องขายหน้าผู้คนมากขึ้นเท่านั้นเกรงว่าถ้อยคำถากถางในบทกวีของเฟิงหนิงเมื่อครู่ ดูจากท่าทีของจี้หานอีแล้วก็คงฟังไม่ออกเป็นแน่ช่างเถิด ถือว่านี่เป็นสิ่งที่นางเลือกเองแล้วกันใบหน้าของซุนเป่าฉยงประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ขณะร่ายบทกวีด้วยความเยือกเย็น "หิมะร่วงถล่มผาหยกตกสวรรค์ หลานหว่านพลันเคลื่อนรากรับตะวันใส อย่าฉงนกิ่งเดี่ยวเร้นอุ่นไอ สิ่งยากไซร้ในโลกหล้าคือรู้ความ"เมื่อกวีบทนี้ถูกขับขาน ผู้คนทั้งงานต่างก็หวั่นไหววรรคแรกที่ขึ้นต้นด้วยหิมะร่วงถล่มผาหยกตกสวรรค์นั้นช่างฟังดูยิ่งใหญ่อลังการ ส่วนวรรคต่อมาอย่างหลานหว่านพลันเคลื่อนรากรับตะวันใสก็ยังแฝงก
続きを読む

บทที่ 429

จี้จิ่งเกิดมาพร้อมรูปโฉมอันหล่อเหลา เรียกได้ว่าเป็นความหล่อเหลาที่โดดเด่นสะดุดตา ซ้ำยังมีกลิ่นอายของความโอหัง และเนื่องจากจี้จิ่งเป็นศิษย์เอกของพ่อตาเขา เมื่อก่อนเขาจึงไว้ใจจี้จิ่งไม่ใช่น้อยทว่าเรื่องราวในครั้งนั้น เมื่อเหลียวซีเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก็ต้องเอาผิด คืนนั้นจี้จิ่งคุกเข่าอยู่หน้าตำหนัก สองมือประคองม้วนฎีกาสำหรับถอดถอนขุนนาง เนื้อหาภายในนั้นชวนให้ผู้คนตื่นตระหนกยิ่งกองทัพถูกยัดเยียดด้วยลูกหลานตระกูลสูงศักดิ์มากมายจริงดังว่า รวมถึงทายาทของเหล่าขุนนางผู้มีความดีความชอบที่เคยสนับสนุนเขา คนเหล่านี้อาศัยบารมีและผลงานของบรรพบุรุษ โลภมากอยากได้ความดีความชอบจนกระทำการบุ่มบ่าม ไม่ฟังคำสั่งการ ก่อให้เกิดเภทภัยครั้งใหญ่กระทั่งยังมีพวกที่สวมรอยเบิกเสบียงกองทัพ รายงานความดีความชอบเท็จอีกด้วยแต่ในเวลานั้น เขาเพิ่งครองราชย์ได้เพียงห้าปี ยังต้องซื้อใจผู้คน ขุนนางที่จี้จิ่งเขียนฎีกาถอดถอนนั้นมีจำนวนมากเกินไป ประกอบกับสถานการณ์ที่เหลียวซีย่ำแย่เกินเยียวยา หากลงโทษผู้คนเหล่านี้ทั้งหมด เหลียวซีก็จะไร้ซึ่งกำลังพล และทำให้ราชสำนักบังเกิดความสั่นคลอนอย่างเลี่ยงไม่ได้ทั้งเห
続きを読む

บทที่ 430

แต่ท่านหญิงเฟิงหนิงกลับเสนอว่า ในเมื่อทุกคนต่างประชันบทกวีกันแล้ว ก็ต้องเลือกผู้ที่ทำได้ดีที่สุดออกมาสองคน ส่วนคนที่เหลือควรถูกปรับให้ดื่มสุราฮองเฮาปรายตามองจี้หานอีอย่างลึกซึ้งปราดหนึ่ง ก่อนผงกศีรษะอนุญาตนางรับสั่งให้ทุกคนที่อยู่ในงานขานชื่อผู้ที่ตนคิดว่าต่อบทกวีได้ดีที่สุดมาคนละหนึ่งชื่อหลังจบการลงคะแนน ผู้ที่ได้รับคำชมมากที่สุดก็คือซุนเป่าฉยงและท่านหญิงเฟิงหนิงจี้หานอีก้มหน้าลงเล็กน้อยด้วยแววตาเรียบเฉย ไม่ได้รู้สึกข้องใจกับผลลัพธ์นี้แม้แต่น้อย เพราะคาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรกแล้วคุณหนูเหล่านี้ไม่ได้เลือกผู้ชนะจากความสามารถเมื่อจอกสุราสำหรับผู้แพ้ถูกยกมาส่งถึงตรงหน้า นางก็รับมาดื่มอย่างสง่างามซุนเป่าฉยงมองภาพนั้นเงียบ ๆ ทว่าสีหน้ากลับไม่ได้แสดงความยินดีเท่าใดต่อมาก็มีการยกขนมชาววังที่ทำจากดอกไม้เข้ามาอีกมากมาย ฮองเฮารับสั่งให้ทุกคนลิ้มรสและพูดคุยกันตามสบาย ส่วนตนเองพาองค์หญิงฝูอันและฮูหยินหย่งชิงโหวเข้าไปจิบชาในห้องหับด้านใน ปล่อยให้บรรดาคุณหนูได้พูดคุยกันอยู่ด้านนอกอย่างเป็นอิสระมากขึ้นทันทีที่ฮองเฮาเสด็จจากไป บรรยากาศภายในงานก็ครึกครื้นขึ้นมากทีเดียวทว่าความครึกครื้นเ
続きを読む
前へ
1
...
4142434445
...
47
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status