《ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา》全部章節:第 611 章 - 第 620 章

662 章節

บทที่ 611

เมื่อจี้หานอีรับฟังถ้อยคำของชุยจาวอวิ๋น ก็รู้สึกราวกับว่าทั้งสองคนคุ้นเคยกันมาก่อน นางจึงถามขึ้น “ไม่ทราบว่าคุณหนูรองชุยกับสามีข้าเคยสนิทกันมาก่อนหรือ?”ชุยจาวอวิ๋นแย้มยิ้มพลางตอบ “จะนับว่าเคยสนิทก็คงไม่ได้ เรียกว่าแค่รู้จักกันก็เท่านั้น”“ท่านโหวเสิ่นกับพี่ใหญ่ข้ามีไมตรีต่อกัน เมื่อก่อนพี่ใหญ่ข้าร่ำเรียนอยู่ในสำนักศึกษาของสกุลเสิ่น บางครั้งพี่ใหญ่ก็จะพาน้องสาวเช่นพวกข้าไปด้วย นานวันเข้าจึงพอจะคุ้นหน้ากันอยู่บ้าง”“ข้าเคยพบท่านโหวเสิ่นตอนอายุเจ็ดขวบ เวลานั้นท่านโหวเสิ่นอายุสิบสามปีแล้ว เป็นเด็กหนุ่มรูปงามทว่าเยือกเย็น ไม่ว่ามองผู้ใดก็ล้วนมีท่าทีเมินเฉยไม่ไยดี ใบหน้าหรือก็เคร่งขรึมยิ่ง พวกเราบรรดาคุณหนูสกุลชุย นอกจากกล่าวทักทายท่านโหวเสิ่นแล้ว ก็ไม่ได้พูดคุยอันใดกันอีก”“ภายหลังท่านโหวเสิ่นก็มักจะติดตามบิดาของเขามาเป็นแขกที่จวนผิงหนานโหวอยู่บ่อยครั้ง แต่ถ้อยคำที่ข้าเคยพูดคุยกับท่านโหวเสิ่น นับรวมแล้วก็คงมีเพียงสิบกว่าประโยคเท่านั้น”จี้หานอีรับฟังคำอธิบายเหล่านี้ พลางเอียงศีรษะมองดูนัยน์ตาที่เจือรอยยิ้มของชุยจาวอวิ๋นยามเอื้อนเอ่ย น้ำเสียงของนางชวนให้ผู้คนฟังแล้วรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ
閱讀更多

บทที่ 612

แสงสว่างจากนอกหน้าต่างสาดส่องเข้ามาสายหนึ่ง อาบไล้ลงบนใบหน้าที่ดูซีดเซียวเล็กน้อยของชุยจาวอวิ๋นทั่วทั้งร่างนางดูสงบนิ่งราวผู้ที่ปลงตกและไร้ซึ่งความปรารถนาใด ๆจี้หานอีไม่แน่ใจว่าชุยจาวอวิ๋นไม่รู้จริง ๆ หรือว่าภาพวาดม้วนนี้ล้ำค่าเพียงใด ต่อให้ใช้คำว่ามีค่าควรเมืองก็ยังไม่นับว่ากล่าวเกินจริง ทว่าชุยจาวอวิ๋นกลับเอ่ยปากว่าจะยกให้นางอย่างง่ายดาย คล้ายไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อยทั้งยังอดสงสัยไม่ได้ว่าซื่อจื่อสกุลชุยปฏิบัติต่อน้องสาวดีถึงเพียงนี้เชียวหรือ ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งแสดงความห่วงใยอาการป่วยของชุยจาวอวิ๋นไปหมาด ๆ กระทั่งของมีค่าถึงเพียงนี้ก็ยังตัดใจมอบให้ได้จี้หานอีย่อมไม่อาจรับไว้ นางบอกเล่าถึงมูลค่าของภาพวาดนี้ให้ฟัง ก่อนกล่าวว่า “นี่เป็นสิ่งที่ซื่อจื่อสกุลชุยมอบให้คุณหนูรองชุย นับว่าเป็นน้ำใจที่เขามีต่อคุณหนู แล้วข้าจะรับไว้ได้อย่างไร”ชุยจาวอวิ๋นคลี่ยิ้ม “ต่อให้ล้ำค่าเพียงใด ก็เป็นเพียงภาพวาดม้วนหนึ่งเท่านั้น ข้าไม่เชี่ยวชาญเรื่องภาพวาดเท่าฮูหยินเสิ่น เก็บไว้ที่ข้าก็รังแต่จะเสียของเปล่า บางทีภาพวาดนี้หากไปอยู่กับฮูหยินเสิ่น อาจดีกว่าอยู่กับข้าก็ได้เจ้าค่ะ”กล่าวจบ ชุยจาวอวิ๋นก็ไม
閱讀更多

บทที่ 613

"ลายเส้นพู่กันของคุณหนูรองชุยขาดพลังปราณไปเล็กน้อยเจ้าค่ะ วิถีการตวัดพู่กันก็ดูอ่อนช้อยเกินไป ทำให้ความน่าเกรงขามและเจตนารมณ์ของตัวภาพลดทอนลง ไอเมฆหมอกท่ามกลางทิวทัศน์ขุนเขาและสายน้ำที่แท้จริง ไม่ควรดูแข็งทื่อเช่นนี้"กล่าวจบ จี้หานอีก็เงยหน้าขึ้นมองชุยจาวอวิ๋น พลางนึกกังวลว่าตนเองอาจพูดจาตรงเกินไป กำลังคิดเอ่ยปากชมอีกสักสองสามประโยค ก็เห็นชุยจาวอวิ๋นพยักหน้ารับคำชี้แนะด้วยความตั้งใจ บนใบหน้าไร้ซึ่งความขุ่นเคือง ซ้ำยังพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความเสียดายว่า "เป็นเพราะร่างกายข้าไม่สู้ดี จึงแทบไม่ค่อยได้ออกไปไหน ซ้ำยังไม่เคยเห็นทิวทัศน์ขุนเขาและสายน้ำดั่งในภาพ ทำได้เพียงคัดลอกภาพวาดอยู่แต่ในเรือน จึงยากที่จะถ่ายทอดจิตวิญญาณออกมาได้จริง ๆ"พูดพลาง นางก็หันไปมองจี้หานอี "ข้ายังจำได้ดีว่าตอนนั้นภาพวาดของฮูหยินเสิ่นช่างมีชีวิตชีวานัก เวลานั้นฮูหยินเสิ่นน่าจะอายุเพียงสิบสองปี แต่กลับวาดภาพทิวทัศน์ได้ราวกับพาผู้คนให้เข้าไปอยู่ในสถานที่จริง ตอนนั้นบรรดาพี่น้องสตรีของพวกเราต่างพากันแย่งชมเชียวเจ้าค่ะ"จี้หานอีหวนนึกถึงบิดาในอดีต ทุกครั้งที่บิดาหยุดพักราชการ เขาก็มักพานางไปชมเมฆหมอกที่ชานเมืองเสมอ ต่
閱讀更多

บทที่ 614

ข้อมือของชุยจาวอวิ๋นราวกับถูกกอบกุมด้วยฝ่ามือที่หล่อหลอมขึ้นจากทองแดงและเหล็กกล้า สีหน้าของนางพลันแปรเปลี่ยนเล็กน้อย แลดูซีดเซียวลงกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัวบรรดาสาวใช้ภายในลานเรือนล้วนชาชินกับภาพเช่นนี้แล้ว พวกนางเพียงก้มหน้าลง แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น ซ้ำยังเดินไปปิดประตูเรือนอีกด้วยชุยจาวอวิ๋นถูกชุยจิ่นจวินลากตัวเข้ามาในเรือนตลอดทาง ก่อนจะหายเข้าไปในห้องหนังสือภาพวาดที่เขามอบให้ชุยจาวอวิ๋นนั้นอันตรธานไปแล้วจริง ๆ สีหน้าของชายหนุ่มพลันมืดทะมึนลงทันที เขาผลักชุยจาวอวิ๋นให้ถอยไปจนชิดขอบโต๊ะยาว ร่างสูงใหญ่โน้มลงมากดนางไว้ ใบหน้าบึ้งตึงถึงขีดสุด “ของขวัญวันเกิดที่ข้าอุตส่าห์เสาะหามาให้เจ้าอย่างยากลำบาก เจ้ากลับเอาไปยกให้ผู้อื่นหน้าตาเฉยงั้นหรือ?”เมื่อด้านหลังคือโต๊ะยาว ด้านหน้าคือร่างอันสูงโปร่งแต่แข็งแกร่งของชุยจิ่นจวิน ชุยจาวอวิ๋นจึงไม่อาจหลบเลี่ยง ทำได้เพียงเงยหน้าประสานสายตากับเขาโดยตรง พลางตอบ “ในเมื่อพี่ใหญ่มอบให้ข้าแล้ว ก็ถือว่าเป็นของของข้าไม่ใช่หรือ? หรือว่าหากข้าจะนำไปมอบให้ผู้ใด พี่ใหญ่ก็ยังต้องเข้ามาก้าวก่ายด้วย?”คำเรียกขานว่า 'พี่ใหญ่' ของชุยจาวอวิ๋นนั้น ยิ่งทำให้สีหน้าของช
閱讀更多

บทที่ 615

ยิ่งไปกว่านั้น ชาติตระกูลและฐานะของท่านโหวเสิ่นล้วนเป็นหนึ่งไม่มีสองในเมืองหลวง ย่อมไม่มีทางถูกชุยจิ่นจวินทำลายลงอย่างง่ายดายเหมือนบุรุษที่เคยเจรจาเรื่องแต่งงานกับนางก่อนหน้านี้ ขอเพียงนางตบแต่งให้ท่านโหวเสิ่น ชุยจิ่นจวินก็ย่อมหมดหนทาง รวมถึงนางกับท่านโหวเสิ่นต่างก็ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการตอนที่นางพูดกับท่านโหวเสิ่นในคราวนั้น นางบอกว่าตนเองไม่ได้มีความคิดเกินเลยกับท่านโหวเสิ่น เพียงอยากเป็นภรรยาของเขา จะเป็นภรรยาที่ดีคอยดูแลเรือนหลัง เรื่องทายาทก็สามารถรับเด็กมาเลี้ยงได้ นางไม่ต้องการสิ่งใดจากจวนสกุลเสิ่น ขอเพียงมีเรือนหลังที่ให้ความสงบสุขและคุ้มภัยได้ก็พอสิ่งที่นางคาดไม่ถึงก็คือ ท่านโหวเสิ่นกลับตอบตกลงยามนี้คิดแล้วก็อดรู้สึกเหม่อลอยขึ้นมาไม่ได้ หากตอนนั้นบิดาไม่เกิดเรื่อง งานมงคลสมรสก็คงถูกกำหนดขึ้นมาจริง ๆ และชุยจิ่นจวินย่อมไม่มีทางตามมาตอแยนางอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้อีกและชุยจิ่นจวินก็ใช่ว่าจะเป็นคู่มือของท่านโหวเสิ่นแต่จี้หานอีก็เป็นสตรีที่ประเสริฐยิ่ง นางเพียงแต่รู้สึกเสียดายอยู่บ้าง ที่คงไม่อาจหาบุรุษใดที่สามารถหยุดยั้งชุยจิ่นจวินได้เช่นท่านโหวเสิ่นอีกแล้วขณะนี้ เมื่อจ้อง
閱讀更多

บทที่ 616

ชุยจิ่นจวินลงน้ำหนักมือรุนแรงนัก ผู้ที่ฝึกวรยุทธ์และเคยเข่นฆ่าผู้คนในเขตชายแดนมาแล้ว ซ้ำคนที่อยู่ด้านล่างก็ยังเป็นเพียงสตรีบอบบางผู้ถูกเลี้ยงดูมาในเรือนอันลึกล้ำ แล้วจะทนรับเรี่ยวแรงของเขาไหวได้อย่างไรชุยจาวอวิ๋นไม่รู้ว่าตนเองถูกชุยจิ่นจวินกดทับเช่นนี้มาแล้วกี่หน นางส่งเสียงร้องอุทานแผ่วเบาออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อนั้น ชุยจิ่นจวินถึงค่อยผ่อนแรงมือลงชุยจาวอวิ๋นแสดงท่าทีหวาดกลัวต่อชุยจิ่นจวิน แต่ดวงตาของนางกลับยังคงฉายแววดื้อรั้น "คุณหนูสามฉินเป็นคนร่าเริง จิตใจบริสุทธิ์ ทั้งยังเติบโตมาในตระกูลสมบูรณ์พร้อม นางเองก็สนิทสนมกับข้า นับว่าเป็นสตรีที่ดีและไร้ซึ่งเล่ห์เหลี่ยมอย่างหาได้ยากยิ่ง""นางชอบพี่ใหญ่ ภายในใจและสายตาล้วนมีแต่พี่ใหญ่ สตรีเช่นนี้นับว่าคู่ควรกับพี่ใหญ่แล้ว หากเรื่องนี้สำเร็จด้วยดี ข้าก็ปรารถนาให้..."ทว่านางยังกล่าวไม่ทันจบประโยค ก็ถูกเสียงตวาดอันแฝงด้วยโทสะของชุยจิ่นจวินขัดขึ้นเสียก่อน "ข้าไม่อนุญาตให้เรียกข้าว่าพี่ใหญ่"ชุยจาวอวิ๋นสะดุ้งกับน้ำเสียงของเขาในยามนี้ ซ้ำข้อมือทั้งสองข้างของตนก็ยังถูกเขารวบไว้เหนือศีรษะ เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่แดงก่ำด้วยเส้นเลือดอย่างน่า
閱讀更多

บทที่ 617

"กลัวข้าไม่รับผิดชอบเจ้าหรือ? เช่นนั้นข้าสัญญาว่าจะยกย่องเจ้าเป็นภรรยาเอก แล้วเจ้ายังต้องการให้ข้าสัญญาอันใดอีก?"ชุยจาวอวิ๋นเบือนหน้าหนีไม่ตอบรับคำใดแต่ไหนแต่ไรมาชุยจิ่นจวินก็ไม่รู้จะรับมือกับชุยจาวอวิ๋นอย่างไร นางคือคนที่เขาทะนุถนอมยิ่งชีวิต ความจริงแล้วเขาไม่เคยกล่าวถ้อยคำรุนแรงกับนางสักครั้ง กระทั่งจุมพิตก็ยังเคยเพียงสองสามหน ต่อให้ชุยจาวอวิ๋นจะปฏิเสธความรู้สึกของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก็ไม่เคยโกรธเคืองนางแม้แต่น้อยนั่นเป็นเพราะนิสัยของชุยจาวอวิ๋น ภายในใจของนาง บุญคุณและกฎระเบียบนั้นยิ่งใหญ่เทียมฟ้า ซึ่งแท้จริงแล้วภายในใจของเขากลับรู้สึกปวดร้าวแทนนักยามนี้เขาคลายมือออกแล้ว น้ำเสียงก็อ่อนโยนลง "วันนี้ข้ามีเวลามาพบเจ้าได้เพียงครู่เดียวเท่านั้น เดี๋ยวตอนกลางคืนยังมีงานเลี้ยงอีก ข้าคงอยู่ได้ไม่นานก็ต้องไปแล้ว"ชุยจาวอวิ๋นเองก็สัมผัสได้ว่าชุยจิ่นจวินยอมปล่อยมือ จึงหันกลับไปมองเขา ยามตะวันคล้อยต่ำ ใบหน้าของชุยจิ่นจวินดูหล่อเหลาสง่างาม ภายในแววตาแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนอย่างไม่คิดปิดบัง ชุยจาวอวิ๋นมองดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งบางครั้งนางก็ไม่อยากต่อต้านอีกต่อไป แต่บาง
閱讀更多

บทที่ 618

ทางด้านจี้หานอีเมื่อถูกเสิ่นซื่อจูงมือเดินออกจากจวนผิงหนานโหว ก็ก้าวขึ้นรถม้าไปกับเขาตามลำพังเสิ่นซื่อทำท่าจะส่งม้วนภาพวาดในมือให้ผู้ติดตามรับไป แต่จี้หานอีผู้รักถนอมภาพวาดยิ่งชีพก็รีบคว้ามากอดไว้ทันที "นี่คือภาพ 'ลำนำทัศนาจร' ของอวิ๋นโหยวจื่อที่คุณหนูรองชุยมอบให้ข้านะเจ้าคะ ภาพนี้ล้ำค่ายิ่ง ข้าขอถือไว้เองดีกว่า"เสิ่นซื่อทอดสายตามองการโอบกอดภาพวาดของจี้หานอี ขณะเอนกายพิงพนักด้านหลังอย่างเชื่องช้า ก่อนจ้องมองนางแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสบายอารมณ์ "ภาพวาดนี้เมื่อก่อนเคยเป็นของข้า""ก็แค่ของในบ้านเวียนกลับคืนสู่มือคนในบ้านก็เท่านั้น""หากเจ้าชื่นชอบการสะสมม้วนภาพวาดถึงเพียงนี้ ในห้องหนังสือข้าก็ยังมีอีกตั้งมากมาย ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นของเจ้าทั้งสิ้นไม่ใช่หรือ?"เมื่อจี้หานอีได้ฟังคำพูดของเสิ่นซื่อก็ถึงกับชะงักงัน นางคิดไม่ถึงเลยว่าภาพวาดม้วนนี้จะเคยเป็นของเสิ่นซื่อมาก่อน แต่สุดท้ายกลับไปแขวนอยู่ในห้องของคุณหนูรองชุย...จี้หานอีไม่อยากคิดฟุ้งซ่าน แต่ก็ห้ามความคิดตนเองไม่ได้เสิ่นซื่อคล้ายมองออกว่าจี้หานอีกำลังคิดสิ่งใด จึงกล่าวเสียงเรียบ "ก่อนหน้านี้ชุยจิ่นจวินบังเอิญไปรู้มาว่าข้ามีภาพล
閱讀更多

บทที่ 619

เสิ่นซื่อกล่าวพลางสัมผัสปลายนิ้วลงบนใบหน้าของจี้หานอี น้ำเสียงของเขาแฝงไว้ด้วยความหม่นหมองและทุ้มต่ำอย่างหนักแน่น "หานอี คราวหน้าอย่าทำเช่นนี้อีก"ในหัวของจี้หานอีพลันขาวโพลน นางคิดแล้วคิดอีกก็คาดไม่ถึงว่าจู่ ๆ เสิ่นซื่อจะกล่าวเรื่องนี้กับนาง ยิ่งไปกว่านั้น แววตาของเสิ่นซื่อในยามนี้ก็น่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง เดิมทีก็เป็นนัยน์ตาหงส์อันไร้ความรู้สึกอยู่แล้ว ยามที่เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ความเคร่งขรึมและแรงกดดันทั้งมวลล้วนถาโถมลงมาบนร่างนาง ราวกับกำลังไต่สวนนักโทษ ไร้ซึ่งความผันผวนทางอารมณ์ใด ๆฟังจากน้ำเสียงก็ชัดเจนว่าเขาน่าจะกำลังโกรธ ทว่าใบหน้าอันเคร่งขรึมและเย็นชานั้น รวมถึงหว่างคิ้วและดวงตาที่ไม่เคยแปรเปลี่ยน กลับดูราวกำลังสั่งสอนนางว่าสมควรต้องปฏิบัติตัวเช่นไรแต่จี้หานอีกลับไม่รู้สึกว่าตนเองทำสิ่งใดผิด ซ้ำยังไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้แม้แต่น้อย ยามนี้เมื่อถูกเสิ่นซื่อหยิบยกขึ้นมากล่าวอย่างเข้มงวด จึงอดรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้อีกทั้งก็เป็นเสิ่นซื่อเองที่ถามนางว่าชื่นชมซื่อจื่อสกุลชุยหรือไม่ ซื่อจื่อสกุลชุยนั้นสร้างความประทับใจให้นางได้ดีเยี่ยม เป็นถึงขุนนางบู๊ที่เคยดูแลความสงบเขตชายแดน แ
閱讀更多

บทที่ 620

เมื่อจี้หานอีได้ยินถ้อยคำนั้น กอปรกับมองดูสีหน้าของเสิ่นซื่อ ยามสายตาสบประสานกัน นางก็ยังคงรับคำอย่างว่าง่าย ไม่คิดถือสาหาความกับคนผู้นี้เมื่อหวนนึกถึงช่วงเวลาหลายวันที่ได้อยู่ร่วมกับเสิ่นซื่อ นางถึงได้รู้สึกว่าบางครั้งคนผู้นี้ก็ช่างเผด็จการเหลือเกิน สิ่งใดที่เขากล่าวออกมาก็ต้องเป็นไปตามนั้น ต่อให้ผู้อื่นรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง เขาก็ไม่มีวันเปลี่ยนความคิดเพื่อผู้ใดอยู่ดีจี้หานอีคิดว่าตนเองไม่จำเป็นต้องเก็บเรื่องนี้มาคิดเล็กคิดน้อยกับเสิ่นซื่อให้หมองใจ เพราะถ้าไม่นับเรื่องนี้ เสิ่นซื่อก็ดีต่อนางยิ่ง เขาคอยดูแลเอาใจใส่นางในทุกเรื่อง ถึงอย่างไรคนเราก็ไม่อาจสมบูรณ์พร้อมไปเสียทุกอย่างได้อยู่แล้วพอคิดได้เช่นนี้ ภายในใจก็รู้สึกดีขึ้น ขณะนั่งอยู่บนตักของเสิ่นซื่อ สีหน้าของนางก็อ่อนโยนลง ร่างกายโอนอ่อนผ่อนตามเล็กน้อย ท่าทีดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เพียงแต่ไม่ได้ตอบรับคำพูดของเสิ่นซื่อก็เท่านั้นเสิ่นซื่อเองก็รับรู้ได้ถึงห้วงอารมณ์ของจี้หานอี ภายในใจจึงค่อยรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยนางก็ยอมรับฟังคำพูดของเขา การให้นางจดจำสามีเช่นเขาไว้ในใจ และให้สายตาของนางคอยจับจ้องมาที่เขาให้มากขึ้น เดิม
閱讀更多
上一章
1
...
6061626364
...
67
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status