เมื่อจี้หานอีรับฟังถ้อยคำของชุยจาวอวิ๋น ก็รู้สึกราวกับว่าทั้งสองคนคุ้นเคยกันมาก่อน นางจึงถามขึ้น “ไม่ทราบว่าคุณหนูรองชุยกับสามีข้าเคยสนิทกันมาก่อนหรือ?”ชุยจาวอวิ๋นแย้มยิ้มพลางตอบ “จะนับว่าเคยสนิทก็คงไม่ได้ เรียกว่าแค่รู้จักกันก็เท่านั้น”“ท่านโหวเสิ่นกับพี่ใหญ่ข้ามีไมตรีต่อกัน เมื่อก่อนพี่ใหญ่ข้าร่ำเรียนอยู่ในสำนักศึกษาของสกุลเสิ่น บางครั้งพี่ใหญ่ก็จะพาน้องสาวเช่นพวกข้าไปด้วย นานวันเข้าจึงพอจะคุ้นหน้ากันอยู่บ้าง”“ข้าเคยพบท่านโหวเสิ่นตอนอายุเจ็ดขวบ เวลานั้นท่านโหวเสิ่นอายุสิบสามปีแล้ว เป็นเด็กหนุ่มรูปงามทว่าเยือกเย็น ไม่ว่ามองผู้ใดก็ล้วนมีท่าทีเมินเฉยไม่ไยดี ใบหน้าหรือก็เคร่งขรึมยิ่ง พวกเราบรรดาคุณหนูสกุลชุย นอกจากกล่าวทักทายท่านโหวเสิ่นแล้ว ก็ไม่ได้พูดคุยอันใดกันอีก”“ภายหลังท่านโหวเสิ่นก็มักจะติดตามบิดาของเขามาเป็นแขกที่จวนผิงหนานโหวอยู่บ่อยครั้ง แต่ถ้อยคำที่ข้าเคยพูดคุยกับท่านโหวเสิ่น นับรวมแล้วก็คงมีเพียงสิบกว่าประโยคเท่านั้น”จี้หานอีรับฟังคำอธิบายเหล่านี้ พลางเอียงศีรษะมองดูนัยน์ตาที่เจือรอยยิ้มของชุยจาวอวิ๋นยามเอื้อนเอ่ย น้ำเสียงของนางชวนให้ผู้คนฟังแล้วรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ
閱讀更多