《ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา》全部章節:第 631 章 - 第 640 章

662 章節

บทที่ 631

ในความทรงจำของจี้หานอี เสิ่นซื่อมักจะจุกจิกเรื่องอาหารการกินมาแต่ไหนแต่ไรช่วงหลายวันที่ผ่านมา ขนมหวานและผลไม้ภายในห้องเขาไม่เคยแตะต้องแม้แต่น้อย กระทั่งชาซิ่งเหรินเขาก็ไม่ชอบดื่มอาหารหลายอย่างบนโต๊ะล้วนมีรสชาติจืดชืดเสียจนแม้แต่จี้หานอีเองก็ยังแทบกลืนไม่ลง ไม่ว่าจะเป็นอาหารชนิดใด รสชาติก็มีแต่จืดจางไปเสียหมด ทั้งนางยังไม่เคยเห็นเสิ่นซื่อรับประทานขนมกินเล่นสักครั้งจี้หานอีไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเสิ่นซื่อเองก็อยากจะทานเช่นกัน นางคิดเพียงว่าเสิ่นซื่อนำกลับมาให้นาง จึงได้กินไปก่อน แต่ตอนที่ถามออกไปเมื่อครู่ก็รู้สึกไม่ค่อยแน่ใจนักเสิ่นซื่อปรายตามองรอยฟันเล็ก ๆ บนขนมชิ้นนั้น ก่อนประสานสายตากับจี้หานอี "ได้ชิมดูบ้างก็ดี"จี้หานอีจึงหมุนตัวตั้งใจจะหยิบขนมชิ้นใหม่ให้เสิ่นซื่อ ทว่าเสิ่นซื่อกลับกุมมือของนางไว้ พร้อมกันนั้นก็ยังคงจับจ้องนางไม่วางตา ขณะก้มหน้าลงงับขนมส่วนที่เหลือในมือของจี้หานอีไปรวดเดียวหมด ก่อนวิจารณ์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "พอใช้ได้"ความรู้สึกร้อนผ่าวลุกลามขึ้นมาอย่างเชื่องช้า จี้หานอีเกรงว่าเสิ่นซื่อจะสังเกตเห็นใบหน้าที่แดงซ่านของตน จึงรีบเบือนหน้าหนีด้วยความลุกลน ปลายนิ้
閱讀更多

บทที่ 632

จี้หานอีถูกเสิ่นซื่อกดร่างลงบนตั่งหลัวฮั่น นางยังไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากของเสิ่นซื่อก็ประกบลงมาแล้วจุมพิตของเสิ่นซื่อมักดุดันแฝงไว้ด้วยเรี่ยวแรงที่ทำให้ผู้คนไม่อาจปฏิเสธ เดิมทีจี้หานอีก็ไม่ใช่คนแข็งกร้าว ภายใต้การรุกรานของเขา นางจึงมักจะยอมโอนอ่อนผ่อนตามก่อนทุกครั้ง และปล่อยให้เขาควบคุมได้ตามใจชอบแม้ก่อนหน้านี้จี้หานอีจะเคยคิดขัดขืน แต่ขอเพียงเริ่มมีท่าทีก็จะถูกเสิ่นซื่อกำจัดความคิดนั้นลงไปทุกครั้ง สุดท้ายจึงทำได้เพียงต้องยอมเชื่อฟังเขาแต่โดยดีและยามนี้ก็เช่นกัน จี้หานอีตั้งใจจะพูดคุยเรื่องสำคัญกับเสิ่นซื่อ แต่เสิ่นซื่อไม่มีวันมอบโอกาสนั้นให้นางแน่ สิ่งที่เขาปรารถนาจะทำ ต่อให้เป็นการลงมืออย่างแนบเนียนไร้สุ้มเสียง หรือเปลี่ยนมาใช้วิธีการที่ทำให้นางรู้สึกดีขึ้นก็ตาม แต่สุดท้าย ผลลัพธ์ย่อมเป็นนางที่ต้องยินยอม และเชื่อฟังเขาอย่างไม่มีทางเลือกยามจุมพิตแห่งความร้อนรักอันถี่รัวและดุดันสิ้นสุดลง เสิ่นซื่อก็หอบหายใจแผ่วเบา พลางทอดสายตามองคนใต้ร่างที่อ่อนระทวยดุจผืนน้ำวสันตฤดู ผิวคอขาวผ่องนวลเนียนเผยให้เห็นรำไร ริมฝีปากแดงเรื่อฟันขาวหมดจด ทรวงอกกระเพื่อมไหว ทั่วทั้งร่างดูเย้ายวนใจราวนางปี
閱讀更多

บทที่ 633

ความหมายของจี้หานอีนั้นชัดเจนยิ่ง สองคืนก่อนเสิ่นซื่อทรมานนางจนแทบทนไม่ไหว นางยิ่งไม่รู้ว่าเขาไปเรียนรู้เรื่องพรรค์นั้นมาจากที่ใด ถึงได้พลิกตัวนางไปมาจนหัวหมุน ยามนี้นึกขึ้นมาก็ยังรู้สึกน่าอับอายนักเสียงของนางแผ่วเบา แทบไม่ต่างจากเสียงยุงบิน โชคดีที่เสิ่นซื่ออยู่ใกล้จึงได้ยินชัดเจน เขาทอดสายตามองจี้หานอี ดูท่าคงคิดกล่าวโทษเขาอีกแล้วสินะแต่เสิ่นซื่อกลับรู้สึกว่าตนเองคงอดทนรอไม่ไหวแน่ เพราะที่ผ่านมาก็นับว่ายังไม่พอเสียด้วยซ้ำเขาไม่ได้ตอบรับคำนาง ด้วยรู้ดีว่าตนเองไม่อาจรับปาก จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา "เมื่อครู่เจ้าบอกว่ามีเรื่องของเซี่ยจิ่นจะพูดกับข้า ตกลงเป็นเรื่องใดหรือ?"เดิมทีจี้หานอียังรู้สึกน้อยใจและอยากต่อว่าเสิ่นซื่ออยู่บ้าง แต่พอถูกเขาดึงเรื่องนี้ขึ้นมาพูด สมองก็พลันขาวโพลนไปชั่วขณะ นางหันไปมองใบหน้าของเขา ท่าทางดูเคร่งขรึมและสูงศักดิ์ถึงเพียงนั้น ผู้ใดจะดูออกเล่าว่าเมื่อครู่นี้เขายังทาบทับและจุมพิตนางอยู่บนตั่งหลัวฮั่นตัวนี้ ซ้ำยังคิดจะปลดกระดุมเสื้อนางอีกด้วยเมื่อเห็นดวงตาของเสิ่นซื่อดูสงบนิ่งไม่ต่างจากยามอยู่ข้างนอก นางก็ทำได้เพียงข่มอารมณ์เมื่อครู่ลง แล้วเอ่ยถึงเรื่องรา
閱讀更多

บทที่ 634

คำกล่าวนี้ของชุยหมิ่นจิ้งไม่นับว่าเป็นการประจบเอาใจ ด้วยจวนผิงหนานโหวกับสกุลเสิ่นนั้นไปมาหาสู่และมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาช้านาน บัดนี้ สกุลเว่ยที่ชุยหมิ่นจิ้งแต่งเข้ามาก็เป็นถึงตระกูลขุนนางน้ำดีอันดับหนึ่ง แม้ตอนนี้ผู้เป็นสามีจะยังไม่มีตำแหน่งขุนนาง แต่ก็เป็นเพราะคุณชายรองเว่ยไม่โปรดปรานแวดวงขุนนางและรักความอิสระ ได้ยินมาว่าเขาเฉลียวฉลาดและเปี่ยมด้วยพรสวรรค์มาตั้งแต่เด็ก ที่สำคัญคือคุณชายรองเว่ยรักใคร่ทะนุถนอมผู้เป็นภรรยายิ่งนัก เล่าลือกันว่าทั้งที่แต่งงานกันมาสี่ปี ทว่าเขาก็ไม่เคยรับอนุภรรยาแม้แต่คนเดียวยามนี้ ชุยหมิ่นจิ้งมองจี้หานอีด้วยความชื่นชมจากใจจริง นางเติบโตมาในจวนผิงหนานโหว ย่อมเคยพบหน้าจี้หานอีมาก่อน ตอนเด็กนางเคยเห็นอีกฝ่ายในจวนสกุลเสิ่นตั้งแต่ไกลขณะจี้หานอีเดินตามท่านโหวเสิ่นต้อย ๆ ร่างของเด็กน้อยดูน่ารักน่าเอ็นดูราวตุ๊กตาหยกสลัก เห็นแล้วก็ชวนให้อยากเข้าไปหยิกแก้มเล่นนักนางรู้ว่านั่นคือคุณหนูสกุลจี้ บิดาของจี้หานอีเป็นแขกขาประจำของจวนสกุลเสิ่น เพียงแต่แม่นางน้อยผู้นั้นค่อนข้างขี้ขลาด มักคอยเดินตามหลังเสิ่นซื่อตลอดเวลา นึกไม่ถึงเลยว่าเมื่อวันเวลาผ่านพ้นไป จี้หานอีกับ
閱讀更多

บทที่ 635

เมื่อนางหมิงพูดจบ นางไป๋ก็พลันเข้าใจกระจ่างและสบายใจขึ้นทันทีตอนแรกนางเองก็คิดเช่นนี้ จึงได้มอบหมายเรื่องวุ่นวายในโรงครัวให้จี้หานอีเป็นผู้ดูแล บัดนี้เมื่อได้ฟังคำกล่าวของพี่สะใภ้ใหญ่ นางก็ยิ่งรู้สึกว่าความคิดของตนนั้นถูกต้องนางกวาดสายตามองไปรอบกาย ก่อนลดเสียงลงกระซิบ “วันนี้คนของจวนสกุลเซี่ยมาหรือไม่? พี่สะใภ้พอจะรู้จักคนของสกุลเซี่ยบ้างไหมเจ้าคะ? หากส่งคนไปไถ่ถามเรื่องราวในอดีตของจี้หานอีก็คงได้ความไม่ใช่น้อย”นางหมิงอดหันไปมองนางไป๋ไม่ได้ “นี่เจ้าเลอะเลือนไปแล้วหรือ? วันนี้ไม่มีคนของสกุลเซี่ยมาหรอก อีกอย่าง ในเมื่อน้องสะใภ้เจ้ามาร่วมงานทั้งคน แล้วจะมีผู้ใดกล้าไปเชิญคนสกุลเซี่ยมาอีก ซึ่งนั่นก็เท่ากับจงใจสร้างความขุ่นเคืองต่อผู้อื่น และมีเจตนาล่วงเกินน้องห้าของเจ้าไม่ใช่หรือ?”“ตอนนี้ถ้าบรรดาผู้มีหน้ามีตาในเมืองหลวงจัดงานเลี้ยงแต่ละที ขอเพียงมีน้องสะใภ้เจ้าเข้าร่วมด้วย ขอเพียงเชิญคนของจวนสกุลเสิ่นมา ก็ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเทียบเชิญไปจวนสกุลเซี่ยแล้ว”“และถึงแม้สกุลเซี่ยจะได้ชื่อว่าเป็นตระกูลบัณฑิตมือสะอาด ฐานะทางตระกูลนับว่าไม่เลว แต่จะมาเทียบกับน้องห้าของเจ้าได้หรือ? ผู้ใดเล่าจะกล
閱讀更多

บทที่ 636

เมื่อบรรดาดรุณีน้อยที่อยู่ข้างกายเสิ่นซู่อี๋เห็นนางทักทาย ก็พากันลุกขึ้นทำความเคารพตามบ้าง นอกจากหลี่ซู่อวี้แล้ว ก็ยังมีคุณหนูอีกหลายคนที่เคยพบหน้ากันในงานชุมนุมบทกวีที่จวนสกุลเสิ่นเมื่อคราวก่อน บัดนี้เมื่อได้พบจี้หานอีอีกครั้ง ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลนนางอีกต่อไปจี้หานอีตอบรับอย่างถ่อมตน บนใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนตลอดเวลาหลี่ซู่อวี้ได้แต่ก้มหน้าก้มตา ด้วยไม่อยากให้จี้หานอีสังเกตเห็นตนเอง พวงแก้มพลันรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาเป็นระลอก เดิมทีนางยังคิดอยากแต่งเข้าจวนสกุลเสิ่น ด้วยความที่มารดานางก็สนิทสนมกับคนของบ้านใหญ่ตระกูลเสิ่นมาแต่ไหนแต่ไร จึงเคยหวังใจหมั้นหมายนางไว้ แต่บัดนี้ ฝ่ายนางกลับกลัวว่าจี้หานอีจะผูกใจเจ็บ แล้วแอบไปยุแยงผู้คนจนได้ไม่คุ้มเสียในตอนนั้นเอง พี่สะใภ้ทั้งสองคนของเสิ่นซื่อก็เดินตรงมาทางจี้หานอี พวกนางแย้มยิ้มพลางเดินเข้ามาจับมือชวนจี้หานอีสนทนาด้วยท่าทีสนิทสนมสตรีทั้งสองคนที่เดินเข้ามา แม้จะมีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ของเสิ่นซื่อ ทว่าต่างก็มีอายุล่วงเข้าวัยสี่สิบกว่าปีแล้ว แม้จะพักอาศัยอยู่ในจวนฝั่งตรงข้าม แต่ความจริง จี้หานอีก็ไม่ได้ไปมาหาสู่กับพี่สะใภ้ฝั่ง
閱讀更多

บทที่ 637

หลังหรงชุนได้ยินคำพูดนี้ก็แทบพุ่งตัวออกไปโต้เถียงด้วยความเดือดดาลใจ แต่จี้หานอีก็รั้งนางไว้ ก่อนหันไปมองนางเซี่ยแล้วถามว่า "ไม่ทราบท่านฟังผู้ใดพูดมาหรือ?"เมื่อวานนี้ตนเองตักเตือนเซี่ยจิ่นไปแล้ว แต่อีกฝ่ายนำเรื่องนี้ไปพูดกับผู้ใดอีกบ้าง เรื่องนี้ก็จำเป็นต้องสืบสาวให้กระจ่างน้ำเสียงอันสุขุมเยือกเย็นนี้ ทำเอานางเซี่ยอดพินิจมองจี้หานอีให้เต็มตาอีกครั้งไม่ได้เพียงเห็นว่าเครื่องแต่งกายบนร่างจี้หานอีนั้นงดงามยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นไข่มุกเม็ดกลมบนลำคอ หรือหยกสีชมพูที่ประดับอยู่ข้างใบหู ตลอดจนปิ่นทองและปิ่นหยกบนเรือนผม ไม่ว่าชิ้นใดก็ล้วนเป็นของล้ำค่าหาได้ยากยิ่ง กระทั่งตัวนางเองยังตัดใจซื้อเครื่องประดับชั้นเลิศเช่นนี้ไม่ลงครั้นมองดูใบหน้าของจี้หานอี ผิวพรรณนั้นขาวผ่องอมชมพู ริมฝีปากสีชาดภายใต้นัยน์ตากลมโตดุจเมล็ดซิ่งคู่นั้นยิ่งดูงดงามจับตา แม้จะรู้ดีว่าจี้หานอีมีรูปโฉมงดงามมาแต่ไหนแต่ไร ทว่านางก็จำต้องยอมรับว่า จี้หานอีที่ประจักษ์แก่สายตาในยามนี้ ทั่วทั้งร่างล้วนแผ่กลิ่นอายของสตรีผู้ได้รับการปรนนิบัติอย่างดีจนงดงามดุจหยกนวลและบุปผาแรกแย้ม แม้ไม่ได้ดูบอบบางราวกิ่งหลิวลู่ลม แต่ก็คล้ายดั่งมวลบุป
閱讀更多

บทที่ 638

เหตุผลที่นางยอมอดทนอดกลั้น ก็เพราะอยากรู้ว่านางเซี่ยได้นำเรื่องนี้ไปโพนทะนาที่ใดหรือไม่ หรือคนสกุลเซี่ยได้นำไปพูดจาเหลวไหลที่ใดบ้าง นึกไม่ถึงเลยว่านางเซี่ยผู้นี้จะฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องแววตาของจี้หานอีพลันเย็นเยียบขึ้นมาอย่างหาได้ยากยิ่ง นางขมวดคิ้วจ้องมองนางเซี่ย ขณะกำลังจะเอ่ยปาก จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงร้องด้วยความประหลาดใจระคนยินดีของหรงชุนดังขึ้น "ท่านโหวมาแล้วเจ้าค่ะ"เมื่อจี้หานอีได้ยินเสียงก็ชะงักไปเล็กน้อย พอหันหน้าไปมอง ก็เห็นเสิ่นซื่อกำลังก้าวเดินมาทางนาง โดยมีคุณชายใหญ่สกุลเว่ยเดินเคียงข้างมาด้วยเมื่อเสิ่นซื่อเดินเข้ามา เขาก็โอบไหล่จี้หานอีอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนตวัดสายตาคมกริบดุจใบมีดไปทางนางเซี่ยผู้อยู่ฝั่งตรงข้าม แววตาอันดุดันน่าเกรงขามมาแต่ไหนแต่ไรนั้น ทำเอานางเซี่ยถึงกับใจฝ่อขึ้นมาทันที ไร้ซึ่งความหยิ่งผยองดังเช่นเมื่อครู่ ได้แต่รีบย่อกายทำความเคารพด้วยความร้อนรนเสิ่นซื่อก้มหน้าลงมองจี้หานอีพลางถาม "เหตุใดป่านนี้ยังไม่ออกไปอีก?"จี้หานอีปรายตามองนางเซี่ยที่อยู่เบื้องหน้า ก่อนกล่าวกับเสิ่นซื่อว่า "นางบอกว่าข้าเป็นอนุภรรยาของท่านโหวเจ้าค่ะ ข้าไม่รู้ว่านางไปฟังมาจากที่ใด
閱讀更多

บทที่ 639

จี้หานอีไม่ได้อยากให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โต จึงลดเสียงลงกระซิบกับฮูหยินใหญ่สกุลเว่ยผู้อยู่ข้างกายว่า “เรื่องนี้เพียงเข้าใจผิดกันเท่านั้น ข้าเองไม่ปรารถนาให้ผู้คนล่วงรู้มากนัก ยามนี้คงต้องรบกวนฮูหยินใหญ่ช่วยจัดการแทนข้าที เพื่อป้องกันไม่ให้มีคำครหาใดแพร่งพรายออกไปอีกเจ้าค่ะ”ฮูหยินใหญ่เว่ยรีบกล่าวทันที “ฮูหยินรองเสิ่นวางใจเถิด เมื่อครู่ตอนที่ข้ามาถึงก็สั่งห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้ามาเข้าใกล้พื้นที่นี้แล้ว เรื่องราวเมื่อครู่ย่อมไม่มีผู้ใดรู้แน่นอน”ต้องยอมรับว่าบรรดาฮูหยินจากตระกูลใหญ่เหล่านี้ล้วนจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างรอบคอบรัดกุม จี้หานอีจึงวางใจ ก่อนสะกิดเสิ่นซื่อพลางกระซิบถาม “ไม่ทราบท่านโหวจะจัดการอย่างไรหรือเจ้าคะ?”เสิ่นซื่อทอดสายตามองจี้หานอีด้วยความเรียบเฉย “หากไม่ลงทัณฑ์ ก็คงไม่หลาบจำ”ก่อนกล่าวต่อ “เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวล ปล่อยให้ข้าจัดการก็พอ”กล่าวจบเสิ่นซื่อก็ไม่ได้ใส่ใจนางเซี่ยที่อยู่ตรงหน้าอีก เขาหันไปอำลาเว่ยหลิง จากนั้นจึงเรียกจี้หานอีให้เดินออกไปพร้อมกันยามอยู่ข้างนอกจี้หานอีมักโอนอ่อนผ่อนตามเสิ่นซื่อในทุกเรื่อง ในเมื่อเสิ่นซื่อมีแผนการในใจแล้ว นางจึงไม่กล่าวส
閱讀更多

บทที่ 640

จี้หานอีสามารถรับรู้ได้ถึงความเหนื่อยล้าของเสิ่นซื่อในขณะนี้ คล้ายว่าช่วงนี้เขามีภารกิจรัดตัว กลางคืนกลับดึก ตื่นมาก็ต้องรีบออกไปตั้งแต่เช้าตรู่นางรู้สึกได้ว่าอ้อมกอดของเสิ่นซื่อนั้นกระชับแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ลมหายใจที่เป่ารดตรงคอเสื้อร้อนระอุ จี้หานอีเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนถามเสียงแผ่วด้วยความไม่แน่ใจ “ท่านโหวเหนื่อยมากหรือไม่เจ้าคะ?”สุ้มเสียงของจี้หานอีทั้งแผ่วเบาและอ่อนโยน ชวนให้ผู้คนรู้สึกสงบจิตสงบใจ ยามปกติเสิ่นซื่อไม่มีวันยอมเผยความเหนื่อยล้าหรือความไร้เรี่ยวแรงของตนเองให้ผู้ใดเห็น เขามักใช้สีหน้าข่มขวัญผู้คน แม้จะมีใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ แต่สำหรับผู้คนในแวดวงขุนนางกลับดูเฉียบขาดดุดัน จนไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลนนี่คือความเคยชินที่เสิ่นซื่อสร้างขึ้นนับตั้งแต่เข้ารับราชการเขาเข้าสู่ราชสำนักตอนอายุสิบเจ็ดปี พออายุยี่สิบเอ็ดก็ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้ากรมตรวจการฝ่ายซ้าย ซึ่งก็เป็นเพราะฮ่องเต้ทรงขจัดเสียงคัดค้านจากทั่วสารทิศและแบกรับแรงกดดันมากมายเพื่อผลักดันให้เขาได้นั่งในตำแหน่งนั้นยามนั้นแวดวงขุนนางมีแต่ความขุ่นมัว ฮ่องเต้ปรารถนาจะจัดระเบียบและเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่กฎเกณฑ์บ้านเมือง จึงมอ
閱讀更多
上一章
1
...
626364656667
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status