เดิมทีจี้หานอีคิดว่าไทเฮาจะอนุญาตให้นางกลับไปวาดภาพที่จวน นึกไม่ถึงเลยว่าพระองค์กลับต้องการให้นางรั้งอยู่ต่อที่ตำหนักฉือหนิงนางเคยมีประสบการณ์วาดภาพพระพุทธองค์มาก่อน ภาพพระพุทธองค์ภาพหนึ่งหาใช่สิ่งที่จะวาดเสร็จสิ้นได้ง่ายดายภายในวันเดียว หากเป็นภาพขนาดใหญ่ บางครั้งอาจต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองเดือน ยิ่งถ้าเป็นภาพที่ชื่อว่าพระโพธิสัตว์นำทางด้วยแล้วก็ต้องลงสีสันวิจิตรตระการตา หาใช่งานที่อาศัยเพียงฝีมือธรรมดาไม่นางเงยหน้าขึ้นมองไทเฮา บอกถึงข้อกังวลของตนเอง ก่อนกล่าวต่อ "หม่อมฉันขอกลับไปตั้งใจวาดภาพถวายไทเฮาที่จวนดีกว่าเพคะ จะได้ไม่ต้องรบกวนความสงบของไทเฮาที่นี่ด้วย"ไทเฮาหลุบตามองจี้หานอีด้วยท่าทีเรียบเฉย "ไม่เป็นไร เจ้ารั้งอยู่ที่นี่เถิด ข้าจะได้คอยดูว่าเจ้าวาดไปถึงขั้นไหนแล้ว""ไม่ต้องห่วง ตำหนักของข้าย่อมไม่มีทางปล่อยให้เจ้าขาดแคลนสิ่งใด เจ้าอยู่วาดภาพที่นี่ด้วยความสบายใจได้เลย"ถ้อยคำอันราบเรียบของไทเฮาประโยคนี้ ทำเอาแผ่นหลังของจี้หานอีรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาทันทีความหมายนั้นประจักษ์ชัดเจนยิ่ง ไทเฮาเพียงใช้เรื่องวาดภาพพระพุทธองค์เป็นข้ออ้าง เพื่อกักขังนางไว้ในวังหลวงเท่านั้นหัวใจ
閱讀更多