《ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา》全部章節:第 651 章 - 第 660 章

662 章節

บทที่ 651

เดิมทีจี้หานอีคิดว่าไทเฮาจะอนุญาตให้นางกลับไปวาดภาพที่จวน นึกไม่ถึงเลยว่าพระองค์กลับต้องการให้นางรั้งอยู่ต่อที่ตำหนักฉือหนิงนางเคยมีประสบการณ์วาดภาพพระพุทธองค์มาก่อน ภาพพระพุทธองค์ภาพหนึ่งหาใช่สิ่งที่จะวาดเสร็จสิ้นได้ง่ายดายภายในวันเดียว หากเป็นภาพขนาดใหญ่ บางครั้งอาจต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองเดือน ยิ่งถ้าเป็นภาพที่ชื่อว่าพระโพธิสัตว์นำทางด้วยแล้วก็ต้องลงสีสันวิจิตรตระการตา หาใช่งานที่อาศัยเพียงฝีมือธรรมดาไม่นางเงยหน้าขึ้นมองไทเฮา บอกถึงข้อกังวลของตนเอง ก่อนกล่าวต่อ "หม่อมฉันขอกลับไปตั้งใจวาดภาพถวายไทเฮาที่จวนดีกว่าเพคะ จะได้ไม่ต้องรบกวนความสงบของไทเฮาที่นี่ด้วย"ไทเฮาหลุบตามองจี้หานอีด้วยท่าทีเรียบเฉย "ไม่เป็นไร เจ้ารั้งอยู่ที่นี่เถิด ข้าจะได้คอยดูว่าเจ้าวาดไปถึงขั้นไหนแล้ว""ไม่ต้องห่วง ตำหนักของข้าย่อมไม่มีทางปล่อยให้เจ้าขาดแคลนสิ่งใด เจ้าอยู่วาดภาพที่นี่ด้วยความสบายใจได้เลย"ถ้อยคำอันราบเรียบของไทเฮาประโยคนี้ ทำเอาแผ่นหลังของจี้หานอีรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาทันทีความหมายนั้นประจักษ์ชัดเจนยิ่ง ไทเฮาเพียงใช้เรื่องวาดภาพพระพุทธองค์เป็นข้ออ้าง เพื่อกักขังนางไว้ในวังหลวงเท่านั้นหัวใจ
閱讀更多

บทที่ 652

สิ้นเสียงของซุนเป่าฉยง จี้หานอีก็หันไปมองอีกฝ่าย นางจ้องมองอยู่นานก็ยังดูไม่ออกว่าแท้จริงแล้วซุนเป่าฉยงมีจุดประสงค์ใดกันแน่ สตรีผู้นี้เป็นถึงคนข้างกายไทเฮา แต่กลับมากล่าวถ้อยคำเหล่านี้กับนางหน้าตาเฉยในใจจี้หานอีเกิดความระแวงขึ้นมาเล็กน้อย แต่นางก็พอจะจับประเด็นในคำพูดของซุนเป่าฉยงได้บ้าง จึงกล่าว "การที่ไทเฮาทรงโปรดปรานข้าย่อมเป็นเกียรติยิ่ง ทั้งพระองค์ยังทรงมีเมตตา แล้วข้าจะต้องหวาดกลัวสิ่งใดเล่า"ก่อนกล่าวต่อ "เพียงแต่ข้าไม่เข้าใจ ถ้อยคำที่ท่านหญิงกล่าวเมื่อครู่หมายความว่าอย่างไรหรือ?"เมื่อซุนเป่าฉยงได้ยินดังนั้น ก็รู้ได้ทันทีว่าจี้หานอียังไม่ไว้ใจตน แต่บนใบหน้ากลับไม่เผยพิรุธใดให้เห็น นางยังคงกุมมือจี้หานอีแน่นพลางถาม "ก่อนหน้านี้พี่หญิงไปพบเจอเรื่องราวใดมาหรือ?"หัวใจของจี้หานอียิ่งทวีความระแวดระวัง นางขมวดคิ้วเล็กน้อย "ไยท่านหญิงไม่พูดจาให้กระจ่างกว่านี้เล่า?"ซุนเป่าฉยงคาดไม่ถึงว่าจี้หานอีจะระวังตัวถึงเพียงนี้ จึงฝืนยิ้มขื่นพลางกล่าว "พี่หญิงไม่ไว้ใจข้าก็ไม่เป็นไร เช่นนั้นข้าขอเล่านิทานเรื่องหนึ่งให้พี่หญิงฟังแล้วกัน""เฉิงฉงญาติผู้พี่ของข้านั้นมีนิสัยเสเพลมาแต่ไหนแต่ไร เ
閱讀更多

บทที่ 653

ซุนเป่าฉยงจูงมือจี้หานอีไปนั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนกระซิบ “ประเดี๋ยวข้าจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนพี่หญิงนะเจ้าคะ”เมื่อซุนเป่าฉยงกล่าวจบ นางก็หมุนตัวเดินออกจากตำหนักไปเมื่อซุนเป่าฉยงกลับไปแล้ว จี้หานอีก็ได้แต่ทอดสายตามองกระดาษขาวที่แผ่กางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า ในมือถือพู่กันค้างไว้ ทว่ากลับชะงักงันไม่ได้ลงหมึกเสียทีหากสิ่งที่ซุนเป่าฉยงกล่าวมาเป็นความจริง ไม่ว่านางจะวาดภาพพระโพธิสัตว์นำทางหรือไม่ ในสายตาของไทเฮาย่อมไม่ใช่เรื่องสำคัญอยู่แล้วว่าไปแล้วจี้หานอีก็ค่อนข้างเชื่อคำพูดของซุนเป่าฉยงอยู่หลายส่วน เมื่อนำข้อมูลมาปะติดปะต่อกับสิ่งที่ตนเองเคยคาดเดา ปลายพู่กันของนางที่ลอยอยู่เหนือแผ่นกระดาษครู่ใหญ่ สุดท้ายก็ตัดสินใจแสร้งทำทีเป็นไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอันใด ค่อย ๆ จรดปลายพู่กันลงไปอย่างเชื่องช้าจวบจนใกล้เที่ยง ฮองเฮาถึงได้นำชายารัชทายาทมายังตำหนักของไทเฮาไทเฮาทรงประทับรอฮองเฮาอยู่ก่อนแล้ว พระองค์นั่งหลับตาอยู่ภายในตำหนักอุ่นฝั่งตะวันออก ครั้นฮองเฮาเสด็จเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน พระองค์ก็เพียงปรือตาขึ้นมองอย่างราบเรียบเท่านั้นเมื่อฮองเฮาเห็นท่าทีเช่นนั้นของไทเฮา ก็ย่อกายทำความเคารพก่อนเป็นอันดับ
閱讀更多

บทที่ 654

ไทเฮาตรัสจบก็ประคองมือนางกำนัลคนสนิทเสด็จจากไป โดยไม่สนใจฮองเฮาแม้แต่น้อย ฮองเฮาประทับอยู่ที่เดิม เมื่อพิจารณาท่าทีของไทเฮา ก็ทราบดีว่าไทเฮาย่อมไม่ยอมปล่อยคนโดยง่ายแน่นางจึงให้นางกำนัลช่วยประคองลุกขึ้น ก่อนขมวดคิ้วมุ่น และตวัดสายตาอันเย็นชาไปทางพระชายารัชทายาทผู้ยืนก้มหน้าอยู่ข้างกายพระชายารัชทายาทยืนอยู่เคียงข้างฮองเฮา ใบหน้าซีดขาว ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงด้วยซ้ำด้วยความที่เฉิงฉงเป็นน้องชายผู้คลานตามกันมา นางจึงหวังให้เขาปลอดภัยไร้เรื่องราว แต่ในเมื่อด้านหนึ่งคือฮองเฮา ส่วนอีกด้านหนึ่งก็น้องชายแท้ ๆ ของตนเอง นางที่ถูกบีบอยู่ตรงกลางจึงไม่กล้าทำสิ่งใด ด้วยเกรงว่าหากขยับเขยื้อนเพียงนิดก็จะกลายเป็นล่วงเกินทั้งสองฝ่ายเอาได้ยามนี้เมื่อต้องทนรับสายตาอันแฝงด้วยความรังเกียจของฮองเฮา แม้ในใจจะลอบเคียดแค้นน้องชายตนที่ทำงานไม่รอบคอบ และยิ่งชิงชังฮองเฮาที่เข้มงวดกับนางจนเกินไป ทำให้ตำแหน่งพระชายารัชทายาทของนางช่างน่าอึดอัดใจนักเมื่อฮองเฮารวบฉลองพระองค์ก่อนเสด็จออกไปอย่างแช่มช้า พระชายารัชทายาทเฉิงหยวนซวงจึงรีบก้าวตามไปด้วยความระมัดระวังแต่หลังจากเดินกันไปได้ครึ่งทาง ฮองเฮาก็ชะงักฝีเท้
閱讀更多

บทที่ 655

เสิ่นซื่อเข้าใจจุดประสงค์ของฮ่องเต้ดี ตลอดหลายปีนี้ ด้วยความที่จวนหย่งชิงโหวอันเป็นตระกูลเดิมของไทเฮาไร้ซึ่งตำแหน่งขุนนางและอำนาจแท้จริง จึงมักแอบอ้างพระนามของไทเฮาไปกอบโกยผลประโยชน์ตามสถานที่ต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ฮ่องเต้ทรงยอมหลับตาข้างหนึ่ง ไม่ได้เอาความให้ถึงที่สุดแต่บัดนี้ ความเหิมเกริมของจวนหย่งชิงโหวกลับยิ่งไร้กฎเกณฑ์ กระทั่งเริ่มล่วงล้ำถึงรากฐานของราชสำนัก จึงไม่อาจอดกลั้นอีกต่อไป เหตุการณ์ทำนบกั้นแม่น้ำหย่งติ้งพังทลายในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ก็เป็นเพียงชนวนเหตุเท่านั้นความจริง หย่งชิงโหวก็เป็นเพียงบุคคลที่ไร้ความสามารถ แล้วจะไปเข้าใจเบื้องลึกเบื้องหลังอันซับซ้อนของงบประมาณกรมชลประทานได้อย่างไร เขาไม่ได้ยักยอกไปมากมายหรอก เป็นเสิ่นซื่อต่างหากที่สั่งให้คนถวายฎีกาฟ้องร้อง โดยจงใจกล่าวขยายความเรื่องทำนบกั้นแม่น้ำหย่งติ้งเกินจริง เพื่อให้ฮ่องเต้ทรงตัดสินพระทัยจัดการกับหย่งชิงโหวขั้นเด็ดขาดเสิ่นซื่อมุ่งหน้าไปยังตำหนักของไทเฮาโดยตรงฝ่ายไทเฮาเองก็ทรงรอคอยการมาเยือนของเสิ่นซื่ออยู่ก่อนแล้วเช่นกันเมื่อเห็นเสิ่นซื่อก้าวเข้ามา พระองค์ก็รับสั่งให้เหล่าข้ารับใช้ข้างกายถอยออกไปจนหมด ก่อนจะประท
閱讀更多

บทที่ 656

เมื่อเสียงของเสิ่นซื่อเงียบลง ภายในตำหนักก็พลันตกอยู่ในความเงียบงันไทเฮาทรงรับฟังถ้อยคำของเสิ่นซื่อจนจบทุกประโยค ดวงตาค่อย ๆ เบิกโต ก่อนยกมือชี้ไปทางเสิ่นซื่อโดยไม่รู้ตัว กระทั่งปลายนิ้วก็ยังสั่นเทาคาดไม่ถึงเลยว่าเสิ่นซื่อจะลงมือกระทำการถึงขั้นนี้ คิดรื้อฟื้นคดีเก่าเก็บเหล่านั้นกลับขึ้นมาทีละคดีเสียงของพระองค์สั่นเครือ ใบหน้าเขียวคล้ำ “ประเสริฐแท้ เสิ่นซื่อ เจ้าในฐานะหัวหน้าสำนักตรวจการ สมควรให้ความสำคัญกับราชกิจบ้านเมืองในปัจจุบันเป็นหลัก ทว่ากลับมาวุ่นวายกับคดีเก่าเก็บโดยใช่เหตุ ในเมื่อเจ้ามีหน้าที่คอยตรวจสอบเอาผิดขุนนางบุ๋นบู๊ เช่นนั้นข้าขอถามเจ้า ฉงเอ๋อร์เคยดำรงตำแหน่งขุนนางแม้เพียงครึ่งขั้นหรือไม่?”“ทางใดเว้นให้กันได้ก็ควรเว้น หากเจ้ายังดึงดันจะยื้อยุดกับข้าต่อไปเช่นนี้ ตัวเจ้าอาจได้ชื่อเสียงอันดีงาม แต่สำหรับฮูหยินเจ้าคงไม่แน่”“ไม่ว่าข้าต้องการรั้งตัวให้นางอยู่ในวังนานเท่าใด นางก็จำเป็นต้องอยู่”เสิ่นซื่อช้อนสายตาขึ้น แววตาคมกริบดุจคมมีด “กระหม่อมขอบังอาจทูลถามไทเฮา การให้ความสำคัญกับราชกิจบ้านเมือง จะสำคัญไปกว่ากฎหมายและระเบียบแบบแผนหรือพ่ะย่ะค่ะ? แล้วมันจะสำคัญไปกว่า
閱讀更多

บทที่ 657

นางควรใกล้ชิดกับสกุลเสิ่น ควรตีสนิทกับจี้หานอีนางเข้าใจกระจ่างแล้ว จี้หานอีคือยอดดวงใจของท่านโหวเสิ่นโดยไม่ต้องสงสัย การตีสนิทกับจี้หานอีมีแต่ข้อดี ยิ่งไปกว่านั้น ยามนี้จี้หานอียังเป็นถึงบุตรบุญธรรมของจวนองค์หญิงใหญ่อีกด้วยซุนเป่าฉยงส่ายหน้าพลางกล่าว “ข้าเองก็เพิ่งไปถึง จึงไม่ได้ยินสิ่งใด”ภายในตำหนัก ไทเฮาจับจ้องเสิ่นซื่อเขม็ง “เจ้าจะไม่ยอมถอยสักก้าวเลยหรือ?”เสิ่นซื่อเม้มริมฝีปาก ก่อนค้อมกายลงด้วยความนอบน้อม “หากไทเฮาทรงพระเมตตาอนุญาตให้กระหม่อมพาฮูหยินกลับไป กระหม่อมย่อมยินดีปรึกษากับไทเฮาพ่ะย่ะค่ะ”แววตาของไทเฮาผ่อนคลายลง ก่อนตรัสเสียงแผ่ว “ข้าให้นางกลับไปวันนี้ได้เลยด้วยซ้ำ แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือเจ้าต้องเลิกสืบสวนหย่งชิงโหว ให้เรื่องนี้เลิกรากันไปเพียงเท่านี้เถิด”เสิ่นซื่อชะงักเล็กน้อย ก่อนเงยหน้าขึ้นมอง “กระหม่อมทำไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”ไทเฮาทรงแค่นหัวเราะเย็นชา ขณะจ้องมองเสิ่นซื่ออย่างเรียบเฉย “เสิ่นซื่อ เจ้ากลับไปไตร่ตรองดูให้ดีก่อน”“ข้ารู้ดีว่าเจ้าเพิ่งแต่งงานไม่นาน ทั้งยังรักใคร่ผูกพันกับฮูหยินลึกซึ้ง ข้าย่อมต้องการคืนฮูหยินให้เจ้าอย่างปลอดภัย แต่ในเมื่อหลานชายข้ายังคงถูกค
閱讀更多

บทที่ 658

ซุนเป่าฉยงย่อมสังเกตเห็นสีหน้าของเสิ่นซื่อได้ไม่ยาก และยิ่งเห็นชัดถึงความเมินเฉยรำคาญใจที่เขามีต่อนางทว่าหัวใจนางกลับเต้นระรัว ด้วยว่าในอดีตไม่เคยมีโอกาสเข้าใกล้เสิ่นซื่อมาก่อน บัดนี้เมื่อก้าวมาอยู่ตรงหน้าเขา จึงสัมผัสได้อย่างแท้จริงถึงแรงกดดันอันหนักอึ้งที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของอีกฝ่ายนี่คือแรงกดดันของผู้สูงส่งที่แฝงไว้ด้วยความหยิ่งทะนงและดูแคลนผู้คน หลังจากทำงานอยู่ในสำนักตรวจการมาสามปี แววตาของเขาจึงดุดันดุจพญาเหยี่ยว สายตาที่จ้องมองผู้คนสว่างวาบดั่งคบเพลิง เดิมทีนางมักคิดเสมอว่าตนเองย่อมรับมือได้ทุกสถานการณ์ และเผชิญหน้าทุกสิ่งด้วยความสงบนิ่งแต่ในลมหายใจนี้ ชั่วขณะที่ได้เข้าใกล้เสิ่นซื่อ ยามทอดสายตามองลวดลายบนหน้าอกและเข็มขัดนอแรดบนเอวของชายหนุ่ม นางกลับรู้สึกยำเกรงเขาขึ้นมาจับใจราวกับว่าเขาเกิดมาเพื่อทำให้ผู้คนหวาดกลัวโดยแท้พร้อมกันนั้นก็อดคิดไม่ได้ว่าต่อให้นางได้แต่งงานกับเสิ่นซื่อสมดั่งปรารถนา แต่นางก็คงไม่อาจควบคุมบุรุษผู้นี้ได้อยู่ดีทว่าวันนี้ซุนเป่าฉยงกลับรู้สึกโชคดีนักที่เสิ่นซื่อกระทำเช่นนี้ โชคดีที่เสิ่นซื่อต้องการสืบสาวเอาความเฉิงฉงให้ถึงที่สุด เพราะนางปราร
閱讀更多

บทที่ 659

ไม่นึกเลยว่าเสิ่นซื่อจะเข้าถึงยากยิ่งกว่าที่เคยคิดไว้เสียอีก ใบหน้าของเขาเย็นชาอยู่ตลอดเวลา ไม่แม้แต่จะแสดงความรู้สึกใดให้เห็นสักนิดนางพลันอดนึกถึงถ้อยคำที่เสิ่นซื่อพูดเพื่อปกป้องจี้หานอีในตำหนักของไทเฮาเมื่อครู่นี้ขึ้นมาไม่ได้มีเพียงนางที่ตระหนักดีว่า การที่จู่ ๆ เสิ่นซื่อก็ลงมือจัดการจวนหย่งชิงโหว ทั้งยังต้องการต้อนเฉิงฉงให้ตกตาย เกรงว่าก็คงเป็นเพราะจี้หานอีเช่นกันทางฝั่งตำหนักฉือหนิง จี้หานอีนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้นที่ราวกับจะกักขังนางไว้ ด้านหลังมีสายตาคู่หนึ่งคอยจับจ้องตลอดเวลา แม้นางจะขยับตัวเพียงเล็กน้อย แม่นมที่อยู่ด้านหลังก็จะรีบก้าวเข้ามาไถ่ถามทันที นับว่าดวงตาที่แฝงแววจับผิดคู่นั้น คอยสังเกตการณ์นางอยู่ทุกฝีก้าวทีเดียวเมื่อจี้หานอีวางพู่กันลงและบอกว่าอยากออกไปเดินเล่น แม่นมผู้นั้นก็จะอ้างว่าไทเฮาทรงต้องการงานชิ้นนี้อย่างเร่งด่วน ด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าไม่อาจปฏิเสธได้ ซ้ำยังสรรหาเหตุผลร้อยแปดมาอ้าง ซึ่งความหมายก็คือ จี้หานอีไม่อาจก้าวเท้าออกจากห้องนี้เด็ดขาดนางสามารถวางพู่กันเพื่อหยุดพักได้ แต่ไม่อาจออกไปข้างนอกแม้จะนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง แต่หน้าต่างก็ถูกปิดสนิท ไม
閱讀更多

บทที่ 660

เสียงของซุนเป่าฉยงค่อย ๆ แผ่วเบาลง นางถ่ายทอดเรื่องราวความบาดหมางและความซับซ้อนระหว่างตนกับเฉิงฉงให้จี้หานอีฟังหมดสิ้นซุนเป่าฉยงตระหนักว่า ไม่ช้าก็เร็วจี้หานอีย่อมต้องรู้ความลับเรื่องนี้อยู่ดี และการพูดออกมาในตอนนี้ยังพอจะช่วยกระชับความสัมพันธ์กับจี้หานอีให้สนิทกันได้มากขึ้นด้วยเมื่อจี้หานอีรับฟังจนจบ ก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดซุนเป่าฉยงถึงได้เคียดแค้นเฉิงฉงนักบุคคลที่ใช้ความบริสุทธิ์ของสตรีมาเป็นเครื่องมือข่มขู่ ย่อมสมควรถูกเคียดแค้นแต่จี้หานอีกลับมองซุนเป่าฉยงเขม็ง "ในเมื่อท่านหญิงรู้เรื่องนี้อยู่เต็มอก ตอนข้าอยู่ในวังท่านเองก็แวะเวียนมาหาออกบ่อยครั้ง แต่กลับไม่เคยบอกข้าเลยว่าเฉิงฉงคิดจะกระทำการเช่นนี้"ซุนเป่าฉยงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยเสียงแผ่วเบา "ข้าเข้าใจผิดคิดว่าตนเองเกลี้ยกล่อมเขาได้แล้วเจ้าค่ะ""ความลับนี้ เดิมทีข้าไม่คิดบอกให้ผู้ใดรู้ หากข้าบอกเจตนาของเฉิงฉงให้พี่หญิงฟัง ข้าก็จำต้องเล่าเรื่องราวความบาดหมางระหว่างข้ากับเขาให้ฟังด้วย เวลานั้นข้ายังไม่ได้เตรียมใจ ทั้งยังไม่อยากให้มีผู้ใดมารับรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับเขาด้วย"เมื่อจี้หานอีฟังถึงตรงนี้ ก็พอจะเข้าใจ
閱讀更多
上一章
1
...
626364656667
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status