All Chapters of ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา: Chapter 61 - Chapter 70

184 Chapters

บทที่ 61

ถ้อยคำเหล่านี้เซี่ยอวี้เหิงย่อมได้ยินเป็นประจำ เขาตระหนักดีว่าพี่หญิงใหญ่ไม่เคยชอบหานอี และมักจะรู้สึกอยู่เสมอว่าหานอีทำได้ไม่ดีพอ ซ้ำยังคอยจ้องจับผิดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ร่ำไปแม้เมื่อก่อนเซี่ยอวี้เหิงจะรู้ดีว่าพี่หญิงใหญ่จงใจหาเรื่อง แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นพี่สาวเขา เมื่อกลับเรือนแล้ว เขาจึงมักบอกให้หานอีพยายามผูกมิตรกับพี่หญิงใหญ่ด้วยความรำคาญใจ เนื่องจากเขาไม่อยากเสียเวลากับเรื่องจุกจิกกวนใจในเรือนหลังเหล่านี้แต่บัดนี้ เมื่อเสียงตำหนิจี้หานอีดังขึ้นมาอีกครั้ง เซี่ยอวี้เหิงกลับรู้สึกเพียงว่าในใจมีเพลิงโทสะขุมหนึ่งปะทุขึ้นมาจนไม่อาจสะกดไว้ได้บางที อาจเป็นเพราะเรื่องที่ไปสำนักตรวจการฝ่ายซ้ายเมื่อช่วงกลางวันทำให้ในใจเขาร้อนรนดั่งมีมีดดาบจ่อแทง หรืออาจเป็นเพราะคำพูดของผู้ตรวจสอบหลิวในวันนี้ หรือไม่ก็เป็นเพราะแววตาอันเด็ดเดี่ยวของจี้หานอีขณะเอ่ยปากขอหย่าร้าง ซึ่งทำให้เขาไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไปว่า จี้หานอีอาจต้องการหย่าขาดกับเขาจริง ๆเซี่ยอวี้เหิงพลันขึ้นเสียงตวาดลั่น "พอเถิด!"เสียงตวาดของเซี่ยอวี้เหิงทำให้เซี่ยจิ่นผู้อยู่ด้านข้างสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ คำพูดขาดหายไปกลางคัน
Read more

บทที่ 62

เซี่ยอวี้เหิงยืนนิ่งอยู่หน้าประตูบ่าวอาวุโสผู้คอยเฝ้าอยู่หน้าประตูเห็นเซี่ยอวี้เหิงเอาแต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานาน จึงอดกระซิบถามไม่ได้ว่า "นายท่านจะไปห้องหนังสือหรือไม่เจ้าคะ?""บ่าวจะให้คนไปจุดเตาผิงในห้องหนังสือเตรียมไว้ให้เจ้าค่ะ"เซี่ยอวี้เหิงไม่ได้ตอบคำใด เขาเงียบงันเนิ่นนานก่อนจะถามขึ้นว่า "ฮูหยินน้อยเล่า?"บ่าวอาวุโสแทบไม่เคยเห็นนายท่านเป็นฝ่ายถามถึงฮูหยินน้อยก่อน จึงรีบตอบ "ฮูหยินน้อยอยู่ที่เรือนด้านหลังเจ้าค่ะ เห็นว่ากำลังยุ่งไม่น้อย"แววตาของเซี่ยอวี้เหิงพลันหม่นหมอง ก่อนถามต่อ "อาการป่วยของนางดีขึ้นบ้างหรือไม่ ยาบำรุงที่ข้าให้คนนำมาส่ง ได้ส่งไปให้นางแล้วหรือยัง?"บ่าวอาวุโสชะงักไปครู่หนึ่ง จึงกระซิบตอบ "เมื่อหลายวันก่อนฮูหยินน้อยป่วยหนักเอาการเจ้าค่ะ แต่ช่วงนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว""ส่วนยาบำรุงนั้น ฮูหยินน้อยรับประทานไปเพียงครั้งเดียว ก็สั่งว่าไม่ต้องส่งมาอีก"เซี่ยอวี้เหิงชะงักกึก ขมวดคิ้วพลางถาม "ไม่ได้บอกหรือว่าเป็นของที่ข้าส่งมา?"บ่าวอาวุโสอึกอัก ก่อนตอบ "เรื่องนั้นแจ้งแก่ฮูหยินน้อยแล้วเจ้าค่ะ แต่ฮูหยินน้อยบอกว่าไม่จำเป็นต้องใช้ และไม่ได้สั่งให้ห้องครัวต้มใ
Read more

บทที่ 63

“เขาทิ้งเจ้าไว้กลางหิมะ ทำให้เจ้าต้องน้อยเนื้อต่ำใจแล้ว”จี้หานอีรีบส่ายหน้า “ไม่ได้น้อยเนื้อต่ำใจอันใดเจ้าค่ะ ขณะนั้นเหตุการณ์เร่งด่วน คุณชายใหญ่เองก็ไม่ได้ทำผิดอันใด”ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยมองด้วยสายตาเวทนา “ลำบากเจ้ายังต้องช่วยพูดแทนเขาแล้ว”“แต่เจ้าไม่ต้องกลัว ตกเย็นเมื่อใดย่าจะเรียกเขามาตักเตือน ให้เขาขอโทษเจ้าอย่างดีที่สุด”จี้หานอีเงยหน้าขึ้น สบกับดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ย พลางกล่าวเสียงแผ่ว “ไม่จำเป็นต้องให้คุณชายใหญ่มาขอโทษข้าน้อยหรอกเจ้าค่ะ ข้าน้อยหาได้รู้สึกเสียใจไม่”ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยชะงักงัน ก่อนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของจี้หานอี และสั่งให้บ่าวรับใช้ในห้องถอยออกไปจนหมด จากนั้นจึงกุมมือหลานสะใภ้แน่น “หานอี เจ้าผิดหวังในตัวเหิงเกอเอ๋อร์ใช่หรือไม่?”จี้หานอีเม้มริมฝีปาก ยังคงส่ายหน้า “ข้าน้อยไม่ได้รู้สึกผิดหวังเจ้าค่ะ”“คืนนั้นที่คุณชายใหญ่ทิ้งข้าน้อยไว้ เขาย่อมมีเหตุผลของตนเอง ข้าน้อยไม่เคยคิดว่าเป็นความผิดของเขาเลยเจ้าค่ะ”ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยมีสีหน้าเศร้าหมอง “แท้จริงแล้วเหิงเกอเอ๋อร์มีนิสัยเย็นชามาแต่เล็ก หลายเรื่องเขาก็มักมีเหตุผลของตนเอง แต่เขาไม่ใช่คนโลเลหลายใจ เขาจะต
Read more

บทที่ 64

ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยทอดถอนใจอีกครั้ง แต่อย่างไรนั่นก็หลานชายแท้ ๆ ของนาง ซ้ำยังมีอนาคตยาวไกล ยิ่งไปกว่านั้น นางยังชื่นชอบนิสัยอันอ่อนโยน ไม่เย่อหยิ่งและไม่อารมณ์ร้ายของจี้หานอีอย่างแท้จริงปีนั้นเพียงแรกพบสบตากับจี้หานอี นางก็รู้สึกเอ็นดูเด็กสาวผู้นี้ทันที ช่างบอบบางน่าทะนุถนอมแต่ก็ไม่อ่อนแอเสแสร้ง แววตาเปี่ยมด้วยความรู้สึก มีความไร้เดียงสาและเมตตาธรรมฉายชัด บ่งบอกว่าได้รับการปกป้องดูแลมาเป็นอย่างดีตั้งแต่แรกเห็นแววตาคู่นั้น นางก็รู้ทันทีว่าเด็กสาวได้รับการอบรมสั่งสอนจากครอบครัวมาดีเยี่ยม ทั้งยังได้รับการทะนุถนอม จิตใจปราศจากความเคียดแค้นชิงชัง รวมถึงยังรู้ความยิ่งนักเด็กที่แสนดีเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง ไร้ซึ่งเล่ห์เหลี่ยม แววตาเต็มไปด้วยความจริงใจ ชวนให้ผู้คนตกหลุมรักนางหวังเหลือเกินว่าทั้งสองคนจะครองคู่อยู่ด้วยกันอย่างราบรื่นมีความสุขฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยกุมมือจี้หานอี ก่อนให้เขยิบเข้ามานั่งเคียงข้าง จากนั้นจึงกล่าวพลางถอนหายใจ "ย่ารู้ว่าเจ้าไม่มีความสุขในจวนสกุลเซี่ยตลอดช่วงสองปีนี้""สะใภ้ใหญ่ของย่าเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการและชอบคิดเล็กคิดน้อย เดิมทีย่าเคยบอกให้นางวางมือปล่อยให้เจ้ามาช่
Read more

บทที่ 65

นางไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วนางถึงขั้นอยากก้าวออกจากสถานที่อันแสนอึดอัดกดดันแห่งนี้ไปเสียเดี๋ยวนี้ อยากหมุนตัวจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีกแต่คำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยก็ทำให้นางเข้าใจกระจ่าง หญิงชราคงไม่ยอมตกลงโดยง่ายหากเซี่ยอวี้เหิงยังคงประวิงเวลาต่อไปเรื่อย ๆ นางก็ยิ่งหมดหนทางนางไม่อยากอาละวาดคล้ายสตรีที่ร้ายกาจไร้ศักดิ์ศรี ไม่ต้องการให้เรื่องราวจบลงด้วยความอัปยศ และเหลือเพียงความเคียดแค้นชิงชังต่อกันเท่านั้นดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยเอ่อคลอด้วยหยดน้ำตา นางก้มมองจี้หานอีด้วยความรักใคร่ระคนโศกเศร้า "หานอี ในจวนแห่งนี้ คนที่ย่าสงสารที่สุดก็คือเจ้า อย่างไรเสียก็อยู่เป็นเพื่อนคนแก่เช่นย่าให้ผ่านพ้นช่วงปีใหม่นี้ไปก่อนเถิด""ถือเสียว่าช่วยให้ย่าได้ฉลองวันเกิดปีนี้อย่างมีความสุข ได้หรือไม่?"ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยพูดพลางดึงมือจี้หานอีให้มานั่งลงเคียงข้าง ก่อนจับจ้องมองนาง "เหิงเกอเอ๋อร์เป็นเช่นนี้มาแต่เล็ก ไม่ถนัดเจรจาเอาใจผู้ใด แต่ในใจเขายังคงห่วงใยเจ้า ในใจเขามีเจ้าอยู่เสมอ""หานอี ต่อให้เจ้าคิดจะไป ก็ควรให้โอกาสเขาเสียหน่อย ไม่ใช่นึกจะไปก็ไป โดยไม่เหลือทางลงให้กันเช่นนี้""ชีว
Read more

บทที่ 66

เสิ่นซื่อรับฟังถ้อยคำของฮองเฮาโดยไม่ได้ตอบรับคำใดเขานั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะตัวเล็ก ใบหน้าหล่อเหลาสูงส่งนั้นเงียบขรึม ราวกับเป็นผู้ที่ไม่มีวันแปดเปื้อนธุลีดิน นัยน์ตาไม่แยแสต่อสรรพสิ่งใดในใต้หล้าฮองเฮาเสิ่นย่อมคุ้นชินกับนิสัยไม่ชอบพูดจาของน้องชายผู้นี้เป็นอย่างดี ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเพราะทั้งสองไม่มีเรื่องให้สนทนากันมากนัก ยิ่งตอนที่เสิ่นซื่อถือกำเนิด นางก็มีอายุได้ยี่สิบปีแล้ว ซ้ำขณะนั้นก็อภิเษกสมรสกับฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมาได้สามปี เมื่อออกเรือนไปก็ไม่สะดวกกลับจวนบ่อยนัก โอกาสที่สองพี่น้องจะได้พูดคุยกันจึงมีน้อยนิดไปโดยปริยายแต่ถึงจะน้อยนิดเพียงใด เขาก็ยังนับว่าเป็นน้องชายร่วมสายโลหิต นางจึงห่วงใยและคอยจัดการดูแลเขาในทุกเรื่องราวยิ่งไปกว่านั้น การสืบทอดทายาทสกุลเสิ่นก็ยังต้องฝากความหวังไว้ที่เขาฮองเฮาเสิ่นไม่คิดอ้อมค้อมกับเสิ่นซื่ออีกต่อไป นางหยิบภาพวาดนั้นขึ้นมาพิจารณา ก่อนกล่าวต่อ "ภาพนี้ช่างงดงามนัก ฝีมือการวาดล้วนเชี่ยวชาญช่ำชอง ครบถ้วนทั้งรูปลักษณ์และจิตวิญญาณ องค์ประกอบภาพจัดวางอย่างเป็นระเบียบ รอยขีดเขียนมีไม่มากแต่กลับวาดหุบเขาและโขดหินได้ลึกล้ำ ผู้ใดจะคาดคิดเล่าว่าสือหลานจ
Read more

บทที่ 67

ภายใต้แสงสลัว เสิ่นซื่อกัดริมฝีปากแน่นหากเขาคิดจะทำลายเซี่ยอวี้เหิงจริง ก็มีวิธีนับไม่ถ้วนให้ใช้บดขยี้อีกฝ่ายในพริบตาหากเขาปรารถนาจะครอบครองจี้หานอีจริง ก็มีวิธีมากมายเหลือคณา โดยไม่ต้องปล่อยให้นางได้แต่งออกไปอย่างราบรื่นเช่นนั้นกระทั่งต่อให้จี้หานอีไม่ได้มีใจให้เขา ต่อให้นางขัดขืนต่อต้าน เขาก็มีสารพัดวิธีที่จะทำให้นางยอมเชื่อฟังจี้หานอีมีจุดอ่อนมากมายให้เขาหยิบยกมาเป็นข้อต่อรอง ทั้งนิสัยของนางก็หัวอ่อน เขาถึงขั้นสามารถใช้เล่ห์เหลี่ยมควบคุมนางไว้ในกำมือได้อย่างง่ายดายทว่าเขาก็ไม่เคยคิดจะลดตัวลงไปทำเรื่องพรรค์นั้นในเมื่อปีนั้น นางตัดสินใจเลือกแล้ว เขาก็จะไม่ฝืนใจและเขาก็จะไม่เป็นฝ่ายริเริ่มเข้าไปข้องแวะกับนางอีกเสิ่นซื่อช้อนตาขึ้นมองฮองเฮาเสิ่น หลังเงียบงันอยู่อึดใจใหญ่ถึงได้กล่าวตอบ "เดิมทีคดีที่อำเภอสือหลินนั้นมีเงื่อนงำอยู่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นใดพ่ะย่ะค่ะ""กระหม่อมยึดหลักทำตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเสมอ"เมื่อฮองเฮาเสิ่นได้ฟังคำกล่าวนี้ของเสิ่นซื่อ ก็คลายความกังวลใจลงได้ในที่สุดด้วยนิสัยของเสิ่นซื่อ การที่เขายอมอธิบายเพิ่มอีกประโยคหนึ่ง นั่นย่อมหมายคว
Read more

บทที่ 68

หรือว่านายท่านเองก็มีเรื่องให้หนักใจเช่นกันคล้ายเขานึกอะไรขึ้นมาได้ จึงล้วงจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ "นี่คือจดหมายที่ประตูเหยียนชิวส่งมาเมื่อเช้าขอรับ เมื่อครู่นายท่านไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท ผู้น้อยจึงยังไม่ได้นำออกมา"เสิ่นซื่อมองจดหมายในมือเหวินอัน รู้ดีว่าข้างในเขียนเรื่องอะไร และเป็นเรื่องของผู้ใดเขาจดจ้องอยู่นาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกำแพงแดงกระเบื้องเขียวซึ่งมีหิมะขาวโปรยปราย ปลายนิ้วขยับเล็กน้อย จากนั้นจึงละสายตากลับมา ก้าวเดินไปข้างหน้าอีกครั้งสั่งให้เหวินอันเผาจดหมายทิ้งเสียเหวินอันมองจดหมายในมือด้วยความตกตะลึง ก่อนเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของนายท่านที่เดินอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางม่านหิมะ คล้ายเหวินอันจะเดาไม่ออกแล้วว่านายท่านกำลังคิดสิ่งใดแต่เหวินอันก็ไม่กล้าคิดอันใดมากนัก นับตั้งแต่วันที่เขาติดตามนายท่าน นายท่านก็เป็นคนเย็นชาเช่นนี้ หากมีวันใดที่เขามองออกว่านายท่านกำลังคิดสิ่งใด วันนั้นเขาย่อมรู้สึกว่านายท่านคงไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว…เมื่อเซี่ยอวี้เหิงเดินออกมาจากเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยในยามค่ำคืน ฝีเท้าของเขาก็ดูซวนเซไปเล็กน้อยกระทั่งสายลมหนาวพัดปะทะใบหน้า ความเจ็บปว
Read more

บทที่ 69

เมื่อบ่าวอาวุโสได้ยินคำถามนั้นก็ชะงักไปอีกครั้ง แต่ก็ยังคงตอบไปตามความจริงว่า "วันที่ฮูหยินน้อยกลับมาไม่ได้กล่าวสิ่งใดเลยเจ้าค่ะ เพียงแต่เมื่อกลับมาถึงก็นั่งผิงมืออยู่หน้าเตาถ่าน บ่าวเห็นเปลวไฟลามเลียจวนจะถึงฝ่ามืออยู่แล้ว แต่ฮูหยินน้อยกลับไม่รู้สึกร้อนเลยสักนิด""วันนั้นหรงชุนไปเชิญท่านหมอมา ท่านหมอบอกว่าฮูหยินน้อยต้องลมหนาวรุนแรง แทบเอาชีวิตไม่รอดแล้วเจ้าค่ะ""ตกดึกฮูหยินน้อยก็ไอทั้งคืน บ่าวไพร่เช่นพวกเราได้ยินแล้วปวดใจยิ่ง"เซี่ยอวี้เหิงหลับตาลง เขาจำคืนนั้นได้ดีคืนนั้นพอกลับมาถึงเขาก็เอาแต่ตำหนินาง ทั้งที่เห็นใบหน้าซีดเซียวป่วยไข้ของนางแล้วก็แอบปวดใจอยู่เล็กน้อย แต่ถ้อยคำตำหนิกลับหลุดปากออกไปโดยไม่รู้ตัวคืนนั้นนางไม่ได้โต้เถียงกับเขาเรื่องหมิงโหรวอีกหรือว่านับตั้งแต่ตอนนั้น นางก็คิดจะหย่าขาดแล้วเซี่ยอวี้เหิงพลันถามขึ้นมาอีกครั้ง "แล้วผ้าไหมสู่จิ่นที่ข้าส่งไปให้วันนั้น นางชอบหรือไม่?"บ่าวอาวุโสคิดไม่ถึงว่าเซี่ยอวี้เหิงจะถามถึงผ้าไหมสู่จิ่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน หลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบว่า "บ่าวจำได้ว่าวันที่พ่อบ้านนำผ้าไหมสู่จิ่นมาส่ง พอพ่อบ้านคล้อยหลังไป หรงชุนก็หอ
Read more

บทที่ 70

นางเคยมีใจให้เซี่ยอวี้เหิงอย่างแท้จริง ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะครองคู่กับเขาไปชั่วชีวิตดังนั้น นางจึงปวดใจเพราะเขา และต้องทอดถอนใจให้กับจุดจบของนางกับเขาในเวลานี้วันรุ่งขึ้น ขณะจี้หานอีเดินออกจากเรือนด้านหลังเพื่อไปข้างนอก กลับบังเอิญพบเซี่ยอวี้เหิงยืนอยู่ตรงประตูลานเรือนข้างกายเขามีผู้ติดตามเพียงคนเดียว บนร่างสวมเสื้อคลุมกันลมสีเขียวเข้ม บนศีรษะเหนือใบหน้าหล่อเหลาดุจหยกเนื้อดีประดับกวาน แสงโคมสาดส่องกระทบใบหน้า รูปโฉมของเขานั้นหล่อเหลาไร้ที่ติ ทั้งเยือกเย็นและสง่างามสมัยที่ยังไม่ได้แต่งงาน นางเองก็เคยแอบมองเขาอยู่เช่นกัน เขาดูนุ่มนวลอ่อนโยนดั่งหยกอุ่น กิริยาท่าทางเป็นสุภาพบุรุษ มั่นคงดุจต้นสนและศิลานอกจากเสิ่นซื่อแล้ว นางก็ไม่เคยพบพานบุรุษใดที่มีใบหน้าหล่อเหลาถึงเพียงนี้อีกอันที่จริง นางเคยเฝ้ารอที่จะได้แต่งกับเขาด้วยซ้ำเสิ่นซื่อเปรียบดั่งจันทราโดดเดี่ยวเหนือลำธารบนยอดเขาที่สูงส่งไม่อาจเอื้อมถึง เป็นดั่งศิลาเยือกเย็นไร้ใจที่เปี่ยมด้วยความน่าเกรงขาม แรกเริ่มจี้หานอีก็เข้าใกล้เสิ่นซื่อเพราะเขามีรูปโฉมหล่อเหลา ประจวบเหมาะกับต่อมาท่านราชครูเฒ่ามักจะยิ้มแย้มบอกให้นางไปพูดคุยกับเ
Read more
PREV
1
...
56789
...
19
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status