All Chapters of ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา: Chapter 51 - Chapter 60

184 Chapters

บทที่ 51

เมื่อนางหลินเห็นว่าพอเซี่ยอวี้เหิงได้ยินว่าจี้หานอีกลับมาแล้วก็จะขอตัวกลับทันที จึงอดกล่าวไม่ได้ว่า "เจ้าไปพูดคุยกับนางให้รู้เรื่องก็ดี นางจะได้ตัดใจเสียที"เซี่ยอวี้เหิงเม้มริมฝีปากเงียบงัน ในใจพลันรู้สึกหงุดหงิดและตึงเครียดด้วยเรื่องของจี้หานอีอย่างหาได้ยากยิ่ง เขาจึงหมุนตัวเดินออกไปโดยไม่รอช้าคืนนี้หิมะตกหนัก ดูท่าจะตกหนักยิ่งกว่าหิมะในคืนนั้นเสียอีกสายลมหนาวบาดลึกถึงกระดูกผู้ติดตามกางร่มบังหิมะให้เซี่ยอวี้เหิง ขณะเขาก้าวเท้าย่ำเดินไปบนพื้นที่มีแต่หิมะ ก็อดนึกถึงจี้หานอีผู้ติดค้างอยู่ในรถม้าคืนนั้นขึ้นมาไม่ได้ความจริง วันนั้นจี้หานอีไม่ได้อยากไปเลยสักนิดดูเหมือนว่าความผิดปกติของนาง ล้วนเริ่มต้นขึ้นหลังนางกลับมาในวันนั้นเซี่ยอวี้เหิงทอดถอนใจ หากจี้หานอียังคงขุ่นเคืองเขาเพราะเรื่องในคืนนั้นจริง เช่นนั้นครั้งนี้เขาจะไหว้วานพี่เขยให้ช่วยญาติผู้พี่ของนาง ถือเสียว่าเป็นการชดเชยที่เขาติดค้างนางแล้วกันทางด้านจี้หานอีเมื่อกลับมาถึงเรือน บ่าวรับใช้อาวุโสผู้อยู่หน้าประตูเรือนก็เดินตามมาข้างกาย พลางรายงานว่าเซี่ยอวี้เหิงเพิ่งกลับมา และถูกเรียกตัวไปหานางหลินแล้วพร้อมกล่าวเสริมอี
Read more

บทที่ 52

เมื่อจี้หานอีเห็นเซี่ยอวี้เหิงก็ชะงักไปเล็กน้อย เนื่องจากตอนแรกคิดว่าคืนนี้คงไม่ได้พบหน้าเขาเสียแล้วช่วงเวลาปลายปีงานเขารัดตัว แทบไม่เคยได้รั้งอยู่ในเรือนหลักทั้งหลี่หมิงโหรวก็มักจะไปหาเขาที่ห้องหนังสือบ่อยครั้ง แล้วนี่เซี่ยอวี้เหิงไม่ควรอยู่ที่ห้องหนังสือเพื่อรอหลี่หมิงโหรวหรืออย่างไรสองสามีภรรยาต่างก็ไม่ได้พูดคุยกันอย่างจริงจังมานานแล้ว เมื่อก่อนเขาเป็นฝ่ายที่ไม่มีเรื่องจะพูดคุยกับนาง แต่บัดนี้ กลายเป็นนางเองก็ไม่มีเรื่องจะพูดคุยกับเขาเช่นกันจี้หานอีเดินไปนั่งลงบนตั่งหลัวฮั่นทางด้านข้าง โดยมีหรงชุนกับสาวใช้อีกคนผู้ยืนอยู่ด้านหลังทำหน้าที่คอยช่วยเช็ดเส้นผมที่เปียกชื้นให้กับนางจี้หานอีประคองเตาอุ่นมือ และด้วยความที่ยังต้องไปเรือนด้านหลังอีก บนร่างจึงสวมใส่อาภรณ์รัดกุมมิดชิดนางไม่ได้มองเซี่ยอวี้เหิง เพียงก้มหน้าพิจารณากระดานหมากซึ่งวางอยู่บนโต๊ะเตี้ยกลางตั่งความจริง เซี่ยอวี้เหิงแทบไม่ค่อยได้กลับมาที่เรือนหลังนี้เท่าใด ส่วนใหญ่นางจึงอยู่ที่นี่เพียงลำพัง และด้วยความที่ไม่ชอบออกไปนอกเรือน ยามต้องการพักผ่อนก็จะเดินหมากเล่นกับตัวเอง ดังนั้น บนโต๊ะเตี้ยจึงมักมีกระดานหมากที่เล่น
Read more

บทที่ 53

จี้หานอีกล่าวพลางหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนหันหน้ามองเซี่ยอวี้เหิง "ส่วนเรื่องญาติผู้พี่ข้า ไม่ว่าจะลงเอยเช่นไร ล้วนไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกับท่านและสกุลเซี่ย ทั้งยังไม่ใช่เพราะผู้ใดทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอด้วยเจ้าค่ะ"แม้นี่จะเป็นคำพูดที่เขาคาดหวังมาตลอด แต่ขณะนี้ เซี่ยอวี้เหิงกลับรู้สึกคล้ายมีก้อนบางอย่างอุดตันอยู่ในลำคอเซี่ยอวี้เหิงถึงขั้นนึกอยากให้จี้หานอีร้องไห้โวยวายใส่เขา อย่างน้อยมันก็ดีกว่าต้องมาทนมองสีหน้าเฉยชาไร้ความรู้สึกของนางเช่นนี้เซี่ยอวี้เหิงสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนกล่าวต่อ "แต่ถ้าเจ้าหวังให้ข้าช่วยจริง ๆ เดี๋ยวข้าไปพูดกับพี่เขยให้ก็ได้ พวกเราจะพยายามช่วยญาติผู้พี่ของเจ้าให้ถึงที่สุด"จี้หานอีนึกฉงนใจไปชั่วขณะ ไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเซี่ยอวี้เหิงถึงกล่าววาจาเช่นนี้ออกมานางเอียงคอมองเซี่ยอวี้เหิงพลางส่ายหน้ากล่าว "เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้นายท่านกับสกุลเซี่ยยื่นมือเข้าช่วยหรอกเจ้าค่ะ"พูดจบ จี้หานอีก็เม้มริมฝีปาก กระซิบเสียงแผ่ว "ข้าไม่ต้องการรบกวนท่านมาตั้งแต่แรก ท่านอย่าได้เก็บไปคิดให้ว้าวุ่นใจเลย"เซี่ยอวี้เหิงชะงักกึกเขาขมวดคิ้วมองจี้หานอี พลันชั่วขณะนี้ กลับรู้สึกคล้าย
Read more

บทที่ 54

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นโดยไม่มีผู้ใดคาดคิดจี้หานอีเงยหน้ามองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความตกตะลึง แต่ก็เห็นเพียงใบหน้าเย็นชามืดทะมึนและคิ้วที่ขมวดมุ่นของเขา "การหย่าร้างหาใช่เรื่องที่เจ้าคิดจะทำก็ทำได้"กล่าวจบ เซี่ยอวี้เหิงก็มองจี้หานอีสายตาเย็นชา "หากข้าไม่ยอมหย่า เจ้าก็ยังคงเป็นภรรยาของข้า""ข้าหวังว่าเจ้าจะกลับไปทบทวนให้ดี นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น"เมื่อเซี่ยอวี้เหิงกล่าวจบก็หมุนตัวเดินออกไป ฝีเท้าของเขาเร่งรีบ ได้ยินเสียงสะบัดม่านดังพรึ่บพรั่บด้านนอกแว่วเสียงบ่าวรับใช้อาวุโสเอ่ยปากสอบถาม แต่เพียงครู่เดียวก็เงียบเสียงลงจี้หานอีมีสีหน้าเรียบเฉย ถ้อยคำที่สมควรกล่าว นางล้วนกล่าวกับเซี่ยอวี้เหิงจนกระจ่างแจ้ง แม้นางจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดเซี่ยอวี้เหิงจึงมีท่าทีรุนแรงถึงเพียงนี้ แต่นางก็จะไม่มีวันยอมละทิ้งปลายทางที่ตนเองปรารถนาแน่นอนนางไม่ได้รั้งอยู่ในเรือนหลักต่อ แต่กลับไปที่เรือนด้านหลังเพื่อเขียนจดหมาย โดยตั้งใจมอบให้คนนำไปส่งให้ป้าสะใภ้ในเช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อเซี่ยอวี้เหิงก้าวเข้าไปในห้องหนังสือ ก็เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะไหลซุ่นอ่านหนังสือไม่ออก จึงรีบเข้ามารายงานว่าฮูหยินน้อยเป็
Read more

บทที่ 55

เสิ่นซื่อเป็นบุตรชายที่ฮูหยินเสิ่นตั้งครรภ์ตอนอายุใกล้สี่สิบ ฮูหยินเสิ่นจึงทั้งรักและเอ็นดูเขาเป็นพิเศษ แต่นางก็ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเหตุใดบุตรชายถึงได้มีนิสัยเย็นชาเช่นนี้หรือเป็นเพราะนางไปอ้อนวอนขอลูกต่อหน้าพระพุทธองค์มากเกินไป พระพุทธองค์จึงได้ประทานพุทธบุตรผู้ตัดขาดจากโลกีย์วิสัยและแสนเย็นชามาให้นางฮูหยินเสิ่นถอนหายใจ นางไม่รู้จะจัดการกับบุตรชายผู้นี้อย่างไรมานานแล้ว ได้แต่หวังว่าขณะที่ตนยังมีชีวิตอยู่ ก็จะมีโอกาสอุ้มหลานกับเขาสักคนหลังนางได้ยินคนเฝ้าประตูมารายงานว่าเมื่อคืนมีสตรีผู้หนึ่งไปหาบุตรชายของตน และบุตรชายก็ยอมให้สตรีผู้นั้นเข้าพบ ภายในใจฮูหยินเสิ่นก็รู้สึกยินดีอยู่ไม่น้อยนี่นับว่าเป็นครั้งแรกเลยทีเดียวนางไม่สนหรอกว่านี่จะเป็นการลักลอบพบกันหรือไม่ ขอแค่นางได้เป็นธุระจัดการไปสู่ขอสตรีผู้นั้นให้บุตรชาย แม้จะเร่งรัดเพียงใดก็ต้องแต่งสตรีผู้นั้นเข้าจวนมาอย่างสมเกียรติให้จงได้เสิ่นซื่อไม่ได้แปลกใจที่มารดาทราบเรื่องนี้ ต่อให้มีแมวตัวเมียเดินผ่านหน้าประตูห้องเขา มารดาก็คงเก็บเอามาใส่ใจอยู่ดีชายหนุ่มพูดอย่างรวบรัดว่า "ท่านแม่ไม่ต้องคิดมากขอรับ ข้าจะไม่พบกับสตรีผู้นั้นอี
Read more

บทที่ 56

รุ่งเช้า จี้หานอีก็ยังคงไม่ได้ไปคารวะแม่สามีเช่นเคยนางนั่งอยู่หลังโต๊ะหนังสือ วาดภาพด้วยความเงียบสงบหลังดื่มยาต้มมาหลายวัน อาการก็ดีขึ้นมาก ไม่ไอหนักหน่วงเหมือนช่วงก่อนแล้วและนางก็ได้รับจดหมายจากจวนสกุลกู้ในช่วงเที่ยง ระบุว่าพี่สวินถูกปล่อยตัวออกจากกองปราบฝ่ายเหนือเรียบร้อย ซ้ำในจดหมายยังบอกไม่ให้จี้หานอีเป็นกังวล นอกจากนี้ ป้าสะใภ้รองยังส่งจดหมายมาขอบคุณนางเป็นการส่วนตัว โดยกล่าวว่าญาติผู้พี่บาดเจ็บสาหัส มิเช่นนั้นคงมาด้วยตนเองแล้วจี้หานอีคิดไม่ถึงเลยว่าเสิ่นซื่อจะสั่งให้กองปราบฝ่ายเหนือปล่อยตัวคนรวดเร็วถึงเพียงนี้แต่เมื่อนึกถึงอำนาจในมือเขา นี่ย่อมไม่ใช่เรื่องยากเย็นอันใด กระทั่งไม่จำเป็นต้องให้เสิ่นซื่อเปลืองแรงกายแรงใจด้วยซ้ำอีกด้านหนึ่ง หลังเซี่ยอวี้เหิงทบทวนดูแล้ว สุดท้ายก็ยอมบากหน้าไปหาลู่หยวนผู้เป็นพี่เขยเพื่อจัดการเรื่องของจี้หานอีในช่วงสาย แต่กลับคาดไม่ถึงว่าลู่หยวนจะปล่อยตัวกู้สวินไปตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่แล้วเซี่ยอวี้เหิงชะงักงัน ก่อนซักถามถึงสาเหตุลู่หยวนดึงเซี่ยอวี้เหิงเข้าไปในห้อง พลางกล่าวกับเขาด้วยท่าทีมีลับลมคมใน "คิดไม่ถึงเลยว่ากู้สวินผู้นั้นจะมีผู้สนับสน
Read more

บทที่ 57

ยามนี้เมื่อได้ยินว่ากู้สวินถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว เซี่ยอวี้เหิงก็บอกไม่ถูกเช่นกันว่าภายในใจรู้สึกอย่างไรเสียงทอดถอนใจของลู่หยวนพลันดังขึ้น "ครั้งก่อนข้าอุตส่าห์ไปหาเจ้า อย่างไรเสียกู้สวินก็ถือว่ามีความเกี่ยวพันกับเจ้าอยู่บ้าง ถามว่าเจ้าจะช่วยหรือไม่ แต่เจ้ากลับไม่คิดช่วย"“บัดนี้สถานการณ์กลับตาลปัตร ผู้ใดจะไปรู้เล่าว่าเบื้องหลังเขาจะมีบุคคลใหญ่โตคอยดูแลอยู่”เซี่ยอวี้เหิงเคาะปลายนิ้วลงบนหัวเข่า ก่อนหยัดกายลุกขึ้นยืนพลางกล่าว “ช่วงบ่ายข้ายังต้องไปที่สำนักตรวจการ คงต้องขอกลับไปเตรียมตัวเสียหน่อย”ลู่หยวนเงยหน้าขึ้น “ไปสำนักตรวจการด้วยเหตุอันใดหรือ?”เซี่ยอวี้เหิงกล่าวแผ่วเบา “เมื่อเข้าสู่ช่วงสิ้นปี ฝ่าบาทก็ทรงมีรับสั่งให้ศาลต้าหลี่และสำนักตรวจการร่วมกันตรวจสอบคดีปล้นทรัพย์และคดีโจรกรรมของกรมอาญาที่คั่งค้างมาตลอดสองปี เรื่องนี้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่สองเดือนก่อนแล้ว ข้าเป็นผู้รับผิดชอบดูแล บัดนี้ได้รวบรวมสำนวนคดีเรียบร้อย ช่วงบ่ายจะนำไปให้ท่านเจ้ากรมผู้ตรวจการฝ่ายซ้ายพิจารณา รอจนแน่ใจว่าไร้ข้อผิดพลาดจึงค่อยนำขึ้นทูลเกล้าถวายฝ่าบาท”ลู่หยวนพยักหน้ารับ ไม่ได้ไต่ถามสิ่งใดต่อ ปล่อยให้เซี
Read more

บทที่ 58

เซี่ยอวี้เหิงคิดว่าตนไม่น่าจะเคยล่วงเกินเจ้ากรมผู้ตรวจการท่านนี้ แล้วเหตุใดทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด เขาถึงรู้สึกพรั่นพรึงเช่นนี้เล่าเสิ่นซื่อก้มหน้าหรี่ตามองเซี่ยอวี้เหิง ภายในดวงตาคู่นั้นรังสีอำมหิตทอประกายวูบวาบนับเป็นผู้ที่มีรูปโฉมหล่อเหลาเอาการจริง ๆเขาไม่ได้พูดคำใด เพียงเดินผ่านร่างของคนทั้งสองไป เซี่ยอวี้เหิงถึงค่อยกล้าเงยหน้ามองใต้เท้าหลิวผู้อยู่ด้านข้างก็ขวัญหนีดีฝ่อไม่ต่างกัน เมื่อครู่ไม่รู้เลยว่าท่านเจ้ากรมเสิ่นยืนฟังอยู่ด้านหลังนานเท่าใด เขาได้แต่ปาดเหงื่อเย็นเยียบ ก่อนลากตัวเซี่ยอวี้เหิงที่ยังคงยืนนิ่งงันให้เข้าไปในโถงรองด้วยความเร่งรีบพร้อมกันเมื่อเข้ามาในโถงรอง เซี่ยอวี้เหิงจึงได้พบกับท่านเจ้ากรมสำนักตรวจการฝ่ายซ้ายผู้สูงศักดิ์ในตำนานท่านนั้นเห็นเพียงเสิ่นซื่อในชุดขุนนางสีม่วง สีหน้าเย็นชาห่างเหิน นั่งตระหง่านอยู่บนที่นั่งเจ้ากรม ข้างกายมีผู้ช่วยผู้ตรวจการยืนอยู่หนึ่งนาย ใบหน้าหล่อเหลาสูงศักดิ์นั้นราวกับพระพุทธรูปเย็นชาไร้ความรู้สึก ชวนให้ผู้พบเห็นเกิดความยำเกรง รู้สึกเพียงว่าเขาสูงส่งจนมิอาจเอื้อมถึงเซี่ยอวี้เหิงไม่กล้ามองมากไปกว่านี้ เมื่อหวนนึกถึงคำพูดของพี
Read more

บทที่ 59

ยามนี้เมื่อท่านเจ้ากรมถามขึ้นมา เขาจึงอกสั่นขวัญแขวนไม่กล้าตอบคำแต่เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว หากเขาตอบว่าไม่รู้ รอให้รายงานคดีนี้ขึ้นไปย่อมถูกเอาผิดฐานละเลยต่อหน้าที่ เวลานี้จึงทำได้เพียงกัดฟันอธิบายว่า “ข้าน้อยเดินทางไปสอบถามขุนนางผู้ดูแลคดีนี้มาแล้วขอรับ เขาเองก็เห็นว่าน่าจะเป็นการใส่ความ ทั้งคดีนี้ไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นโจรผู้ร้ายตัวจริง จึงถูกตีให้เป็นคดีปริศนาที่ยังปิดไม่ลงขอรับ”เสิ่นซื่อปรายตามองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความเย็นชา เห็นเพียงอีกฝ่ายค้อมกายอยู่เบื้องหน้า แววตาล่อกแล่กหวาดหวั่น บนหน้าผากผุดพรายด้วยเม็ดเหงื่อ แค่แผ่กลิ่นอายกดดันใส่เล็กน้อยก็คล้ายจะต้านทานไม่ไหวเสียแล้วนี่หรือคือบุรุษที่จี้หานอีเคยมีใจให้ในอดีตและเป็นสามีของจี้หานอีในปัจจุบันซ้ำยังเป็นบุรุษที่ทอดทิ้งนางไว้กลางพายุหิมะเหน็บหนาว เพียงเพื่อสตรีอีกนางหนึ่งคนประเภทนี้ เสิ่นซื่อขบคิด นางไปหลงรักได้อย่างไรคดีของกู้สวินซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด นางกลับไม่สามารถขอร้องคนข้างหมอนให้ช่วยเหลือ ต้องบากหน้ามาอ้อนวอนเขาถึงที่ริมฝีปากของเสิ่นซื่อประดับรอยยิ้มเย้ยหยันขณะกล่าวเสียงเรียบ “ในเมื่อผู้ตรวจสอบเซี่ยรู้สึกว่า
Read more

บทที่ 60

ในสำนักตรวจการฝ่ายซ้าย ผู้ใดบ้างไม่รู้ว่าท่านเจ้ากรมเป็นคนเข้มงวดกวดขัน ทั้งยังปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเฉียบขาดเพียงใดลำพังท่านเจ้ากรมไม่ข้องแวะอิสตรีก็แล้วไปเถิด แต่ยังทำให้คนทั้งสำนักตรวจการฝ่ายซ้ายต้องพลอยถือศีลกินเจไปด้วย กระทั่งจะรับอนุภรรยาสักคนก็ต้องทำอย่างระแวดระวังหลบ ๆ ซ่อน ๆ ด้วยเกรงจะทำให้ผู้เป็นใต้เท้าใหญ่ขุ่นเคืองใจแม้ผู้ตรวจสอบหลิวจะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจคล้ายไม่ได้รับความยุติธรรม แต่ก็ไม่กล้าดื้อดึง จึงรีบคุกเข่าโขกศีรษะยอมรับผิดทันทีเสิ่นซื่อชำเลืองมองผู้ตรวจสอบหลิวผู้คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย เขานิ่งเงียบอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะระบายลมหายใจออกมาเล็กน้อยเรื่องของจี้หานอีเกี่ยวอันใดกับเขาเล่านางกลายเป็นสะใภ้สกุลเซี่ยไปนานแล้วก็เพียงแต่ความที่นางค่อนข้างหัวอ่อนนั้น...เสิ่นซื่อยกมือนวดคลึงหว่างคิ้วเพื่อสลัดความคิดฟุ้งซ่าน ก่อนโบกมือไล่ให้ผู้ตรวจสอบหลิวถอยออกไป จากนั้นจึงเรียกหวังซู่ ผู้ดำรงตำแหน่งรองเจ้ากรมตรวจการคนสนิทให้เข้ามาด้านในคดีที่อำเภอสือหลินนั้นต้องมีเงื่อนงำบางอย่างแน่นอนปัญหาที่ซุกซ่อนอยู่นั้นอาจไม่ใช่น้อย ๆ คดีนี้มีคนตายถึงหกคน
Read more
PREV
1
...
45678
...
19
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status