All Chapters of ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา: Chapter 81 - Chapter 90

180 Chapters

บทที่ 81

จี้หานอีหลุบตาลง ต่างหูห้อยระสัมผัสแนบแก้ม ให้ความรู้สึกเย็นเยียบเบาบางฮูหยินผู้เฒ่ากู้กล่าวต่อไป "ที่ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยพูดมาก็มีเหตุผล การหย่าร้างมิใช่เรื่องเล็ก จำต้องไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนทั้งสองฝ่าย มิฉะนั้น หากทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบจนเกิดผลตามมา ก็จะไม่มีหนทางให้หวนกลับแล้ว"นางก้มลงมองเสี้ยวหน้าของจี้หานอี "นังหนูอี ความจริงไม่ว่าเจ้าจะตัดสินใจเช่นไร ยายย่อมเห็นดีเห็นงามด้วยเสมอ เพียงแต่กลัวเจ้าจะเสียใจในภายหลังก็เท่านั้น""สกุลเซี่ยเวลานี้กำลังรุ่งโรจน์ นายท่านทั้งสามของสกุลเซี่ยล้วนอยู่ในแวดวงขุนนาง หากบิดาของเซี่ยอวี้เหิงกลับมาจากเซวียนโจว อย่างน้อยก็ต้องได้ตำแหน่งรองเจ้ากรมเป็นแน่""อวี้เหิงเองก็เป็นคนรักดี อายุน้อยเพียงเท่านี้ก็เริ่มมีผลงานให้เห็นแล้ว""ทั้งกาลก่อนสกุลเซี่ยเคยรับปากว่าจะไม่รับอนุภรรยาเด็ดขาด เจ้าตัดใจทิ้งการแต่งงานที่ดีเช่นนี้ได้ลงคอเชียวหรือ?"คำพูดของท่านยายเหล่านี้ จี้หานอีล้วนเคยครุ่นคิดมานับครั้งไม่ถ้วนในราตรีอันเงียบงันแต่นางจะไม่หวนกลับไปเดินเส้นทางเดิมอีกนางมองท่านยาย พลางกล่าวด้วยเสียงนุ่มนวลเช่นกาลก่อน "สกุลเซี่ยดีงามก็จริงเจ้าค่ะ แต่เรื่องข
Read more

บทที่ 82

เสียงนั้นฟังดูแหบพร่าระคนอ่อนหวาน ได้ยินแล้วหัวใจของกู้เยี่ยนก็พลันเต้นรัวแรง ฝ่ามือชื้นเหงื่อด้วยความประหม่า ถึงขั้นไม่กล้าชำเลืองมองจี้หานอีแม้แต่ปราดเดียวชายหนุ่มทำได้เพียงจ้องมองเนินไหล่บอบบางภายใต้อาภรณ์สีเขียวดุจคลื่นวารี ลวดลายดอกไม้ที่ทอแทรกในเนื้อผ้าดูพลิ้วไหว สายลมเย็นพัดพาจิตใจเขาให้ว้าวุ่น ก่อนจะแสร้งทำเป็นสงบนิ่งพยักหน้าตอบ "วันนี้ข้าเข้าเวร จึงแวะมาเยี่ยมท่านย่าสักหน่อย"จี้หานอีพยักหน้าเบี่ยงกายหลีกทางให้ "เวลานี้ท่านยายกำลังว่างอยู่เลยเจ้าค่ะ ร่างกายดูแข็งแรงขึ้นบ้างแล้ว พี่เยี่ยนมีความกตัญญู ท่านยายย่อมต้องดีใจ"เบื้องหน้ากู้เยี่ยนเห็นเพียงปลายเท้าที่ขยับแผ่วเบา พลันรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว สายตาจึงเลื่อนขึ้นมองหน้าจี้หานอี เมื่อเห็นดวงตาของนางแดงระเรื่อ ภายในแวววาวดุจดาราราย จมูกโด่งรั้นแดงก่ำเล็กน้อย ก็อดยกมือขึ้นถามไถ่ด้วยความร้อนรนไม่ได้ "น้องหญิงเป็นอะไรไปหรือ?"จี้หานอีส่ายหน้าพลางกล่าว "พี่เยี่ยนไม่ต้องกังวล เพียงได้พบท่านยาย จึงดีใจก็เท่านั้นเจ้าค่ะ"มือของกู้เยี่ยนที่ยกค้างไว้ครึ่งหนึ่งตกลงข้างลำตัว ความรู้สึกอันร้อนรุ่มอัดอั้นอยู่ภายในอก ทำให้เขาปวดร้าวเสีย
Read more

บทที่ 83

จี้หานอีอ้าปากอยากพูดบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้จะพูดคำใด สุดท้ายจึงกลับคืนสู่ความเงียบงันสุดท้าย ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยก็ไม่ได้เข้าใจนางอย่างถ่องแท้ นางตระหนักดีว่าตนสามารถแสร้งทำเป็นหูทวนลมปิดตาข้างหนึ่งครองตำแหน่งอย่างมีหน้ามีตาเคียงคู่เซี่ยอวี้เหิงไปชั่วชีวิต เพียงรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในบางครั้ง เพียงสามีไม่โปรดปรานในบางช่วง อดทนสักหน่อยประเดี๋ยวก็ผ่านไปแต่นางเพียงรู้สึกไร้รสชาติ ชีวิตที่ติดอยู่ในกรงขังแห่งนี้ช่างจืดชืดยิ่งนักนางยิ่งรู้สึกว่าเซี่ยอวี้เหิงไม่คู่ควร ไม่คู่ควรกับการอดทนอดกลั้นของนาง ไม่คู่ควรให้นางต้องคลอดบุตรสืบสกุลให้แก่เขาฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยเองก็มิได้รอคอยคำตอบที่ชัดเจนจากจี้หานอี ขณะเอ่ยต่อ "วันมะรืนฮองเฮาทรงจัดงานเลี้ยงชมหิมะที่จวนสกุลเสิ่น สกุลเซี่ยเองก็ได้รับเทียบเชิญ ถึงเวลาเจ้าก็ติดตามคนในจวนไปร่วมงานเถิด"กล่าวจบ ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยก็มองจี้หานอีด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ "เดิมทีเจ้าไม่จำเป็นต้องไป แต่ที่ย่าให้เจ้าไป ก็เพื่อให้เจ้าได้พูดคุยกับฮูหยินจวนอื่น ได้ฟังเรื่องราวชีวิตของผู้อื่นเสียบ้าง ชีวิตคนเราไม่มีอะไรสมบูรณ์พร้อม แม้แต่ดวงจันทร์ก็ยังไม่ได้กลมโตเต็มดวงอยู่ตล
Read more

บทที่ 84

จี้หานอีอยากปฏิเสธ แต่จังหวะนั้นคนขับรถม้าก็เดินเข้ามาถามเซี่ยอวี้เหิงว่าจะออกเดินทางเลยหรือไม่ เซี่ยอวี้เหิงหันมาบอกจี้หานอีให้นางเชื่อฟังเขา จากนั้นจึงถอยหลังไปก่อนพยักหน้าหลี่หมิงโหรวเลิกม่านขึ้นมองเซี่ยอวี้เหิง ครั้นเห็นสายตาของเซี่ยอวี้เหิงยังคงจับจ้องไปทางรถม้าของจี้หานอีไม่วางตา แววตาของนางก็แปรเปลี่ยนไปเมื่อมาถึงจวนสกุลเสิ่น ผู้คนที่มาเยือนเรือนหลังมีไม่น้อย ตามศาลาและเรือนริมน้ำล้วนมีผู้คนนั่งอยู่แน่นขนัด แต่ด้วยความที่เรือนหลังของสกุลเสิ่นกว้างขวาง จึงมิได้ดูแออัดแต่อย่างใดศาลาหลังคากระเบื้องเคลือบในสวนหลังจวนตั้งตระหง่านอยู่ริมน้ำ รอบด้านรายล้อมไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับหายากนานาพันธุ์ ต้นเหมยสายพันธุ์ล้ำค่าชูช่อแผ่กิ่งก้านยื่นพ้นระเบียงทางเดิน สาวใช้ประคองถาดทองคำก้าวผ่านระเบียงคดเคี้ยวเก้าโค้ง ชายกระโปรงพลิ้วไหวพัดพาเอากลิ่นหอมโชยมา ทั้งยังกระทบถูกกระดิ่งทองแดงใต้ชายคาให้ส่งเสียงกังวานใส เข้ากันได้ดีกับเกล็ดหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมาอย่างแผ่วเบาเมื่อมาถึงแล้วก็ควรต้องไปถวายพระพรฮองเฮาและคารวะฮูหยินเสิ่นก่อน จี้หานอีจึงเดินรั้งท้ายเพียงลำพัง ก้มหน้าสำรวมกิริยา หาได้เหลียวซ
Read more

บทที่ 85

ทางด้านจี้หานอีติดตามคนสกุลเซี่ยเข้าไปในห้องเพื่อถวายพระพร ภายในห้องมีผู้คนมารอถวายพระพรอยู่เนืองแน่น ทุกคนต่างปรารถนาจะได้ปรากฏตัวต่อหน้าพระพักตร์ของฮองเฮาและฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น รอบกายจึงห้อมล้อมไปด้วยเหล่าฮูหยินมากมายจี้หานอีก้มหน้าสำรวมกิริยา ขณะเดินตามหลังบรรดาฮูหยินสกุลเซี่ยดูไม่สะดุดตา จึงไม่ได้ดึงดูดความสนใจของผู้ใดจี้หานอีเคยเข้าเฝ้าฮองเฮามาแล้ว พระองค์ทรงมีอุปนิสัยอ่อนโยน ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเองก็มีนิสัยโอบอ้อมอารี เพียงแต่วันเวลาผันผ่าน สรรพสิ่งแปรเปลี่ยน จี้หานอีจึงไม่ปรารถนาให้ผู้อื่นมองว่านางจงใจตีสนิทเมื่อนางถอยกายออกมาพร้อมคนสกุลเซี่ย จังหวะที่เงยหน้าขึ้น ก็เห็นกู้หว่านอวิ๋นกำลังยืนหลุบตาต่ำอยู่เบื้องหน้าฮองเฮา ป้าสะใภ้รองแย้มยิ้มสนทนากับฮองเฮาจนหน้าบาน โดยมิได้สังเกตเห็นนางแม้แต่น้อยจี้หานอีเห็นภาพนี้แล้วก็อดคิดไม่ได้ หรือว่าฮองเฮาจะทรงถูกตาต้องใจกู้หว่านอวิ๋นเข้าจริง ๆ ?วันนี้มีคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์มาร่วมงานมากมายเพียงใด การที่ฮองเฮาทรงเจาะจงให้กู้หว่านอวิ๋นอยู่พูดคุยข้างกาย ย่อมมีความนัยลึกซึ้งเป็นแน่หากเป็นเช่นนั้นจริง จี้หานอีก็ยินดีกับกู้หว่านอวิ๋นยิ่งนัก
Read more

บทที่ 86

จี้หานอียิ้มขื่น ไม่รู้จะพูดคำใดใช่แล้ว นางจำต้องยอมรับ ชีวิตคนเราหามีความสมบูรณ์พร้อมไม่ ความถือสา ความน้อยเนื้อต่ำใจ และความผิดหวังของนาง ก็ประดุจมัจฉาดื่มวารี ร้อนเย็นมีเพียงตนเองที่รู้ดีเรื่องนี้บอกให้ผู้อื่นฟังก็ป่วยการ แต่ไยต้องให้ผู้ใดมาเข้าใจด้วยเล่า ขอเพียงนางเข้าใจตนเองก็พอแล้วขณะกำลังสนทนา ไม่รู้หลี่หมิงโหรวโผล่มาจากที่ใด จู่ ๆ ก็เดินเข้ามาข้างกายจี้หานอี ยื่นมือมาคล้องแขนนางไว้พร้อมยิ้มหวานหยด “พี่สะใภ้ เหตุใดไม่ไปพูดคุยกับพวกเราเล่าเจ้าคะ?”“ด้านหน้ากำลังเล่นทายปริศนาดอกเหมยกันอยู่ คุณหนูสี่คุณหนูห้าล้วนอยากไปชมดู พี่สะใภ้สนใจไปด้วยกันไหมเจ้าคะ?”จี้หานอีเอียงคอมองหลี่หมิงโหรว กาลก่อนยามอยู่งานเลี้ยงภายนอก หลี่หมิงโหรวมักสนทนากับเหล่าคุณหนูสกุลเซี่ยอย่างออกรส น้อยครั้งนักที่จะเป็นฝ่ายขยับเข้าหานางก่อนนางแกะมือหลี่หมิงโหรวออกพลางคลี่ยิ้มบาง “พวกเจ้าเล่นกันไปเถิด ประเดี๋ยวข้าจะตามไป”เมื่อหลี่หมิงโหรวถูกจี้หานอีผลักไส สีหน้าจึงเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็กลับมาแย้มยิ้ม กล่าวอีกว่า “เช่นนั้นพี่สะใภ้อย่าเดินไปไกลนะเจ้าคะ ประเดี๋ยวพวกเรากลับพร้อมกัน”กล่าวจบ นางก็ถอยหลัง
Read more

บทที่ 87

เกล็ดหิมะโปรยปราย เสิ่นซื่อประคองเอวอรชรของจี้หานอีผู้ตัวอ่อนปวกเปียก ขณะก้มมองใบหน้าในอ้อมอกเห็นเพียงใบหน้าจี้หานอีแดงก่ำ ร่างกายอ่อนยวบไร้เรี่ยวแรง เส้นผมเปียกชื้นแนบติดพวงแก้ม เนื้อตัวร้อนผ่าว สองแก้มชื้นเหงื่อ เม็ดเหงื่อผุดพราวจากไรผมร่วงหล่นลงข้างแก้มทีละหยด เห็นได้ชัดว่าผิดปกติอีกทั้งริมฝีปากแดงเรื่อยังเผยอออก นัยน์ตาที่ปรือขึ้นเลื่อนลอย ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารด ริมฝีปากพึมพำเรียกหาน้ำแววตาเย็นชาของเสิ่นซื่อชะงักไปเล็กน้อย ปรายตามองหรงชุนที่ตกใจจนล้มทรุดนั่งกองกับพื้นอยู่ด้านข้าง ก่อนจะอุ้มจี้หานอีขึ้นแล้วหมุนกายเดินกลับไปทางเดิมหรงชุนมองแผ่นหลังของเสิ่นซื่อ เมื่อตั้งสติได้ก็รีบตะเกียกตะกายวิ่งตามไปไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ทั้งที่ฮูหยินน้อยถูกบุรุษอื่นอุ้มอยู่ แต่นางกลับรู้สึกอุ่นใจราวกับว่าในที่สุดก็รอดพ้นเคราะห์กรรมแล้วเหวินอันผู้อยู่ด้านข้างเห็นภาพนั้นก็ตกตะลึง ครั้นเห็นสายตาที่เจ้านายปรายมองมา ก็รีบก้าวไปตรงหน้าหรงชุน ก่อนกระซิบ “นายท่านของข้าไม่เคยยื่นมือช่วยใครสุ่มสี่สุ่มห้า เจ้าจงเฝ้าอยู่หน้าประตูเงียบ ๆ อย่าได้ส่งเสียงร้องโวยวาย เข้าใจหรือไม่?”ในหัวของหรงชุนมีเ
Read more

บทที่ 88

น้ำเสียงออดอ้อนนั้นยังคงเหมือนกับเสียงในวัยเยาว์ของนางไม่เปลี่ยนแปลงเท้าของเสิ่นซื่อชะงักกึก นัยน์ตาดำขลับทอดมองลงบนร่างของนาง ซึ่งมีส่วนโค้งเว้าดุจทิวเขาและมวลเมฆอันงดงามภายในกายพลันพุ่งพล่านไปด้วยแรงปรารถนาและห้วงอารมณ์ที่ยากข่มกลั้น แต่บนใบหน้าก็ยังคงรักษาไว้ซึ่งความสูงส่งและเย็นชาดังเดิมร่างสูงโปร่งนั่งลงเคียงข้างนางอีกครั้ง ปล่อยให้จี้หานอีกำปลายแขนเสื้อของเขาเอาไว้ตามใจชอบไม่ต่างจากปีนั้นที่นางพลัดตกน้ำ นางก็กำแขนเสื้อเขาไว้แน่นเช่นนี้เขาโน้มตัวลง มองดูหยดน้ำตาที่ไหลซึมจากหางตาของนางด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนใช้ปลายนิ้วเรียวยาวของตนเองเช็ดหยดน้ำตาที่หางตาให้นางแผ่วเบา แววตาที่เคยเย็นชาห่างเหินมาแต่ไหนแต่ไรบัดนี้กลับดูอ่อนโยนอย่างยากจะสังเกตเห็นบนวงหน้าที่ใหญ่เท่าฝ่ามือ หยดน้ำตาไหลซึมออกมาทีละหยด ราวกับได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างแสนสาหัสเขาฟังนางร้องครางถึงความเจ็บปวดด้วยเสียงแผ่วเบา ช่วยทัดปอยผมที่ยุ่งเหยิงไปไว้หลังใบหู ก่อนลูบแผ่นหลังนางอย่างนุ่มนวลภายในห้องที่จุดกำยานส่งกลิ่นหอมบางเบา บุรุษในอาภรณ์ขาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด บัดนี้กลับกำลังก้มหน้าปลอบประโลมข้าง
Read more

บทที่ 89

ท่านหมอฮว๋ายรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนหันไปทางเสิ่นซื่อผู้อยู่ด้านหลังม่านกั้นเตียงพลางรายงาน "ชีพจรของแม่นางท่านนี้ประหลาดนัก เป็นชีพจรที่ติดขัดปิดกั้นลมปราณ มีอาการชื้นร้อน ไฟมารคุกรุ่นอยู่ภายในขอรับ"กล่าวจบ ท่านหมอฮว๋ายก็ชะงักไปเล็กน้อย ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวต่อ "อาการตับร้อนทั่วไปย่อมไม่มีชีพจรเช่นนี้ ซ้ำทั้งร่างกายยังร้อนรุ่ม ในความเห็นของผู้น้อย น่าจะเกิดจากการถูกพิษขอรับ"คิ้วเข้มเหนือดวงตาที่เย็นชาของเสิ่นซื่อเลิกขึ้นเล็กน้อย "พิษอันใด?"ท่านหมอฮว๋ายครุ่นคิดโดยละเอียด ก่อนตอบ "น่าจะเป็นพิษไฟขอรับ""ทว่าพิษไฟทั่วไปย่อมไม่ทำให้ทั่วร่างปวดร้าวถึงเพียงนี้"กล่าวพลางเขาก็ใคร่ครวญอยู่อีกหลายอึดใจก่อนอธิบาย "ผู้น้อยเคยได้ยินมาว่าในแดนประจิมมีแมลงชนิดหนึ่ง เรียกว่าแมลงพิษแดง แมลงชนิดนี้มีพิษร้ายกาจนัก อาศัยกินมดคันไฟเป็นอาหาร หากผู้ใดถูกกัด ร่างกายจะร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ปวดร้าวไปทั้งร่าง มีเพียงต้องแช่กายลงในน้ำจึงจะทุเลาลงขอรับ""นอกจากนี้ พิษของแมลงพิษแดงชนิดนี้ยังทำให้ผู้คนสูญเสียสติสัมปชัญญะ ทำให้ผู้ที่ถูกพิษร้อนรุ่มจนต้องโถมกายลงน้ำโดยไม่สนสิ่งใด พิษชนิดนี้ม
Read more

บทที่ 90

ความจริงนั้น ตอนที่จี้หานอีพบว่าไม่อาจควบคุมตนเองได้อีกต่อไป ก็ได้ใช้สติสัมปชัญญะเฮือกสุดท้ายพาร่างมุ่งหน้าไปยังทิศทางเรือนของเสิ่นซื่อแล้วเรือนของเสิ่นซื่อเป็นสถานที่ที่เงียบสงบที่สุดในจวนสกุลเสิ่น เสิ่นซื่อรักความสงบมาแต่ไหนแต่ไร บ่าวไพร่จากเรือนอื่นหากไม่มีธุระยิ่งไม่กล้ากล้ำกรายไปที่นั่นอีกทั้งในส่วนลึกของจิตใจนางล้วนเชื่อใจเสิ่นซื่อ เสิ่นซื่อเป็นวิญญูชนผู้สูงส่ง แม้จะเย็นชา ทว่าย่อมไม่ลดตัวลงไปกระทำเรื่องต่ำช้าเยี่ยงวิญญูชนจอมปลอมต่อให้เขาไม่ไยดีนาง แต่ก็คงไม่คิดกระทำย่ำยี อย่างน้อยเมื่ออยู่ในอาณาเขตของเสิ่นซื่อ นางก็ยังมีความหวังอันริบหรี่ที่จะรักษาชื่อเสียงของตนเอาไว้ได้โชคดีนัก ที่นางเดิมพันถูกเพียงแต่จี้หานอีคาดไม่ถึงว่า เสิ่นซื่อจะพานางมายังเรือนของเขา เดิมทีคิดว่าเขาคงไม่เต็มใจจะแยแสนางเสียด้วยซ้ำบัดนี้ในสมองของนางเริ่มปลอดโปร่งขึ้นมาทีละนิด จึงหวนครุ่นคิดถึงที่มาที่ไปของเรื่องราวโดยละเอียดคงเป็นเพราะหลี่หมิงโหรวกระทำบางอย่างกับร่างกายนาง นางจึงมีอาการผิดปกติถึงขั้นนี้กอปรกับได้ฟังหรงชุนบอกเล่าว่านางเอาแต่ร้องเรียกหาน้ำ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าป่าเหมยแห่งนั้นตั้งใก
Read more
PREV
1
...
7891011
...
19
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status