All Chapters of ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา: Chapter 71 - Chapter 80

184 Chapters

บทที่ 71

นางเงยหน้าขึ้นมองเซี่ยอวี้เหิง ก่อนถามแผ่วเบา "ท่านพี่กับพี่สะใภ้ไยไม่เข้าไปด้านในเจ้าคะ?"จี้หานอีไม่ได้ปรายตามองหลี่หมิงโหรวผู้อยู่ด้านข้าง นางเพียงยกมือผลักเซี่ยอวี้เหิงออกห่าง ก่อนก้าวไปยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งเมื่อความนุ่มนิ่มหลุดออกจากฝ่ามือ หลงเหลือไว้เพียงความเย็นเยียบ เซี่ยอวี้เหิงก็เหม่อลอยไปชั่วขณะ ก่อนหันกลับมามองหน้าหลี่หมิงโหรว และกล่าวเสียงทุ้ม "ไปกันเถิด"หลี่หมิงโหรวพยักหน้ารับ แต่แล้วก็ยกมือขึ้นนำผ้าเช็ดหน้าปิดริมฝีปากไอออกมาเล็กน้อย ทว่ากลับเห็นเพียงเซี่ยอวี้เหิงเดินผ่านข้างกายนางไปหน้าตาเฉยนางชะงักกึกไม่ควรเป็นเช่นนี้สิ สมัยก่อนเวลาท่านพี่เห็นนางไอ ก็มักจะถามไถ่ด้วยความห่วงใยเสมอนางมองดูแผ่นหลังของเซี่ยอวี้เหิง สลับกับมองจี้หานอีที่เดินตามหลังเขาไป แล้วนิ้วมือก็รวบกำผ้าเช็ดหน้าขยำแรงนางหลินซึ่งอยู่ในห้องอุ่นฝั่งตะวันออกมองดูเซี่ยอวี้เหิงและจี้หานอีเดินตามกันเข้ามา นางไม่ได้เอ่ยทักทายจี้หานอี เพียงกล่าวกับเซี่ยอวี้เหิงว่า "ปกติเจ้ามักออกไปแต่เช้าตรู่ ไยวันนี้ถึงเพิ่งมาเอาป่านนี้? ไม่กลัวไปทำงานสายหรือ?"เซี่ยอวี้เหิงชำเลืองมองจี้หานอีผู้อยู่ข้างกาย "อากาศหนาว
Read more

บทที่ 72

เมื่อหลี่หมิงโหรวฟังคำกล่าวของนางหลินแล้ว ความไม่สบอารมณ์ในใจก็พลันคลี่คลายนางใช้ความอ่อนหวานนุ่มนวลพูดคุยเป็นเพื่อนนางหลินอยู่นาน กระทั่งล่วงเข้าช่วงสายถึงได้กลับออกมาเมื่อออกมาแล้ว ก็มุ่งหน้าไปทางเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยทันทีหลี่หมิงโหรวตระหนักดีว่า หากปรารถนาให้ผู้คนในจวนสกุลเซี่ยยอมรับ ลำพังเพียงท่านป้ายังไม่พอ ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยต่างหากคือคนสำคัญที่สุดนางรู้ดีว่าฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยโปรดปรานจี้หานอี แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยก็เอ็นดูนางเช่นกันนางคอยเอาอกเอาใจ มักแวะไปอ่านพระธรรมให้ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยฟัง ทั้งยังหมั่นคัดลอกพระธรรมไว้บูชาด้วยตนเอง จึงได้รับความเอ็นดูจากฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยอยู่ไม่น้อยแต่วันนี้เมื่อนางไปเยือน ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยกลับไม่อยู่ บ่าวรับใช้บอกว่าท่านออกไปเดินเล่นที่สวนด้านหลังหลี่หมิงโหรวตั้งใจจะกลับ ทว่าระหว่างทางเดินกลับ ก็ได้ยินเสียงสนทนาดังแว่วมาจากทางเดินสายเล็กเบื้องหน้า ซึ่งเป็นเสียงของฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยทางสายนี้คือทางกลับเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ย ดูท่าฮูหยินผู้เฒ่าคงเพิ่งกลับมาจากด้านนอกพอดีหลี่หมิงโหรวเพิ่งได้ยินเพียงประโยค
Read more

บทที่ 73

เซี่ยอวี้เหิงชะงักไปครู่หนึ่ง ในใจพลันบังเกิดความตื่นตระหนกและว่างโหวงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกขณะที่เวลานี้จี้หานอียังคงอยู่ข้างนอก นางนั่งอยู่กับหรงชุนหน้าร้านขายขนมบัวลอยริมถนนนางตั้งใจหลบหน้าเซี่ยอวี้เหิง ไม่อยากทานข้าวร่วมโต๊ะกับเขา แต่ก็ไม่รู้จะไปที่ใดนางกลับบ้านท่านตาบ่อยเกินไป เกรงว่าจะทำให้พวกท่านเป็นห่วง ไม่สู้ร่อนเร่อยู่ข้างนอกยังสบายใจเสียกว่าความจริงนับแต่แต่งงานกับเซี่ยอวี้เหิง จี้หานอีก็แทบไม่ได้ก้าวเท้าออกจากเรือนชั้นในของสกุลเซี่ย ด้วยความที่เซี่ยอวี้เหิงงานยุ่งนัก จึงมีเวลาพานางออกมาเปิดหูเปิดตาน้อยนิดยิ่งนางไม่กล้าออกมาคนเดียว ทั้งกลัวแม่สามีตำหนิ และกลัวเซี่ยอวี้เหิงไม่พอใจนางระมัดระวังตัวตลอดเวลา ปรารถนาจะทำหน้าที่ภรรยาของเซี่ยอวี้เหิงให้ดีที่สุด และยิ่งอยากได้รับการยอมรับจากคนสกุลเซี่ยนางเพียรพยายามทุ่มเทมาตลอด ไม่ใช่ว่านางทำได้ไม่ดี แต่สิ่งที่นางไม่มีวันเอื้อมถึง คือหัวใจของพวกเขาต่างหากยามนี้เมื่อหัวใจไร้ที่พึ่ง ถึงได้รู้สึกว่านี่อาจเป็นความอิสระกระมังไอสีขาวลอยตลบปะทะใบหน้า จี้หานอีระบายลมหายใจยาวแรง ก่อนเลิกผ้าคลุมหน้าขึ้นชิมบัวลอยคำหนึ่ง ช่างหอมห
Read more

บทที่ 74

นายท่านของเขาเป็นใคร มีหรือจี้หานอีจะไม่รู้แต่ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด ในใจพลันรู้สึกตุ้ม ๆ ต่อม ๆ คิดฟุ้งซ่านไปว่าเสิ่นซื่อมีเรื่องอันใดจะพูดกับนางงั้นหรือนางเดินตามไปที่หน้ารถม้า มองดูม่านรถม้าปิดสนิท เพียงยืนอยู่ด้านนอก นางก็ประหม่าและใจสั่นไม่ต่างจากตอนที่เจอเขาในวัยเยาว์แล้วนางลังเลเล็กน้อยไม่อยากขึ้นรถม้า แต่เหวินอันก็เลิกม่านขึ้นแล้วหันมาส่งยิ้มให้จี้หานอี "แม่นาง เชิญขอรับ"จี้หานอีรู้ว่าหลบเลี่ยงไม่ได้ จึงจำต้องแข็งใจก้าวเท้าขึ้นไปภายในรถม้าไม่ได้อบอุ่นอย่างที่นางคิด ตรงกันข้าม กลับอุ่นกว่าข้างนอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้นนางเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า คล้ายเสิ่นซื่อจะไม่กลัวความหนาวเย็น บนรถม้าจึงไม่ได้จุดเตาถ่านไว้แสงสว่างภายในรถม้ามีไม่ค่อยเพียงพอ ในห้องโดยสารอันกว้างขวาง ใบหน้าของเสิ่นซื่อซ่อนอยู่ในเงามืด จี้หานอีมองเห็นสีหน้าของเขาไม่ถนัด และไม่กล้าเงยหน้ามองเขาด้วยซ้ำ ได้แต่นั่งตัวลีบอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความอึดอัดใจแต่รออยู่นานเสิ่นซื่อก็ไม่พูดเสียที จี้หานอีลังเลอยู่ครู่ใหญ่ จึงเลิกผ้าคลุมหน้าขึ้นมองเขา ก่อนถามอย่างไม่มั่นใจนัก "ใต้เท้าเสิ่นเรียกพบข้า ไม่ทราบมีธุระอันใดหรื
Read more

บทที่ 75

นางไม่รู้จะพูดคำใด และไม่รู้ว่าที่เสิ่นซื่อเรียกนางมา ก็เพื่อจะถามถึงเรื่องนี้เท่านั้นหรือสายตาของเสิ่นซื่อจับจ้องใบหน้าที่บอกถึงความประหม่าของจี้หานอี ผ้าคลุมหน้าผืนบางถูกเลิกขึ้นครึ่งหนึ่ง สีสันตัดกับอาภรณ์สีชมพู ต่างหูสีเขียวข้างแก้มสั่นไหววูบวาบ กลิ่นหอมกรุ่นอันเย้ายวนใจนั้นยิ่งทวีความรุนแรง ทั้งยังเจือด้วยกลิ่นหวานเลี่ยนของขนมบัวลอยอีกลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง คลื่นอารมณ์ที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้าถาโถมขึ้นมาอีกครั้ง เสิ่นซื่อหลุบตาลง สายตาเย็นชาจับจ้องไปที่เอวคอดกิ่วเหนือกระโปรงเรียบลื่นของนางร่างกายที่แข็งเกร็งเอนพิงเบาะนุ่มทางด้านหลัง เขาเร้นกายเข้าไปในเงามืดสลัวอีกครั้ง ก่อนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับหลับตาลง น้ำเสียงที่เย็นชาเป็นนิจเจือความแหบพร่าอยู่หลายส่วน "เจ้าอยู่ที่สกุลเซี่ยเป็นอย่างไรบ้าง"เสิ่นซื่อคิดว่า หากจี้หานอีบอกว่านางอยู่ที่สกุลเซี่ยไม่มีความสุข ตนเองก็อาจมีเหตุผลนับพันนับหมื่นข้อที่จะแย่งชิงตัวนางมาจากข้างกายเซี่ยอวี้เหิงเขาเพียงต้องการหาเหตุผลอันสมควรสักข้อที่จะได้ครอบครองนางเท่านั้นเสิ่นซื่อพลันเข้าใจแล้ว เหตุใดตนเองถึงต้องการพบหน้าจี้หานอีอีกสักค
Read more

บทที่ 76

นางถึงขั้นคิดไปเองด้วยความสับสนว่า คล้ายจะเคยเห็นสายตาเช่นนี้ที่ใดมาก่อนทว่านางกลับนึกไม่ออกระหว่างที่นางเหม่อลอย ก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำของเสิ่นซื่อดังขึ้นอีกครั้ง "ฮูหยินเซี่ย เชิญลงจากรถม้าได้แล้ว"จี้หานอีตื่นจากภวังค์ รีบลุกขึ้นยืนทันทีนางตั้งใจจะลุกขึ้นย่อกายคารวะเสิ่นซื่อ แต่เห็นได้ชัดว่ารถม้ามิได้สูงถึงเพียงนั้น ศีรษะจึงชนเข้ากับเพดานรถม้า จี้หานอีร้องอุทานเบา ๆ ร่างกายเซถลาไปด้านหน้า นางรีบก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อทรงตัว พลางยกมือขึ้นลูบศีรษะโดยไม่รู้ตัวความรู้สึกอับอายขายหน้าที่ต้องมาเสียกิริยาต่อหน้าเสิ่นซื่อในยามนี้ถาโถมไปทั่วสรรพางค์กาย แก้มของนางร้อนผ่าวแดงระเรื่อ ขณะก้มหน้าลงจะกล่าวขออภัยด้วยหัวใจสั่นไหว ก็ประสานเข้ากับนัยน์ตาของเสิ่นซื่อที่ช้อนมองขึ้นมาพอดีความสงบนิ่งในแววตาของเขาประหนึ่งบึงน้ำลึกไร้ก้น ไร้ซึ่งระลอกคลื่น และไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆเขายังคงนั่งอย่างโดดเด่นเป็นสง่าเช่นเทพเจ้า มองดูความทุลักทุเลของนางด้วยท่าทีเรียบเฉยสำหรับจี้หานอีแล้ว สิ่งนี้ยิ่งทำให้นางรู้สึกอับอายและกระดากใจยิ่งนักตัวนางในสายตาของเสิ่นซื่อ บางทีอาจเป็นเพียงสรรพสัตว์ทั่วไปเ
Read more

บทที่ 77

เมื่อจี้หานอีเห็นเซี่ยอวี้เหิงก็ชะงักไปเล็กน้อย ครั้นเดินผ่านกายเขา ข้อมือก็ถูกเขาคว้าจับไว้อีกครั้งจี้หานอีเงยหน้ามองเซี่ยอวี้เหิง เซี่ยอวี้เหิงเองก็หันกลับมามองนาง แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนสับสน และเขาก็เป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้นก่อนว่า "ไปที่ใดมา?"จากนั้นก็ถามต่อ "ข้ามีงานติดพันเล็กน้อย ไม่ทราบเจ้าทานมื้อค่ำแล้วหรือไม่?"จี้หานอีไม่ได้ใส่ใจคำสัญญาของเซี่ยอวี้เหิง และก็ไม่ใส่ใจเรื่องที่เขาบอกว่าจะมาทานมื้อค่ำด้วยกันแต่กลับมาช้าในทางกลับกัน นางรู้สึกยินดียิ่งยินดีที่ไม่ต้องมานั่งรอเขาอย่างขมขื่นตามลำพังอีกแล้วนางเพียงตอบว่า "ไปบ้านท่านตามาเจ้าค่ะ"เมื่อเซี่ยอวี้เหิงได้ยินเสียงตอบรับอันห่างเหิน ก็ต้องกระซิบว่า "หานอี กลับไปนอนที่เรือนหลักกับข้าเถิด"จี้หานอีส่ายหน้า "ข้ายังมีเรื่องต้องจัดการที่ห้องหนังสืออีกเล็กน้อย นายท่านกลับไปนอนก่อนเถิดเจ้าค่ะ"มือที่กุมข้อมือจี้หานอีพลันบีบแน่นขึ้น เซี่ยอวี้เหิงจ้องมองจี้หานอีเขม็ง "หานอี ระหว่างเราไม่ควรเป็นเช่นนี้""ยามนี้เจ้าแยกห้องนอนกับข้า บ่าวไพร่จะคิดเห็นอย่างไร? หากท่านแม่รู้เข้า จะตำหนิเจ้าเช่นไร?"พูดจบ เซี่ยอวี้เหิงก็สูด
Read more

บทที่ 78

เขาซวนเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ก่อนยืนนิ่งงันอยู่เนิ่นนานจี้หานอีไม่สนใจว่าเซี่ยอวี้เหิงจะยังอยู่ข้างนอกหรือไม่ นางยังคงทำเรื่องของตนเอง สั่งบ่าวไพร่ให้ไปต้มน้ำร้อนสำหรับอาบน้ำนางไม่เก็บอารมณ์ความรู้สึกของเขามาใส่ใจ และไม่คิดคาดเดาว่าเขาจะต้องการให้นางทำสิ่งใดอีกแล้วเรื่องนี้เดิมทีก็ไม่ใช่ความผิดของนาง นางไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อเอาใจสมาชิกสกุลเซี่ยทุกคนเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เซี่ยอวี้เหิงก็ยังคงมารออยู่ที่หน้าประตูเรือน จี้หานอีหลบเลี่ยงไม่ได้ จึงจำต้องเดินผ่านหน้าเขาไปจังหวะที่เซี่ยอวี้เหิงยื่นมือออกมาอีกครั้ง จี้หานอีก็เบี่ยงกายหลบ ก่อนจะเดินนำไปข้างหน้าเซี่ยอวี้เหิงมองมือที่ค้างเติ่งกลางอากาศของตนเองด้วยความตะลึงลาน ก่อนมองแผ่นหลังของจี้หานอี แล้วก้าวเท้าเดินตามไปเคียงข้างนางวันเวลาที่ผ่านมา เมื่อทั้งสองคนเดินเคียงข้างกัน ก็มักไม่มีเรื่องใดให้พูดคุยด้วยเคยชินกับการที่จี้หานอีคอยชวนคุยเจื้อยแจ้ว เวลานี้เซี่ยอวี้เหิงถึงได้ตระหนักว่า บทสนทนาทั้งหมดระหว่างนางกับเขาในอดีต ล้วนเริ่มต้นจากจี้หานอีทั้งสิ้นเมื่อนางไม่พูด คนทั้งสองก็คล้ายไม่มีคำพูดใดต่อกันเขาพยายามนึกห
Read more

บทที่ 79

จี้หานอียังคงมีสีหน้าเป็นปกติขณะกล่าว "ท่านแม่วางใจเถิด หากต้องหย่าร้าง ข้าจะไม่มีวันคัดค้านแน่นอนเจ้าค่ะ"กระทั่งจี้หานอีถอยกลับออกไปแล้ว นางหลินก็ยังคงตั้งสติไม่ทันนางหันไปมองบ่าวอาวุโสข้างกายก่อนถามว่า "เจ้าว่านางเสียสติไปแล้วใช่หรือไม่"บ่าวผู้นั้นชะงักกึก โน้มตัวลงกระซิบตอบ "บ่าวเองก็รู้สึกว่าคำพูดคำจาของฮูหยินน้อยดูผิดปกติไปเจ้าค่ะ"นางหลินกล่าวอีกว่า "นี่นางคิดจะก่อเรื่องอันใดกันแน่ เท่านี้งานของอวี้เหิงก็รัดตัวมากพออยู่แล้ว นางดูแลเรือนหลังยังไม่รู้จักอยู่อย่างสงบ นับวันข้ายิ่งไม่ชอบหน้านางมากขึ้นทุกที""แต่ช่างเถิด ในเมื่อนางเป็นคนพูดเอง ตกค่ำข้าจะหารือกับอวี้เหิงดู ในเมื่อนางมีลูกไม่ได้ ก็ให้คนอื่นมีลูกแทนแล้วกัน""ถึงเวลานั้นนางจะมาตีโพยตีพายอย่างไร ข้าก็ไม่สนใจทั้งสิ้น"บ่าวอาวุโสถามด้วยความกังวล "แต่หากนายท่านใหญ่รู้เข้าเล่าเจ้าคะ""อีกครึ่งเดือนก็จะถึงวันส่งท้ายปีเก่าแล้ว จากนั้นไม่นานก็จะเป็นวันเกิดฮูหยินผู้เฒ่า นายท่านใหญ่ย่อมต้องกลับมาแน่นอน"นางหลินเข้าใจความหมายของบ่าวผู้นี้ดี สามีของนางให้ความสำคัญกับคำสัญญาในอดีตเสมอ หากเขารู้เรื่องเข้า ก็คงยากจะชี้แจงแล้
Read more

บทที่ 80

ฮูหยินผู้เฒ่ากู้พยักหน้า เอียงคอมองจี้หานอี “ป้าสะใภ้เจ้าพูดมีเหตุผล หากฮองเฮาทรงถูกตาต้องใจหว่านอวิ๋นเข้าจริง ๆ ตระกูลกู้ของเราก็นับว่าลืมตาอ้าปากได้เสียที ไม่แน่ลุงใหญ่เจ้าอาจจะได้กลับมาจากชายแดนอันห่างไกลก็เป็นได้”จี้หานอีเผยอปาก แม้เรื่องนี้จะฟังดูปุบปับอยู่บ้าง ด้วยฮองเฮาจะมาสนใจสตรีสกุลกู้ได้อย่างไร? สตรีที่ยังไม่ออกเรือนมักเก็บตัวอยู่แต่ในเรือนหลัง แล้วฮองเฮาทรงทอดพระเนตรเห็นตั้งแต่เมื่อใด?เรื่องนี้จี้หานอีสุดจะรู้ แต่ด้วยชาติตระกูลสูงส่งอย่างสกุลเสิ่น การแต่งภรรยาอาจไม่ถือสาเรื่องฐานะทางบ้านแล้วกระมังดังที่ท่านยายกล่าว ยอมเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น ย่อมเป็นผลดีต่อสกุลกู้นางจึงพยักหน้า “หากเป็นจริง ก็ถือว่าเป็นเรื่องมงคลเจ้าค่ะ”ฮูหยินผู้เฒ่ากู้กล่าวขึ้นอีกครั้ง “ที่เรียกเจ้ากลับมาวันนี้ ก็เพื่อจะสอบถามนี่แหละ ตอนเด็กเจ้าเคยพบท่านโหวเสิ่นอยู่หลายครั้ง พอจะรู้หรือไม่ว่าเขาชอบสิ่งใดบ้าง?”“อย่างเช่น เขาชอบสตรีแต่งกายแบบใด ชอบสีอะไร โปรดปรานอาหารรสชาติไหน หรือในยามปกติ มีนิสัยใจคออย่างไร เล่ามาให้ละเอียดสักหน่อย”“ให้หว่านอวิ๋นได้เตรียมตัวไว้บ้างย่อมดีที่สุด อย่างไรเสียก็ต้องเ
Read more
PREV
1
...
678910
...
19
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status