All Chapters of ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา: Chapter 41 - Chapter 50

184 Chapters

บทที่ 41

แต่งเข้าจวนมาเกือบจะสามปีแล้ว นางอุตส่าห์ห่วงใยเรื่องทายาทถึงได้นำเทียบยามาให้ กลับวางมาดไม่ยอมออกมาพบเสียอย่างนั้นนางแค่นหัวเราะเย็นชา ถึงเวลาเซี่ยอวี้เหิงกับท่านแม่โกรธเคืองขึ้นมา ก็อย่ามาร้องห่มร้องไห้ขอให้นางช่วยพูดแทนแล้วกันนางสะบัดแขนเสื้อ ไม่เอ่ยคำใด เดินจากไปทันทีสาวใช้ในห้องเห็นท่าทีเช่นนี้ ก็รู้ว่าคุณหนูใหญ่เกิดโทสะเข้าให้แล้ว ทั้งยังเกรงว่าจะนำเรื่องไปฟ้องนายท่านว่าฮูหยินน้อยประพฤติตนไม่ดี ในใจจึงอดกังวลไม่ได้คุณหนูใหญ่สกุลเซี่ยผู้นี้หยิ่งยโสจนเคยตัว ต้องการให้ทุกสิ่งหมุนรอบตัวนาง ไม่เคยคำนึงถึงความปรองดองระหว่างนายท่านกับฮูหยินน้อย ซ้ำยังชอบยุแยงตะแคงรั่วอยู่บ่อยครั้ง ก็มีแต่ฮูหยินน้อยที่อดทนได้ หากเปลี่ยนเป็นคนที่ไม่อดทนแล้วละก็ ทุกครั้งที่คุณหนูใหญ่มาเยือน คงต้องเกิดเรื่องวุ่นวายในเรือนเป็นแน่ยามนี้จี้หานอีย่อมไม่ใส่ใจว่าเซี่ยจิ่นจะไปพูดสิ่งใดต่อหน้าเซี่ยอวี้เหิง ในทางกลับกัน นางกลับกังวลว่าอีกฝ่ายจะไม่ไปยุแยงเสียมากกว่าดีเสียอีก เซี่ยอวี้เหิงจะได้บันดาลโทสะลงนามในหนังสือหย่าเสียทีเมื่อนึกถึงหนังสือหย่าที่ถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเมื่อคืนวาน จี้หานอีก็รู้สึ
Read more

บทที่ 42

ความจริงในวัยเยาว์ จี้หานอีเคยพบหน้าเสิ่นซื่อไม่บ่อยนัก บิดามาเยือนเพียงสองสามเดือนครั้ง ส่วนมากมักหารือเรื่องราชกิจ และตัวนางเองก็ใช่ว่าจะได้พบเขาเสียทุกครั้งทว่าอาจเป็นความเคยชินที่สั่งสมมาตั้งแต่เริ่มจำความได้ในวัยหกเจ็ดขวบ นางชอบมองเรือนร่างสูงโปร่งสง่างามของเสิ่นซื่อ รวมถึงใบหน้าที่หล่อเหลาจนน่าตื่นตะลึงนั้น จนเผลอใจอยากจะไปหาเขาอยู่ร่ำไปแรกเริ่มเดิมทีเสิ่นซื่อก็ไม่ได้ชอบนางนัก แม้ตอนนั้นจี้หานอียังเด็ก แต่คนอื่นชอบหรือไม่ชอบนาง จี้หานอีก็ยังพอจะรู้ความอยู่บ้าง จนใจที่ไม่อาจต้านทานความรูปงามของเสิ่นซื่อ ซ้ำในห้องเขาก็มีของเล่นแปลกตามากมายเหลือคณาท่านอดีตราชครูผู้เฒ่ามีนิสัยอ่อนโยน มักกล่าวกับนางด้วยรอยยิ้มเสมอว่าให้ไปเล่นกับเสิ่นซื่อบ่อย ๆ ท่านบอกว่าเสิ่นซื่อมักไปไหนมาไหนคนเดียวดูเงียบเหงาเกินไป จึงให้นางคอยเกาะติดพาเสิ่นซื่อออกมาเดินเล่นบ้างยามนั้นนางถูกบิดาตามใจจนเคยชิน จึงไม่รู้จักความหวาดกลัว แม้จะไม่เคยลากเสิ่นซื่อออกมาได้สำเร็จ แต่อย่างน้อยยามเข้าไปในห้องหนังสือของเขา นางก็ไม่ได้ถูกไล่ออกมาเวลาที่เขาอ่านตำราในห้องหนังสือ นางก็จะไปดูของล้ำค่าบนชั้นวางเครื่องกระเบื้อ
Read more

บทที่ 43

ตอนที่นางไปถึง เสิ่นซื่อก็รออยู่ก่อนแล้ว ไม่รู้ว่าเขามารออยู่นานเพียงใดความจริง จี้หานอีไม่ได้มองดูเสิ่นซื่อในระยะใกล้เช่นนี้มานานแล้ว เมื่อได้พิศดูใกล้ ๆ นางก็พบว่าเขาสูงขึ้นมาก ทั้งยังรูปงามยิ่ง มิน่าเล่าทั่วทั้งเมืองหลวง ยามเสิ่นซื่อผ่านไปที่ใด เหล่าสตรีจึงมักแย่งชิงกันยลโฉมสถานที่ที่เขาหยุดยืน มักดึงดูดให้ผู้คนหยุดมองได้เสมอวันนั้นเสิ่นซื่อยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยเย็นชา จี้หานอีไม่เคยอ่านใจเขาออกเลยว่ากำลังคิดสิ่งใดเขาช่างเย็นชาและสูงส่งเกินเอื้อม ยิ่งนางเติบโตขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกหวาดเกรงยามต้องอยู่ต่อหน้าเขาความหวาดเกรงนั้นนางเองก็ไม่เข้าใจ รู้สึกเพียงว่าเสิ่นซื่อเปรียบดั่งเทพเซียนบนสวรรค์ชั้นเก้า ไร้กิเลสรักโลภโกรธหลง ไร้ความรู้สึกยินดียินร้าย ประหนึ่งพระพุทธรูปองค์ใหญ่ผู้ไร้หัวใจที่คอยพิพากษาและมองทะลุทุกสรรพสิ่ง ทำให้ทุกคนที่อยู่ต่อหน้าเขาต่างต้องระมัดระวังตัวยามสายตาของเสิ่นซื่อจับจ้องมองมา จี้หานอีก็ทำได้เพียงตื่นตระหนกเท่านั้นมักรู้สึกราวกับว่าตนเองได้กระทำเรื่องผิดพลาดบางอย่างวันนั้นเสิ่นซื่อชี้ไปที่หยกพกบนเอวนาง มันคือหยกห่วงคู่ที่เขามอบให้ แต่จะเรียกว่ามอบให้ก็ค
Read more

บทที่ 44

ราตรียาวนาน หิมะเกล็ดใหญ่โปรยปรายลงมาระหว่างคนทั้งสอง คล้ายม่านสีขาวที่กางกั้นโลกสองใบออกจากกันรอบกายเสิ่นซื่อมีผู้ติดตามขนาบข้างสี่นาย ในมือถือโคมแก้วหลิวหลี แสงสว่างส่องกระทบเสื้อคลุมขนจิ้งจอกดำ ร่างที่สูงโปร่งสง่างามนั้นทำให้ผู้คนรู้สึกต่ำต้อยลงโดยไม่รู้ตัวด้านหลังนางคือความวุ่นวายโกลาหลและซากปรักหักพัง ส่วนเบื้องหน้าคือความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งที่เขานำติดตัวมาด้วยนางทำใจกล้าเดินเข้าไปหา พลางมองผ่านผ้าแพรโปร่งบางสีขาว เพียงเพื่อรอจะเอ่ยปากพูดกับเขาสักประโยคผู้ติดตามที่ยืนอยู่ข้างกายเสิ่นซื่อรีบเข้ามาจะไล่คน แต่เสิ่นซื่อเพียงยกมือขึ้นเบา ๆ ผู้ติดตามคนนั้นก็ถอยกลับไปด้านหลังตามเดิมเขาหยุดเท้ายืนอยู่กับที่ ขณะมองดูจี้หานอีเดินตรงเข้ามา ลมหนาวในตรอกพัดกระโชก ปะทะร่างอันบอบบางทว่าสมส่วนของนางให้ชายกระโปรงสะบัดไหวสายลมหนาวพัดพาผ้าแพรขาวที่ปลายนิ้ว ไล้เลียผิวพรรณขาวดุจหิมะ ภายใต้ชายผ้าแพร ปลายจมูกรั้นเหนือคางมนเริ่มแดงเรื่อ ดวงตาคู่งามแฝงแววเย้ายวนใจกำลังมองมาที่เขาด้วยความร้อนรน ในแววตามีแต่ความคาดหวังระคนหวาดหวั่นร่างบอบบางห่อหุ้มอยู่ในเสื้อคลุมกันลมสีแดงลายจุดทอง ยามมือเรียว
Read more

บทที่ 45

เช่นเดียวกับพายุหิมะด้านนอก ต่อให้เขาจะปิดกั้นเพียงใด พวกมันก็ยังคงแทรกซึมเข้ามาได้อยู่ดีเมื่อเรียกหาเหวินอันที่อยู่ด้านนอก เหวินอันก็รีบเข้ามาทันทีเสิ่นซื่อนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ถามคล้ายไม่ใส่ใจนัก "ไปหรือยัง"เหวินอันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนนึกขึ้นมาได้ จึงตอบว่า "น่าจะยังไม่ไปขอรับ"เสิ่นซื่อเงยหน้าขึ้นปรายตามองเหวินอัน ท่ามกลางความเงียบงันเนิ่นนาน เขาทอดสายตามองหยกพกซึ่งวางอยู่บนโต๊ะ ก่อนกล่าวเสียงเรียบ "เช่นนั้นก็ให้นางเข้ามาพบข้า"เมื่อเหวินอันเดินไปถึงประตูหน้า สตรีผู้นั้นก็ยังคงยืนรออยู่จริง ๆอากาศหนาวเหน็บถึงเพียงนี้ นางกลับยืนตากลมอยู่ด้านนอกเขาพยายามพินิจดูฐานะของสตรีผู้นี้ ทว่ารถม้าคันนั้นกลับดูเรียบง่ายธรรมดา ไร้ป้ายแสดงฐานะ คล้ายมิใช่คนจากตระกูลขุนนางสูงศักดิ์เมื่อมองสตรีกลางหิมะผู้นั้น รูปร่างนางบอบบางอ้อนแอ้น สวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกเงิน ศีรษะสวมหมวกติดผ้าคลุมปิดบังใบหน้า ไม่อาจมองเห็นรูปโฉมว่าอัปลักษณ์หรืองดงาม จึงดูไม่ออกจริง ๆ ว่าสตรีผู้นี้มีความพิเศษแตกต่างจากผู้อื่นอย่างไรแต่ถึงกระนั้น ใบหน้าของเหวินอันก็ยังคงเต็มไปด้วยความนอบน้อม ขณะเชิญจี้หานอีให้เดินไปท
Read more

บทที่ 46

ไร้ซึ่งคำทักทาย หรือเท้าความถึงเรื่องราวในอดีตเพื่อเป็นการปูทางจี้หานอีคิดว่า เสิ่นซื่อเองก็คงไม่ชอบฟังถ้อยคำเหล่านั้นเช่นกันนางยิ่งรู้ดีว่าเสิ่นซื่อคงไม่พอใจ ที่นางนำหยกพกชิ้นนี้มาใช้เป็นข้อต่อรองเพื่อขอร้องเขาปีนั้นบางทีอาจเป็นเพียงคำสัญญาที่เขากล่าวไปโดยไม่ได้คิดอะไรด้วยซ้ำที่นางมาวันนี้ก็เพื่อส่งของคืนสู่เจ้าของเดิม เพื่อให้เขาวางใจว่า นางจะไม่มีวันนำหยกชิ้นนี้มารบกวนเขาอีกหางตาของเสิ่นซื่อจับจ้องร่างระหงในชุดสีน้ำเงินเข้มตลอดเวลา เขามองดูนางคุกเข่าอยู่บนพื้น ต่างหูหยกเขียวบนติ่งหูขาวผ่องแกว่งไกวระข้างแก้มนางก้มหน้าลง สายตาเขาจึงไล่มองขึ้น พินิจพิจารณาโดยไม่คิดปิดบังเรือนผมดำขลับเกล้ามัดเป็นมวยตามแบบฉบับสตรีผู้ออกเรือนแล้ว พร้อมด้วยปักปิ่นดอกไม้ทรงพัดเอียงเฉียง เสื้อคอตั้งลายดอกไม้สีเข้มปกปิดลำคอมิดชิด เห็นเพียงผิวขาวผ่องเป็นยองใยเล็กน้อยเท่านั้นสร้อยคอหินลวี่ซง[1]ห้อยตกลงมากวัดแกว่งเบื้องหน้า แพขนตางอนยาวบนใบหน้าขยับไหวแผ่วเบา บ่งบอกถึงความกังวลใจของเจ้าตัวไม่เจอกันหลายปี ผิวพรรณนางยังคงขาวดุจหิมะ รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น แม้จะห่อหุ้มด้วยอาภรณ์หนาแน่น แต่ส่วนโค้งเว้าท
Read more

บทที่ 47

"หมายความเช่นนี้ใช่หรือไม่"หัวใจของจี้หานอีกระตุกวูบ ขณะพยักหน้าเสิ่นซื่อเลิกคิ้ว "สกุลเซี่ยไม่คิดช่วยเจ้าบ้างหรือ?""เรื่องเพียงเท่านี้ ถึงกับทำให้เจ้าต้องมาคุกเข่าต่อหน้าข้าแล้ว"คำพูดของเสิ่นซื่อเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ แต่กลับเหมือนมีดสั้นที่แล่เนื้อเถือหนังกรีดลงกลางใจยามนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าเสิ่นซื่อ กลับถูกเขาเปิดโปงความจริงที่ว่านางมีความเป็นอยู่ไม่ราบรื่นในสกุลเซี่ยออกมาอย่างง่ายดายนางยิ่งไม่อาจเอ่ยปากบอกต่อหน้าเสิ่นซื่อได้ว่านางไม่เป็นที่โปรดปรานของสามี หรือกระทั่งไม่เคยได้ครอบครองหัวใจของเขา เพราะนั่นรังแต่จะทำให้นางรู้สึกต้อยต่ำด้อยค่าราวเป็นเพียงเศษธุลีเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาเท่านั้นนางช่างน่าเวทนานัก และนางก็ไม่ใช่จี้หานอีคนเดิมอีกแล้ว นางไร้บ้าน ไร้บิดา ญาติมิตรห่างเหิน คนข้างหมอนก็ปันใจให้หญิงอื่น บางทีนางอาจไร้ความสามารถจริง ๆ ก็เป็นได้ภายในห้องที่อบอุ่นหลงเหลือเพียงความเงียบงัน เสิ่นซื่อไม่ได้ต้องการคำตอบจากจี้หานอีเขามองนางหลุบตาต่ำ ต่างหูข้างแก้มสั่นไหว ดูคล้ายกำลังอับอาย ชวนให้ผู้คนนึกเวทนาเสิ่นซื่อเม้มริมฝีปาก พลางคิดว่า ความจริงเขาไม่ควรพบนางเลยการพบ
Read more

บทที่ 48

ภายใต้แสงสีเหลืองนวลตาจากโคมไฟ จี้หานอีมิกล้าหลบเลี่ยง ทำได้เพียงฝืนสะกดกลั้นความหวาดหวั่นที่สั่นสะท้านอยู่ในอกเสิ่นซื่อจ้องมองนาง ผิวพรรณใต้ฝ่ามือเขานั้นอุ่นยิ่ง นัยน์ตาหยาดเยิ้มของนางทอแววตื่นตระหนก เรือนผมสีหมึกดกหนาขับเน้นริมฝีปากแดงเรื่อและฟันขาวสะอาดให้ดูสะดุดตา งดงามดุจม่านหมอกพิรุณแห่งขุนเขาอูซาน คล้ายดั่งกระต่ายน้อยผู้หมอบคลานอยู่ใต้กรงเล็บแหลมคมของพญาอินทรี ช่างดูบอบบางเสียจนพาลให้ผู้คนนึกอยากรังแกไม่ได้พบพานกันหลายปี นางยิ่งเติบโตมีรูปโฉมเย้ายวนใจนักปลายนิ้วที่บีบปลายคางของนางพลันปล่อยออก ก่อนสุ้มเสียงเย็นเยียบจะดังขึ้น "ฮูหยินเซี่ยคิดดีแล้วหรือ?"จี้หานอีรีบพยักหน้ารับ ราวกับได้ไขว่คว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ในมือ "คิดดีแล้วเจ้าค่ะ ขอเพียงใต้เท้าเสิ่นช่วยญาติผู้พี่ของข้าเท่านั้นก็พอ"เสิ่นซื่อเม้มริมฝีปากขณะจ้องมองจี้หานอีในความเงียบ ดวงตาของนางกำลังทอประกายด้วยความหวังอันริบหรี่โอกาสเพียงครั้งเดียวที่มี นางกลับเลือกใช้มันเพื่อคนที่ไม่สลักสำคัญอันใดเฉกเช่นปีนั้นที่เขามอบหยกพกให้นาง นางก็ไม่เคยใส่ใจคำพูดของเขาแม้แต่น้อยนางไม่เคยรับรู้เลยว่าหยกพกชิ้นนี้มีความหมายเช่นไ
Read more

บทที่ 49

ต่อให้ไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วนางดีงามอย่างไร แต่อย่างน้อยภายนอกก็บอกได้ถึงความมั่งคั่งสูงศักดิ์แสงโคมหลิวหลีทอประกายวูบไหวสลัวราง ภายใต้พายุหิมะ วงหน้าที่ถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมหน้าสีขาวบางเบานั้นดูเลือนลาง แต่ถึงกระนั้น ทรวดทรงองเอวที่อรชรอ้อนแอ้น และปลายนิ้วที่เรียวยาวขาวผ่อง ก็ยังคงทำให้ผู้คนพากันจินตนาการไปไกลว่า โฉมหน้าภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีขาวนั้นคงต้องงดงามเป็นแน่เหวินอันคิดในใจ หากท่านโหวสนใจสตรีผู้นี้จริง ๆ ก็คงดีไม่น้อยเวลานี้ อดีตราชครูผู้เฒ่าอายุก็จวนจะเจ็ดสิบปีแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าเองก็อายุมากเช่นกัน ซ้ำทุกครั้งที่ติดตามท่านโหวเข้าวังไปเข้าเฝ้าฮองเฮา ฮองเฮาก็มักจะทรงเร่งรัดอยู่เสมอบรรดาคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงแห่งนี้ ฮองเฮาล้วนทรงพยายามคิดหาสารพัดวิธีเพื่อให้ท่านโหวได้ไปดูตัวสักครั้ง แต่ก็แทบไม่มีครั้งใดเลยที่ท่านโหวจะยอมไปหรือถึงไป ก็ไม่เห็นท่านโหวจะเคยปรายตามองสตรีคนใดสักนิดแม้ปากบอกว่าเป็นผู้ใดก็ได้ แต่พอถึงขั้นเจรจาหมั้นหมายจริง ๆ กลับไม่ยอมร่วมมือเสียอย่างนั้นกระทั่งในเมืองหลวงยังมีคนเล่าลือกันไปว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับท่านโหวไม่ธรรมดา พลอยทำใ
Read more

บทที่ 50

จวนสกุลเซี่ย บรรยากาศภายในเรือนหลักของฮูหยินใหญ่หลินยังคงครึกครื้นเช่นเคยเซี่ยจิ่นยังไม่กลับ หลี่หมิงโหรวเองก็อยู่ด้วยเช่นกันเซี่ยอวี้เหิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ มือข้างหนึ่งกุมหน้าผาก แววตาบอกถึงความเหนื่อยล้าเจือจาง เขานวดคลึงหว่างคิ้วก่อนกล่าวกับเซี่ยจิ่นว่า "พี่หญิงใหญ่วางใจเถิด ในเมื่อข้าบอกแล้วว่าจะไม่ช่วยนาง ก็จะไม่ช่วยเด็ดขาด"เมื่อเซี่ยจิ่นได้ยินคำยืนยันหนักแน่นของเซี่ยอวี้เหิง ก็รู้สึกวางใจและกล่าวกับเขาว่า "เจ้าจงจำไว้ ไม่ว่านางจะใช้เล่ห์เหลี่ยมอันใดมาอ้อนวอน ก็ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด""พวกเราหาใช่ให้เจ้าเมินเฉยยามผู้อื่นเดือดร้อน แต่สกุลกู้เวลานี้ตกต่ำเพียงใดเล่า? หากเจ้ายื่นมือเข้าช่วยครั้งนี้ ภายหน้าเรื่องวุ่นวายทั้งหลายของสกุลกู้จะไม่ตกมาเป็นภาระของเจ้าหมดหรือ?""พี่เขยเจ้าก็เคยบอกไว้แล้ว โทษของกู้สวินนั้นขึ้นอยู่กับว่ากรมอาญาจะตัดสินเช่นไร คนของกองปราบฝ่ายเหนือมีหน้าที่เพียงทรมานไต่สวน โทษทัณฑ์จะหนักหรือเบาก็ไม่เกี่ยวกับกองปราบ และยิ่งไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกับพวกเรา""อีกอย่าง สกุลกู้กับสกุลเซี่ยของเรามีความเกี่ยวข้องกันมากมายนักหรือ? ก็แค่ตระกูลฝั่งท่านตาของหานอีเท่านั้น ในเ
Read more
PREV
1
...
34567
...
19
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status