جميع فصول : الفصل -الفصل 100

122 فصول

บทที่ 90: ระบำกินรีเริงไฟ และการล่มสลายของเตาหลอมสุริยัน

ความโกลาหลเบ่งบานใจกลาง "โรงหลอมสุริยัน" (The Solar Forge) เสียงปืนกล ปืนพลาสม่า และเสียงการปะทะของโลหะดังก้องสะท้อนผนังโดมเหล็กขนาดยักษ์ กองทัพไซบอร์กของแสงอาทิตย์ที่เพิ่งตื่นตระหนกจากการถูกจู่โจมแบบสายฟ้าแลบ เริ่มตั้งขบวนรบและกระชับพื้นที่เข้ามายังลานกว้างที่ "ซากเรือหลวงจ่าเงาะ" จอดอยู่โซนิค ขี่โฮเวอร์บอร์ดบินโฉบไปมาในระดับต่ำ อาศัยความคล่องตัวหลอกล่อให้หุ่นรบยามยิงใส่กันเอง ขณะที่ วิน และ เคน ยืนหยัดเป็นกำแพงมนุษย์อยู่ที่ทางลาดของเรือ สาดกระสุนและฟาดฟันดาบเลเซอร์ป้องกันไม่ให้ศัตรูฝ่าเข้ามาถึงตัว เมย และ อานนท์ ที่อยู่ด้านใน"ศัตรูมันแห่กันมาจากชั้นล่างเรื่อยๆ เลยลูกพี่!" จ๊อดตะโกนขณะใช้ลูกซองยิงอัดหน้าทหารไซบอร์กจนหงายเงิบก้องภพ ทะลวงฝ่าวงล้อมศัตรูมุ่งหน้าสู่ "เตาหลอมหลัก" (The Main Furnace) ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางโรงงาน มันคือบ่อลาวาเดือดพล่านขนาดมหึมาที่มีทางเดินตะแกรงเหล็กแคบๆ (Catwalk) พาดผ่าน และที่ใจกลางตะแกรงเหล็กนั้น... ร่างของขุนพล แสงอาทิตย์ กำลังยืนรออยู่!"พวกแกคิดว่าจะรอดออกไปจากเตาหลอมของข้าได้งั้นรึ!" แสงอาทิตย์คำรามลั่น ชุดเกราะของเขาเชื่อมต่อกับสายเคเบิลความร
اقرأ المزيد

บทที่ 91: ป้อมปราการหอกทะลวงฟ้า และสัจจะแห่งยักษ์หลับ

รุ่งอรุณแห่งทะเลทรายเหล็กกล้ามาเยือนพร้อมกับความเงียบสงบที่ผิดปกติ พายุฝุ่นสีเลือดที่เคยพัดกระหน่ำได้สลายตัวไปจนหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงผืนทรายสีทองแดงที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาตัดกับขอบฟ้าสีคราม"เรือหลวงจ่าเงาะ" ค่อยๆ ลดระดับความสูงลงอย่างช้าๆ ไร้ซึ่งเสียงไซเรนเตือนภัย ไร้ซึ่งการสาดกระสุนต้อนรับ มีเพียงเสียงของสายลมที่พัดผ่านโครงเรือ ทว่าความเงียบนี้กลับสร้างความกดดันให้ทุกคนบนดาดฟ้าเรือมากกว่าตอนที่ถูกกองทัพของแสงอาทิตย์ไล่ล่าเสียอีกเบื้องหน้าของพวกเขา คือเป้าหมายสุดท้ายของภารกิจภาคพื้นดิน... "ป้อมปราการหอกทะลวงฟ้า" (The Heaven-Piercing Spear Fortress) มันไม่ใช่ฐานทัพที่เต็มไปด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ หรือโรงงานที่ปล่อยควันดำขโมง แต่มันคือสิ่งปลูกสร้างรูปทรงหอคอยปลายแหลมที่สร้างจากโลหะสีนิลบริสุทธิ์ ตั้งตระหง่านโดดเดี่ยวอยู่กลางแอ่งกระทะทะเลทราย ที่ยอดของหอคอยนั้น ยิงลำแสงพลังงานสีเขียวมรกตพุ่งตรงขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ... นี่คือ เสาหลักต้นที่ 4 ต้นสุดท้ายที่กางม่านพลังงานปิดกั้นท้องฟ้าของโลกใบนี้!"ไม่มีป้อมปืนต่อสู้อากาศยาน... ไม่มีเรดาร์จับความร้อน... ไม่มีโดรนลาดตระเวนแม้แต่ตัวเดียว" นารา กวาดส
اقرأ المزيد

บทที่ 92: หอกหัก สัจจะยังอยู่ และพินัยกรรมแห่งยักษ์หลับ

สายลมแห่งทะเลทรายพัดพาทรายสีทองแดงปลิวไสว บรรยากาศหน้า "ป้อมปราการหอกทะลวงฟ้า" เงียบสงัดจนน่าขนลุก ทุกสายตาบนเรือหลวงจ่าเงาะจับจ้องไปที่การเผชิญหน้าของบุรุษสองคนที่มีขนาดตัวและพลังต่างกันราวฟ้ากับเหวก้องภพ ยืนนิ่งงันดุจขุนเขา มือซ้ายที่เหลือเพียงข้างเดียวทิ้งตัวลงข้างลำตัวอย่างผ่อนคลาย นัยน์ตาของเขาหลับพริ้ม รอยสัก "ยันต์อักขระวานรสดับ" ที่หลังคอเปล่งประกายสีเงินเรืองรอง โสตประสาทของเขาตัดเสียงลม เสียงทราย และเสียงลุ้นระทึกของเพื่อนร่วมทีมออกไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงเสียงเดียวในโลก... คือเสียงหัวใจจักรกลของ กุมภกรรณตึก... ตึก... ตึก..."ยอมแพ้ซะตั้งแต่ตอนที่ยังมีลมหายใจเถอะ ก้องภพ" กุมภกรรณกล่าวเสียงเรียบ ยักษ์หลับกระชับ "หอกโมกขศักดิ์" ในมือแน่น พลังงานสีเขียวมรกตไหลเวียนปกคลุมทั่วทั้งร่างและอาวุธ สร้างเป็นเกราะป้องกันที่ไม่มีวันเจาะทะลุ "เจ้าทำลายเกราะและหอกของข้าไม่ได้หรอก""เกราะที่แข็งแกร่งที่สุด... คือเกราะที่สร้างจากความกลัว" ก้องภพลืมตาขึ้น นัยน์ตาสะท้อนแสงไฟที่ลุกโชน "แต่คุณไม่ได้กลัวผม กุมภกรรณ... คุณแค่กำลังทำหน้าที่"คำพูดนั้นทำให้กุมภกรรณชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่แววตาภายใต้ห
اقرأ المزيد

บทที่ 93: ปฐมบทสู่อวกาศ และเงาของอินทรชิต

ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่แปลกประหลาดที่สุดในรอบห้าสิบปีของมนุษยชาติไม่มีม่านโฮโลแกรมสีเทาหม่น ไม่มีโดมจำลองสภาพอากาศ มีเพียงความมืดมิดอันบริสุทธิ์ของจักรวาลที่ประดับประดาด้วยดวงดาวนับล้านดวงส่องแสงระยิบระยับ ท้องฟ้าที่แท้จริงได้กลับคืนสู่โลกอีกครั้ง"เรือหลวงจ่าเงาะ" (HTMS Ja-Ngob Mk.II) ลอยตัวอย่างสงบอยู่เหนือเมฆหมอก มุ่งหน้าลงใต้สู่ผืนมหาสมุทรแปซิฟิก บนดาดฟ้าเรือเต็มไปด้วยความเงียบสงบที่หาได้ยากยิ่ง สมาชิกทีมกุมภัณฑ์และแก๊งคนเก็บขยะต่างนั่งมองท้องฟ้าด้วยสายตาที่หลากหลาย บางคนมีน้ำตาคลอเบ้า บางคนจ้องมองอย่างเหม่อลอยราวกับถูกสะกดแต่สำหรับทีมช่างและแฮกเกอร์ พวกเขาไม่มีเวลาให้ดื่มด่ำกับความโรแมนติก"รหัสผ่านและพิกัดที่กุมภกรรณให้มา เป็นของจริงแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์" นารา นั่งจ้องหน้าจอโฮโลแกรมด้วยตาที่ดำคล้ำจากการอดนอน "เป้าหมายของเราคือ 'ลิฟต์วงโคจร' (Orbital Elevator) มันเป็นหอคอยท่อสูญญากาศขนาดยักษ์ที่ตั้งอยู่ใจกลางมหาสมุทร สูงเสียดฟ้าทะลุชั้นบรรยากาศขึ้นไปเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศ 'ดวงตาที่สาม' (The Third Eye)""ปัญหาคือ... เรือบัสเศษเหล็กของเราลำนี้ มันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้บินทะลุชั้นบรรยาก
اقرأ المزيد

บทที่ 94: อนันตนาคราชไซเบอร์ และพายุคลื่นคลั่งกลางมหาสมุทร

พายุฝนฟ้าคะนองโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งเหนือผืนมหาสมุทรแปซิฟิก คลื่นยักษ์สูงกว่าสิบเมตรซัดสาดเข้าใส่เกราะไคตินของ "เรือหลวงจ่าเงาะ" (HTMS Ja-Ngob Mk.II) ที่เพิ่งได้รับการซีลสุญญากาศและอัปเกรดเกราะใหม่เอี่ยมจากฝีมือของโซนิคและไวท์ ท้องฟ้าที่เพิ่งเปิดออกบัดนี้ถูกบดบังด้วยเมฆดำทะมึนและสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงมาเป็นระยะท่ามกลางความเกรี้ยวกราดของธรรมชาติเบื้องล่าง โครงสร้างโลหะขนาดยักษ์ที่ใหญ่โตเกินกว่าสถาปัตยกรรมใดๆ บนโลกมนุษย์ ตั้งตระหง่านทะลุเมฆหมอกขึ้นไปสุดลูกหูลูกตา"ลิฟต์วงโคจร" (The Orbital Elevator) มันคือหอคอยท่อคาร์บอนนาโนทิวบ์ที่กว้างพอจะยัดเมืองทั้งเมืองลงไปได้ ฐานของมันหยั่งลึกลงไปในร่องลึกก้นสมุทร และยอดของมันพุ่งทะยานขึ้นสู่อวกาศอันเวิ้งว้าง แสงไฟนำทางสีฟ้ากะพริบเป็นจังหวะตามความสูง ราวกับเป็นบันไดสู่สรวงสวรรค์ที่ถูกควบคุมโดยปีศาจ"ใหญ่กว่าที่คิดไว้เป็นร้อยเท่าเลยแฮะ..." วิน กลืนน้ำลายเอือก ยืนเกาะกระจกห้องกัปตันมองดูหอคอยยักษ์เบื้องหน้า "นี่เราต้องขึ้นไอ้ท่อนี่ไปจริงๆ เหรอวะเนี่ย""อย่าเพิ่งคิดเรื่องขึ้นไปเลยพี่วิน เอาให้รอดไปถึงฐานมันก่อนเถอะ" นารา รัวคีย์บอร์ดด้วยสีหน้าเคร่งเ
اقرأ المزيد

บทที่ 95: รหัสผ่านแห่งยักษ์หลับ และลำแสงสู่เวหา

"จับแน่นๆ โว้ยยยยยย!"ไวท์ แหกปากร้องลั่น มือทั้งสองข้างกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เมื่อเขาสับสวิตช์ดับเครื่องคอยล์ต้านแรงโน้มถ่วงตามคำสั่งอันบ้าบิ่นของก้องภพ "เรือหลวงจ่าเงาะ" ที่มีน้ำหนักหลายร้อยตันก็สูญเสียแรงยก ร่วงหล่นลงสู่วังน้ำวนมรณะ (Vacuum Whirlpool) ขนาดยักษ์ราวกับลิฟต์ที่สลิงขาด!ครืนนนนน! ซ่าาาาาา!เสียงกระแสน้ำที่หมุนวนด้วยความเร็วระดับซูเปอร์โซนิกดังกึกก้องจนหูอื้อ ทัศนวิสัยภายนอกเรือถูกแทนที่ด้วยกำแพงน้ำสีดำทะมึนที่หมุนคว้าง แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง (Centrifugal Force) กระชากร่างของทุกคนบนเรือให้ล้มกลิ้งไปกองรวมกันที่กราบเรือที่ก้นบึ้งของวังน้ำวนเบื้องล่าง... เงาดำของ "อนันตนาคราชไซเบอร์" ทั้งสองตัวกำลังอ้าปากกว้างรอรับเหยื่อ เขี้ยวเหล็กกล้าของพวกมันหมุนวนดั่งเครื่องบดขนาดยักษ์ที่พร้อมจะฉีกกระชากเรือเหาะให้เป็นเศษเหล็กในเสี้ยววินาที!"แรงดันน้ำภายนอกพุ่งทะลุขีดจำกัดแล้ว! เกราะไคตินกำลังจะร้าว!" โซนิค ตะโกนแข่งกับเสียงน้ำ รัวนิ้วบนแผงควบคุมเพื่อถ่ายโอนพลังงานสำรองทั้งหมดไปที่เกราะ "ถ้าตกลงไปลึกกว่านี้ ต่อให้เรือไม่โดนงับ เราก็จะถูกแรงดันน้ำบีบจนแบนเป็นปลากระป๋องนะ!""น
اقرأ المزيد

บทที่ 96: กรงขังไร้เสียง และการตื่นของวายุภักษ์

ฟู่มมมม... กริ๊ก!เสียงระบบอัดอากาศทำงานดังขึ้นเมื่อ "แท่นยกแม่เหล็กไฟฟ้า" ของลิฟต์วงโคจรเทียบท่าเข้ากับ "สถานีอวกาศดวงตาที่สาม" (The Third Eye Station) อย่างสมบูรณ์ ประตูสุญญากาศขนาดยักษ์ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินกว้างขวางเบื้องหน้ามันช่างแตกต่างจากทุกสถานที่ที่ทีมกุมภัณฑ์เคยเหยียบย่างมาตลอดชีวิตไม่มีเศษฝุ่นควัน ไม่มีสนิมเขรอะ ไม่มีกลิ่นคาวเลือดหรือน้ำมันเครื่อง สถาปัตยกรรมภายในสถานีอวกาศแห่งนี้สร้างจากนาโนแมททีเรียลสีขาวบริสุทธิ์สลับกับเส้นสายสีทองคำที่เรืองแสงอย่างหรูหรา พื้นผิวทุกตารางนิ้วสะอาดหมดจดจนสะท้อนเงาได้ราวกับกระจก มันคือความสมบูรณ์แบบที่เย็นชาและไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์"ก้าวแรกของมนุษยชาติในรอบห้าสิบปี..." ก้องภพ พึมพำ เขากระชับแขนกลเหล็กไหลที่ไหล่ขวา ก่อนจะก้าวเท้าออกจากดาดฟ้าเรือหลวงจ่าเงาะ นำหน้าทุกคนเข้าสู่โถงทางเดินของสถานีด้วยสภาวะ "ไร้แรงโน้มถ่วง" (Zero Gravity) ก้าวแรกของก้องภพทำให้ร่างของเขาลอยเคว้งขึ้นจากพื้นเล็กน้อย ชายหนุ่มต้องใช้จังหวะเกร็งกล้ามเนื้อและใช้แขนเหล็กไหลแตะผนังเพื่อรักษาสมดุล"เฮ้ยๆๆ! ลอยแล้วโว้ย!" จ๊อด และลูกน้องคนเก็บขยะตีขากลางอาก
اقرأ المزيد

บทที่ 97: ระบำดาบไร้น้ำหนัก และสงครามไซเบอร์คู่ขนาน

ห้องโถงกว้างใหญ่ที่ประดับด้วยเสาโรมันสีทองคำและหยดน้ำที่ลอยเคว้งกลางอากาศ บัดนี้กลายเป็นลานประลองที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ของแรงโน้มถ่วง "องครักษ์อวกาศ" (The Astro-Guards) ทั้งสิบสองนายในชุดเกราะสีขาวขลิบทอง พุ่งทะยานเข้าหาทีมกุมภัณฑ์ด้วยความเร็วที่ฉีกกฎฟิสิกส์ ง้าวแสงพลาสม่าในมือของพวกเขาวาดเป็นเส้นโค้งมรณะกลางอากาศ!"ทุกคนถอยไปคุมเชิงที่ประตู!!"ก้องภพ ตะโกนสั่งการ รอยสัก "ยันต์วายุภักษ์" ที่หัวไหล่ซ้ายสว่างวาบ กระแสลมสีฟ้าครามหมุนวนรอบตัวเขา สร้างสนามพลังแอโรไดนามิกที่ทำให้เขาสามารถ "เหยียบอากาศ" ได้ดั่งใจนึกเคน ปลดดาบเลเซอร์คู่สีเขียวออกจากฝัก เขากดปุ่มที่เข็มขัด ปล่อยสลิงคาร์บอนเส้นจิ๋วพุ่งไปยึดเกาะกับเสาโรมันสีทองที่อยู่ใกล้ที่สุด ก่อนจะดึงร่างตัวเองพุ่งทะยานสลับไปมาระหว่างเสาราวกับแมงมุมที่ร่ายรำอยู่กลางอากาศองครักษ์อวกาศสามนายพุ่งเข้าประชิดก้องภพพร้อมกันจากสามทิศทาง บน ล่าง และขวา! พวกมันแทงง้าวพลาสม่าเข้าใส่จุดตายอย่างพร้อมเพรียงและไร้เสียง!ฟุ่บ!ก้องภพไม่ได้หลบด้วยการถอยหลัง แต่เขาใช้ความเร็วซูเปอร์โซนิกจากยันต์วายุภักษ์ พุ่งทะลวงสวนทางเข้าไปตรงกลางระหว่างคมง้าวทั้งสาม! ความเร็วข
اقرأ المزيد

บทที่ 98: ความจริงหลังกระจก และฟาร์มวิวัฒนาการ

ผนังสีขาวบริสุทธิ์ของ "สถานีอวกาศดวงตาที่สาม" ค่อยๆ โปร่งใสกลายเป็นกระจกบานยักษ์ เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน "ห้องแกนกลาง" (The Core Room) ซึ่งมีขนาดกว้างใหญ่ราวกับสนามฟุตบอลสามสนามต่อกันทุกคนบนเรือหลวงจ่าเงาะ รวมถึงก้องภพและทีมกุมภัณฑ์ที่ยืนอยู่หน้ากระจก ถึงกับเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแทบลืมหายใจ อาวุธในมือของพวกเขาตกลงข้างลำตัวโดยไม่รู้ตัวสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าไม่ใช่เครื่องจักร เซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ หรือเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อย่างที่พวกเขาคาดคิดตรงกึ่งกลางของห้องโถงนั้น มีหลอดแก้วทรงกระบอกขนาดมหึมาที่บรรจุของเหลวสีเขียวเรืองแสง และสิ่งที่ลอยล่องอยู่ภายในของเหลวนั้น... คือ "ก้อนสมองมนุษย์" ขนาดยักษ์ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่าสิบเมตร!พื้นผิวของมันเต้นตุบๆ ตามจังหวะการสูบฉีดของของเหลว มีสายเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber Optics) นับล้านเส้นแทงทะลุเข้าไปในเนื้อสมอง โยงใยเชื่อมต่อกับระบบเซิร์ฟเวอร์ทั่วทั้งสถานีอวกาศ ราวกับรากไม้ของต้นไม้ปีศาจที่กำลังสูบกินข้อมูลของโลกทั้งใบแต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่น่าสะพรึงที่สุด...รอบๆ หลอดแก้วบรรจุสมองยักษ์นั้น มี "แคปซูลโคลนนิ่ง" (Cloning Pods) ทรงไข่นับหม
اقرأ المزيد

บทที่ 99: ศรนาคบาศสสารมืด และการลงทัณฑ์จากฟากฟ้า

"พวกเจ้าภูมิใจกับพลังเศษเสี้ยวที่ขโมยมางั้นรึ? งั้นข้าจะแสดงให้เห็นว่า พลังของ 'ผู้สร้าง' ที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร!"อินทรชิต แสยะยิ้มอำมหิต ท่ามกลางห้องแกนกลางที่สว่างไสวด้วยแสงสีเขียวจากหลอดแก้วบรรจุสมองยักษ์ เจ้าชายแห่งโลกไซเบอร์ง้าง "ศรนาคบาศ" (The Nagaraja Bow) คันธนูพลาสม่าที่แผ่รังสีสีดำทมิฬจนแสงสว่างรอบข้างถูกบิดเบือนเขาไม่ได้เล็งลูกธนูที่เป็นสสารธรรมดา แต่เขากำลังดึงเอา "สสารมืด" (Dark Matter) จากเตาปฏิกรณ์ควอนตัมของสถานีอวกาศมารวมไว้ที่ปลายนิ้ว!"จงถูกกลืนกินไปซะ! ศรนาคบาศ... มังกรกลืนดารา!"ฟุ่บ!อินทรชิตปล่อยสายธนู! ลูกศรสสารมืดพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วที่เหนือกว่าแสง ทันทีที่มันพ้นจากคันธนู มันไม่ได้พุ่งเข้าเสียบเป้าหมาย แต่มัน "ระเบิด" ออกกลางอากาศ กลายเป็น "พญานาคสสารมืด" (Dark-Matter Serpents) ขนาดยักษ์สามหัวที่คำรามก้องจนมิติอวกาศสั่นสะเทือน!ก้องภพ เปิดใช้งาน "ยันต์วายุภักษ์" เต็มกำลัง ถีบอากาศพุ่งหลบด้วยความเร็วซูเปอร์โซนิก แต่ทว่า... พญานาคสสารมืดไม่ได้เคลื่อนที่ด้วยกฎฟิสิกส์ปกติ มันบิดเบือนแรงโน้มถ่วงรอบตัวก้องภพ ทำให้มวลอากาศที่เขาใช้เหยียบกลายเป็นสุญญากาศชั่วขณ
اقرأ المزيد
السابق
1
...
8910111213
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status