Alle Kapitel von ณ อนันต์ : Kapitel 31 – Kapitel 40

104 Kapitel

ยุคสมัยนี้ก็ไม่มีคำว่าเป็นกลาง หากจะเลือกข้างก็หาใช่เรื่องแปลก

“เหอลี่อิง”“เอ๋? ทำไมวันนี้กลับเร็วล่ะ” เหอลี่อิงมองสามีที่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ แต่แทนที่เขาจะตอบคำถามเมื่อครู่ เขากลับฉุดรั้งให้เธอลุกขึ้นและเดินตามเขาไปที่ใดก็ไม่ทราบแทน“จะไปไหน”“ไปข้างนอก ไปเดินเล่น” เมื่อได้ยินคำชี้แจง เหอลี่อิงก็ไม่เข้าใจยิ่งกว่าเก่า เธอรั้งให้ซุนเจิงหยุดเดินและหันมาคุยด้วย สีหน้าของซุนเจิงจึงตั้งคำถามว่าเธอนั้นคิดจะทำอะไร “ไม่อยากไปหรือ อยู่แต่ที่นี่ไม่เบื่อหรืออย่างไร นี่ฉันอุตส่าห์จะพาเธอไปเปิดหูเปิดตาเลยนะ”ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดสิ่งใดออกไป ซุนเจิงก็บ่นเป็นหมีกินผึ้ง “ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลย ก็แค่สงสัยว่าอยู่ดีๆ ทำไมคุณถึงมาชวนฉันไปข้างนอกได้ อารมณ์ดีเรื่องอะไรมา”“ถ้าอารมณ์ดี ฉันคงไม่พาเธอออกไปไหนหรอก”“อ้าว...อย่างนั้นหมายความว่าคุณอารมณ์ไม่ดี”“ก็ไม่เชิง อยู่ที่นี่ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง นี่ถ้าเธอไม่ยอมไปกับฉันอีก ฉันคงโมโหมากๆ จนพาลหาเรื่องคนที่นี่ แล้วถ้าเธอไม่อยากให้ฉันอาละวาดก็ต้องไปกับฉัน”“คิดเองเออเองตลอดเลยนะ ฉันบอกหรือยังว่าจะไม่ไป ทำไมต้องมาขู่กันด้วย ไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ คุณน่ะ” เธอเอ่ยเชิงประชดประชันและเดินออกหน้าคนที่ร้องคร่ำครวญว่าจะพาเธอไป
Mehr lesen

จับผิด

ซุนเจิงก้าวเข้าจวนของหยางขุย รองเสนาบดีฝ่ายขวาแห่งกรมคลังเพียงลำพังไร้คนติดตาม เอ่ยความจำนงต่อคนในจวนของอีกฝ่าย ไม่นานเจ้าของจวนก็ออกมาต้อนรับพาเข้าจวนด้วยตนเองพร้อมด้วยรอยยิ้ม แต่ใช่ว่าซุนเจิงจะไม่เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของอีกฝ่ายยามเมื่อเห็นเขาก้าวเข้ามาที่นี่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ร้อยวันพันปีซุนจ้าวเฟิงมิเคยก้าวเท้ามาที่นี่สักครั้ง การปรากฏตัวของเขาจึงเป็นเหตุที่ทำให้เกิดสายตาแห่งความสงสัยนั่น“มีอะไรหรือ ใต้เท้าจึงมาหาข้าถึงที่จวน”“ข้าตรวจบัญชีอยู่หลายวัน ท่านเองก็น่าจะทราบดี แต่ข้าก็มีเรื่องข้องใจอยู่เช่นกัน ท่านตรวจสอบบัญชีส่วยแรงงานและภาษีโรงเรือน จะเป็นไรหรือไม่หากท่านจะช่วยชี้แนะข้าในเรื่องนี้”“ท่านพบความผิดปกติหรือ”ซุนเจิงมองขุนนางที่ดูตื่นตระหนกต่อเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย และเขาก็ทำเพียงพยักหน้ารับ ดังนั้นหยางขุยก็กุลีกุจอนำบัญชีที่ตนดูแลมาให้เขาอย่างไม่ตั้งคำถามต่อสิ่งใดแม้แต่น้อย“ท่านไม่คิดว่าข้ากำลังจับผิดท่านหรือ” เมื่อเห็นท่าทีกุลีกุจอของอีกฝ่าย ซุนเจิงก็เอ่ยถามขึ้น ปกติแล้วขุนนางโดยทั่วไปคงจะลุกขึ้นมาไล่ตะเพิดเขาออกจากจวนไปแล้วกระมัง เพราะการกระทำของเขาไม
Mehr lesen

ข้อเท็จจริงที่ได้รับ

“ให้ตายเถอะ! ข้าเพิ่งรู้ว่าเขาหยาบคายถึงเพียงนี้!”“ช่างเถิดขอรับ แต่ไม่พอใจขนาดนั้น มันก็น่าสงสัยอยู่”“ท่านหมายความว่าอย่างไร” หยางขุยถามด้วยความไม่แน่ใจ แม้สิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมานั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากจะเข้าใจ แต่เขาก็ไม่อยากตีความไปในทางที่ไม่ดีนัก จึงจำต้องถามเพื่อหาความแน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง“ใต้เท้าคิดว่าบัญชีเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องโกหกมดเท็จหรือขอรับ”“นี่ท่าน...” ไม่ผิดจากการตีความของตน หยางขุยก็มีสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ทว่ายังไม่เอ่ยสิ่งใดไปมากกว่านี้ นอกเสียจากฟังความจากรองเสนาบดีฝ่ายซ้ายแห่งกรมคลัง“หลายวันก่อนมีชาวนาครอบครัวหนึ่งเข้าเมืองหลวงมาร้องเรียนว่าถูกนายอำเภอนำที่ดินของพวกเขาไปเป็นของตนเอง พวกเขาเดือดร้อนจนต้องหอบหิ้วลูกเมียมาถึงเมืองหลวง”ซุนเจิงสังเกตท่าทีของหยางขุยที่เคร่งเครียดหนักกว่าเก่า แต่กระนั้นก็ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกจนเกินไป เขาคุมสติของตนเองได้ ได้เสียจนซุนเจิงต้องตั้งคำถามขึ้น“ท่านไม่แปลกใจหน่อยหรือในเรื่องนี้”“ข้าทำงานมานาน ก็พอจะรู้ว่ามีเรื่องทำนองนี้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดใกล้ตัวขนาดนี้ เรื่องนี้ท่านสงสัยเหอชิงซางหรือ”“ตอนแรกข้าสงสัยท
Mehr lesen

เรื่องในวันนี้อย่างได้แพร่งพราย

“หลิวจวิน! อาจารย์ของเจ้าเรียกพบแล้ว!” คนรับใช้ในจวนของหยางขุยตะโกนได้เพียงครั้งเดียว ชายในอาภรณ์สีทะมึนก็ปรากฏกายต่อหน้าบ่าวรับใช้ผู้นั้น โดยที่เขาไม่ทราบด้วยซ้ำว่าชายคนนี้ออกมาจากมุมไหน เพียงแต่ตอนนี้ชายที่ใต้เท้าซุนเรียกหามีสีหน้าขรึมจนน่าหวาดกลัว“นำข้าไปหาใต้เท้าซุน”“ขะ...ขอรับ” เอ่ยอย่างไม่เต็มเสียง เดินนำบุรุษแปลกหน้าที่น่าหวาดกลัวเข้าไปยังในจวนตามคำสั่งอย่างว่าง่ายเมื่อพาคนแปลกหน้าที่ใต้เท้าซุนให้ออกไปเรียกตัว ใต้เท้าหยางผู้เป็นเจ้าของจวนที่นั่งเงียบมานานก็ถลึงตาตื่น เมื่อบุรุษอาภรณ์สีทะมึนสาวเท้าเข้ามาหา บุรุษผู้นี้ใช่ว่าเขาไม่เคยพบหน้า ทุกคนในราชสำนักต่างรู้ดีว่าเขาคือราชองครักษ์ของรัชทายาท แต่บุรุษที่เป็นถึงราชองครักษ์ทำตามคำสั่งของรองเสนาบดีคนหนึ่งน่ะหรือ นี่มันอะไรกัน…“ไม่เมื่อยบ้างหรือ เห็นว่าตามข้ามาตั้งหลายวัน” ซุนเจิงเอ่ยอย่างไม่ทุกข์ร้อน เขาทราบดีว่าบุรุษผู้นี้ติดตามเขาไม่ให้คลาดสายตา แต่น่าเสียดายเช่นกันว่างานที่บุรุษผู้นี้ได้ทำนั้น เขาเองก็เคยทำมาก่อน จึงไม่ยากที่เขาจะรับรู้ได้ว่ามีคนติดตาม“ข้าเพียงทำตามรับสั่งของรัชทายาทเท่านั้น ไม่คิดเช่นกันว่าใต้เท้าจะรู้ตัว
Mehr lesen

ถึงเวลาก็ต้องกลับจวน

เมื่อออกจากจวนของหยางขุย การกระทำอันอุกอาจก็เกิดขึ้น ซุนเจิงปีนป่ายไปยังกำแพงจวนตระกูลเหออย่างคล่องแคล่ว แต่คล่องแคล่วเพียงไรก็เหมือนว่าจะเชื่องช้ากว่าหลิวจวินอยู่ไม่น้อยทีเดียว เพราะเจ้าเด็กหนุ่มคนนั้นยืนยิ้มแป้นรอเขาที่ด้านในจวนเรียบร้อยแล้ว“ใต้เท้าจะไปที่ใดขอรับ ข้าจะนำท่านไปเอง”“เคยมาที่นี่หรือ?” ซุนเจิงตั้งคำถาม เมื่อหลิวจวินเอ่ยหยิบยื่นน้ำใจมาให้เขา แต่กลับพูดประหนึ่งว่าการเข้านอกออกในจวนนี้คือเรื่องปกติ“เพิ่งจะคุ้นเคยเมื่อไม่นานนี้ขอรับ รัชทายาทมีรับสั่งมา”“อ้อ” ซุนเจิงไม่เอ่ยสิ่งใดหรือให้หลิวจวินอธิบายไปมากกว่านี้ แค่เพียงคำว่ารัชทายาทรับสั่งมา นั่นก็ชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว รัชทายาทระแคะระคายตระกูลเหอไม่ต่างจากเขา ดังนั้นไม่แปลกที่จะให้คนของตนมาคอยจับตาดู เหมือนที่สั่งให้จับตาดูเขาไว้ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะปล่อยผ่านไปได้ ซุนเจิงชะงักเท้าหันกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าเด็กหนุ่มที่บอกทางเขาอย่างรู้ดีเมื่อครู่นี้ “แล้วทำไมไม่บอกเสียตั้งแต่ทีแรก!”“ก็…ก็ใต้เท้ามิได้ถาม”
Mehr lesen

การมีลูกก็เป็นเรื่องที่ท้าทายดีเหมือนกัน

“วันนี้ แม่ของซุนจ้าวเฟิงมาเมื่อตอนเย็น หล่อนบอกว่าแต่งงานแล้วก็ควรมีลูกไว้สืบสกุล ในเมื่อฉันแต่งเข้าตระกูลซุนแล้ว ก็ควรให้กำเนิดทายาทแก่ตระกูล”“ตามฉบับแม่ผัวลูกสะใภ้เลยละสิ”“ใช่ ฉันอึดอัดใจ แม่ของซุนจ้าวเฟิงไม่เหมือนกับคุณแม่ของคุณสักนิด ฮูหยินคนนี้มีทีท่าว่ายินดีตบแต่งเอาเหอเสี่ยวอิงเข้าตระกูล แต่กลับมาย้ำถึงที่จวนว่าฉันต้องให้กำเนิดหลานแก่เขาในเร็ววัน ดูเหมือนว่าการแต่งงานก็คงจะมีประโยชน์เพียงเท่านี้สำหรับคนที่เรียกตนว่าผู้ใหญ่”“เราก็เป็นผู้ใหญ่ หากนับอายุจริงๆ แล้ว เราแก่กว่าพวกเขาด้วยซ้ำไป หากเธอพูดเช่นนั้นเท่ากับเหมารวมว่าเรามองเห็นแต่ประโยชน์ในความสัมพันธ์เท่านั้น”“ตอนเราแต่งงานฉันไม่เห็นด้วยก็จริง แต่คุณแม่ของคุณก็ไม่ได้ปฏิบัติกับฉันไม่ดีหรือกดขี่ฉันสักหน่อย พอมาเจอแม่ของซุนจ้าวเฟิง ฉันก็เหมือนตั้งรับไม่ค่อยจะทัน”“พวกเขาก็แค่ต้องการทายาทสืบสกุลเท่านั้น ไม่ได้มาคาดคั้นอะไรเธอมากมายไม่ใช่หรือ ที่คุณแม่ฉันไม่ได้คาดคั้นเธอ เพราะท่านรู้ดีว่าอย่างไรเราก็มีลูกด้วยกันไม่ได้...&r
Mehr lesen

หลานชายที่หนีมาหาถึงจวน

“ซุนเจิง! ซุนเจิง!” เสียงดังข้างหูตั้งแต่เช้าทำให้คนที่ถูกปลุกแสดงอาการฮึดฮัดไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็จำต้องลืมตาขึ้น มองใบหน้าของเหอลี่อิงที่ตกใจเหลือประมาณตรงหน้า“มีอะไร...ไฟไหม้หรือยังไง” คนที่ไม่ยอมตื่นง่ายๆ เอ่ยเสียงงึมงำในคอ ตอนนี้แม้แต่แสงตะวันยังไม่มีด้วยซ้ำ แต่ยายแก่เหอลี่อิงกลับมาปลุกเขาเสียแล้ว“ตื่นเร็วเข้า มาดูสิ่งที่คุณก่อไว้!” เหอลี่อิงฉุดรั้งร่างสูงใหญ่ที่แทบจะฝังตัวเองลงกับเตียงนอนอยู่รอมร่อ จนสุดท้ายซุนเจิงก็จำต้องพยุงร่างทั้งๆ ที่ยังไม่ตื่นเต็มตาเดินตามร่างของภรรยาไป“ทำไมขี้เซาได้ขนาดนี้ ปกติคุณความรู้สึกไวไม่ใช่หรือ”“แล้วเธอไม่เพลียบ้างหรือยังไง ฉันทำงานข้างนอก ไหนจะต้อง...”“หยุดพูดอะไรประเจิดประเจ้อเดี๋ยวนี้!” เมื่อได้ยินเสียงแหลมบาดหู คนที่สะลึมสะลือก็ตื่นเต็มตาขึ้นในบัดดล สบนัยน์ตาที่ดูไม่พอใจก็เสียวสันหลังวาบ จนไม่อาจหลับตาได้อีกต่อไปเขาไม่ได้กลัวยายแก่นี่...เพียงแต่ไม่อยากสะดุดหน้าทิ่มไปเสียก่อนก็เท่านั้น...ไม่นานคนที่เดินนำหน้าก็หยุดชะงั
Mehr lesen

แค่เด็กไร้ประโยชน์คนหนึ่งหายไป

เหอลี่อิงกลับไปดูแลเด็กชายที่บัดนี้ก้มหน้าก้มตาจัดการอาหารมากมายด้วยความหิวโหย“ค่อยๆ กิน ประเดี๋ยวจะติดคอเอา” เมื่อเอ่ยปราม เสี่ยวหยางก็เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มแฉ่งให้เธอราวกับเด็กน้อยที่ไม่เคยรู้จักทุกข์ร้อน ทั้งๆ ที่เผชิญอะไรต่อมิอะไรมามากมาย“ข้าอยู่ที่นี่ได้จริงๆ หรือขอรับ คราวก่อนท่านอาเขยบอกข้าเพียงว่า หากข้าไม่อยากอยู่ที่นั่นแล้วก็ให้มาหาพวกท่านที่นี่ได้ ‘มาหา’ นั่นหมายความว่าข้าอยู่ที่นี่ได้ใช่หรือไม่ขอรับ”“ใช่ เจ้าจะได้อยู่ที่นี่ตราบเท่าที่เจ้าต้องการ”“จริงหรือขอรับ แล้วที่นั่น...”“มีท่านอาเขยของเจ้าอยู่ ไม่ต้องกังวลใจไปหรอก เรื่องที่เจ้าจะต้องกังวลก็คือ ใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขเท่านั้น”เหอลี่อิงมองเด็กชายที่ขมวดคิ้วยู่หน้าราวกับว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอกล่าว ทว่าใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจเมื่อครู่ก็พลันหายไปในไม่กี่อึดใจต่อมา และแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม“ขอรับ”.“คนจากจวนรองเสนาบดีซุนจ้าวเฟิงมาบอกว่าเสี่ยวหยางอยู่กั
Mehr lesen

แค่ไปเดินหมากเท่านั้น

“ใต้เท้าๆ”ซุนเจิงที่ก้มหน้าทำงานของตนเอง จำต้องเงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเรียกของหยางขุยที่หน้าตาตื่นมาหาเขาต่างจากทุกครั้ง“มีอะไรหรือ เหตุใดจึงตระหนกเช่นนี้”“นี่ๆ เมื่อครู่ข้าเจอท่านราชองครักษ์ เขาฝากสารมาให้ท่าน นี่ข้าลอบเอามาให้ท่าน วางใจได้ไม่ให้ผู้ใดเห็นแน่นอน”ซุนเจิงมองบุรุษตรงหน้าอย่างนึกขัน นี่คงนึกว่าเขานั้นทำงานสายลับของราชสำนักอยู่กระมัง จึงได้ระแวดระวังให้ถึงเพียงนี้เขารับสารที่ว่านั้นมาเปิดอ่าน ก่อนจะวางมันลงอย่างไม่ใส่ใจ แต่มีคนสนใจสารที่ว่านี้กว่าเขาเสียอีก...ซุนเจิงมองหยางขุยที่จ้องเขาตาไม่กะพริบ “อยากรู้หรือว่าในนี้เขียนว่าอย่างไร”คนที่ถูกถามกะพริบตาปริบๆ ไม่รู้จะปั้นหน้าอย่างไรเมื่อถูกถามอย่างตรงไปตรงมา “อยากรู้ แต่ข้าว่าข้าไม่ควรรู้”ตามวิสัยของพวกรักความสงบ แม้อยากรู้แต่ก็เอ่ยปัดเพราะไม่อยากพาตัวเองไปเจอเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ ซึ่งการทำเช่นนี้ก็ถูกต้องแล้ว แม้ว่าหยางขุยจะน่ารำคาญไปบ้าง แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้สอดรู้จนเกินงา
Mehr lesen

ไหน้ำส้มของสามี 1

“รัชทายาทแพ้แล้ว” ซุนเจิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม มองบุรุษที่วางหมากในมือลงและหัวเราะอย่างขบขัน“ท่านคือคนแรกใต้เท้าซุน ที่เอาชนะข้าได้”“ขอบพระทัยที่ออมมือให้พ่ะย่ะค่ะ”“ว่าแต่ท่านสนใจหรือไม่ล่ะ ตำแหน่งเสนาบดีกรมคลังน่ะ เรื่องหลังจากนี้หากเป็นไปตามที่วางไว้ การให้ท่านขึ้นมาแทนที่นับว่าเหมาะสมและไม่ตกเป็นที่ครหา”“ไม่พ่ะย่ะค่ะ แค่รองเสนาบดีก็นับว่ามีคนริษยามากพอตัวแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าโยนปัญหามาให้กระหม่อมอีกเลย”รัชทายาทหัวเราะดังลั่นเมื่อได้ยินเหตุผลของขุนนางตรงหน้า นับว่าเป็นผู้ที่กลัวการถูกริษยาเสียจนไม่กล้าเลือกความก้าวหน้า“หากท่านต้องการอะไรก็ขอให้บอกแล้วกัน หรือว่าท่านอยากได้ตัวหลิวจวินไปช่วยงานท่านเลยก็ได้ ข้าไม่นึกขัด”“ไม่สมควรกระมัง หากมีราชองครักษ์ของรัชทายาทข้างกาย อีกอย่างข้าคงเหนื่อยใจอยู่ไม่น้อยหากมีเขาอยู่ข้างกายตลอด”“หืม...อย่างนั้นหรือ”“เรื่องใช้แรง ใช้กำลัง นับว่าทำได้ดี แต่มีข้อเสียเล็กน้อยที่ว่าเขานั้นซื
Mehr lesen
ZURÜCK
123456
...
11
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status