Alle Kapitel von ณ อนันต์ : Kapitel 21 – Kapitel 30

104 Kapitel

กองกำลังแห่งตำหนักบูรพา

“สามารถขัดรับสั่งของรัชทายาทได้ เมื่อเห็นว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่สมควรหรือมีเหตุผลไม่เพียงพอ”องค์รัชทายาททวนประโยคของซุนจ้าวเฟิงที่ก้าวเข้ามาในตำหนักบูรพาอีกครั้ง และยอมตกลงที่จะเป็นคนของตำหนักบูรพา เพียงแต่มีเงื่อนไขบางประการ ซึ่งก็คือซุนจ้าวเฟิงผู้นี้มีสิทธิ์ที่จะขัดรับสั่งของรัชทายาทและตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ ได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องอนุญาตก่อนนับว่าเป็นคนที่มีอุดมการณ์ไม่น้อย แต่ใช่ว่าบุรุษผู้นี้จะชำนาญในการอยู่ในที่มืด ซุนจ้าวเฟิงเป็นขุนนางตำแหน่งสูงตั้งแต่อายุยังน้อย ฉะนั้นเขาจึงอยู่ในที่แจ้งมาโดยตลอด การจะก้าวเข้ามาทำงานในที่มืดโดยมีข้อตกลงเช่นนี้ ผู้เป็นองค์รัชทายาทจึงไม่เห็นควรนัก“แต่ท่านไม่เคยทำงานเช่นนี้มาก่อนใต้เท้าซุน ท่านอาจจะก้าวพลาด หรือไม่ก็ตัดสินใจผิดพลาดได้โดยง่าย”“หากกระหม่อมไม่เข้าใจ ขอเพียงองค์รัชทายาทบอกถึงเหตุผลก็เพียงพอ ถึงแม้กระหม่อมจะไร้ประสบการณ์ แต่ใช่ว่าจะไร้ความสามารถในการไตร่ตรอง”“ได้” ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งรัชทายาทจึงตอบตกลง ด้วยว่าเห็นประโยชน์ในเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน “เช่นนั้นก็ย่อมได้ ท่านคือคนที่ข้าอนุโลมให้เท่านั้น ต่อไปในวันข้างหน้าจะไม่มีใครได้ข้อตก
Mehr lesen

ปัญหาใหญ่เพิ่งแก้ได้ ปัญหาใหม่ก็วิ่งเข้าหา

“ใต้เท้าๆ”ซุนเจิงเงยหน้าจากกองงานทั้งหลายที่เขาพยายามทำความเข้าใจ ก็พบกับรองเสนาบดีฝ่ายขวาที่วิ่งเข้ามาหาอย่างไม่สำรวมกิริยา อีกทั้งใบหน้าก็แย้มยิ้มราวกับว่ามีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้น“มีอะไรหรือ”“รัชทายาทยกเลิกรับสั่งแล้ว เราไม่ต้องมานั่งเครียดอีกแล้ว”“โอ้! ดีจริง!” ซุนเจิงแสร้งยิ้มว่ายินดีนักหนา ทั้งๆ ที่ความจริงเรื่องราวเป็นเช่นไร เขาเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ“ใต้เท้าซือเดินเข้าไปหารัชทายาทด้วยตนเองเชียว”“อย่างนั้นหรือ” ซุนเจิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยขึ้นอย่างสงสัย หากเสนาบดีซือจงเข้าไปหารัชทายาท เช่นนี้ใต้เท้าซือจะไม่ร่วมกับตำหนักบูรพารึ “แล้วท่านรู้ไหมว่าใต้เท้าซือไปทูลเช่นไรกับรัชทายาท จึงได้ยกเลิกรับสั่ง”“ใต้เท้าซือบอกแต่เพียงว่า พอรัชทายาทเห็นใบหน้าที่เคร่งเครียดของเขาก็ยกเลิกรับสั่งทันที เขากล่าวว่ารัชทายาทคงนับถือเขาอยู่ไม่น้อย จึงไม่อยากให้เขาและกรมคลังต้องมาตกที่นั่งลำบาก” เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกอย่างก็กระจ่างโดยพลัน เสนาบดีซือจงคงหมดหนทางจึงเดินหูลู่หางตกเข้าไปหารัชทายาท แต่นั่นก็ช้ากว่าเขาอยู่หลายก้าวทีเดียวกระมัง ซึ่งก็นับว่าเป็นเสนาบดีที่มีความกล้าหาญอยู่ไม่น้อยที่เดินไปหาร
Mehr lesen

หนอนบ่อนไส้ในกรมคลัง

เจ้าของจวนสั่งให้คนจัดแจงห้องหับให้ทั้งสามคนได้พักพิง วางร่างของเด็กน้อยที่ตัวเล็กจนน่าเป็นห่วงลงบนเตียง ซุนเจิงมองเหอลี่อิงที่หน้าเสียเมื่อเห็นความลำบากและขัดสนของครอบครัวตรงหน้า ซึ่งเขาก็ทำได้แค่กุมมือของเธอเอาไว้เท่านั้น“อีกประเดี๋ยวหมอก็คงจะมา ข้าให้คนจัดเตรียมอาภรณ์ให้พวกท่านได้ผลัดเปลี่ยนแล้ว พวกท่านก็ไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนเถิด ข้าและฮูหยินจะดูแลเด็กคนนี้ให้ก่อน”“ข้าไม่อยากรบกวน แค่นี้ก็มากมายเหลือเกินแล้ว”“ไม่รบกวน ข้ายินดีช่วยท่าน ส่วนเรื่องที่ท่านมาร้องเรียนนั้น เสร็จจากการตรวจรักษาข้าจะคุยกับท่านในภายหลัง ข้าเป็นขุนนางอยู่กรมคลัง เรื่องนี้คงต้องเป็นหน้าที่ของข้า”สองสามีภรรยาที่ไม่มีที่พึ่งพิงมองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อหูของตนนัก ว่าจะได้พบกับขุนนางที่เมตตาถึงเพียงนี้ สุดท้ายพวกเข้าจึงเข้าไปชำระร่างกายและผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ตามที่เจ้าของจวนเอ่ยปาก ปล่อยเจ้าของจวนทั้งสองไว้กับเด็กน้อยที่นอนนิ่งบนเตียงกว้างอย่างเวทนา“ดูสิ ตัวก็เล็กถึงเพียงนี้ พ่อแม่ก็พามาระหกระเหินเสียแล้ว” ซุนเจิงเอ่ยพลางทอดมองร่างของเด็กน้อยที่นอนนิ่งไม่ได้สติ ส่วนเหอลี่อิงก็ทิ้งกายลงนั่งข้างร่างที่อ่อนแอขอ
Mehr lesen

ข้อร้องเรียนจากชาวบ้าน

“ข้าไม่รู้หนังสือ นายอำเภอเอาอะไรมาให้ข้าประทับนิ้วมือก็ไม่ทราบ แต่วันรุ่งขึ้นเขาก็อ้างว่าตนเป็นเจ้าของที่นาของข้าไปแล้ว นายท่าน เช่นนี้ข้าถูกหลอกใช่หรือไม่ขอรับ!”“แล้วนายอำเภอหลอกลวงเอาที่นาของท่านเพียงผู้เดียวหรือของคนอื่นด้วย”“หลายครอบครัวอยู่ขอรับ พวกเขาไม่กล้ามาร้องเรียน แต่ข้าทนไม่ไหวเพราะว่าลูกยังเล็ก ทำงานแทบตายแต่ไม่เหลือเงินแม้สักตำลึงไว้จุนเจือครอบครัว เช่นนี้แล้วลูกและเมียข้าไม่ต้องอดตายหรือ ข้าจึงจำต้องมาเมืองหลวง...นายท่านช่วยข้าได้หรือไม่”“หากทำตามกฎระเบียบแน่นอนว่ายุ่งยากจนข้านึกขยาด” ซุนเจิงเอ่ยอย่างไม่ปิดบัง ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน เรื่องกฎระเบียบนั้นยุ่งยากอยู่เสมอ แต่ใช่ว่าตอนนี้เขาจะต้องทำตามแบบแผนเสมอไปนี่ “แต่หากจะให้มันรวบรัดก็มีทางอยู่บ้าง แต่ทำเช่นนั้นก็จะไม่เด็ดขาดและก่อให้เกิดปัญหาในการณ์ข้างหน้าได้ เช่นนั้นแล้ว… ข้าจะลองดูให้ก็แล้วกัน”“จริงหรือขอรับ” คนที่ได้รับความช่วยเหลือพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดีใจเหลือหลาย ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ศีรษะจดกับพื้นดินด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจ แต่กระนั้นซุนเจิงก็พยุงร่างของบุรุษที่แสดงความซาบซึ้งใจให้ลุกขึ้น เนื่องด้วยว่านี่ไม่เป็น
Mehr lesen

ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ ท่านเห็นใต้เท้าไม่เต็มใจช่วยท่านหรือ

มีเด็กวิ่งอยู่ในจวนนับว่าสร้างชีวิตชีวาให้แก่คนชราที่อยู่ในร่างของหนุ่มสาวอีกครั้งหนึ่ง ซุนเจิงมองเจ้าเด็กที่พอหายป่วยก็วิ่งวุ่นไปทั่วจวน โดยที่เขาไม่เอ่ยห้ามหรือดุเจ้าเด็กซนคนนี้แม้แต่น้อย“หยุดเล่นได้แล้วเสี่ยวหยู”ซุนเจิงเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเสียงบิดาของเด็กน้อยที่เริ่มเกาะต้นไม้ ทำทีท่าว่าจะปีนขึ้นไปเป็นลิงเป็นค่าง“ข้าละอายเหลือเกินที่ทำให้ใต้เท้าวุ่นวายเช่นนี้”ซุนเจิงโบกมือไม่สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวว่าวุ่นวาย เชื้อเชิญให้แขกนั่งลงดื่มน้ำชาร่วมกับตน“เด็กก็แบบนี้ ช่างเขาเถิด” ซุนเจิงบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ “เรื่องของท่าน ข้าไปตรวจสอบดูแล้ว เห็นทีจะไม่ใช่เรื่องง่ายและคงต้องใช้เวลานานพอสมควร ข้าเห็นท่านควรกลับไปรอฟังข่าวที่บ้านจะสมควรกว่า เพราะอยู่นี่หากมีคนรู้เข้า ท่านจะเดือดร้อนเอาได้ และคราวนี้ท่านอาจจะไม่มีโอกาสได้ที่นากลับมาอีกเลย”เรื่องนี้ยิ่งตรวจสอบยิ่งได้รู้ว่าทุกอย่างนั้นมีข้อสงสัยมากกว่าที่ซุนเจิงคิด และการที่ครอบครัวนี้อยู่ในจวนของเขานั้นไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะครอบครัวนี้จะอยู่ในที่แจ้งและโดนทำร้ายกลั่นแกล้งได้ง่ายขึ้นกว่าเก่า แต่บุรุษตรงหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อ
Mehr lesen

เรื่องที่คิดไม่ตก

“ไม่รอฟังคำขอโทษของเขาหน่อยหรือ ที่เขาว่าคุณไปเมื่อครู่นี้น่ะ” เหอลี่อิงที่ถูกรั้งตัวออกมาเอ่ยถามชายหนุ่มที่มีใบหน้าเรียบนิ่ง“ไม่จำเป็น เขาจะคิดอย่างไรก็ช่าง นั่นไม่ใช่หน้าที่ฉันเสียหน่อย”“แล้วคุณจะเอาอย่างไรต่อ เรื่องนี้เหมือนจะไม่ง่ายเลยไม่ใช่หรือ”“ใช่ เป็นไปไม่ได้ที่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ขุนนางทั้งหลายจะไม่รู้ เพราะจักรพรรดิมีราชโองการชัดเจนในการจัดสรรที่ดิน แต่นี่อะไร ไม่มีใครเปิดปากถึงเรื่องนี้เลย เป็นไปได้ว่าจะเป็นพรรคพวกเดียวกัน ฉันเลยไม่พยายามทำตัวตื่นข่าว ประเดี๋ยวพวกนั้นจะไหวตัวทันเสียก่อน”“แล้วคุณจะบอกเรื่องนี้แก่รัชทายาทไหม” เมื่อเหอลี่อิงถามจบ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอที่เล็ดลอดออกมา“ก็ลองดูว่าหูตาของรัชทายาทเป็นเช่นไร อายุมากแล้วก็แบบนี้ ทำงานตามระเบียบ ซื่อสัตย์ตามระบอบอะไรแบบนั้น ฉันไม่ชอบเท่าไหร่”“อะไรกัน คุณอยู่ในร่างหนุ่มขนาดนี้แล้วยังบ่นว่าตัวเองแก่อีกหรือ”“ก็เหมือนที่เธอตายด้านแล้วยังไงล่ะ” ซุนเจิงมองสตรีที่เริ่มชักสีหน้าอีกหนเมื่อเขาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มยียวน “มาคิดดูแล้วก็คงจะจริง ฉันแทบจะนอนแก้ผ้าอยู่บนเตียงอยู่รอมร่อ เธอยังนอนเฉยๆ ได้ถึงเช้า”“คุณก็นอนถอดเสื้
Mehr lesen

แขกที่มาหาถึงที่จวน

ส่วนซุนเจิงก็เดินเข้าไปหาราชองครักษ์ของรัชทายาทที่จิบน้ำชาอย่างสบายใจ ด้วยรอยยิ้มประหนึ่งว่าที่นี่คือจวนของตนเอง ไม่รู้ว่ายายเหอลี่อิงพูดกับไอ้หนุ่มนี่ไปขนาดไหนกัน ถึงได้นั่งยิ้มเหมือนคนบ้าเช่นนี้ คิดแล้วมันก็น่านัก! คราวที่แล้วเขาไม่น่าออมมือให้ชายคนนี้เลย ไม่น่าเลยซุนเจิง!“ใต้เท้า” แขกผู้มาเยือนโค้งกายคำนับเล็กน้อย ด้วยว่าอายุทั้งสองนั้นไม่ได้ต่างกันมากมาย แต่คนที่อายุไม่ต่างกันทั้งยังเป็นเจ้าของบ้านกลับเมินใส่การทำความเคารพเมื่อครู่ สาวเท้าไปนั่งพร้อมทั้งรินน้ำชาขึ้นมาดื่มราวกับไม่ใส่ใจแขกที่มาเยือนถึงจวนแม้แต่น้อย“วันนี้ที่ข้ามาหาใต้เท้าถึงจวน ก็เพราะองค์รัชทายาทมีรับสั่งว่าช่วงนี้ท่านคงมีเรื่องยุ่งเป็นแน่ จึงไม่ได้เข้าไปรายงานข่าวคราวให้พระองค์ทราบ ดังนั้นจึงส่งข้ามาแทน”ราชองครักษ์ซึ่งได้รับมอบหมายหน้าที่มารายงาน แต่บุรุษที่ได้รับฟังกลับเอาแต่นิ่งเฉย สนใจจอกน้ำชาในมือมากกว่าเขาที่เป็นคู่สนทนาเสียอีก“ใต้เท้า ใต้เท้าขอรับ”“หืม...น้ำชาเย็นชืดขนาดนี้ ท่านยังดื่มด้วยรอยยิ้มได้ เห็นทีว่าท่านจะเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย”“เอ่อ...ขอรับ เมื่อครู่ที่ข้าพูดไป”“มีเรื่องจริงอย่างที่องค์รัชทา
Mehr lesen

องครักษ์ที่ฝากตัวเป็นศิษย์

“แต่ข้างานเยอะเหลือเกิน หากสอนท่านราชองครักษ์อีก เห็นทีว่าจะไม่มีเวลาอยู่กับฮูหยินเลยกระมัง” แม้จะกล่าวกับราชองครักษ์ที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ทว่าซุนเจิงกลับมองไปยังเหอลี่อิงอย่างไม่วางตา เสียงลอดไรฟันแสดงชัดว่าเขาไม่พอใจการมาของเหอลี่อิงอยู่มากเอาการ“อย่างไรเราก็เจอกันทุกวันไม่ใช่หรือ ท่านเองก็เก่งกาจ ความเก่งของท่านอาจจะไร้ค่าก็เป็นได้ หากไม่ถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้เอาไปใช้ประโยชน์บ้าง ท่านจะหวงไว้ทำไมกัน ประเดี๋ยวก็แก่เฒ่าไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว ถึงเวลานั้นท่านจะใช้กำลังเช่นตอนนี้ก็ไม่ได้ แต่หากท่านสอนให้แก่ผู้อื่นก็ยังได้ชื่นชมลูกศิษย์ของท่าน”“ข้าคงไม่แก่เร็วขนาดนั้น ฮูหยินขี้กังวลเกินไปแล้ว”“ใต้เท้าซุน...” เสียงเรียกลอดไร้ฟันของเหอลี่อิงทำเอาชายชาตรีที่กัดฟันสู้เถียงกับภรรยามานานสองนานเริ่มเสียวสันหลังขึ้นมาอย่างไรชอบกล “ข้าขอถามท่านอีกครั้ง ว่าท่านจะสอนการต่อสู้ให้แก่ท่านราชองครักษ์ไหม”“เหตุผลล่ะ?” คนที่รู้สึกเหมือนถูกต้อนให้จนมุมได้แต่ลอบกลืนน้ำลายและเอ่ยถามออกไป“เพราะคุณต้องการทีม...” เหอลี่อิงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่เบาราวกับกระซิบไม่ให้แขกผู้มาเยือนถึงที่ได้ยิน เธอมองใบหน้าของบุ
Mehr lesen

อยากก้าวหน้าจำต้องมีเส้นสาย

“ใต้เท้าซุน เหมือนว่าท่านจะยุ่งตลอดเวลา ทั้งๆ ที่งานไม่ได้มากมาย” ขณะคร่ำเคร่งกับการตรวจสอบเอกสารมากมาย เสียงของบุรุษที่แวะเวียนมาหาเขาบ่อยกว่าทุกคนอย่างหยางขุยก็ดังขึ้น ไม่ทันได้เอ่ยเชื้อเชิญให้นั่ง อีกฝ่ายก็จัดแจงนั่งฝั่งตรงข้ามพร้อมทั้งรินน้ำชาให้ตัวเองเสร็จสรรพ“ท่านเองก็เช่นกัน เหมือนจะว่างอยู่ตลอดเวลา” เขาพูดเหน็บแนม แต่อีกฝ่ายกลับไม่สะทกสะท้าน พร้อมทั้งหัวเราะออกมาอย่างชอบอกชอบใจ“งานนั้นมีให้ทำอยู่ แต่ท่านก็รู้ว่ารองเสนาบดีเช่นเราไม่จำเป็นจะต้องทำทุกอย่างเอง มีขุนนางชั้นผู้น้อยอีกหลายฝ่ายทำงานให้ เสร็จแล้วจึงส่งให้เราตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบเสร็จแล้วเราจึงนำไปให้ท่านเสนาบดีกราบทูลรายงานจักรพรรดิ งานก็มีระบบระเบียบเช่นนี้มานาน ข้าเองจึงไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลง”“เช่นนั้นการบริหารขุนนางมีข้อบกพร่องเสียแล้ว” ซุนเจิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ก้มหน้าอ่านรายงานไปพลาง แต่กลับสังเกตท่าทีของหยางขุย“อย่างไรหรือที่ท่านว่าบกพร่อง”“มีขุนนางมากมาย แต่มีคนทำงานจริงๆ ไม่กี่คน แล้วจะมีขุนนางมากมายไว้ทำอะไร เช่นนี้จึงเรียกว่าบกพร่อง”“ท่านคิดเช่นนั้นก็เอาเถิด ข้าไม่ใช่บัณฑิตที่แสนฉลาดเช่นท่าน ข้าต้อ
Mehr lesen

เบาะแสบางอย่าง

“ซื้ออาวุธหรือ” เว่ยหลาง องค์รัชทายาทแห่งแคว้นต้าเว่ยเอ่ยขึ้น เมื่อได้ยินคำรายงานของกลุ่มคนที่สั่งการให้จับตาดูซุนจ้าวเฟิงตั้งแต่ออกจากตำหนักบูรพาเมื่อครั้งก่อน และเหมือนว่าซุนจ้าวเฟิงผู้นี้จะมีเรื่องให้เขาได้ตื่นเต้นเสียแล้ว“พ่ะย่ะค่ะ คนสนิทของใต้เท้าซุนไปสั่งช่างตีเหล็กว่าอยากได้ดาบและกระบี่”“ข้าจะต้องตกใจเรื่องใดก่อน ระหว่างซุนจ้าวเฟิงซื้ออาวุธกับก่อนหน้านี้จวนของซุนจ้าวเฟิงไม่มีแม้กระทั่งดาบ” ผู้เป็นองค์รัชทายาทตั้งข้อสงสัย แต่ใช่ว่าคนที่อยู่รายล้อมตนจะตอบคำถามนี้ได้“ใต้เท้าอาจจะไม่ถนัดใช้อาวุธก็ได้พ่ะย่ะค่ะ ครั้งก่อนตอนสู้กับกระหม่อม ใต้เท้าซุนยังโยนดาบทิ้งอย่างไม่ลังเล” ราชองครักษ์ของรัชทายาทตั้งข้อสรุปในเรื่องนี้ และก็อาจเป็นข้อสรุปที่มีน้ำหนักมากเอาการเช่นกัน รัชทายาทจึงไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก แต่หันมาให้ความสนใจกับราชองครักษ์ส่วนพระองค์แทน“แล้วเป็นอย่างไรเล่า ซุนจ้าวเฟิงยอมสอนเจ้าหรือไม่” เว่ยหลางรู้ดีว่าหลังจากวันนั้นที่ราชองครักษ์ได้ต่อสู้กับซุนจ้าวเฟิงแล้ว ก็เกิดนับถือในตัวขุนนางผู้นั้นมากเอาการ ถึงขั้นที่ว่าอยากเอ่ยปากขอร้องให้ซุนจ้าวเฟิงเป็นอาจารย์สอนเลยทีเดียว“ครา
Mehr lesen
ZURÜCK
123456
...
11
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status