All Chapters of ทะลุมิติมางัดข้อกับบิดา: Chapter 11 - Chapter 20

100 Chapters

บทที่ 6 คนแปลกหน้า 1/2

“มีใครอยู่หรือไม่...~” เสียงนี้คล้ายคนเมาก็จริง แต่เป็น คนเมาที่แกล้งทำของผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินอย่าง ‘เจิงซุ่นซี’ จนองครักษ์อย่าง ‘วั่งจั๋วเฉิน’ ต้องกุมขมับ‘หาเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน’ เจิงซุ่นซีเป็นฮ่องเต้ที่ใส่ใจทุกข์สุขของราษฎรเป็นอย่างมาก มากเสียจนเมื่อตกเย็นฟ้ามืดที่ที่ไปก็คือบ้านชาวบ้านต่าง ๆ ยิ่งรอบ ๆ กำแพงวังด้านหลังที่เป็นหมู่บ้านของชาวบ้านเชิงเขายิ่งมาบ่อย เพื่อสืบเสาะทุกข์ยากของราษฎร แต่ก่อนที่ราษฎรจะทุกข์ยากเป็นเขาที่ทุกข์มาก่อน ‘ให้ตายเถอะ วันนี้จะเจอคนไล่ตะเพิดอีกหรือไม่!’ ขณะที่องครักษ์วั่งกำลังวิตกกังวลอยู่นั้น พลันประตูไม้กลางเก่ากลางใหม่ก็เปิดออก พร้อมเจ้าเด็กอ้วนตัวจิ๋วสูงแค่เข่า “ท่านเป็นใคร?” คำถามที่ไร้ความเป็นมิตรไม่พอ ท่าทาง ที่ยืนกำมือเท้าเอวพร้อมวางมวยนี้ ทำให้วั่งจั๋วเฉินเริ่มสะดุ้ง วันก่อนก็มีสตรีเอาน้ำสาดไล่ วันนี้คงไม่โดนเจ้าเด็กน้อย คนนี้ต่อยเอาหรอกนะ “ขะ...ข้ารึ” เสียงอ้อแอ้คล้ายคนเมายกมือชี้หน้า พร้อมกับยิ้มล่องลอยมองไปยังเด็กตัวน้อยวัยห้าหนาวอย่างรู้สึกสนุก “ใช่นะสิ ไม่ใช่ท
Read more

บทที่ 6 คนแปลกหน้า 2/2

คำว่าพ้นเคราะห์ทำให้สองผู้มาใหม่ขมวดคิ้วสงสัย จนเจิงซุ่นซีถามขึ้น “เจ้าประสบเคราะห์อันใด” อันหลางเคี้ยวข้าวเต็มปาก แต่เมื่อกำลังจะอ้าปากพูดอันหลิงก็ยับยั้งเสียก่อน “กินข้าวให้หมดค่อยพูด” คำพูดพี่รองทำให้อันหลางรีบเคี้ยวอย่างรวดเร็วแล้วกลืนจากนั้นยกชาขึ้นดื่มพร้อมกับเช็ดปาก ที่มันแผล็บของเขาด้วย แขนเสื้อ “บิดาข้าหูเบา เชื่อสตรีที่เหมือนปีศาจจิ้งจอก จนเกือบขายเด็กชายน่ารักอย่างข้ากับพี่รองทิ้ง ดีที่พี่ใหญ่ฟื้นจากความตาย มาช่วย ไม่เช่นนั้นคุณชายน้อยที่หล่อเป็นอันดับหนึ่งตรงนี้ อาจจะอยู่ในโรงค้าทาสก็เป็นได้” พูดถึงบิดาหนึ่งคำ หันมาชมตัวเองหนึ่งคำ ทำให้อันหลิงส่ายหน้าพร้อมกับพี่ใหญ่ “เลอะเทอะ คุณชายน้อยอันดับหนึ่งอะไรกัน” มู่อันหลางบุ้ยปากอย่างขัดใจพี่รอง หากไม่ใช่เพราะปกป้องเขาเอาไว้ป่านนี้เขาโกรธไปแล้ว มู่อันเฟิงเห็นท่าแล้วหากไม่กล่าวอย่างชัดเจน ผู้มาใหม่ก็จะเข้าใจผิดเอาได้ นางจึงตั้งใจเล่าให้ฟัง “เรื่องเป็นอย่างนี้เจ้าค่ะ ข้ากับน้อง ๆ ลงนามแยกบ้านออกจากบิดามาแล้ว วันนี้เราซื้อบ้านหลังนี้ใหม่ จึงอยากฉลองขึ้นบ
Read more

บทที่ 7 งัดข้อกับลูกซิ่วไฉ 1/2

เช้ารุ่งขึ้นเสียงไก่ฟ้าในป่าขับขานเป็นสัญญาณของวันใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้น มู่อันเฟิงตื่นขึ้นเปิดหน้าต่างสูดอากาศบริสุทธ์ ทั้งได้ยินเสียงแว่วตามกระแสลมถึงบ้านเรือนที่กำลังตื่นขึ้นหุงหาอาหารในเช้าวันใหม่ กลิ่นข้าวสวยที่กำลังสุกร้อน ๆ ชวนให้นางอยากทำอาหารให้เจ้าเด็กแฝดสองคนของนาง มู่อันเฟิงบิดขี้เกียจชั่วครู่ ก่อนจะเข้าไปในห้องอาบน้ำ เพื่อล้างหน้าและชำระร่างกาย อากาศเย็นเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับหนาวสั่นทำให้นางสดชื่นยิ่งนัก ร่างที่สวมด้วยอาภรณ์ที่เหมาะกับการเข้าครัวเดินออกจากห้องนอนใหญ่ แล้วเดินไปตามทางเดินที่ปูด้วยพื้นหิน ความเย็นเฉียบของมันส่งให้นางรู้สึกหนาวสั่น แม้ว่าจะสวมถุงเท้าและรองเท้าอีกชั้นก็ตาม ‘สงสัยต้องเปลี่ยนรองเท้าให้หนาขึ้น’ นางคิดแล้วก็พาตัวเองไปถึงห้องครัว แล้วพบกว่าฮั่วซือซืออยู่ในครัวแล้ว นางจึงเอ่ยทักทาย “ฮั่วซือซือเหตุใดถึงตื่นเช้านัก นอนให้สบายเถิด” นางคิดว่าจะมาทำอาหารให้เสร็จ แล้วจะปลุกทุกคนให้ตื่นมากินข้าว แต่ทว่าผิดคาดเพราะฮั่วซือซือสาวใช้ของท่านแม่จุดเตารอนางแล้ว “บ่าวชินแล้วเจ้าค่ะคุณหนู” ฮั่วซือซือยิ้มให้กับคุณหนูของตัวเอง
Read more

บทที่ 7 งัดข้อกับลูกซิ่วไฉ 2/2

อันหลิงจนใจเพราะเถียงไม่ได้ แม้รูปร่างอ้วนกลมแต่เจ้าสามกลับวิ่งเร็วปานพายุ แต่เมื่อทั้งคู่คุยกันไปมาจนถึงกลางหมู่บ้านสายตาทั้งสี่ปะทะเข้ากลับเด็กชายตัวใหญ่ที่กำลังรังแกเด็กที่คาดว่าน่าจะห้าหนาวเหมือนพวกเขา ภายในใจอันหลางเจ็บปวด เลือดรักความยุติธรรมขึ้นหน้า สองขาสั้นป้อมสับอย่างไว จากนั้นกระโดดถีบเจ้าเด็กเกเรผู้นั้นเสีย ปั่ก! “โอ๊ย” เสียงร้องของเจ้าเด็กตัวใหญ่ที่รังแกคนร้องออกมาพร้อมกับกลิ้งลงไปในน้ำ เนื่องจากที่พวกเขาอยู่นั้นเป็นริมลำธาร ส่งผลให้ร่างกายของเจ้าจ้าวฉู่เปียกป้อนเหมือนลูกหมาตกน้ำ หวังเฮ่อเห็นทางหนีทีไล่ จึงรีบคว้าข้องสานไม้ไผ่ใส่ปลาของตัวเองขึ้น จากนั้นวิ่งไปแอบหลังเจ้าเด็กแปลกหน้าผู้มาใหม่ทั้งสองที่ใบหน้าเหมือนกันอย่างกับแกะ “ใครบังอาจมาถีบข้าลูกซิ่วไฉแห่งตำบล!” คำว่าลูกซิ่วไฉแห่งตำบล ทำเอามู่อันหลางหัวเราะเยาะ เจ้าอันธพาลผู้นั้นทันที “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ลูกซิ่วไฉแห่งตำบลงั้นเหรอ ข้าอยากขำ” มู่อัน-หลางไม่กลัวเจ้าเด็กที่โตกว่าเขาสักนิด แม้ว่าจะอ้างซิ่วไฉอะไรนั่น ก็ตาม เขาเป็นลูกเสนาบดีกลาโหม ยังรู้สึกไม่อยากจะอวดบิด
Read more

บทที่ 8 ที่ว่าการอยู่ในเมืองเชิญ! 1/2

มู่อันเฟิงให้ฮั่วซือซือนึ่งซาลาเปาที่นางปั้นไว้จนหมดแล้ว มีทั้งหมดหกสิบลูกจากการคะเนคร่าว ๆ จากรถม้าที่ผ่านเข้าหมู่บ้านมาเมื่อวาน เผื่ออีกเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ตกหล่น และนางก็เดินไปที่หน้าประตูพบกับสตรีวัยกลางคนคนหนึ่ง ที่เดินจูงมือบุตรชายใบหน้าบวมข้างหนึ่งเข้ามาด้วย “ออกมาสักทีนะนางตัวดี” สะใภ้จ้าวหรือหยู่เยียน มารดาของจ้าวฉู่ภรรยาของซิ่วไฉจ้าวชี้หน้าหาเรื่องกับเด็กมาใหม่ทันที “ท่านป้า ไม่ทราบท่านเป็นผู้ใด ถึงได้มาชี้หน้าอยู่บ้านผู้อื่นเช่นนี้” มู่อันเฟิงต่อให้ไม่ชอบการทะเลาะตบตีเท่าไหร่ แต่หากมีคนถูกรังแกนางก็ต้องยื่นมือช่วย วันนี้นางฟังชัดเจนว่าน้องชายของนางไปช่วยหวังเฮ่อที่โดนรังแก น้องชายผู้น่ารักของนางไม่โกหกแน่ “ผู้ใดรึ ทั่วทั้งตำบลใคร ๆ ก็รู้จักสะใภ้จ้าว และไม่กล้าหาเรื่องบุตรชายสุดที่รักของข้า วันนี้ข้าจะเอาเรื่องพวกเจ้าให้ถึงที่สุด หากไม่ชดใช้สามร้อยตำลึงอย่าหวังว่าข้าหยู่เยียนจะกลับบ้าน” มู่อันเฟิงยิ้มอ่อน แม้ว่าต้องพบเจอมนุษย์ป้าบ้างในชาตินี้ แต่ก็เอาเถอะ ความร้ายกาจของสตรีนางนี้ไม่ได้ครึ่งของมารดาเลี้ยงของนางสักนิด “เช่นนั้น
Read more

บทที่ 8 ที่ว่าการอยู่ในเมืองเชิญ! 2/2

“หยุดเดี๋ยวนี้!” เสียงตวาดลั่นของผู้นำหมู่บ้าน ทำให้เหล่าชาวบ้านที่วิ่งตามกันมาดูเรื่องราวต่างสะดุ้งโหยง แม้แต่สะใภ้จ้าวก็ยังหุบปากฉับเลิกฟูมฟาย มู่อันเฟิงคิดว่าลูกไม้รีดไถตื้น ๆ คล้ายมิจฉาชีพจากโลกที่นางจากมา จะรับมือยากได้อย่างไร แต่เอาเถอะนางไม่ใช่คนไร้ความรู้ จึงเอ่ยสักคำ “คารวะท่านผู้นำ ข้านามว่ามู่อันเฟิงพาน้อง ๆ กับสาวใช้หนึ่งคนมาอยู่ที่นี่ เดิมทีวันนี้ข้าจะทำซาลาเปาไส้หมูสับให้เป็นของขวัญขึ้นบ้านใหม่ แต่ทว่าดันเกิดเรื่องเสียก่อน” พูดแล้วชายตามองไปยังต้นเหตุ ส่งผลให้ชาวบ้านยากไร้ที่นาน ๆ จะได้กินเนื้อสักครั้งถึงกับกลืนน้ำลาย และมองไปยังต้นเหตุที่ทำให้พวกเขายังไม่ได้กินของดี “สะใภ้จ้าวเลิกก่อเรื่อง ลูกชายข้าบอกว่าลูกชายเจ้าไปต่อยหวังเฮ่อก่อน แล้วเด็กผู้นั้นมาช่วย” สะใภ้บ้านหนึ่งเอ่ยขึ้น พร้อมกับบิดแขนลูกชายให้พูดความจริง เดี๋ยวจะได้กินซาลาเปาไส้เนื้ออันแสนอร่อยกัน “ชะ...ใช่...ข้าก็เห็นว่าลูกชายเจ้ารังแกคน” “ใช่แล้ว หวังเฮ่อน่าสงสารมารดาป่วย เขาแค่ห้าหนาวยังต้องฝ่าอากาศเย็นตอนเช้าลงไปหาปลามาทำอาหารให้มารดา เด็กกตัญญูเช่นนี้ข้
Read more

บทที่ 9 อย่ามางัดข้อกับข้า 1/2

สะใภ้จ้าวเดิมเป็นคนไม่ค่อยรู้หนังสือมากนัก เนื่องจากสามีคร้านจะสอนคนไร้ปัญญาอย่างนาง จึงไม่รู้ว่ากฎหมายอะไรเป็นอย่างไร นางจึงอ้างแต่ชื่อสามีหาเรื่องรีดไถไปทั่ว แต่ไม่นึกว่าเด็กหญิงอายุยังไม่ถึงวัยปักปิ่น เหตุใดถึงรู้หนังสือและรู้กฎหมายเช่นนี้ “เหอะ...ข้าไม่เชื่อหรอก เจ้ารึจะฟ้องข้ากลับ ตัวหนังสือ รู้ถึงสิบตัวหรือไม่” เนื่องจากชาวบ้านทั่วไปไม่ค่อยมีโอกาสได้ศึกษา เพราะหมึกเขียนกับกระดาษมีราคาแพง ไหนจะพู่กันอีก เรียกได้ว่าสิ้นเปลืองมากกว่าจะสร้างบัณฑิตได้หนึ่งคน ส่วนใหญ่จึงเรียนแค่พื้นฐานเขียนกระดานทราย ไม่ได้มีปัญญารู้เรื่องราวมากมาย มู่อันหลางแสยะยิ้มก่อนจะกล่าว “เหอะ...เจ้านับเป็นอะไร ลำพังข้ายังแตกฉานตัวอักษรทุกตัวซึ่งอายุเพียงห้าหนาว พี่สาวข้าสิบสองหนาวย่อมร้ายกาจกว่าข้ามาก เรื่องกฎหมายยิ่งไม่ต้องพูดถึง” มู่อันหลางคุยโวเสียเลย และนั่นคือเรื่องจริง พี่ใหญ่ตั้งใจศึกษามาตั้งแต่ยังเล็ก ท่านแม่เป็นคนเล่าให้พวกเขาฟังด้วยตนเอง สะใภ้จ้าวสายตาหลุกหลิกแววตาฉายความกังวลเด่นชัด ยิ่งมีบุตรชายไม่เอาไหนอย่างจ้าวฉู่รั้งชายเสื้อนางอีก “ท่านแม่กลับเถอะ ท่า
Read more

บทที่ 9 อย่ามางัดข้อกับข้า 2/2

“เดี๋ยวก่อนสะใภ้จ้าว...เจ้ายังไม่ได้บอกเลยว่าต้องชดใช้หรือไม่” “ไม่...ไม่ต้อง ไม่ต้องแล้ว” สะใภ้จ้าวรีบละล่ำละลักบอกแล้วจับลูกชายวิ่งออกไปทันที จากนั้นชาวบ้านที่เห็นว่าเรื่องเริ่มคลี่คลายแล้วกำลังจะออกไป แต่กลับต้องหยุดเพราะมู่อันเฟิงเรียกไว้ก่อน “ทุกท่านอย่าเพิ่งไปเจ้าค่ะ ไหน ๆ ก็มาแล้วพวกท่านมารับซาลาเปาคนละลูกเถิด หยิบไปให้พอกับจำนวนคนที่บ้านนะเจ้าคะ ไม่พอก็บอกข้าได้ รบกวนผู้นำไปแจกสำหรับคนที่ไม่ได้มาวันนี้ด้วย” เมื่อเรื่องสงบลงนางเห็นควรว่าแจกของปิดท้าย จะเพิ่มคะแนนความดีให้กับตัวเอง จึงจัดการเสียเลย มู่อันหลางดิ้นลงจากใต้เท้า ก่อนจะรีบคว้าซาลาเปาไปแจกพวกสมุนจ้าวฉู่ทันที ก่อนจะบอกด้วยว่า “นี่ซาลาเปาบ้านข้า มีเนื้อเต็มคำต่อไปอย่ามางัดข้อกับข้าแล้วก็ห้ามรังแกหวังเฮ่ออีก รู้หรือไม่!” เหล่าเด็ก ๆ พยักหน้าเต็มแรง พร้อมกับกัดซาลาเปาที่มีเนื้อเต็มคำอย่างเอร็ดอร่อยทันที นานทีจะได้กินของอร่อยเขาย่อมต้องทำดีกับบ้านเจ้าแฝดให้มากหน่อย เมื่อพวกเขาไปแล้วมู่อันเฟิงจึงพาหวังเฮ่อเข้าไปในครัว ตักข้าวกับต้มฟักไก่ให้เขากินก่อนจะ
Read more

บทที่ 10 รู้จักข้าหรือ 1/2

“รู้จักข้ารึ” เจิงซุ่นซีมั่นใจว่าชาวบ้านต้องไม่รู้จักตนเองแน่นอน แต่สตรีผู้นี้ทำท่าทางราวกับเคยเห็นเขามาก่อน หวังลี่กล่าวออกมาแค่นั้น ก็รู้สึกว่าตัวเองหอบเหนื่อยเป็นอย่างมาก ภายในใจตระหนกจนชีพจรเต้นผิดจังหวะ เมื่อลูกชายเห็นดังนั้นจึงร้องอย่างตกใจ “ท่านแม่ทำใจดี ๆ เอาไว้นะขอรับ ท่านหมอจะมาแล้ว” หวังเฮ่อเห็นอาการของมารดาไม่ดีเอาเสียเลย เขาไม่รู้จะทำอย่างไรจริง ๆ อันเฟิงเห็นท่าทางแล้วคล้ายกับคนหอบหนักมาก ไม่เป็นโรคหอบก็มีโรคเกี่ยวกับปอดสักอย่าง นางนึกถึงเครื่องพ่นยาลดอาการหอบแล้วก็มีออกมาจริง ๆ “รบกวนทุกท่านออกไปก่อน เจ้าก็ด้วยข้าคิดว่าข้าช่วยแม่เจ้าไม่ให้อาการหนักได้ แต่ต้องอยู่แค่สองคน” เพราะหากคนอื่นเห็นเครื่องพ่นยาโรคหอบของนาง มีหวังคงได้ตอบคำถามมากมายเป็นแน่ หวังเฮ่อไม่คลายกังวล แต่ก็เชื่อว่าพี่สาวเจ้าแฝดจะช่วยเขาได้ ยิ่งได้เจ้าอันหลางมาจับมือเป็นกำลังใจด้วย ทำให้เขาตัดใจเดินออกมาได้ “พี่สาวข้าร้ายกาจนัก นางเคยตายแล้วไปพบกับท่านแม่ ท่านแม่ให้กลับมาดูแลข้า หากนางออกปากสิ่งที่นางพูดคือท่านแม่ของข้ากำลังยื่นมือช่วย” “จริงหรือ”
Read more

บทที่ 10 รู้จักข้าหรือ 2/2

“กลับไปเบิกได้” เมื่อเห็นองครักษ์ขี้เหนียวของตนเอง เป็นเช่นนี้ เขาจึงต้องรับปากออกไป เพราะเจ้านั่นพูดแต่ว่าฮ่องเต้พูดคำไหนคำนั้น ถุงตำลึงที่มีตำลึงอยู่ห้าตำลึง เขาหยิบเอามาสองตำลึง ให้เจ้าตัวแสบ ก่อนจะเก็บที่เหลือเอาไว้ วันนี้รีบร้อนออกมาไม่ได้ ให้ขันทีเตรียมตำลึงเอาไว้ให้ “ขอบคุณขอรับ พี่สาวข้าต้องทำมื้อใหญ่ให้ท่านแน่” อันหลางป้องปากกระซิบ จากนั้นก็เดินออกไปด้วยความสุข ตอนนี้เขามีตำลึงแล้วช่วยสหายได้อีกมากมาย ไม่เคยรู้สึกสุขใจเท่านี้มาก่อนให้ตายเถอะ เวลาผ่านไป หวังลี่รู้สึกตัวขึ้นได้กลิ่นโสมอยู่ข้าง ๆ เพราะนางเคยทำงานในห้องสมุนไพรของโรงหมอหลวงมาก่อน จึงจำกลิ่นได้ “โสมเลยหรือเจ้าคะท่านหมอ” “ใช่ รีบดื่มบำรุงกำลัง จะได้ไม่กระทบแก่นชีวิต” “แต่ว่านี่แพงมาก” “ไม่ใช่โสมดีอะไร แค่อายุไม่นาน” ท่านหมอหลวงพูดไปราวกับจะร้องไห้ นี่โสมห้าร้อยปี ฝ่าบาทให้เอามารักษาสตรีไม่รู้ หัวนอนปลายเท้า แต่พูดอะไรมากไม่ได้ คำสั่งคือคำสั่ง หวังลี่จึงดื่มเข้าไปเพราะไม่อยากตาย อยากเลี้ยงบุตรชายบุญธรรมให้เติบให
Read more
PREV
123456
...
10
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status