ทะลุมิติมางัดข้อกับบิดา

ทะลุมิติมางัดข้อกับบิดา

last updateآخر تحديث : 2026-02-18
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
100فصول
5.7Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เมื่อพิริษานักเคมีสุดฉลาดต้องตายแล้วทะลุมิติมาอยู่ในร่างคุณหนูใหญ่มู่ผู้อาภัพที่เพิ่งโดนวางยาตาย และน้องชายกำลังจะถูกขายด้วยฝีมือมารดาเลี้ยงภรรยาคนใหม่ของบิดา เมื่อข้ากับน้องอยู่ ดี ๆ ไม่ได้ก็อย่าสุขสบายกันเลย

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1 ข้ายังไม่ตาย 1/2

บทนำ

          เมื่อนักเคมีช้ำรัก ถูกคนรักนอกใจได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูใหญ่มู่ที่บิดาโง่เขลา ถูกเมียน้อยเป่าหูบอกว่านางสมควรตายตามมารดาและอาศัยจังหวะที่บิดาไม่อยู่จัดการนาง ที่กำลังไว้ทุกข์ให้ท่านแม่ด้วยการวางยานางให้ตาย

          มู่อันเฟิงขยับตัวก็รู้สึกอึดอัดและอ่อนแรงพร้อมกับความทรงจำในชาติภพนี้ที่นางได้เกิดใหม่ นอกจากนี้นางยังสามารถหยั่งรู้ล่วงหน้าได้ถึงสามปี ทำให้นางรู้ว่าตอนนี้มารดาที่ตายแล้ว

ไม่สามารถเรียกคืนชีวิตได้อีกต่อไป เพราะร่างมารดาถูกฝั่งกลบไปแล้ว ต่อให้มียาย้อนกลับก็ไม่อาจคืนชีวิตมารดาได้ ภายในใจรู้สึก

คับแค้น

          แต่ทว่ายามนี้น้องชายฝาแฝดทั้งสองที่โดนใส่ร้ายว่าเป็นกาลกินีดวงกินบิดากำลังจะถูกขายออกไป ด้วยฝีมือของนางอนุชั่ว

ที่บิดายกขึ้นมาดูแลจวนในตำแหน่งฮูหยินใหญ่แทนที่มารดาของนางอย่าง ‘ซ่งหลิน’ ที่ร่วมมือกับนักพรตชั่วหากินกับความเป็นความตายของผู้อื่น

          ‘ไม่ได้การ ข้าต้องออกไปจัดการคนชั่วช่วยน้องชายฝาแฝดอย่างมู่อันหลิงกับมู่อันหลาง น้องชายที่น่ารักทั้งสองของนาง’

          แค่คิดจะออกจากโรงศพพลันก็เกิดแสงวาบเข้ามาที่ร่างกายของนาง ทำให้รู้สึกอุ่นไปทั่วร่างความเจ็บปวดในร่างกายเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ แล้วก็เห็นห้วงมิติที่ไร้ขอบเขตปรากฏขึ้นทั้งยังมีอุปกรณ์ที่นางต้องการมากมายผุดขึ้นมาตามสิ่งที่นางคิด

          “ตัวช่วยของข้าหรือ!”

..........................................................................................................................................................................................................................

ณ ห้องศาลาเล็ก ๆ ท่ามกลางสวนหย่อมอันเงียบสงบ แสงอาทิตย์อ่อนยามบ่ายสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้ไผ่สาน ส่งให้เห็นฝุ่นละอองเล็ก ๆ ลอยละล่องในอากาศ กลิ่นหอมอ่อนของดอกเหมยและใบชาแทรกซึมผสมกับกลิ่นไม้สน ที่ลอยคละคลุ้งอยู่รอบศาลา ตรงกลางห้องตั้งอยู่คือโลงศพไม้สนสีเข้มมันวาว ประดับด้วยลวดลายแกะสลักอันละเอียดลออและงดงาม แม้จะประณีตบรรจงทำแค่ไหน แต่เมื่อเทียบกับฐานะคุณหนูใหญ่แห่งจวนเสนาบดีกลาโหมแล้วมิอาจจะปลงใจยอมรับได้ เนื่องจากฐานะระดับนี้โลงศพควรทำจากไม้สักทองเป็นอย่างน้อย

          แม้ฮูหยินใหญ่คนใหม่อย่างซ่งหลินจะอ้างว่าฉุกละหุกเพียงใด แต่ก็ไม่ควรดูหมิ่นคุณหนูใหญ่ที่มารดามีตำแหน่งเป็นถึงท่านหญิง ทำให้ฮั่วซือซือสาวใช้ที่แสนซื่อสัตย์ต่ออดีตนายหญิงใหญ่ร้องไห้ตัวโยนอยู่ข้างโลงศพไม้สน ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจแทน

ผู้เป็นนาย

          ภายในโลงศพที่บุด้วยผ้าเก่าที่ฮั่วซือซือจะหาได้ มีร่างคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่บรรจงนอนนิ่งสงบ ใบหน้าที่เริ่มเป็นสาวงามสง่าเหมือนผู้เป็นมารดาทุกกระเบียด เครื่องประดับทองคำบริสุทธิ์ในหีบของนายหญิงใหญ่ที่นางทำช่องซ่อนเร้นเอาไว้ ถูกนำมาสวมใส่ในร่างกายที่ยังอุ่นของคุณหนู ที่คล้ายยังมีชีวิตแต่เพียงหลับไปเท่านั้น

          ชุดผ้าไหมปักลวดลายละเอียดเป็นรูปดอกเหมยวางไว้เพื่อห่มทับ ก่อนฮั่วซือซือจะสวมใส่ชุดสีสันสดใสของคุณหนูให้เรียบร้อยนางมองหน้าคุณหนูใหญ่ด้วยความอาลัยอีกราวหนึ่งเค่อ[1] แล้วสั่งให้บ่าวรับใช้ปิดฝาโลงเสียอย่างหักใจ

          รอบ ๆ โลงศพมีเครื่องบูชาที่จัดไว้อย่างเรียบร้อย ทั้งผลไม้ ธูปเทียนและดอกไม้หอมที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้ แต่ในตระกูลมู่ไม่ว่าสาวใช้หรือบ่าวชายไม่ได้รับอนุญาตให้สวมชุดไว้ทุกข์สักคน นั่นก็เป็นคำสั่งของนายหญิงคนใหม่อีกด้วย ซ่งหลินที่เพิ่งตั้งครรภ์ได้สามเดือนอ้างสารพัดหากประสบกับเรื่องโศกเศร้า จะกระเทือนถึงคุณชายน้อยในครรภ์ของนาง

          แม้แต่คุณชายน้อยน้องชายของคุณหนูใหญ่ทั้งสอง

คือคุณชายมู่อันหลิงและมู่อันหลางก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้มาเคารพศพพี่สาว จนฮั่วซือซือเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ

          “คุณหนูคุ้มครองคุณชายทั้งสองด้วยนะเจ้าคะ” เสียง

คร่ำครวญของนางกระซิบแผ่วเบาดังก้องอยู่ในบรรยากาศ ราวกับไม่อยากรบกวนดวงวิญญาณของคุณหนูใหญ่ ที่ต้องเสียมารดาอย่างกะทันหันไม่พอ ตัวเองยังต้องตายด้วยยาพิษที่จับมือใครดมไม่ได้

          แสงเทียนที่ลุกโซนอยู่ในกลางห้องทำให้เงาโลงศพทาบทับไปบนพื้นและผนังห้อง สร้างบรรยากาศที่ทั้งเศร้าโศกและขรึมขลัง เสียงลมพัดผ่านใบไม้สร้างเสียงซู่ซ่าแผ่วเบา ประหนึ่งบทเพลงแห่งการลาจาก โลกภายนอกยังคงหมุนไป แต่ที่นี่ในศาลาเล็ก ๆ นี้

เวลาเหมือนจะหยุดนิ่ง เพื่อให้สาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ได้รำลึกถึงคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่เป็นครั้งสุดท้าย จนกระทั่งเกิดเสียงดังสนั่นลั่นภายในโลงศพ

          ปัง ปัง ปัง!!!

          เสียงโลงศพที่ดังลั่นจนทำให้คนที่อยู่เพียงลำพังสะดุ้ง พร้อมกับแสงเทียนที่จุดเอาไว้ดับพรึบทันที ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทะมึน ลมพัดกระหน่ำพาเม็ดฝนตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย เสียงฟ้าคำรามดังก้องสะท้านไปทั่วบริเวณ สร้างบรรยากาศ

ที่เคร่งเครียดและน่าหวาดหวั่นในศาลาตั้งศพ ท่ามกลางสวนหย่อมในเรือนตระกูลมู่ที่เคยเงียบสงบ บัดนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวายของลมพายุและเสียงบ่าวรับใช้ที่เพิ่งเดินห่างออกไปไม่นาน บรรยากาศเช่นนี้คลับคล้ายกับกำลังเกิดอาเพศใหญ่

          เสียงในโลงศพไม้สนที่บรรจุร่างคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่

ซึ่งเคยวางอยู่ตรงกลางศาลาอย่างสงบ ถูกลมแรงพัดปะทะจนฝาโลงปลิวกระจายออกไป พร้อมกับรอยแยกตามแนวแผ่นไม้ไปคนละทิศ

ละทาง

          ร่างที่เคยนอนแน่นิ่งบนศาลาบัดนี้คล้ายกับกำลังขยับได้ ทำให้คนที่กำลังวิ่งมาหลบฝนมองมาอย่างตะลึง พลันเกิดความหวาดกลัวขึ้นจนมีเสียงกรีดร้อง

          “กรี๊ด...ผะ...ผี...ผีคุณหนูใหญ่!!!” เหล่าสาวใช้บ่าวชายวิ่งกันอุดตะหลุดออกไป ยกเว้นก็แต่ ‘ฮั่วซือซือ’ สาวใช้ของอดีตฮูหยิน

          “คุณหนูใหญ่ คุณหนู...คุณหนูยังไม่ตาย คุณหนูยังไม่ตาย”ฮั่วซือซือดีใจแทบเสียสติ นางยกมือหยิกแขนตัวเองหนึ่งทีและเมื่อรู้สึกเจ็บทำให้รู้ว่านี่ไม่ได้ฝันไป พลันท้องฟ้าที่พิโรธเมื่อครู่กลับมาสงบ ฟ้าสว่างสดใสไร้เมฆหมอกดำทันที

[1] 1 เค่อ ราว 15 นาที

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
100 فصول
บทที่ 1 ข้ายังไม่ตาย 1/2
บทนำ เมื่อนักเคมีช้ำรัก ถูกคนรักนอกใจได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูใหญ่มู่ที่บิดาโง่เขลา ถูกเมียน้อยเป่าหูบอกว่านางสมควรตายตามมารดาและอาศัยจังหวะที่บิดาไม่อยู่จัดการนาง ที่กำลังไว้ทุกข์ให้ท่านแม่ด้วยการวางยานางให้ตาย มู่อันเฟิงขยับตัวก็รู้สึกอึดอัดและอ่อนแรงพร้อมกับความทรงจำในชาติภพนี้ที่นางได้เกิดใหม่ นอกจากนี้นางยังสามารถหยั่งรู้ล่วงหน้าได้ถึงสามปี ทำให้นางรู้ว่าตอนนี้มารดาที่ตายแล้ว ไม่สามารถเรียกคืนชีวิตได้อีกต่อไป เพราะร่างมารดาถูกฝั่งกลบไปแล้ว ต่อให้มียาย้อนกลับก็ไม่อาจคืนชีวิตมารดาได้ ภายในใจรู้สึก คับแค้น แต่ทว่ายามนี้น้องชายฝาแฝดทั้งสองที่โดนใส่ร้ายว่าเป็นกาลกินีดวงกินบิดากำลังจะถูกขายออกไป ด้วยฝีมือของนางอนุชั่ว ที่บิดายกขึ้นมาดูแลจวนในตำแหน่งฮูหยินใหญ่แทนที่มารดาของนางอย่าง ‘ซ่งหลิน’ ที่ร่วมมือกับนักพรตชั่วหากินกับความเป็นความตายของผู้อื่น ‘ไม่ได้การ ข้าต้องออกไปจัดการคนชั่วช่วยน้องชายฝาแฝดอย่างมู่อันหลิงกับมู่อันหลาง น้องชายที่น่ารักทั้งสองของนาง’ แค่คิดจะออกจากโรงศพพลันก็เกิดแสงวาบเข้ามาที่ร่างกายของนาง ทำให้รู้สึกอุ
اقرأ المزيد
บทที่ 1 ข้ายังไม่ตาย 2/2
“ฮั่วซือซือ” เสียงแหบเพราะขาดน้ำเปล่งออกมา มู่อันเฟิงหลับตาอีกครั้งก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ดวงตาของนางส่องประกายกระจ่างใสแวววาว สื่อถึงชีวิตที่กลับคืนมา นางพยายามยกมือขึ้นจับขอบโลงศพ ขณะที่ร่างกายของนางยังคงอ่อนแรงและสั่นสะเทิ้ม ฮั่วซือซือรีบรุดเข้ามาช่วยพยุงนางจากโลงศพ มือของสาวใช้ประคองอย่างนุ่มนวลแต่มั่นคง ใบหน้าของนางเปื้อนไปด้วยน้ำตาแห่งความยินดีและโล่งใจ “คุณหนู! คุณหนูใหญ่! ท่านฟื้นขึ้นมาแล้วจริง ๆ ! ข้าไม่ได้ฝันไป” ฮั่วซือซือร้องด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความตื้นตัน น้ำตาของนางไหลรินเป็นสาย เมื่อออกจากโรงศพมาได้ มู่อันเฟิงหอบหายใจหนัก ๆ สูดอากาศเข้าลึกเต็มปอด เหมือนคนที่เพิ่งผ่านการต่อสู้อันยาวนานมา นางมองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความงุนงงและสับสน ใบหน้าของนางชุ่มไปด้วยน้ำฝนที่ตกมาเมื่อครู่อย่างบ้าคลั่ง และชะงักหยุดราวกับโดนพัดขององค์หญิงพัดเหล็กโบกทีเดียวตามตำนานของไซอิ๋ว ฮั่วซือซือหยิบผ้าเช็ดหน้าเช็ดให้คุณหนูใหญ่ จนทำให้นางรู้สึกดีขึ้น “ข้าอยู่ที่ไหน...เกิดอะไรขึ้น” มู่อันเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงเบาและแหบแห้ง นางรับรู้เรื่อ
اقرأ المزيد
บทที่ 2 ใครกล้าทำร้ายน้องชายข้า 1/2
เดินมาด้วยกันสักครู่ฮั่วซือซือที่เดินเม้มริมฝีปากมาตลอดทางนึกอยากจะขอร้องคุณหนูบางเรื่อง จึงเอ่ยปากขึ้นทันทีทันใด “คุณหนูเจ้าคะ...ข้าไม่อยากให้คุณหนูอยู่ที่นี่แล้วเจ้าค่ะ นายหญิงคนใหม่ร้ายกาจนัก” ฮั่วซือซือกังวลเพียงแต่เด็ก ๆ อยากให้คุณหนูพาน้องชายทั้งสองออกไปอยู่ข้างนอก นายท่านหูเบาเกินไป ช่วงหลังจากรับซ่งหลินเข้ามาในจวน นายหญิงของนางมักโดนกลั่นแกล้งไม่พอ ยังโดนนายท่านทำโทษในเรื่องที่ไม่ได้ทำความผิดอยู่เป็นประจำ หากเป็นไปได้มิสู้ออกไปอยู่ข้างนอกจะปลอดภัยกว่า มู่อันเฟิงหยุดแล้วหันมายิ้มให้กับฮั่วซือซือ หากนับอายุตอนที่นางจากมาก็คงเป็นรุ่นราวคราวเดียวกัน ดังนั้นนางจึงเรียกเพียงชื่อเท่านั้น “ฮั่วซือซือ เจ้าวางใจเถอะ ข้าไม่อยู่แน่จวนนี้ แต่ก่อนไป ข้าต้องจัดการนางปีศาจจิ้งจอกผู้นั้นก่อน” เดิมตั้งใจช่วยน้องชายแล้วก็ไป แต่ไหน ๆ นักเคมีตัวฉกาจในปีสองพันยี่สิบสี่จากเมืองไทยอย่างนาง จะน้อยกว่านี้ได้ยังไง “เช่นนั้นข้าจะไปขนสมบัติของฮูหยินเจ้าค่ะ ก่อนตาย ฮูหยินได้ให้ข้านำสมบัติออกไปเปลี่ยนเป็นตั๋วแลกเงิน กับเก็บเครื่องทองที่หายากเอาไว้ ก่อนที่ค
اقرأ المزيد
บทที่ 2 ใครกล้าทำร้ายน้องชายข้า 2/2
“เชิญขอรับคุณชาย” บ่าวรับใช้ไม่กล้าทำรุนแรงกับเจ้านาย ได้แต่ทำตามคำสั่ง แต่ทว่าเมื่อเห็นว่าคุณชายสามวิ่งออกไปด้านนอก พวกเขาก็ตกอกตกใจแล้ว “จับเร็ว...จับคุณชายไว้” บ่าวชายอีกคนตะโกนเรียกเพื่อนให้จับคุณชายน้อยสาม แต่ทว่าคุณชายน้อยสามวิ่งหลบหลีกแล้วไปชนเข้ากับซุนหนี่ว์ที่ยืนรออยู่ด้านนอก ปั่ก! ร่างอ้วนป้อมตัวเล็กขาสั้นวิ่งชนเข้ากับร่างอ้วน ๆ ของซุนหนี่ว์จนหงายท้องตึง ว้าย!!! เสียงกรีดร้องของซุนหนี่ว์ทำให้เรือนบ่าวรับใช้โกลาหล ยิ่งนัก เพราะนางลุกขึ้นไม่ไหว ทั้งยังล้มก้นจ้ำเบ้าจนต้องให้สาวใช้ถึงห้าคนช่วยกันยก แต่กลับโดนนางเหวี่ยงออกอย่างไม่ได้ดั่งใจ แล้วนางก็ล้มลงไปอีก อะ...โอ๊ย!!! เสียงโอดโอยของซุนหนี่ว์ ทำให้สาวใช้กับบ่าวชายที่รอฟังคำสั่งไม่กล้าขยับ ส่งผลให้คุณชายน้อยสามวิ่งหายไปแล้ว จนทำให้ซุนหนี่ว์ที่เมื่อลืมตาแล้วก็จัดการด่ากราดทันที “เจ้าพวกโง่ ยืนทำบื้ออะไรอยู่ ยังไม่รีบไปตามอีก จะให้แม่เล้ารอหรืออย่างไร ไป...ไปตามจับมาให้ได้” ซุนหนี่ว์พูดจบก็ครวญครางออกมาอีกหนึ่งคำ “โอ๊ย...เจ็บเป็นบ้า” เพรา
اقرأ المزيد
บทที่ 3 ใครกันแน่ปีศาจ 1/2
ซุนหนี่ว์สาวใช้อ้วนตัวร้ายกำลังลากมู่อันหลิงไปที่ลานหน้าบ้านด้วยความเร่งรีบและไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความโกรธและต้องการ ที่จะกำจัดคุณชายเย่อหยิ่งอวดนี้คนนี้ออกไปจากจวนตระกูลมู่ ทันใดนั้นเองเสียงลมพัดแรงบวกกับเสียงที่คุ้นเคยทำให้นางหันไปมองข้างหลัง เมื่อสายตาประสบกับภาพที่ไม่คาดฝัน ‘คุณหนูใหญ่มู่!’ ซึ่งทุกคนเชื่อว่าเสียชีวิตไปแล้ว กำลังยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของนางเบิกกว้าง มืออวบอ้วนที่จับแขนมู่อันหลิงสั่นระริก ใบหน้าที่เคยดุดันกลับซีดเผือดในที ปากของนางอ้าค้างอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง “ผีหลอกกลางวันหรือ!” เสียงพึมพำของนางไม่ทำให้คนที่เดินเข้ามาหยุดนิ่ง เบื้องหลังสตรีวัยสิบสองหนาวนั้นยังมีฮั่วซือซือกับเจ้าเด็กตัวร้ายที่ชนนางก้นจ้ำเบ้า มู่อันเฟิงยืนอยู่ในความสงบ ผิวพรรณของนางที่เคยซีดเซียวดังคนตายกลับมาเปล่งประกายเหมือนเดิม ดวงตาคมจ้องมองซุนหนี่ว์ด้วยสายตาที่เยือกเย็น ราวกับว่านางกลับมาจากความตายเพื่อตัดสินความผิดของซุนหนี่ว์ “เป็นไปได้อย่างไรที่คนตายแล้วจะฟื้น” สาวใช้อวดดี ตัวแข็งทื่อ หัวใจของนางเต้นแรงสับสน พยายามพูดออกมาอีกส
اقرأ المزيد
บทที่ 3 ใครกันแน่ปีศาจ 2/2
แต่ความใจกล้าของนางมีเหลือล้น ซุนหนี่ว์ตัดสินใจพลิกตัวลุกขึ้นวิ่งออกจากลานหน้าเรือนบ่าวด้วยความรวดเร็ว เพื่อไปยังเรือนฮูหยินใหญ่หวังจะหาความช่วยเหลือและปกป้องจากโทษทัณฑ์ที่นางควรได้รับ แต่ทว่า... “ปั่ก!” ก้อนหินก้อนหนึ่งปาเข้าไปที่หัวนางบ่าวแก่อ้วน ผู้นั้นได้อย่างแม่นยำราวกับจับวาง ส่งผลให้นางร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด “โอ๊ย!” มู่อันหลางโกรธที่เห็นพี่ชายถูกทำร้าย จึงหยิบก้อนหินหลังจากกินซาลาเปาเสร็จพลันมีแรงอย่างประหลาด แล้วปาใส่หัวซุนหนี่ว์สาวใช้ของนางปีศาจร้าย “ข้าจะฟ้องฮูหยิน” แม้นางจะตะโกนกลับมาด้วยความเคียดแค้น แต่ทว่าฝีเท้ากลับสับอย่างรวดเร็ว วิ่งไวยิ่งกว่าเดิมราวกับกลัวว่าจะตายคาลานหน้าเรือนบ่าวเสียก่อน มู่อันหลิงสีหน้าเริ่มเป็นกังวลอีกครั้ง หากสตรีผู้นั้นจัดการพวกเขาอีกเล่า คราวนี้พวกเขาจะตายหรือไม่ มู่อันเฟิงไม่ได้หวาดกลัวสักนิด นางมองตามซุนหนี่ว์ที่หนีไปด้วยสายตาเรียบเฉย พร้อมกับการรอคอยการมาถึงของฮูหยิน คนใหม่ นางหันมามองน้องชายคนรองที่ยืนอยู่พร้อมกับซาลาเปาครึ่งลูกในมือ สีหน้าของเขาทำให้นางอ่านทะลุปรุโปร่ง “ไม่ต้อ
اقرأ المزيد
บทที่ 4 ระเบิดเถิดเทิง 1/2
เสียงระเบิดดังลั่นทำให้กลุ่มสาวใช้และฮูหยินตกใจ กระสอบถ่านที่เรียงเอาไว้อย่างเป็นระเบียบใกล้ทางเดินเข้าไปในห้องครัว ถูกแรงระเบิดทำให้ถ่านไม้แหลกละเอียดเป็นผุยผง แรงระเบิดทำให้มันฟุ้งกระจายไปทั่ว ฮูหยินใหญ่และสาวใช้ที่อยู่ ใกล้ ๆ ถูกเขม่าถ่านพุ่งใส่ จนใบหน้าและเสื้อผ้าเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปหมด ร่างที่เคยสง่างามแต่งตัวด้วยผ้าไหมราคาแพงจากทางเหนือไม่เหลือเค้าลางความสวยงามอีกต่อไป ดวงหน้าของซ่งหลินถูกเคลือบทาไปด้วยคราบดำจากเขม่าถ่าน เส้นผมที่เคยม้วนมวยขึ้นเกล้าปักปิ่น บัดนี้ชี้ฟูเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบ มู่อันเฟิงมองเหล่าสาวใช้กับฮูหยินคนใหม่ที่มีสภาพ ไม่ต่างกัน พวกนางถูกเขม่าถ่านเปื้อนจนมองไม่ออกว่าใครเป็นใคร แต่ละคนมีสภาพที่ทำให้ดูตลกขบขันมากกว่าน่ากลัว นางและน้องชายฝาแฝดที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลถึงกับระเบิดหัวเราะ จนท้องแข็ง โดยเฉพาะมู่อันหลางน้องเล็กจับท้องตัวเองพลางชี้ไปที่ฮูหยินใหญ่ “นั่นดูสิมู่อันหลิง ฮูหยินใหญ่กลายเป็นผีถ่านไปแล้ว!” มู่อันหลิงปกติมีทางทีเรียบเฉย น้อยครั้งนักจะแสดงท่าทีหัวเราะขบขัน แต่ครั้งนี้อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เสียงหั
اقرأ المزيد
บทที่ 4 ระเบิดเถิดเทิง 2/2
มู่อันเฟิงเดิมเป็นคนใฝ่เรียนอย่างมาก มีอะไรใหม่ในหนังสือไม่ว่าตำราเกี่ยวกับอะไรก็อ่านไปเสียหมด และนั่นอยู่ในความทรงจำของนางอีกด้วย เพราะเพิ่งออกกฎเมื่อสามปีก่อน แต่ที่ซ่งหลินพูดลูกไม้นี้ออกมาคงคิดว่าทรัพย์สินที่นางอยากครอบครองจะเหลือถึงนางกับลูกงั้นสิ ‘เชิญฝันกลางวันยามบ่ายแก่ ๆ นี่ไปเถอะ’ “แยกบ้านก็ต้องแบ่งสมบัติ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่” มู่อันเฟิงยิ้มเยาะทันที แบ่งรึจะให้แบ่งอะไรอีก ในเมื่อสมบัติท่านแม่นางเก็บมาหมดแล้ว รวบเข้าห้วงมิติไปเรียบร้อย “ข้าย่อมไม่อยากได้สมบัตินอกกาย เพียงแค่อยากตัดขาดจากบิดาชั่วช้า หูหนวกตาบอดเช่นมู่เสวียน เจ้าคิดว่าเจ้าจะลงนาม ดีหรือไม่ หรือรอให้ข้าเข้าไปหาญาติฝ่ายมารดาดี” แน่นอนว่าหากเป็นญาติฝ่ายมารดา ย่อมต้องเกี่ยวข้องคนที่เป็นใหญ่ในแผ่นดิน แม้ไม่ใช่หลานสายตรงแต่ก็มีเชื้อสายของราชวงศ์ชั้นปลายแถว และเมื่อราชวงศ์โดนรังแกฝ่าบาทจะนั่งนิ่งเฉยได้อย่างไร ซ่งหลินโง่เขลา เจอลูกไม้ของเด็กสิบสองหนาวก็ลนลานรีบลงนามทันที จากนั้นก็ส่งหนังสือให้ “เจ้าพูดเองนะว่าจะไม่แบ่งสมบัติ” ซ่งหลินย้ำอีกครั้ง
اقرأ المزيد
บทที่ 5 หาที่อยู่ใหม่ 1/2
เมื่อออกจากบ้านตระกูลมู่ ทั้งสามคนพี่น้องก็มุ่งสู่ถนนสายหลัก ที่ถูกปูด้วยหินเป็นทางยาวอย่างประณีต แสงแดดยามบ่ายคล้อยส่องมาเป็นลำ ๆ เกิดเป็นเงาของต้นไม้ ทำให้คนที่เดินอยู่ไม่ร้อนมากนัก ทั้งหมดเดินตามมู่อันเฟิงไปอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้ปริปาก อันใด เพียงแต่มู่อันเฟิงมองทิวทัศน์แปลกตารอบข้างอย่างเพลิดเพลิน โดยสิ่งปลูกสร้างแคว้นฉินนั้นวิจิตรบรรจงมาก หลังคาเป็นเอกลักษณ์แบบจีนโบราณ มีการยกปลายขึ้นและประดับด้วยลวดลายต่าง ๆ ผนังทำจากอิฐเผาสีอ่อน ดูเรียบง่ายแต่งดงาม และที่ขาดไม่ได้คือโคมไฟสีแดงที่ประดับแขวนอยู่ตามหน้าต่างบ้านเรือนเพิ่มความอบอุ่นให้กับบรรยากาศเมือง “พี่ใหญ่พวกเราจะไปไหน” มู่อันหลิงถามอย่างรู้สึกกังวล ตอนนี้พวกเราไม่มีบ้านแล้ว จะกลับไปก็คงตายสถานเดียว มีแต่ต้องเดินหน้า “ไปที่ว่าการก่อนประทับตราแล้วจากนั้นไปหาบ้านอยู่กัน” มู่อันเฟิงบอกกับน้องชายทั้งสอง ทำให้เห็นประกายสุกใสเกิดขึ้น ในดวงตาของเด็กทั้งสอง “แต่ว่าพวกเรายังเด็ก” “มีฮั่วซือซือก็ไม่ใช่เด็กอย่างเดียวแล้ว” แน่นอนว่ามู่อันเฟิงตรึกตรองมาดีแล้วว่า หากไปขอประทับตราแยกบ้านย่อมเป
اقرأ المزيد
บทที่ 5 หาที่อยู่ใหม่ 2/2
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ยามนี้เราต้องสร้างรากฐานก่อนและต้องหาคนที่พึ่งพิงได้” “พูดถึงคนที่พึ่งพิงได้ น่าเสียใจนักที่ท่านอ๋องสิ้นใจไปเสียแล้ว ส่วนท่านยายของคุณหนูก็จากไปแล้วเช่นกัน ไม่เช่นนั้นคงไปพึ่งพิงได้” เพราะคุณหนูเป็นที่โปรดปรานของท่านอ๋อง ทำให้เกิดความริษยาในหมู่พี่น้อง เมื่อท่านอ๋องเสียชีวิตไปแล้วญาติพี่น้อง คนอื่นก็ตัดขาดคุณหนูจนสิ้น และเป็นสาเหตุที่ต่อให้นายท่านจะรังแกฮูหยินเพียงใด ฮูหยินก็จำใจอดทนเพราะไร้ที่พึ่งแล้ว “ข้าย่อมมีคนที่พึ่งพิงได้แน่นอนเชื่อข้าเถอะ” นางมีวิธีดึงดูดให้คนสนใจนางได้แน่นอน และเรื่องนั้นไม่ต้องเป็นกังวลไป เมื่อรถม้าแล่นมาจอดที่หน้าบ้านของนาง สภาพบ้านยังสมบูรณ์แข็งแรงนัก เมื่อจ่ายค่ารถม้าแล้วทั้งสี่คนยืนมองบ้านที่หลังขนาดปานกลางอยู่ได้สบาย พวกเขาไม่ได้ลำบากนักเพราะที่ประสบมาก็ลำบากไม่น้อย มู่อันเฟิงตัดสินใจผลักประตูเข้าไป ด้านในมีฝุ่นเกาะเล็กน้อยเมื่อเดินเข้าไปยังตัวบ้าน บ้านสวนที่มีสระน้ำเล็กตรงกลาง มีปลาแหวกว่ายอยู่สองสามตัว มู่อันเฟิงล้วงเข้าไปในเสื้อหยิบอาหารปลาหว่านลงไป เมื่อทุกคนไปสำรวจด้านใน ห้องท
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status