All Chapters of ทะลุมิติมางัดข้อกับบิดา: Chapter 61 - Chapter 70

100 Chapters

บทที่ 31 บะหมี่ทำให้คนตาย 1/2

วันเปิดร้านมีคนมารอหน้าร้านมากมาย บ้างเป็นคนจากตำบลที่เป็นลูกค้าเก่าอยากมาอุดหนุน เนื่องจากวันแรกได้ราคาพิเศษ คือจะได้ราคาบะหมี่ในชามละแปดอีแปะ ย่อมดึงดูดคนได้มาก เพราะราคาที่นางขายในเมืองหลวงถือว่าเหมาะสม ยิ่งลดราคายิ่งทำให้น่าดึงดูด อันเฟิงตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาก็เข้ามาในเมืองหลายรอบ แต่ละรอบเขามองผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่เนืองแน่น แต่ละคนล้วนมีงานทำและมีเงินใช้ ดังนั้นราคาบะหมี่แค่สิบอีแปะถือว่าไม่มากนัก เหมือนกินข้าวทั่วไปหนึ่งมื้อ และยิ่งเครื่องในชามที่ใส่แทบล้นกับน้ำซุปใส ที่เทลงบนเส้นที่ราดด้วยน้ำซอสพิเศษบางอย่าง จนเกิดเป็นสีแดง อมชมพูสร้างความตื่นตาให้กับคนที่มากินครั้งแรก “นี่อร่อยมากแปลกใหม่ไม่เหมือนใครข้าชอบยิ่ง เอาอีกชาม” คนที่กินชามแรกรู้สึกว่ายังไม่จุใจพอจึงสั่งอีก แล้วก็สั่งอีกชามเขากินถึงสามชามจึงอิ่มเต็มท้อง ยัดลงไปไม่ไหวอีกแล้ว หลังจากเห็นลูกค้าผู้นั้นกินถึงสามชาม คนถัดมาก็สั่งคนละสองชาม บางคนเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ใช้แรงงานยกของแบกของแถวท่าเรือ จึงมากินสองชามก่อนจะกลับไปทำงานต่อ อันเฟิงคิดว่าถ้าหาน้ำหวานมาให้เหล่าลูกค้าดื่มเพิ่มความสดชื่นด้วยจ
Read more

บทที่ 31 บะหมี่ทำให้คนตาย 2/2

วั่งจั๋วเฉินเข้าไปตรวจชีพจรของคนที่ฟุบสลบลงไป พบว่าชีพจรอ่อนมาก ประจวบเหมาะกับหมอหลวงมาทันที ทำให้รีบมาตรวจคนป่วย แต่กลับเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง “ท่านหมอตรวจข้าก่อน ข้าได้รับพิษหรือไม่ ข้าไม่อยากตาย” “ข้าก่อน” “ข้าก่อน” เมื่อเริ่มคนแรกความวุ่นวายก็กลับมาอีกครั้ง จากนั้นก็ได้ยินเสียงตวาดจากวั่งจั๋วเฉินอีกครั้ง “ผู้ใดก่อความวุ่นวายจะถือว่ามีความผิด” เสียงทั้งร้าน จึงเงียบสงบหลังสิ้นสุดคำพูดพี่วั่งคนของจวนว่าการมาถึงที่เกิดเหตุแทบจะทันที เพราะมีทหารอยู่แทบทุกหัวถนนเพื่อควบคุมความสงบ จากเดิมที่คิดจะจับเจ้าของร้าน แต่เนื่องจากเป็นบะหมี่ราชวงศ์ แน่นอนว่ามีผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินเกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงทำได้เพียงแค่มาควบคุมสถานการณ์ “องครักษ์วั่ง” คนของจวนว่าการยืนมือที่มีกระบี่ประจำกายออกไปคารวะ “ท่านคือคนของจวนว่าการใช่หรือไม่ เช่นนั้นรบกวนสอบสวนทุกคนที่เกี่ยวข้องด้วย ข้ารู้สึกว่านี่เป็นการวางแผนใส่ร้ายราชวงศ์” คำว่าวางแผนใส่ร้ายราชวงศ์ดังขึ้น คนทั้งหมดที่อยู่ในร้านลือหึ่งไปเช่นกัน เพราะหากก่อนหน้านี้จะมีพิษ
Read more

บทที่ 32 ผู้ต้องสงสัย 1/2

ชาวบ้านหมู่บ้านชายเขารู้ว่าเหล่าเด็ก ๆ เกิดปัญหาเพราะถูกคนอื่นรังแกจึงพากันมาทั้งหมู่บ้าน เดิมผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านอยากมาดูความสำเร็จของร้านบะหมี่แซ่เจิง ที่ทำให้พวกเขามีกิน มีใช้ และเพราะมีคนมากเกวียนไม่พอนั่ง จึงพากันเดินเท้าเข้ามา ในตัวเมือง ครั้นได้ยินว่าร้านบะหมี่เกิดเรื่องมีคนให้ร้าย บอกว่ากินบะหมี่ร้านนี้แล้วมีคนตาย ชาวบ้านโกรธแค้นนัก พวกเขากินกันมาไม่รู้เท่าไหร่ไม่เห็นจะตาย ยังเดินได้หายใจคล่องดี ใครบังอาจมา ทำให้ร้านของเจ้าหนูน้อยบ้านเจิงต้องเสื่อมเสีย พวกเขาไม่ปล่อยเอาไว้แน่ กลุ่มคนกว่าห้าสิบคนเดินเข้ามาถึงร้านบะหมี่ พร้อมตะโกนลั่น “อาเฟิงผู้ใดรังแกเจ้า ข้าจะจัดการเอง” “ใช่ พวกเรามาแล้วเจ้าไม่ต้องห่วง” สตรีผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น นางขายผักให้อาเฟิงทุกวัน บ้านนางกินดีอยู่ดีก็เพราะอาเฟิง ใครมาทำร้ายพวกเราจะสู้ตาย อาเฟิงที่เห็นหน้าร้านเป็นเหล่าพี่ป้าน้าอาจากหมู่บ้าน ชายเขา พลันในใจก็รู้สึกอบอุ่น อย่างน้อยพวกเขาก็ยังเห็นนางเป็นลูกเป็นหลาน เมื่อมีเรื่องก็พร้อมเคียงข้าง “ท่านป้า พวกเรากำลังตรวจสอบเจ้าค่ะ” อันเฟิงกล่าวให้พวกเข
Read more

บทที่ 32 ผู้ต้องสงสัย 2/2

“อย่ากังวลใจไป พี่สาวเจ้าคิดว่าพี่วั่งของพวกเจ้าจัดการได้ พวกเราคอยฟังผลเถอะ” นางถอนหายใจ ห่วงก็แต่ชาวบ้านเพราะนางมีตำลึงเยอะแล้ว หากให้นอนใช้เงินอยู่บ้านก็นับว่าร่ำรวยสุขสบายดี แต่จะไม่หาเพิ่มก็ไม่ใช่นาง อีกอย่างนางคือความหวังของทุกคนในหมู่บ้าน ร้านบะหมี่แซ่เจิงปิดทำการห้าวัน เพื่อจัดการสืบหาตัวคนร้าย ที่จริงพี่สาวของพวกเขาอยากเปิด แต่พี่วั่งบอกว่ายังจับตัวคนร้ายไม่ได้ ให้หยุดร้านไปก่อนจะปลอดภัยกว่า ระหว่างนี้นางจ่ายเงินซื้อรถม้าให้พี่วั่งไปสองร้อยตำลึง เอารถม้าคันใหญ่พร้อม หาคนขับให้ด้วย ทุกคนจึงถือว่าได้พักผ่อนอยู่บ้าน “หวังเฮ่อ มารดาเจ้าเล่า” อันหลางมาหาสหายถึงบ้าน ตั้งใจคารวะป้าหวังสักหน่อย แต่หวังเฮ่อที่ใบหน้าเบื่อโลกเล็ก ๆ เดินออกมาพร้อมกับบ่นให้ฟัง “ท่านลุงเจ้าเอาแต่ใจ ท่านแม่ข้านอนไม่ตื่น” “ไม่ตื่น?” อันหลางยังไม่เข้าใจอยู่ดี จนเมื่อ...ท่านลุงเดินจากห้องป้าหวังออกมา จนมองหน้าสหายอีกครั้ง และได้รับการพยักหน้า “ใช่ ข้าถูกแย่งมารดาไปกอดแล้ว” “ชิ...เจ้ากอดมาหลายปีสมควรให้ข้าได้กอดบ้าง” เจิงซุ่นซีมีความสุขในรอ
Read more

บทที่ 33 ฮูหยินมู่ถูกจับ 1/2

ผ่านมาวันที่สามแล้ว แต่ทว่าคนร้ายยังไม่รับสารภาพ ทั้งที่โดนทรมานอย่างหนัก คนที่ถูกพิษสามคนล้วนเสียชีวิตหมด จึงไม่อาจสอบสวนได้ว่าไปพบผู้ใดมาก่อนที่จะมาร้านบะหมี่หรือไม่ กลายเป็นคดีความที่ผู้คนให้ความสนใจ ทั้งศาลอาญาและศาลต้าหลี่ต่างระดมสมองและคนที่มีทักษะด้านการสืบสวนมาช่วยกัน เนื่องจากเป็นคำสั่งเบื้องบน “ใต้เท้าได้ความว่าอย่างไรบ้าง” วั่งจั๋วเฉินรับหน้าที่หัวหน้าสืบสวน และมอบหมายงานให้ใต้เท้าแต่ละหน่วยไปจัดการ วันนี้เขาให้ไปสืบกับครอบครัวผู้เสียชีวิตว่าก่อนหน้าได้พบเจอใครหรือไม่ “แต่ละบ้านล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สามีนั้นไปทำงานและกลับมาตอนเย็นทุกครั้งไม่ได้พูดอะไรเป็นพิเศษ โดยไม่รู้ว่าพบเจอผู้ใดบ้าง” ผู้สืบสวนศาลต้าหลี่กล่าวในที่ประชุม วั่งจั๋วเฉินถอนหายใจ อย่างไรฝ่าบาทก็ไม่ยอมแน่ เขาทั้งโดนกดดันจากฝ่าบาทและไทเฮาพร้อมกัน ทำให้หลายวันนี้แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ‘เกิดเป็นองครักษ์ผู้ยิ่งใหญ่ไม่ง่ายเลย’ “ชายผู้นั้นยังไม่สารภาพใช่หรือไม่” วั่งจั๋วเฉินหันไปสอบถามอีกครั้ง แม้จะทรมานด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสแล้ว ก็ตาม แต่กลับไม่ปริปากพูดสิ่ง
Read more

บทที่ 33 ฮูหยินมู่ถูกจับ 2/2

“พี่วั่งจับให้เขานอนบนโต๊ะหน่อยสิ มัดเท้ามัดมือเอาไว้ด้วยนะ” อันหลางบอก จากนั้นหันไปรับของจากพี่สาวซึ่งแต่ละอย่างนั้นแค่คิดก็ขนลุกขนชันแล้ว ไม้ขนไก่ หญ้าคัน มดแดงไฟ “ถอดเสื้อเข้าออก” อันเฟิงเพียงแค่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังเนื่องจากคนผู้นี้เป็นบุรุษให้น้องชายจัดการน่าจะเหมาะสมกว่า นางไม่อยากเห็นภาพอุจาดตา “นี่เจ้าจะทำอะไร” “ก็แค่เอาหญ้าคันโรยใส่ตัวเจ้า หากเจ้าไม่สารภาพก็คันให้ตายไปเลย” พูดไปอันหลางก็จัดการอย่างเหี้ยมโหด ท่ามกลางเสียงโวยวายของคนผู้นั้น เท่านั้นไม่พออันหลิงยังยืนลับมีดคมกริบ อยู่ใกล้ ๆ “โอ๊ย...คัน...คัน...โอ๊ย” แม้เขาจะตะโกนเพียงใด แต่ทว่ายังไม่เห็นมีใครสงสารเขาสักนิด ทั้งแต่ละคนใบหน้าเหี้ยมโหดทั้งนั้น กระทั่งเจ้าเด็กแฝด ข้ามีแต่ยาต้านทานความเจ็บปวดร่างกาย ไม่มียาที่แก้คันได้ ทำให้ร่างกายของเขายามนี้แดงเถือกไปหมด ยิ่งเขาขยับ ยิ่งคันคะเยออย่างห้ามไม่อยู่ “ถอดถุงเท้าเจ้านี่ออก” อันหลางเอามืออุดจมูกกันกลิ่นกระทบจมูกจนตายไปเสียก่อน จากนั้นจึงใช้ไม้ขนไก่จัดการลูบที่เท้าทำให้คนที่นอนคันอย่างทรมานหัวเราะ
Read more

บทที่ 34 วันเวลาที่สดใสสิ้นสุด 1/2

“ปล่อยข้า ลูกชายข้ายังต้องดื่มนมจากอกข้าอยู่ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้” ซ่งหลินไม่นึกว่าตัวเองจะตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ขนาดนี้ สามีนางไปเป็นนายอำเภออยู่ต้านโจว จะกลับมาช่วยนางยามนี้ก็ไม่สะดวก จะพึ่งพิงตระกูลซ่งหรือก็เห็นนางเป็นเหมือนลูกกาฝากเท่านั้น หาไม่คงไม่ให้นางกระเสือกกระสนจนได้เป็นอนุขุนนางหรอก ที่ผ่านมานางล้วนดิ้นรนด้วยตนเองทั้งสิ้น “อย่ามาลูกไม้ หากเจ้าอยากให้ลูกเจ้ามาอยู่ในคุกก็ย่อมได้ เพียงแค่พูดมาคำเดียว” ทหารเหล่านี้หรือจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมนางจิ้งจอก ก่อนที่จะนำตัวนางมามีแม่นมดูแลคุณชายมู่อย่างดี บัดนี้นางมีความผิดย่อมต้องถูกลงโทษ “ไม่...ไม่ได้ลูกข้าเพิ่งคลอด จะให้เขามาที่สกปรกไม่ได้” ซ่งหลินส่ายหน้าทั้งน้ำตา นางพลาดที่ใดในเมื่อนางกำชับอย่างดีแล้ว ตอนนี้ซุนหนี่ว์ที่คิดเผื่อนางเสมอก็ตายไปแล้ว นางยังถูกจับเสียอีก สามีก็อยู่ไกลเหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ “เหอะ...บุตรมีบุญมาเกิด เหตุใดบิดามารดาถึงตกต่ำ เช่นนี้เล่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า หมิ่นเบื้องสูงจุดจบน่าจะรู้อยู่กระมัง ทำใจเสียเถิด” ทหารที่เห็นขบวนแห่ออกนอกหน้าของตระกูลมู่ อดไม่ได้ที่จะเสียดสี ต่อให้ผู้มีบุญส่งมาเกิดก
Read more

บทที่ 34 วันเวลาที่สดใสสิ้นสุด 2/2

“คุณหนูรถม้าตระกูลมู่ขอรับ” อันเฟิงกำลังจิบน้ำชากับน้องชายทั้งสอง และจ้างรถม้าส่งคนที่ทำงานในร้านกลับหมดแล้ว เพราะบะหมี่ของนางขายครึ่งวันก็ไม่เหลือของให้ขาย ทุกวันยังขายได้เยอะมาก ๆ จนนับชามแทบไม่ถ้วน และฮั่วซือซือเป็นหัวหน้า ในการจัดการเตรียมของในวันต่อไป ส่วนนางมานั่งดูบิดารำงิ้ว “หน็อยนังตัวดี เจ้ายังมีหน้ายิ้มสบายใจจิบชาอยู่นี่อีกรึ เจ้าใส่ร้ายมารดาเลี้ยงเช่นนี้ได้อย่างไร” มู่เสวียนมาถึงก็ไม่ฟังผู้ใด ปรี่เข้ามายืนด่าบุตรสาวหน้าตาเฉย ส่วนอันหลิงกับอันหลางเขาปีนขึ้นไปบนเก้าอี้ เพื่อจะให้สูงเท่าบิดา ก่อนทำท่าชี้นิ้วเลียนแบบคล้ายรำงิ้วตอบกลับ “หน็อยท่านเป็นบิดาที่สมองมีแต่น้ำหรืออย่างไร เรื่องนี้ ทั้งกรมอาญา และศาลต้าหลี่สอบสวนทวนความด้วยกัน ขาดเพียงสำนักตรวจสอบเพราะไม่ใช่เรื่องทุจริต หากท่านตาไม่มืดบอดคงรู้ว่าเรื่องมารดาเลี้ยงสารเลวผู้นั้นทำเป็นเรื่องจริง” อันเฟิงไม่ได้ห้ามน้องชาย นางก็อยากพูดเช่นเดียวกัน และเพราะเสียงของอันหลางทำให้เหล่าชาวบ้านมามุงดูกันอย่างสำราญ ขาดเพียงข้าวโพดคั่วกระมัง ไม่เช่นนั้นคงเพิ่มอรรถรส ให้ไม่น้อย
Read more

บทที่ 35 อย่าเพิ่งดีใจไป 1/2

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากเปิดร้านคนของกรมอาญามาเรียก ให้พวกนางขึ้นศาล ทั้งที่จริงบอกล่วงหน้าเอาไว้แล้วว่านายอำเภอ มู่เสวียนอยากให้ไต่สวนในศาลเพื่อต้องการให้เจ้าทุกข์ยอมความ นั่นเป็นเหตุให้นางยังขอร้องให้เจ้ากรมอาญาที่ตัดสินคดีเลื่อนเวลาออกไปก่อน รอเวลาบิดากลับมาค่อยคิดบัญชีทีเดียว อีกอย่างคืออยากทรมานซ่งหลินที่เคยทำกับน้องชาย ของนาง ให้รู้เสียบ้างว่าการที่ต้องอยู่ในที่สกปรกและหนาวเย็นถึงสองเดือนมันรู้สึกเช่นไร ‘ข้าไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น แต่เป็นคนยุติธรรม ทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้นคืน’ “พี่ใหญ่พวกเราพร้อมแล้ว ที่ร้านมีฮั่วซือซือกับป้าหวัง ช่วยดู ไม่มีอะไรผิดพลาดแน่นอน” อันหลางบอกกับพี่สาวให้วางใจ อันเฟิงพยักหน้า ต่อให้ผิดพลาดนางก็ไม่ว่าอะไร เอาไว้นางหาหลงจู้[1]ไว้คอยดูแลร้านสักหน่อย ไว้ร้านที่กำลังปรับปรุงให้รวมเป็นร้านใหญ่เสร็จเมื่อไหร่ นางจะปลีกตัวมาทำอย่างอื่น แล้วให้คนจัดการแทน ส่วนนางตรวจบัญชีกับจ่ายเงินเดือนก็พอ “ไปกันเถอะคุณหนูอันเฟิง” ล่ายหมิงเฉินบอกก่อนจะเดินระวังหลังให้เด็ก ๆ มุ่งหน้าไปที่ศาลอาญา ซึ่งวันนี้เสนาบดีศาล ต้าห
Read more

บทที่ 35 อย่าเพิ่งดีใจไป 2/2

“อันเฟิง เรื่องนี้เจ้ายอมความได้หรือไม่ เพราะอย่างไร ทุกคนก็กระจ่างแล้วว่าพวกเจ้าไม่ผิด” มู่เสวียนไม่มีเวลาหาพยานและหลักฐาน รีบกลับมาก็เตรียมตัวขึ้นศาล ทั้งบากหน้าไปหาสหายให้ช่วยเหลือแต่ละคนกลับปิดบ้านเงียบ จึงได้แต่เอาหน้าด้าน ๆ มาต่อรองลูกสาวกับลูกชายวันนี้ “ยอมความรึ คดีอาญายอมความได้ด้วยรึใต้เท้า” อันเฟิงไม่ได้ตอบแต่ถามใต้เท้ากลับ ทำให้บรรยากาศขมุกขมัวเพิ่มขึ้นอีก “ไม่ได้ ยอมความไม่ได้ กฎหมายระบุชัดเจน” ซ่งหลินไร้เรี่ยวแรง นางคิดว่าทำงานรอบคอบมาตลอด แต่เหตุไฉนจึงมีจุดจบเช่นนี้เล่า นางร้องไห้น้ำตาท่วมใบหน้า ไม่อยากโดนประหาร “เห็นแก่ที่นางเพิ่งคลอดลูก เช่นนั้นเรื่องใส่ความร้านข้า ข้าจะไม่เอาเรื่อง แต่ให้ประกาศออกไปให้ทั้งเมืองหลวงรู้ก็พอว่านางจิตใจเหี้ยมโหดเพียงใด แต่เรื่องทำคนตายนั้นแล้วแต่ใต้เท้าตัดสิน” แน่นอนว่าต่อให้ไม่เอาความเรื่องทำให้ร้านเสื่อมเสียชื่อเสียง ย่อมมีอีกคดีที่หนักหนากว่ารออยู่ ใบหน้าซ่งหลินดีขึ้นจากนั้นหันไปหาผู้ที่จ้างวาน ก่อนจะกล่าวหา “ข้าเพียงจ้างให้เขาไปใส่ร้าย แต่เขาฆ่าคนเองข้าไม่เกี่ยวเรื่
Read more
PREV
1
...
5678910
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status